วันที่
1
|
21.20น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
23.55 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดย OS 025
|
|
วันที่
2
|
05.35น.
ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
|
|
09.35น.
เดินทางถึงสนามบิน SCHWECHAT
กรุงเวียนนา (vienna city)
เมืองคุณภาพดีที่สุดของโลก และเมืองแห่งสถาปัตยกรรม อากาศบริสุทธิ์ ที่ใครหลายคนอยากไปดื่มด่ำบรรยากาศ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย เช่น เวียนนาวู๊ด ถ้ำซีกร๊อตโต้ เอาส์เลท์พานดอฟ สวนสาธารณะกรุงเวียนนา เกาะดานูบ เป็นต้น เชิญสัมผัสกับความรู้สึกวิเศษสุดเมื่อได้อยู่ในเวียนนา ท่องไปทั่วถนนสายสำคัญกว้างขวางโอ่อ่า เส้นทางร่มรื่น ปราสาทในเทพนิยาย สวนดอกไม้และสวนสาธารณะ บ้านในเมือง โบสถ์ โรงโอเปร่า โรงละคร และพิพิธภัณฑ์
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ลินซ์ (linz city)
เมืองใหญ่อันดับ3ของออสเตรีย มีแม่น้ำดานูบไหลผ่านแบ่งเมืองเป็นสองฟากฝั่ง เชิญเที่ยวชมเขตเมืองเก่าสวยงามมากด้วยอาคารเก่าแก่ในศิลปะสไตล์บารอคและรอคโคโคเน้นสีแบบทูโทน,โบสถ์เล็กๆจำนวนมากใช้สีแบบทูโทนสวยเ้ข้ากับสภาพแวดล้อม,เสาหินอ่อนดรายฟาลทิกไคท์ซอยเลสูง20เมตร,ศาลาว่าการเมืองเก่าที่สร้างในสไตล์โกธิคในต้นศตวรรษ,ห้างสรรพสินค้าที่ข้างนอกเป็นอาคารสถาปัตยกรรมดั้งเดิม นอกจากนี้ มีร้านค้ามากมาย โดยเฉพาะร้านไอสครีมหลายร้าน มีรถรางน่ารักๆ เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายที่ใครหลายคนต่างอยากมาชื่นชม
|
|
นำชม:
จตุรัสกลางเฮาพท์พลัทซ์ (hauptplatz)
จตุรัสกลางเฮาพท์พลัทซ์ หรือ จตุรัสเฮาพท์พลัทซ์ ตั้งอยู่กลางเมืองลินซ์ มีขนาดกว้าง 60 เมตร ยาว 220 เมตร ใหญ่ที่สุดของยุโรปกลาง ซึ่งล้อมรอบด้วยอาคารรัฐสภาประจำเมืองที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1513 และมหาวิหารเก่าในนิกายเยซูอิตที่มีหอคอยคู่ สูงเสียดฟ้า นอกจากนี้ ใกล้ๆกัน มีเที่ยวชมเสาหินอ่อน ดรายฟาลทิกไคท์ซอยเล” สูง 20 เมตร และศาลาว่าการเมืองเก่าที่สร้างในสไตล์โกธิคในต้นศตวรรษที่ 6
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เชสกี้ ครุมลอฟ (cesky krumlov city)
เมืองมรดกโลกอีกเมืองหนึ่งของสาธารณรัฐเชค ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครองการพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1993 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปีค.ศ.1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นใน การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองครุมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปีค.ศ.1992
|
|
ถ่ายรูปที่ระลึกภายนอกของ:
ปราสาทครุมลอฟ เชสกี้ครุมลอฟ (cesky krumlov castle )
มรดกโลกชิ้นหนึ่งสร้างเมื่อปีคศ1250 งดงามด้วยสถาปัตยกรรม สมัยเรอเนสซองส์ที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ศตวรรษที่15 ถือว่าเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาและริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวา ตรงบริเวณคุ้งน้ำพอดี ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิก Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง ภายในเขตพระราชฐาน มีห้องหับต่างๆ เช่น ห้องเสวย ห้องบรรทม ห้องบอลรูม และโบสถ์ในปราสาท ห้องเหล่านี้เคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนคร ตกแต่งด้วยศิลปอันงดงามทั้งเรอเนสซองส์และบารอค
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เชสกี้ บูโยวิช (ceske budejovice city)
เมืองที่ใหญ่สุดของสาธารณรัฐเช็ก และเป็นเมืองถิ่นกำเนิดเบียร์บัดไวเซอร์อันเลื่องชื่อ เนื่องจากเมืองนี้เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเบียร์ให้แก่กษัตริย์มาแต่ครั้งโบราณ เชิญเที่ยวชมจตุรัสอันโอ่อ่าด้วยศิลปในยุคกลาง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสวยแห่งนี้ เมืองนี้เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่วิ่งจากเชสกี้ บูโยวิช ไปยังเมืองลินซ์ ประเทศออสเตรีย ถือว่าเป็นเส้นทางรถไฟที่เก่าแก่สุดในยุโรป
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม GOMEL CESKE BUDEJOVICE HOTEL
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำชม:
จัตุรัสกลางเมืองเชสกี้ บูโยวิช (ceske budejovice square)
จัตุรัสกลางเมืองเชสกี้ บูโยวิช เป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ อันโอ่อ่าด้วยศิลปในยุคกลาง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชสกี้ บูโยวิช ในสาธารณรัฐเชคและยุโรป มีเนื้อที่ประมาณ 1 หมื่นตารางเมตร รอบๆ เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าๆ ของชาวเมือง เชิญเดินเล่นบริเวณจตุรัสกลางเมือง ที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม ทั้งสวนสาธารณะ และน้ำพุ Samsonova Fountain สวยงามและยิ่งใหญ่มากแห่งหนึ่ง
|
|
เดินทางสู่:
เมือง มาเรียนสเก้ ลาซเน่ (marianske lazne city)
มีชื่อเสียงทางด้านบ่อน้ำแร่-น้ำพุร้อนระดับโลกของสาธารณรัฐเช็ก จนขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งสปา"ที่ใหญ่อันดับ 2 ของเชค รองจากเมืองคาร์ลโรีวารี แต่เป็นเมืองสปาที่อายุน้อยที่สุด มีน้ำพุร้อนถึง40แห่ง เริ่มมีชื่อเสียงไปทั่วยุโรปในช่วงต้นศต 20 สปากำเนิดขึ้นพร้อมเมืองที่เรียงรายไปด้วยหมู่อาคารงดงามด้วยศิลปะแบบคลาสสิคและนีโอ-เรเนซองส์ นับว่าเป็นเมืองที่มีบรรยากาศแสนโรแมนติก มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น ลานน้ำพุเต้นระบำ,พิพิธภัณฑ์เมือง,บ่อน้ำพุร้อนต่างๆรอบๆตัวเมือง เป็นต้น
|
|
นำชม:
ลานน้ำพุเต้นระบำ มาเรียนสเก้ ลาสเน่ (singing fountain marianske lazne)
หรือ ลานน้ำพุดนตรี ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง ซึ่งในทุกๆ ชั่วโมงจะเปิดเพลงบรรเลงไปพร้อมๆ กับการพวยพุ่งของน้ำพุ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจเมื่อมาเยือนเมืองแห่งสปาแห่งนี้ เชิญชมความงดงามของลานน้ำพุเต้นระบำโดยมีเพลงประกอบ และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
|
|
เดินทางสู่เมืองคาโรวารี่
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
นำชม:
เมือง คาร์โลวี วารี (karlovy vary city)
ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำเทปลาไหลหล่อเลี้ยง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของเช็กตามตำนานบอกว่าพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ทรงพบแหล่งน้ำแร่ที่เมืองนี้ในปีค.ศ. 1358 เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกล่าสัตว์แล้วสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อน นับแต่นั้นเมืองนี้ก็มีชื่อเสียงของบ่อน้ำแร่ที่ใช้สำหรับรักษาร่างกายและบำบัดโรคร้ายต่างๆ เป็นต้นมาจนถึงเดี๋ยวนี้ เป็นทั้งเมืองมีน้ำพุร้อนและน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 42-72 องศาเซลเซียส ทั้งหมด 12 แห่ง
|
|
นำชม:
ศูนย์นิทรรศการบ่อน้ำพุร้อนโคลอนเนด (hot spring colonnade)
สถานที่ค้นพบบ่อน้ำพุที่ร้อนที่สุด ซึ่งภายในจัดแสดงเส้นทางของสาย น้ำแร่ ซึ่งมีแท่นน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิตั้งแต่ 30,50 และ 72 องศาเซลเซียส สามารถใช้ดื่มได้ โดยมีวิธีการดื่มน้ำแร่ที่พิเศษคือต้องใช้แก้วพิเศษ โดยเฉพาะเป็นแก้วพอร์ชเลน ที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ ซึ่งเชื่อกันว่าดีต่อระบบย่อยอาหาร
|
|
เดินทางสู่:
กรุงปราก (prague city)
ดินแดนที่มีสวยงามและโรแมนติกจนเป็นที่เลืองลือทั่วโลก มีผู้คนเดินทางไปชมเมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย เช่น โรมันเนสก์ โกธิค เรเนซองส บารอค รวมทั้ง ศิลปะรูปแบบต่างๆ ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน และองค์การ UNESCO ได้เลือกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมในปี 1992 เชิญเที่ยวชมสถานสำคัญๆ ด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคสมัยสวยงามต่างๆ ได้แก่ จัตุรัสฮราดคานีย์,ปราสาทแห่งกรุงปร๊าก,มหาวิหารเซนต์วิตัส,สะพานชาร์ล เป็นต้น
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม CROWNE PLAZA PRAGUE HOTEL
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำชม:
ปราสาทปราก (prague castle)
ปราสาทใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก สร้างขึ้นในปี 885 โดยเจ้าชายบริโวจเคยเป็นปราสาทของกษัตริย์แห่งเช็กในอดีต ปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดี เสมือนสัญลักษณ์ของประเทศที่ชาวเชครักและภาคภูมิใจ และศูนย์กลางทางการเมืองได้รับการบูรณะในสมัยของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ในสไตล์แบบกอธิค ได้รับการรับรองจากกินเนสส์บุ๊กว่า เป็นปราสาทโบราณใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ 570 เมตร และความกว้างประมาณ 130 เมตร
|
|
นำชม:
มหาวิหารเซนต์วิตัส ปราก (st. vitus cathedral)
มหาวิหารสไตล์โกธิกใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ตั้งอยู่ในย่านปราสาทปราก สร้างในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 14 โดยมีสถาปนิกเอกชาวฝรั่งเศส Matthias of Arras ชาวสเวเบีย เป็นผู้ออกแบบและควบคุมดูแลคน เป็นมหาวิหารที่มีความประณีตงดงามมากสุดแห่งหนึ่ง นับตั้งแต่ประตูแกะสลักลวดลายตระการตา กระจกสีสเตนกลาสบานสูงที่ประดับรอบวิหารล้วนยิ่งขับให้มหาวิหารแห่งนี้ดูโดดเด่น นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ฝังพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ รวมถึงกษัตริย์เวนเชสลาสที่ภายหลังได้รับการตั้งให้เป็นนักบุญ
|
|
นำชม:
สะพานชาร์ลส ปราก (charles bridge)
สัญลักษณ์ของเมืองปรากสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่14 ตลอดราวสะพานมีประติมากรรมรูปปั้นนักบุญสไตล์บารอกที่งดงามและไม่ซ้ำกันอยู่ถึง30แบบ และเป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดใจที่สุดของกรุงปราก ชื่อเดิมเรียกว่า “สะพานปราก” ต่อมาในปีคศ1870 เปลี่ยนชื่อตามพระนามของพระเจ้าชาร์ลส์ อยู่ย่านจัตุรัสและตัวเมืองเก่า ที่คลาสสิกโดยเฉพาะอาคารศาลาเทศบาลกรุงปรากและนาฬิกาโบราณที่ทุกชั่วโมงมีตุ๊กตาออกมาบอกเวลา และจักรราศีของดวงดาวในแต่ละวัน อีกทั้งยังเป็นนาฬิกาเก่าแก่แห่งหนึ่งในยุโรป
|
|
นำชม:
จตุรัสเมืองเก่า ปราก (prague old town square)
ตั้งอยู่บริเวณเขตเมืองเก่าของกรุงปราก ซึ่งอยู่ไกล้กับจตุรัสเวนเซลัส และสะพานชาร์ลส ที่นี่..จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศในช่วงฤดูร้อน โดยบริเวณรอบๆจะประกอบไปด้วยหมู่อาคารศิลปะโรมาเนสก์,ศิลปะกอธิค เช่น วิหารทิน และศิลปะบารอค เช่น โบสถ์เซนต์นิโกลาส เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว ยังมีนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณอยู่ใกล้ๆกัน ด้านล่างของนาฬิกามีหน้าปัดแสดงเดือนในปัจจุบัน เป็นหอนาฬิกาโบราณที่ยังใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
นำชม:
อนุสาวรีย์ของจอห์น ฮุช (jan hus )
อนุสาวรีย์ของจอห์น ฮุช เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ.1915 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำท่านจอห์น ฮุช ในวันครบรอบการสิ้นชีวิตครบ 500 ปี 'จอห์น ฮุช' เป็นนักเผยแพร่ศาสนาและริเริ่มรับศาสนาคริสต์มาเผยแพร่อีกครั้ง หลังจากการหยุดห้ามการนับถือศาสนาตามกฎของระบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งเคยใช้บริหารประเทศ แต่เขาต้องจบชีวิต ด้วยการโดนเผาทั้งเป็น จากความศรัทธาของเขาเอง
|
|
นำชม:
นาฬิกาดาราศาสตร์ปราก (prague astronomical clock)
นาฬิกาดาราศาสตร์โบราณ ตั้งอยู่บริเวณจตุรัสเมืองเก่า ซึ่งจะแสดงวิถีการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ด้านล่างของนาฬิกาดาราศาสตร์จะมีหน้าปัดแสดงเดือนในปัจจุบัน และด้านบนสุดมีรูปปั้นสาวกของพระเยซู โดยเป็นหอนาฬิกาโบราณที่ยังใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน มีอาคารเทศบาลเมืองที่สร้างเมื่อปี ค.ศ.1338 ที่ทุกๆ ต้นชั่วโมงนาฬิกาจะตีบอกเวลา และมีหุ่นสาวกของพระคริสต์ออกมาจากช่องหน้าต่างเล็กๆ ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และยังมีซื้อเครื่องแก้วโบฮีเมียโมเซอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกให้เลือกซื้อชม
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม CROWNE PLAZA PRAGUE HOTEL
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
กรุงเวียนนา (vienna city)
เมืองคุณภาพดีที่สุดของโลก และเมืองแห่งสถาปัตยกรรม อากาศบริสุทธิ์ ที่ใครหลายคนอยากไปดื่มด่ำบรรยากาศ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย เช่น เวียนนาวู๊ด ถ้ำซีกร๊อตโต้ เอาส์เลท์พานดอฟ สวนสาธารณะกรุงเวียนนา เกาะดานูบ เป็นต้น เชิญสัมผัสกับความรู้สึกวิเศษสุดเมื่อได้อยู่ในเวียนนา ท่องไปทั่วถนนสายสำคัญกว้างขวางโอ่อ่า เส้นทางร่มรื่น ปราสาทในเทพนิยาย สวนดอกไม้และสวนสาธารณะ บ้านในเมือง โบสถ์ โรงโอเปร่า โรงละคร และพิพิธภัณฑ์
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
ชมกรุงเวียนนา นครหลวงของออสเตรีย
|
|
นำชม:
ถนนวงแหวนรอบ กรุงเวียนนา (ringstrasse vienna)
โครงการถนนวงแหวนรอบกรุงเวียนนา โดยขนาดของโครงการนี้จูงใจสถาปนิกจากทั่วยุโรป มีการก่อสร้างอาคารที่ทำการของราชสำนักและของรัฐ รวมไปถึงที่พักอาศัยของชนชั้นสูงในยุคของริงสตราเซ่ การค้า,ศิลปะ,ละครร้อง,กวีนิพนธ์ และภาพเขียน ได้รับความสนใจจากประชาชน ทำให้อาคารสถานที่ ต่างๆ ที่รายล้อมรอบดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จัดวางได้อย่างลงตัว เริ่มตั้งแต่พระราชวังฮอฟบรูก์ กลุ่มอาคารพระราชวังของจักรพรรดิ อิมพิเรียลอพาร์ตเมนท์ หอศิลป์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติ
|
|
นำชม:
มหาวิหารเซนต์สตีเฟน เวียนนา (st. stephen's cathedral)
หรือ สเตฟานสโดม โบสถ์คริสต์ศาสนาของนิกายโรมันคาทอลิก มีฐานะเป็นมหาวิหารที่เป็นวัดแม่ของสังฆมณฑลเวียนนา เป็นที่ตั้งของอัครสังฆราชแห่งเวียนนา ตัวมหาวิหารตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย สถาปัตยกรรมในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์และกอธิค ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่4ดยุคแห่งออสเตรีย ปัจจุบัน ตั้งอยู่บนซากของวิหารเดิมที่สร้างก่อนหน้านั้นสองวัด ป็นวัดแรกประจำท้องถิ่นที่ได้รับการสถาปนาในปีคศ1147 เป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนาที่เห็นได้อย่างเด่นชัดจากหลังคากระเบื้องหลากสี
|
|
นำชม:
พระราชวังฮอฟบูรก์ (hofburg palace)
มีเอกลักษณ์ที่ยอดโดม สีเขียวอันสง่างาม เดิมเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของจักรพรรดิ สร้างขึ้นครั้งแรกปีคศ1460 และใช้เป็นพระราชวังที่แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาว มีอาคารเรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ สร้างในคศ1563ตามพระประสงค์ของจักรพรรดิแมกซิมิเลี่ยนที่1 ตรงข้ามเป็นสวนสาธารณะฮอฟการ์เด้น ต่อมาปีคศ1754-73 ดัดแปลงเพื่อใช้เป็นราชสำนักท้องพระโรงประดับด้วยพระสาทิสลักษณ์ของบรรดาเจ้านายในราชสำนัก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องใช้ เครื่องแต่งตัว เครื่องประดับของจักรพรรดิ มีทั้งเสื้อผ้า เพชรพลอยและทองคำล้ำค่า
|
|
นำชม:
สตัดท์พาร์ค (stadtpark)
สวนสาธารณะสวยงามกลางกรุงเวียนนา สร้างขึ้นในปีคศ1861-1872 ออกแบบโดยผู้อำนวยการ Rudolf Siebeck มีพื้นหญ้าที่เป็นเอกลัษณ์สวยงาม,สะพานข้ามแม่น้ำเวียนนาเพื่อเดินเชื่อมสู่สวนสตัดพาร์คจากทิศทางตะวันออกเฉียงใต้ และคศ19มีการปลูกต้นไม้ที่นี่จำนวนมาก โดยเฉพาะพุ่มไม้ที่ให้ดอกออกผล พร้อมทั้งตกแต่งสวยสวยงามที่น่าสนใจมีทั้งต้นไม้ใหญ่ พุ่มไม้ต้นเล็กๆ ร่มรื่น เชิญเดินเล่นเที่ยวชมสวนสาธารณะสวยงามและถ่ายรูปคู่กับอนุสาวรีย์ของ ท่านโยฮันส์ สเตราท์ บิดาแห่งเพลงเวียนนา วอลทซ์ที่โด่งดัง
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม HILTON VIENNA STADTPARK HOTEL
|
|
วันที่
6
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำชม:
พระราชวังเชินบรุนน์ (schonbrunn palace)
พระราชวังสีเลืองตั้งตระหง่านกับสวนดอกไม้ที่ไกลสุดลูกตา ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 จนถึง พ.ศ.2461 ออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นสถานที่รวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก ภายในอุทยานเคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลกเมื่อ พ.ศ.2295 ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก
|
|
ช้อปปิ้งเครื่องคริสตัลของชวาลอฟสกี้ SWAROVSKI ณ ร้าน ROMY
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมือง บูดาเปสต์ (budapest city)
นครสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ริมสองฝั่งแม่น้ำดานูป สมญานามว่า “ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูป” แม่น้ำสายโรแมนติกอย่างแม่น้ำดานูบที่แบ่งเมืองออกเป็น 2 เมืองคือ เมืองบูดและเมืองเปสต์ อันเป็นที่มาของชื่อเมืองนี้ เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการีและศูนย์กลางการปกครอง อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการคมนาคมขนส่ง มีประชากรมากกว่า1.7ล้านคน และได้กลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวของยุโรปกลางมาตั้งแต่ราวทศวรรศ1990 เชิญสัมผัสความงดงามของปราสาทบูดา,หอศิลป,โบสถ์แมทเทียส,อาคารรัฐสภาฮังการี และซิตี้ พาร์ค
|
|
ล่องเรือ:
แม่น้ำดานูบ (danube river)
แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ 2 สายคือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง Donaueschingen ถือเป็นเม่น้ำสายโรแมนติกสายหนึ่งของยุโรปที่ไหลผ่านเมืองต่างๆ และมีความเชี่ยวของน้ำน้อยมาก กิจกรรมหลักที่มาถึงบูดาเปสต์คือ การสัมผัสกับบรรยากาศแห่งการล่องเรือดานูบ ชมความงดงามของอาคารสถาปัตยกรรมแบบกอธิค เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ มนต์เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลาย ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองโรแมนติก บนสายน้ำแห่งหนึ่งของโลก
|
|
นำชม:
อาคารรัฐสภาฮังการี (hungarian parliament building)
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสวยสดวิจิตรอลังการงดงามตระการตาอย่างยิ่ง ถือว่าป็นสัญลักษณ์ของฮังการี ตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำดานูบบนฝั่งเปสต์ เป็นอาคารรัฐสภาที่ชาวฮังกาเรี่ยนภูมิใจว่าสวยที่สุดในโลก ด้วยสภาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่ดูคลาสสิค มีหลังคาสีแดง อาคารรัฐสภาแห่งนี้ เริ่มสร้างเมื่อปีคศ1885ใช้เวลากว่า 20ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ โดยรูปแบบอาคารได้รับอิทธิพลมาจากอาคารรัฐสภาแห่งลอนดอน สหราชอาณาจักร ภายในประกอบด้วยห้องมากมายถึง 700ห้อง มีประตูทางเข้า 27แห่ง
|
|
จัตุรัสวีรบุรุษ (heroes' square)
จัตุรัสวีรบุรุษ มีรูปปั้นของบรรพบุรุษชาวแมกยาร์ทั้ง 7 เผ่ารวมตัวกันก่อร่างสร้างเมืองกันขึ้นมา จนถึงปัจจุบัน เลาะเลียบผ่านสวนสัตว์และสวนสาธารณะใจกลางเมือง,โรงอาบน้ำแบบ เตอร์กิชที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ตั้งแต่เมื่อ 500 ปีก่อน ข้ามแม่น้ำดานูปสู่ คาสเซิลฮิลล์ บนฝั่งบูดา ดินแดนทั้งสองฟากคือ บูดาเปสต์ มารวมตัวกันในปี ค.ศ.1873 ดินแดนแห่งนี้เคยถูกผู้รุกรานจากมองโกลเมื่อพันปีก่อน แล้วชาวเติร์กถึงเข้ามาปกครองต่อในระหว่างปีค.ศ.1526-1626
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม INTERCONTINENTAL BUDAPEST HOTEL
|
|
วันที่
7
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
กรุงเวียนนา (vienna city)
เมืองคุณภาพดีที่สุดของโลก และเมืองแห่งสถาปัตยกรรม อากาศบริสุทธิ์ ที่ใครหลายคนอยากไปดื่มด่ำบรรยากาศ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย เช่น เวียนนาวู๊ด ถ้ำซีกร๊อตโต้ เอาส์เลท์พานดอฟ สวนสาธารณะกรุงเวียนนา เกาะดานูบ เป็นต้น เชิญสัมผัสกับความรู้สึกวิเศษสุดเมื่อได้อยู่ในเวียนนา ท่องไปทั่วถนนสายสำคัญกว้างขวางโอ่อ่า เส้นทางร่มรื่น ปราสาทในเทพนิยาย สวนดอกไม้และสวนสาธารณะ บ้านในเมือง โบสถ์ โรงโอเปร่า โรงละคร และพิพิธภัณฑ์
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ถนนคาร์ทเน่อร์ (kartner strasse)
ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย สามารถใช้เวลาเดินชมสินค้านานาชนิด หรือ ชมความงามของโบสถ์เซนต์สตีเฟ่น ในศิลปะแบบโกธิค ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา เชิญเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึกต่างๆ นั่งจิบกาแฟต้นตำรับแท้ ชมชีวิตผู้คนของชาวเวียนนาตามอัธยาศัย หรืออาจใช้เวลาว่างทดลองชิมเวียนนาคอฟฟี่ พร้อมเค็กที่มีชื่อเสียง
|
|
มหาวิหารเซนต์สตีเฟน เวียนนา (st. stephen's cathedral)
หรือ สเตฟานสโดม โบสถ์คริสต์ศาสนาของนิกายโรมันคาทอลิก มีฐานะเป็นมหาวิหารที่เป็นวัดแม่ของสังฆมณฑลเวียนนา เป็นที่ตั้งของอัครสังฆราชแห่งเวียนนา ตัวมหาวิหารตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย สถาปัตยกรรมในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์และกอธิค ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่4ดยุคแห่งออสเตรีย ปัจจุบัน ตั้งอยู่บนซากของวิหารเดิมที่สร้างก่อนหน้านั้นสองวัด ป็นวัดแรกประจำท้องถิ่นที่ได้รับการสถาปนาในปีคศ1147 เป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนาที่เห็นได้อย่างเด่นชัดจากหลังคากระเบื้องหลากสี
|
|
เดินทางสู่สนามบิน SCHWECHAT
|
|
เย็น
อาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
23.45น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย OS 025
|
|
วันที่
8
|
15.05น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|