วันที่
1
|
11.30น.
พร้อมกันที่สุววรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เวย์ ประตู 2 ROW D
|
|
14.05น.
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยTG 924
|
|
20.00น.
เดินทางถึงสนามบินมิวนิค
|
|
พัก MARRIOTT HOTEL MUNICH หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
2
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
|
ออกเดินทางสู่
เมือง พัสเซา (passau city)
เมืองอันสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมัน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับออสเตรีย เนื่องจากเป็นเมืองพรมแดนระหว่างประเทศเยอรมนีและประเทศออสเตรีย กล่าวกันว่าเมืองนี้เป็น “เมืองสามแคว” แห่งแคว้นบาวาเรีย เนื่องจากเป็นจุดบรรจบกันระหว่างแม่น้ำ 3 สายอันได้แก่ ดานูบ แม่น้ำอินน์ และแม่น้ำอิซ พัสเซา..เป็นเมืองท่าทางการค้าเนื่องจากความสะดวกในการคมนาคมทางน้ำ เมืองเล็กๆแห่งนี้ ยังเคยเป็นที่พำนักของอดอฟ์ ฮิตเลอร์ ในช่วงปลายศตวรรษที่19 โดยฮิตเลอร์และครอบครัวเคยอาศัยอยู่ในพัสเซาถึง 4 ปี
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
สาธารณรัฐเช็ค
|
|
นำชม
เมือง เชสกี้ ครุมลอฟ (cesky krumlov city)
เมืองมรดกโลกอีกเมืองหนึ่งของสาธารณรัฐเชค ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครองการพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1993 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปีค.ศ.1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นใน การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองครุมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปีค.ศ.1992
|
|
เย็น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
HOTEL OLD INN CESKY KHUMLOV หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
3
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่
เมือง คาร์โลวี วารี (karlovy vary city)
ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำเทปลาไหลหล่อเลี้ยง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของเช็กตามตำนานบอกว่าพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ทรงพบแหล่งน้ำแร่ที่เมืองนี้ในปีค.ศ. 1358 เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกล่าสัตว์แล้วสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อน นับแต่นั้นเมืองนี้ก็มีชื่อเสียงของบ่อน้ำแร่ที่ใช้สำหรับรักษาร่างกายและบำบัดโรคร้ายต่างๆ เป็นต้นมาจนถึงเดี๋ยวนี้ เป็นทั้งเมืองมีน้ำพุร้อนและน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 42-72 องศาเซลเซียส ทั้งหมด 12 แห่ง
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่
กรุงปราก (prague city)
ดินแดนที่มีสวยงามและโรแมนติกจนเป็นที่เลืองลือทั่วโลก มีผู้คนเดินทางไปชมเมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย เช่น โรมันเนสก์ โกธิค เรเนซองส บารอค รวมทั้ง ศิลปะรูปแบบต่างๆ ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน และองค์การ UNESCO ได้เลือกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมในปี 1992 เชิญเที่ยวชมสถานสำคัญๆ ด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคสมัยสวยงามต่างๆ ได้แก่ จัตุรัสฮราดคานีย์,ปราสาทแห่งกรุงปร๊าก,มหาวิหารเซนต์วิตัส,สะพานชาร์ล เป็นต้น
|
|
เย็น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่CROWNE PLAZA PRAGUE HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
4
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
|
นำชม
มหาวิหารเซนต์วิตัส ปราก (st. vitus cathedral)
มหาวิหารสไตล์โกธิกใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ตั้งอยู่ในย่านปราสาทปราก สร้างในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 14 โดยมีสถาปนิกเอกชาวฝรั่งเศส Matthias of Arras ชาวสเวเบีย เป็นผู้ออกแบบและควบคุมดูแลคน เป็นมหาวิหารที่มีความประณีตงดงามมากสุดแห่งหนึ่ง นับตั้งแต่ประตูแกะสลักลวดลายตระการตา กระจกสีสเตนกลาสบานสูงที่ประดับรอบวิหารล้วนยิ่งขับให้มหาวิหารแห่งนี้ดูโดดเด่น นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ฝังพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ รวมถึงกษัตริย์เวนเชสลาสที่ภายหลังได้รับการตั้งให้เป็นนักบุญ
|
|
10.00น.
เยี่ยมชม
จตุรัสเมืองเก่า ปราก (prague old town square)
ตั้งอยู่บริเวณเขตเมืองเก่าของกรุงปราก ซึ่งอยู่ไกล้กับจตุรัสเวนเซลัส และสะพานชาร์ลส ที่นี่..จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศในช่วงฤดูร้อน โดยบริเวณรอบๆจะประกอบไปด้วยหมู่อาคารศิลปะโรมาเนสก์,ศิลปะกอธิค เช่น วิหารทิน และศิลปะบารอค เช่น โบสถ์เซนต์นิโกลาส เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว ยังมีนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณอยู่ใกล้ๆกัน ด้านล่างของนาฬิกามีหน้าปัดแสดงเดือนในปัจจุบัน เป็นหอนาฬิกาโบราณที่ยังใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน
|
|
12.00น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่สาธารณรัฐสโลวัค
|
|
19.00น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่CROWNE PLAZA BRATISLAVA HOTELหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
5
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
|
|
08.00น.
นำท่านเดินทางไปยังประเทศฮังการี
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
นำชม
เมือง บูดาเปสต์ (budapest city)
นครสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ริมสองฝั่งแม่น้ำดานูป สมญานามว่า “ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูป” แม่น้ำสายโรแมนติกอย่างแม่น้ำดานูบที่แบ่งเมืองออกเป็น 2 เมืองคือ เมืองบูดและเมืองเปสต์ อันเป็นที่มาของชื่อเมืองนี้ เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการีและศูนย์กลางการปกครอง อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการคมนาคมขนส่ง มีประชากรมากกว่า1.7ล้านคน และได้กลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวของยุโรปกลางมาตั้งแต่ราวทศวรรศ1990 เชิญสัมผัสความงดงามของปราสาทบูดา,หอศิลป,โบสถ์แมทเทียส,อาคารรัฐสภาฮังการี และซิตี้ พาร์ค
|
|
ล่องเรือชมความงาม
แม่น้ำดานูบ (danube river)
แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ 2 สายคือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง Donaueschingen ถือเป็นเม่น้ำสายโรแมนติกสายหนึ่งของยุโรปที่ไหลผ่านเมืองต่างๆ และมีความเชี่ยวของน้ำน้อยมาก กิจกรรมหลักที่มาถึงบูดาเปสต์คือ การสัมผัสกับบรรยากาศแห่งการล่องเรือดานูบ ชมความงดงามของอาคารสถาปัตยกรรมแบบกอธิค เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ มนต์เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลาย ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองโรแมนติก บนสายน้ำแห่งหนึ่งของโลก
|
|
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่NOVOTEL CENTRUM BUDAPEST หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
6
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.00น.
เดินทางสู่ประเทศออสเตรีย
|
|
นำชม
กรุงเวียนนา (vienna city)
เมืองคุณภาพดีที่สุดของโลก และเมืองแห่งสถาปัตยกรรม อากาศบริสุทธิ์ ที่ใครหลายคนอยากไปดื่มด่ำบรรยากาศ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย เช่น เวียนนาวู๊ด ถ้ำซีกร๊อตโต้ เอาส์เลท์พานดอฟ สวนสาธารณะกรุงเวียนนา เกาะดานูบ เป็นต้น เชิญสัมผัสกับความรู้สึกวิเศษสุดเมื่อได้อยู่ในเวียนนา ท่องไปทั่วถนนสายสำคัญกว้างขวางโอ่อ่า เส้นทางร่มรื่น ปราสาทในเทพนิยาย สวนดอกไม้และสวนสาธารณะ บ้านในเมือง โบสถ์ โรงโอเปร่า โรงละคร และพิพิธภัณฑ์
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
นำชม
พระราชวังเชินบรุนน์ (schonbrunn palace)
พระราชวังสีเลืองตั้งตระหง่านกับสวนดอกไม้ที่ไกลสุดลูกตา ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 จนถึง พ.ศ.2461 ออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นสถานที่รวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก ภายในอุทยานเคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลกเมื่อ พ.ศ.2295 ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก
|
|
ช้อปปิ้งที่
ถนนมาเรียเทเรซ่า (maria theresa)
ถนนสายหลักของเมืองอินน์สบรูก เชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่ากับย่านช้อปปิ้งสมัยใหม่ ตรงกลางถนนเป็นที่ตั้งของเสาอันนาซอยแล (เสานักบุญแอนน์)ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงการถอนกองกำลังทหารบาวาเรียออกไปจากเมือง เชิญเที่ยวชมย่านเมืองเก่าทียังคงสภาพและบรรยากาศของยุคกลางได้เป็นอย่างดี โดยอาคารบ้านเรือนมีอาร์คเดคชั้นล่าง และมีมุขยื่นออกมาที่ชั้นบนแสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมแบบโกธิคตอนปลายและเรอเนสซองส์
|
|
เดินทางสู่
หมู่บ้านกรีนซิ่ง (grinzing)
หมู่บ้านพื้นเมืองเล็กๆทางภาคตะวันออกของออสเตรีย มีชื่อเรื่องการผลิตไวน์สด มีไร่องุ่นเป็นจำนวนมาก พบว่าตระกูล'กรีนซิ่ง'เข้ามาครอบครองและตั้งถิ่นฐานในปีคศ1892 และเฟื่องฟูเจริญเติบโตมั่งคั่งเกี่ยวกับไวน์ 'กรีนซิ่ง'กลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์มากหลาย มีถนนสายหลักและพื้นที่จัตุรัสตลาด แวดล้อมที่อยู่อาศัย เชิญเยี่ยมชมหมู่บ้านนี้ อิ่มอร่อยกับขาหมูหรือไส้กรอกในรสชาติแบบเวียนนาต้นตำรับขนานแท้ พร้อมไวน์เลิศรส ผสมผสานและขับกล่อมด้วยดนตรีพื้นเมืองอันแสนไพเราะภัตตาคาร
|
|
เย็น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่COURTYARD BY MARRIOTT VIENNA หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
7
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.00น.
เดินทางสู่
เมือง เซนต์ โวล์ฟกัง (st. wolfgang city)
หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบโวล์ฟกังซี มีบรรยากาศสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าสกี ที่นี่..คราคร่ำไปด้วยนักสกีทั้งนักสกีที่ชำนาญและผู้ที่เริ่มหัดเล่น นอกจากนั้นแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆให้ได้ทำกัน อาทิ สโนวบอร์ด,ปีนเขา,ไอซ์สเก็ตและไฮไลต์สำคัญคือการเดินชมเมืองสงบที่แสนโรแมนติก ไฮไลต์สำคัญคือการเดินชมเมืองสงบที่แสนโรแมนติก เหมาะสำหรับการพักผ่อนกับครอบครัว หรือคนรัก รวมถึงในตัวเมืองมีการบริการนั่งรถไฟไอน้ำขึ้นไปยังยอดเขา Schafberg เพื่อชมบรรยากาศของเมืองและทะเลสาปได้โดยรอบ
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่
เมือง ซาลส์บูร์ก (salzburg city)
หรือ เมืองซาลซบวร์ก เมืองสวยแสนโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1996 เป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนามโมสาร์ท และใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ(ที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณครูมาเรีย) เรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว ดังนั้น“เกลือ”จึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและเมือง
|
|
เย็น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่HOPPEN AM SEE FUESSEN/HOPFEN HOTELหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
8
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.00น.
ออกเดินทางสู่
ปราสาทนอยส์ชวาสไตน์ (neuschwanstein castle )
ปราสาทงดงามในฝันดั่งเทพนิยาย มีทิวทัศน์โดดเด่นรอบล้อมด้วยทะเลสาบและธารน้ำ ภายในตัวปราสาทตกแต่งไว้อย่างอลังการ สร้างในค.ศ.18–19 รัชสมัยของพระเจ้าลุดวิกที่2 ตามจินตนาการของคีตกวีชาวเยอรมนี ริชาร์ดวากเนอร์ พระสหายคู่พระทัย เชิญเยี่ยมชมห้องทรงงาน,ห้องบรรทม,ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต พร้อมสัมผัสความงดงามของปราสาทที่ยากเกินกว่าจะบรรยาย แม้กระทั่งราชาการ์ตูนวอล์ทดิสนีย์ยังได้จำลองแบบไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์
|
|
11.30น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย.
เที่ยวชมรอบนครมิวนิค
เมือง มิวนิค (munich city)
เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย แคว้นตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ3ของเยอรมัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีอาร์ตแกลเลอรี่ดีที่สุดด้วย เชิญเที่ยวชมมหานครแห่งนี้ ก่อตั้งในคศ1158 มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง แหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมากมาย
|
|
17.00น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
21.30น.
เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯโดยTG925
|
|
วันที่
9
|
13.00น.
เดินทางถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
|
|