หน้าแรก ทัวร์เต็มรูปแบบ ทัวร์ดูไบ
 
ทัวร์ดูไบ
 
ปิดกรุ๊ปแล้ว ขอบคุณที่สนใจกรุ๊ปทัวร์ ของเราค่ะ

JFO0017 หรรษาล่องเรือ ดูไบ มัสกัต ฟูไจราห์ อาบูดาบี คาซาบ 9 วัน 7 คืน โดย คอสต้า ครูซ

( หากท่านสนใจกรุ๊ปทัวร์ที่ปิดกรุ๊ปไปแล้ว กรุณาสอบถามได้โดยตรงที่ มัชรูมทราเวล โทร. 0 2745 6168 เราจะหาโปรแกรมทัวร์ที่ใกล้เคียงในช่วงเวลาที่ท่านต้องการเดินทาง ขอขอบคุณท่านที่ให้ความไว้วางใจในบริการของมัชรูม ทราเวล )

  
   
กำหนดการ

ราคาเริ่มต้น
 บาท

ดูตารางราคา
ส่งต่อให้เพื่อน แชร์
รายละเอียด ราคาทัวร์
ผู้ใหญ่ (พักคู่)
ผู้ใหญ่ (พักเดี่ยว)
เด็ก (มีเตียง)
เด็ก (ไม่มีเตียง)
รายละเอียดทัวร์
หรรษาล่องเรือ ดูไบ มัสกัต ฟูไจราห์ อาบูดาบี คาซาบ
9 วัน 7 คืน โดย คอสต้า ครูซ
สัมผัสประสบการณ์การเดินทางสุดหรูครั้งหนึ่งในชีวิต
กับการล่องเรือสำราญระดับโลกเหนือน่านน้ำทะเลอาราเบียน
กับเรือสำราญลำใหม่ล่าสุด Costa Favoloza
Costa Favolosa มีระวางขับน้ำ 114,500 ตัน จุผู้โดยสารได้ถึง 3,000 คน พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น 5 ห้องอาหาร, 13 บาร์, 5 อ่างจากุซซี่, 4 สระว่ายน้ำ, โรงภาพยนตร์, ดิสโก้เธค, คาสิโนฯ
วันที่ 1
07.00 น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
09.35 น.
ออกเดินทางสู่ดูไบ โดย EK375
13.05น.
ถึงสนามบินนานาชาติดูไบ
เดินทางไปยัง Dubai Creek เพื่อ: ล่องเรือ อับรา ดูไบ (dubai abra taxi)
ล่องเรือ อับรา บนแม่น้ำครีก ซึ่งเปรียบเสมือน แม่น้ำเจ้าพระยา ชมวิวทั้งสองข้าง พร้อม สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ทั้งๆที่อยู่กลางใจเมือง ชมวิวตึกสูงหลากหลายดีไซน์ ซึ่งแต่ละตึกก้อจะมีเอลักษณ์ของใครของมัน ระหว่างทาง สัมผัสบรรยากาศ ความเป็นอยู่ของชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพในดูไบ ใช้เรืออับราเป็นเสมือนยานพาหนะประจำที่ขาดไม่ได้
นำท่านชม: พิพิธภัณฑ์ดูไบ (dubai museum)
พิพิธภัณฑ์ดูไบ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดในตะวันออกกลาง สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่19 บูรณะครั้งล่าสุดปี1970 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น การค้นพบงานศิลป์ ในหลุมฝังศพที่ AL QUSAIS ที่มีอายุถึง 4,000 ปี และเรื่องราวการค้าขายมุกในประวัติศาสตร์ก่อนการค้นพบน้ำมัน และประทับใจกับการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาถ่ายทอดเพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอาหรับโบราณ
อิสระช้อปปิ้ง: ตลาดทองคำซุก (gold souk)
หรือ โกลด์ ซุก เป็นที่1ในตลาดทองที่ใหญ่สุดในโลก ซึ่งยังคงสภาพเดิมขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ปรับโฉมเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสมัยใหม่ ขายทุกอย่างที่เป็น JEWELRY เช่น มุก อัญมณีต่างๆ ร้านเล็กๆ อยู่หลังร้านใหญ่ มีร้านทองมากมายกว่า100ร้าน ให้ได้เลือกซื้อหาลวดลายสวยงามแปลกตา มีทองคำทุกน้ำหนัก หลากหลายดีไซน์ ออกแบบสวยงามวิจิตร บางชิ้นไม่ได้ทำสำหรับลูกค้าผู้หญิง แต่สำหรับสุภาพบุรุษ เด็ก หรือเป็นเครื่องประดับบ้าน แม้ชาวตะวันออกกลางที่มาตลาดทองบ่อยๆ ยังอดตื่นตาตื่นใจกับขนาดและความเหลืองอร่ามของที่นี่ไม่ได้
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักบนเรือสำราญ Costa Favolosa

วันที่ 2
อิสระให้ท่านพักผ่อนหรือร่วมทำกิจกรมต่างๆที่บนเรือให้บริการตามอัธยาศัย
13.00น.
เรือสำราญล่องออกจากท่าเรือดูไบ
อาหารเช้า อาหารเที่ยงและอาหารค่ำบนเรือ
พักบนเรือสำราญ Costa Favolosa

วันที่ 3
08.30น.
เรือสำราญเทียบท่าที่: กรุงมัสกัต (muscat city)
เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดของประเทศโอมาน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับอิสลาม มีประชากรประมาณ1,090,797คนเป็นชาวโอมาน ที่เหลืออีก40%เป็นชาวต่างชาติ เช่น อินเดีย ชาวอเมริกัน อังกฤษ และชาวดัตช์ 'มัสกัต'ได้พัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างรวดเร็วและเป็นผู้นำด้านการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมหลายเชื้อชาติตั้งแต่ปีคศ1970 เป็นเมืองที่ใจกว้างและก้าวหน้า ใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย ไม่ควรพลาดไปเที่ยวชมมหามัสยิดแห่งสุลต่านคาบอส,ตลาดมุทเลาะห์ ที่ให้บรรยากาศแบบเก่าๆ,พระราชวังหลวงอัล อะลัม,ปราการอัล จาลาลี
นำท่านชม: สุลต่าน กาบูส แกรนด์ มอสก์ (sultan qaboos grand mosque)
สุเหร่าที่มีความสวยงาม มีความสำคัญต่อประเทศโอมาน เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาของชาวโอมาน ขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงมัสกัต สร้างโดย สุลต่าน กาบูส บิน ซาอิด สร้างจากหินทรายนำเข้าจากอินเดีย3แสนตัน ใช้เวลาสร้าง6.4ปี ภายใน ภายในมีห้องสวดมนต์,ปูพรมทอมือทั้งผืน,แชนเดอเลียหรือโคมไฟระย้า,กำแพงขาวจัดตัดกับขอบประตูวงโค้งประดับโคมไฟ ยอดโดมศิลปะไบเซนไทน์เป็นสง่าอยู่กลางขอบฟ้าสีน้ำเงิน ยามราตรี มอสก์นี้ดูยิ่งใหญ่มาก ฉาบลำแสงสีทองมลังเมลืองตัดกับขอบฟ้าสีดำ แต่ต้องสวมเสื้อผ้ายาวมิดชิด
นำท่านชม: พิพิธภัณฑ์เบท์ อัลบารานดา (bait al baranda museum)
บริหารจัดการโดยเทศบาลเมืองมัสกัต เป็นพิพิธภัณฑ์ของเมืองมัสกัตที่ควรเข้ามาศึกษาเพราะที่นี่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองมัสกัต,กิจกรรมทางศิลปะพื้นเมืองวัฒนธรรม,ชีวิตสมัยโบราณแรกตั้งถิ่นฐานของมนุษย์จาก10,000ก่อนพุทธศตวรรษในยุคก่อนอิสลาม,อธิบายการเกิดภูเขาและแอ่งน้ำของเมือง,อ่าวท่าเรือมัสกัต รวมทั้งงานวิจัยทางประวัติศาสตร์ที่ได้ดำเนินการโดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยืนยันจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์มากกว่า2,500ปี และเอกสารที่อ้างอิงในห้องสมุด เปิดบริการตั้งแต่วันที่16ธค2006
นำท่านชม: หมู่บ้านชาวประมง ฮาราเมล (fishing village of haramel)
หมูบ้านชาวประมงที่เงียบสงบ และมีประวัติยาวนาน อยู่นอกเมืองมัสกัต ประเทศโอมาน ชาวบ้านประกอบอาชีพประมงเป็นเวลามาช้านาน ที่นี่ เป็นชุมชนท้องถิ่นที่ยังคงรักษาความเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม พวกผู้ชายจะนั่งล้อมรอบ ซ่อมมุ้งตกปลา หรือแล่นเรือขนาดเล็ก เรือคายัค ออกหาปลาและสัตว์ทะเลต่างๆ พวกปลาหมึก ตกเย็น เงียบสงบ นับเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเที่ยวชมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้วยการเล่น ชมวิว บรรยากาศทะเล สงบเงียบ
นำท่านชม: มุทเลาะห์ ซุก (muttrah souk)
มุทเลาะห์ เป็นตลาดกลางท้องถิ่นเมืองมัสกัต ห่างจากตลาดทองซุหเพียง5นาที และเป็นย่านการค้าพื้นเมือง มุทเลาะห์ ซึ่งพลุกพล่านด้วยชีวิตชีวา คนพื้นเมืองยังนิยมไปเลือกซื้อของในซุก แม้ว่าจะมีห้างสรรพสินค้าแบบตะวันตกอยู่หลายแห่ง มีของพื้นเมืองมากมาย เช่น งานแกะสลัก,กำยาน,ยางไม้หอมเมอร์ และสินค้าของใช้ในครัวเรือน,รองเท้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูป,กระถาง,ภาพวาด รวมทั้งสินค้าของที่ระลึกต่างๆ ของนักท่องเที่ยว ราคาถูก เพลิดเพลินกับกลิ่นผสมของกำยาน น้ำมันน้ำหอมดอกมะลิสดและเครื่องเทศ เชิญเดินเล่นชมตลาดเมืองมัสกัต
แวะถ่ายรูปด้านนอกของ: พระราชวัง อัล อาลาม (al alam palace)
แวะถ่ายภาพที่ 'พระราชวัง อัล อาลาม พาเลซ' เป็นพระราชวังที่ประทับของสุลต่าน คาบูส และสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงมัสกัต ด้านข้างเป็นป้อมโบราณของโปรตุเกส มิรานี และ จาลาลี สร้างในศตวรรษที่16 ตั้งอยู่ระหว่างป้อมปราการ Jalali Mirani และถือเป็นหนึ่งในอาคารสวยที่สุดของเมืองมัสกัต ด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ของทั้งประเทศโอมาน โดยเฉพาะช่วงเช้า หรือ เย็น มีแสงแดดสีทองสะท้อนให้เห็นน้ำทะเลสีฟ้าสีเขียวขุ่นของมหาสมุทร
ป้อมมิรานี และจาลาลี่ (fort mirani & jalali)
ป้อมมิรานี และจาลาลี่ เป็นป้อมโบราณของโปรตุเกส สร้างในศตวรรษที่16 ตัวป้อมมิรานี เป็นป้อมเดิมที่สร้างก่อนโปรตุเกสมาถึงในปี คศ1588 โปรตุเกสได้ปรับปรุงป้อมแห่งนี้ขึ้นใหม่ เพิ่มบริเวณที่เก็บของ โดย อิหม่ามอาห์เมด บิน ซาอิด และหลาน ในศตวรรษที่19 ส่วนป้อมจาลาลีถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในยุดของผู้ปกครองในปัจจุบัน และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงมัสกัต
18.00น.
เรือสำราญล่องออกจากท่าเรือมัสกัต
อาหารเช้า อาหารเที่ยงและอาหารค่ำบนเรือ
พักบนเรือสำราญ Costa Favolosa

วันที่ 4
07.00น.
เรือเทียบท่า ณ รัฐฟูไจร่าห์
เดินทางสู่: รัฐฟูไจร่าห์ (fujairah)
เป็น1ใน7รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส และเป็นรัฐเดียวที่ตั้งบนอ่าวโอมานทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่1,450ตรกม มีประชากร130,000คน รัฐนี้มีปริมาณน้ำฝนรายปีเฉลี่ยสูงกว่ารัฐอื่นๆสามารถทำการเกษตรกรในพื้นที่เป็นประจำทุกปีประกอบด้วยอาคารบ้านเรือนและมัสยิดเก่าแก่ที่สุดในประเทศ สร้างขึ้นในปีคศ1446 ด้วยอิฐโคลน คล้ายๆกับมัสยิดอื่นๆที่พบในเยเมน โอมานตะวันออกและกาตาร์ นอกจากนี้ มีมัสยิตอัลบิดญาที่มี4โดม แต่ไม่มีหอคอยสุเหร่า แวะเยี่ยมชมป้อมฟูไจร่าห์,หมู่บ้านวัฒนธรรมฟูไจร่าห์,มัสยิด Al Bidya
แวะถ่ายรูปที่: ป้อมฟูไจร่าห์ (fujairah fort)
ป้อมปราการเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของรัฐฟูไจร่าห์ ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีดวงอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าสาดส่องแสงงดงาม สร้างขึ้นในปีคศ1670 แต่เกิดความความเสียหายอย่างรุนแรงโดยการทิ้งระเบิดของอังกฤษในช่วงศต20 ต่อมาได้บูรณะ มีสวน ล้อมรอบด้วยซากของบ้านเก่า ใช้เป็นสถานที่ป้องกันและรักษาความปลอดภัยของตึกและอาคารบ้าน ตั้งบนแนวชายฝั่งตะวันออกมาหลายศตวรรษแล้ว มีโครงสร้างเป็นอิฐโคลน3ส่วนสำคัญ ประกอบด้วยหลายหอ เชิญสำรวจกำแพงเมือง ป้อมปราการ ประตูอาคารอนุสรณ์สถาน และดาดฟ้า โดยหลายสถานที่ๆ ได้เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน
เดินทางสู่: หมู่บ้านวัฒนธรรมฟูไจร่าห์ (fujairah heritage village)
หมู่บ้านโบราณแบบดั้งเดิม อยู่ภายในป้อมฟูไจร่าห์ ล้อมรอบด้วยอาคาบ้านเรือนและตึกเก่าๆ มีการปรับปรุงและบูรณะ ป้อมฟูไจร่าห์, กำแพงสร้างด้วยอิฐโคลน,สร้างโรงละครที่สามารถบรรจุผู้ชมได้ถึง3,000คน ตัวกำแพงใช้วัสดุก่อสร้างเหมือนกับป้อมฟูไจร่าห์ เชิญสัมผ้สถึงวิธีชีวิตของคนในท้องถิ่น ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมฟูไจร่าห์ ตลอดจนสำรวจการก่อสร้างบ้านเรือน และเครื่องมือเครื่องใช้ ภายในหมู่บ้าน
แวะถ่ายรูปที่: มัสยิด อัล บิดญา (al bidya mosque)
มัสยิดเก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตและเป็นศาสนาสถานปฎิบัติพีธีกรรมทางศาสนาอิสลามของชาวเมืองรัฐฟูไจร่าห์ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถเข้าเยี่ยมชมที่นี่ โดยผู้หญิงต้องคลุมผ้าที่ศรีษะและไหล่ให้เรียบร้อยตามกฎของศาสนาอิสลาม โดยสามารถมองเห็นตัวปราสาทเหนือมัสยิดนี้ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญ มัสยิดนี้สร้างด้วยหินและอิฐโคลน เคลือบหลายชั้นในของปูนขาว whitewashed เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในการก่อสร้างทางวิศวกรรมถือเป็นความสำเร็จของยุคนั้น มีหลังคาที่โดดเด่น ประกอบด้วย4โดมและเสาภายใน
16.00น.
เรือสำราญล่องออกจากท่าเรือฟูไจราห์
อาหารเช้า อาหารเที่ยงและอาหารค่ำบนเรือ
พักบนเรือสำราญ Costa Favolosa

วันที่ 5
09.00น.
เรือเทียบท่า ณ: นครอาบูดาบี (abu dhabi city)
อาบูดาบี เคยเป็นหมู่บ้านของเกษตรกรและชาวประมง ซึ่งนอกจากจะปลูกพืชผัก เลี้ยงอูฐ และออกหาปลาแล้ว ยังมีอาชีพเก็บหอยมุก ทำให้อาบูดาบีกลายเป็นผู้ส่งออกไข่มุกรายใหญ่ ก่อนที่จะเริ่มมีการลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมัน หลังขุดพบบ่อน้ำมันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1958 ที่ผ่านมา อาบูดาบี เรียกตัวเองว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมประจำภูมิภาค" ทั้งนี้เนื่องจากมีการผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ จากหลายชนชาติ อาทิ อิหร่าน อินเดีย ปากีสถาน ฯลฯ รวมทั้งวัฒนธรรมของชาติตะวันตก ทำให้มีโบสถ์คริสเตียน วัดฮินดู
แวะถ่ายรูปที่: จุดชมวิวชิคาโกบีช สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (united arab emirates chicago beach)
จุดชมวิว ชิคาโกบีช สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ กับชายทะเลสีเทอร์ควอยซ์ ที่ท่าน SHIEAK ALNAYAN สร้างขึ้นเป็นของขวัญแก่ชาวเมือง ระหว่างทาง ท่านจะได้ชมตัวเมืองดูไบ ซึ่งเป็นที่ สองในบรรดารัฐทั้งเจ็ดของสหรัฐอาหรับเอมิเรดส์ รองจาก กรุงอาบูดาบี้ ดูไบนับเป็นหัวใจของธุรกิจการค้า และการท่องเที่ยวแห่งดินแดนตะวันออกกลางและดูไบยัง เป็นมากกว่าเมืองสมัยใหม่ที่มากมายด้วยตึกสูงระฟ้า แต่ด้วยภูมิประเทศที่แตกต่าง ความเขียวขจีของผืนดิน สนามหญ้า ต้นปาล์ม และต้นอินทผลัมนานาพันธุ์ที่ เรียงรายอยู่ทั่วไป ฝั่งน้ำอันสดใส
นำท่านชม: สุเหร่าหลวงนครอาบูดาบี (sheikh zayed grand mosque)
มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมและความสำคัญทางศาสนา เป็นสุเหร่าที่ใหญ่อับดับ3ของประเทศและสุเหร่าประจำเมือง รองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาถึง40,000คน สร้างโดยผู้ครองนครอาบูดาบี ท่าน SHIEK AL NAYAN ผู้ซึ่งก่อตั้งประเทศนี้ ก่อนท่านจะสวรรคต ใช้เวลาในการสร้าง10ปี มีพรมผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด5,627ตรม และโคมไฟChandelierใหญ่ที่สุดในโลก นำเข้าจากประเทศเยอรมันทำด้วยทองคำและทองแดง เป็นสุสานหลวงที่ฝังพระบรมศพของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan อดีตประธานาธิบดีคนแรกของประเทศและเจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบี้
หมู่บ้านพื้นเมือง อาบูดาบี (heritage village)
หมู่บ้านพื้นเมือง อาบูดาบี เป็นหมู่บ้านพื้นเมืองจำลองความเป็นอยู่ของชาวเบดูอิน ที่เคยเร่ร่อนอยู่ในทะเลทราย อยู่ด้านหลังของ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ นครอาบูดาบี บนถนนมุสซาฟา เข้าทางด้านหลังจากสนามบินนานาชาตินครอาบูดาบี จะพบหมู่บ้านนี้ นักท่องเที่ยวมาเยือนนครอาบูดาบี มักนิยมเยี่ยมชมหมู่บ้านนี้มักใช้ขี่อูฐเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน ได้สัมผัสชีวิตเร่ร่อนที่เรียบง่ายของชาวเบดูอินในนครอาบูดาบี เยี่ยมชมบ้านอิฐโคลน โบถด์มัสยิด และช้อปปิ้งสิ้นค้าพื้นเมืองในตลาด เปิดบริการฟรีทุกวัน
โรงแรม เอมิเรตส์ พาเลซ (emirates palace hotel)
โรงแรม "เอมิเรตส์ พาเลซ" ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ.2005 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างถึง 120,000 ล้านบาท จากการใช้เงิน ทอง และหินอ่อน เป็นวัสดุในการก่อสร้าง นอกจากนั้น โรงแรมแห่งนี้ยังติดตั้งโคมไฟระย้าที่ทำขึ้นมาจากแก้วคริสตัลของ "สวารอฟสกี้" เป็นจำนวนถึง 1,002 ชิ้น เป็นโรงแรมที่สวยที่สุด
18.00น.
เรือสำราญล่องออกจากท่าเรือ
อาหารเช้า อาหารเที่ยงและอาหารค่ำบนเรือ
พักบนเรือสำราญ Costa Favolosa

วันที่ 6
08.00น.
เรือเทียบท่า ณ: เมือง คาซาบ (khasab city)
เมืองคาซาบ ตั้งอยู่ที่ประเทศโอมาน อยู่ใกล้กับช่องแคบ Hormuz ประมาณ 60 กม. ห่างจาก Ras Al Khaimah ในสหรัฐอาหรับเอมิเรต เป็นเมืองที่รู้จักกันสำหรับการประมงและการนำเรือขนาดเล็กไป-กลับจากอิหร่าน โดยคนจะนิยมซื้อสินค้าที่มีหลากหลายนำกลับไปขายที่อิหร่าน
ล่องเรือเดินทางแบบโอมานดั้งเดิม (dhows on khasab harbour musandam)
ล่องเรือเดินทางแบบโอมานดั้งเดิมสู่คาบสมุทรมูซานดาม อันเป็นที่ตั้งของอ่าวซิกกี้ เปรียบได้กับ ฟยอร์ดนอร์เวย์ หรือ นอร์เวย์แห่งอาราเบียน ตื่นตากับธรรมชาติ ด้วยภูมิประเทศเป็นคลื่นภูเขาสูงชันเสียดฟ้า เชิดตัวขึ้นมาเป็นกำแพงขนาบไปกับผืนทะเล ขณะล่องเรือ เห็นร่องรอยคดเคี้ยวของธารน้ำเหือดแห้ง ทอดยาวระหว่างช่องเขา สลับกับทิวเขาเขียวขจี ชื่นชมกับน้ำทะเลสีเทอร์คอยซ์ ตัดกับความสวยงามของโขดหินทรายสีครีม ผ่านหมู่บ้านชาวประมง สนุกสนานกับการถ่ายภาพปลาโลมาที่มักจะว่ายคู่ไปกับเรือตลอด
นำท่านชม: ป้อมคาซาบ (khasab fort)
ป้อมปราการโบราณริมทะเล สร้างเพื่อป้องกันชายฝั่งจากน้ำและลมทะเล ตั้งตระหง่านอย่างน่าเกรงขาม ที่เมืองคาซาบ ประเทศโอมาน ปัจจุบันบริเวณท่าเรือที่ป้อมนี้ไม่ได้เป็นท่าเรือดำเนินการค้ากับอิหร่านข้ามช่องแคบ Hormuz แล้ว แต่ป้อมนี้ ได้รับการบูรณะเกือบสมบูรณ์แล้ว มีตัวอย่างของเรือโอมานแบบดั้งเดิมตั้งอยู่ด้วย จากเมืองคาซาบนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยเครื่องบินไปยังเมือง Musandam ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโอมาน หรืออาจใช้เส้นทางนี้เดินทางไปเมืองดูไบ โดยลัดเลาะไปตามแนวชายฝั่ง เพื่อชมธรรมชาติสวยงาม
เดินทางสู่: ป้อมบูคาห์ (bukha fort)
ป้อมบูคาห์ ตั้งอยู่ในบริเวณชายแดนระหว่างโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตท์ สร้างโดยตระกูล Al-Malek ซึ่งปัจจุบัน ตระกูลนี้ก็ยังอาศัยอยู่ที่เมืองดูไบ ต่อมาป้อมปราการนี้ได้รับการบูรณะ โดยได้ฉาบปูนชั้นในและก่อสร้างหอทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ขึ้นเพื่อต้านทานการยิงปืน cannonballs ออกมาจากท้องทะเล
19.00น.
เรือสำราญล่องออกจากท่าเรือ
อาหารเช้า อาหารเที่ยงและอาหารค่ำบนเรือ
พักบนเรือสำราญ Costa Favolosa

วันที่ 7
13.00น.
เรือเทียบท่า ณ: เมือง ดูไบ (dubai city)
ดูไบ..เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีประชากร 1,674,527คน เป็นเมืองแห่งความมหัศจรรย์ เพราะที่ถูกผันแปรจากดินแดนทะเลทรายมาสู่ความมั่งคั่งในการค้า บริการ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศูนย์กลางธุรกิจ ไม่จำกัดเฉพาะการค้าน้ำมันแบบก่อนๆ การขายน้ำมันที่ถือว่าเป็นรายได้หลักของประเทศ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น หมู่เกาะต้นปาล์ม, อาคารเบิร์จดูไบ, เบิร์จอัลอาหรับ, ถนน Al Fahidi, พิพิธภัณฑ์ดูไบ,ตลาดทองหรือที่เรียกว่า ซุก เป็นต้น
หลังอาหารกลางวัน เดินทางสู่: เอมิเรตส์ ดูไบ มอลล์ (dubai emirates mall)
เอมิเรตส์ มอลล์ ดูไบ เป็นศูนย์การค้าสร้างขึ้นใหม่ล่าสุดของดูไบ ภายในมี SKI PARK โดยเนรมิตให้มีลานสกีหิมะ(จำลองมาจากเมืองตากอากาศในประเทศสวิสเซอร์แลนด์)ซึ่งมีทั้งลานสกีเล็กสาหรับเด็กและลานสกีใหญ่สาหรับผู้ใหญ่ สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเนินสาหรับเล่นสกีได้ เชิญพิสูจน์ “หิมะตกในทะเลทรายได้อย่างไร” ที่นี่
อิสระเล่นสกีน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ Ski Dubai Complex
อาหารเช้า อาหารเที่ยงและอาหารค่ำบนเรือ
พักบนเรือสำราญ Costa Favolosa

วันที่ 8
09.00น.
เช็คเอาท์ออกจากเรือสำราญ
แวะถ่ายรูปที่: พระราชวังท่านชีค (shiekh palace)
ตื่นตาตื่นใจกับพระราชวังท่านชีคซาอีค ประมาณท่านเจ้าเมืองดูไบ อันหรูหรายิ่งใหญ่อลังการของครอบครัว Shiekh Al Maktoum ตั้งอยู่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีความร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ และพืชพรรณนานาชนิด และบรรดาเหล่านกยูง มากมาย นับหลายสิบตัว เชิญถ่ายภาพเป็นที่ระลึก หน้าพระราชวังอันงดงาม
นำท่านชม: สุเหร่าจูไมร่า (jumeirah mosque)
สุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของดูไบที่สร้างด้วยหินอ่อนงดงามทั้งหลัง การก่อสร้างสุเหร่านี้ใช้ร่วมกับวัสดุก่อสร้างทันสมัย และเป็นหนึ่งในมัสยิดที่น่าสนใจที่สุดในดูไบ ได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่มีสถาปัตยกรรมอิสลามที่ทันสมัยสวยงามมากสุดในแถบนี้ด้วย ในขณะที่เดินเล่นผ่านมัสยิด ท่านสามารถชมพระอาทิตย์ตกที่มีแสงสาดส่องสะท้อนเงาโรแมนติกมาก พอไปถึงมัสยิต จะมีเจ้าหน้าที่นำชุดมาให้ใส่ เป็นชุดพื้นเมือง และบรรยายเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับหลักศาสนา วิธีการปฎิบัติรวมถึงการไหว
หาดจูไมร่า (jumeirah beach)
ชายหาดตากอากาศสวยงามยอดนิยมของดูไบ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เป็นหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใสราวกระจก เพราะเป็นเขตที่มีหอยมุก มีสาวๆ ฝรั่งใส่บิกินี่มานอนอาบแดด แต่ไม่มีสาวอาหรับเลย เพราะพวกเธอจะออกมาเล่นน้ำทะเลกันตอนเที่ยงคืน ไม่มีคนเห็น เชิญถ่ายรูปชายหาดจูไมร่าและโรงแรม Burj Al Arab 7ดาว สวยและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับ บริเวญโดยรอบหาดนี้ เป็นที่พักอาศัยและสำนักงานชั้นดี เมืองมหาวิทยาลัย
แวะถ่ายรูปที่: บูร์จอัลอาหรับ (burj aj arab)
บูร์จอัลอาหรับ เป็นโรงแรมที่หรูหราในนครรัฐดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีความสูง 321 เมตร หรือ 1,050 ฟุต และยังสูงเป็นอันดับ 32 ของโลก ตึกบูร์จอัลอาหรับ ตั้งอยู่บนเกาะที่ถูกถมขึ้นห่างจากชายฝั่งจูไมราบีช 280 เมตรและเชื่อมต่อด้วยสะพานที่มีลักษณะโค้ง มีลักษณะโครงสร้างการออกแบบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบและตัวอาคารเลียนแบบมาจากใบของเรือใบ
เดินทางสู่: หมู่เกาะต้นปาล์ม ดูไบ (dubai palm islands )
หมู่เกาะต้นปาล์ม ป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ใน ดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์ม และล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม โดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัย และรีสอร์ท การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ การก่อสร้างใช้เวลา 7 ปี ใช้แรงงานก่อสร้างจากแหล่งงานสำคัญจากประเทศต่างๆจากเอเชียใต้ เช่นอินเดีย ปากีสถาน และบังคลาเทศ เพราะแรงงานเหล่านี้เป็นแรงงานราคาถูกที่สุด โดยทำงานผลัดกัน 2–3 ช่วงต่อวัน ช่วงละ 8 ชม.
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ดูไบ (dubai aquarium)
หรือ ดูไบอควาเรียม เป็นหนึ่งในอะควาเรียมที่ใหญ่สุดในโลก กว้าง32.8ม สูง8.3ม หนา750มม หนั 245,614กก เป็นหน้าเป็นตาของนครรัฐดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดตัววันที่4พย2551 ได้ทำลายสถิติโลกของกินเนสบุ๊ค ว่าเป็นกระจกอะคริลิคขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งกระจกนี้สามารถทนต่อแรงดันของน้ำกว่า10ล้านลิตรได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันมีความโปร่งใสจนผู้ชมสามารถชมความสวยงามของสัตว์น้ำกว่า33,000ชนิดได้อย่างชัดเจน เชิญชมตู้กระจกที่ใหญ่สุด มีปลามากมายหลายพันธุ์ที่รอให้มาชื่นชมสถานที่ที่เหมาะแก่การเรียนของทุกคน
อิสระช้อปปิ้ง: ช้อปปิ้งมอลล์ ริมทะเล ดูไบ (berdinat mina slam shopping mall)
ช้อปปิ้งมอลล์ ริมทะเล ดูไบ เป็นศูนย์การค้ารูปทรงอาหรับโบราณ ตั้งอยู่ติดริมทะเล Berdinat Mina Slam นครดูไบ ภายในตกแต่งสวยงามแบบอาหรับ และมีร้านค้าทันสมัยมากมาย ให้จับจ่ายซื้อของ และสำราญกับถ่ายรูปกับบริเวณรอบๆ ซึ่งสร้างเป็นสระน้ำ มีเรือท่องเที่ยวแบบเรือ CONDOLA ของอิตาลี ได้ชื่นชมความสวยงามของภูมิประเทศ และบรรยากาศรอบๆ งดงาม
อาหารเช้า อาหารเที่ยงและอาหารค่ำบนเรือ
หลังอาหารค่ำ เดินทางสู่สนามบิน
23.10น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย EK

วันที่ 9
08.10น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ

   
รายละเอียด อัตราและเงื่อนไข ต่างๆ
อัตราค่าบริการราคา (บาท):
สินค้านี้ ปิดกรุ๊ปแล้ว

อัตราค่าบริการนี้รวม :

ห้องพักบนเรือสำราญ 7 คืน, ทัวร์ตามโปรแกรม
อาหารทุกมื้อ, กิจกรรมและความบันเทิงบนเรือสำราญ
ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด โดยสายการบินเอมิเรตส์
ภาษีท่าเรือ, ภาษีน้ำมันสายการบิน
วีซ่าประเทศดูไบและโอมาน และประกันการเดินทาง
ทิปพนักงานบนเรือ
รถรับส่งสนามบิน และท่าเรือ
หัวหน้าทัวร์คนไทยร่วมเดินทางเพื่อดูแลคณะ
ทัวร์เสริมบนฝั่ง

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม :

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ และอื่นๆ
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในกรณีออกใบกำกับภาษี
ทิปไกด์

เงื่อนไขการชำระเงิน :
กล่องแสดงความคิดเห็น
ข้อควรระวังในการใช้รีวิวโปรดระวัง ผู้แอบอ้างใช้ชื่อ "มัชรูม ทราเวล" ขายกรุ๊ปทัวร์และเรียกเก็บเงินค่ามัดจำ

เนื่องจากรีวิวของเราเปิดให้บุคคลทั่วไป มาแสดงความคิดเห็นและสอบถามได้อย่างอิสระ
จึงมีกลุ่มคน เพื่อต้องการหาประโยชน์จากช่องทางนี้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและการป้องกันการถูกแอบอ้าง


1.อย่าแจ้งเบอร์โทรศัพท์,email หรือที่อยู่ติดต่อลงใน website ของเรา จะเป็นการเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพติดต่อคุณและหลอกลวงได้ง่าย


2.กรุณาติดต่อมัชรูมทราเวลผ่านทาง Call Center 0-2745-6168 และทาง Fax. 0-2745-6258 เท่านั้น

3.อย่าโอนเงินชำระค่าบริการเข้าบัญชีธนาคารส่วนบุคคลเป็นอันขาด การโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทไม่ว่ากรณีใด ๆ มัชรูมทราเวล จะใช้ชื่อบัญชีธนาคารในนามของ "บริษัท โฟร์พี พลัส จำกัด" เท่านั้น

ท่านมีข้อสงสัยการกรุณาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ "มัชรูม ทราเวล" โทร. 02-7456168 หรือ อีเมล์ ที่Contact@4pplus.com
ด้วยความปรารถนาดี จาก :มัชรูม ทราเวล ดอทคอม:

    แสดงความคิดเห็น
กรุ๊ปทัวร์ แนะนำ
ทัวร์ต่างประเทศ
  ทัวร์เกาหลี
  ทัวร์โครเอเชีย
  ทัวร์จอร์แดน
  ทัวร์จีน
  ทัวร์ญี่ปุ่น
  ทัวร์ดูไบ
  ทัวร์เดนมาร์ก
  ทัวร์ตุรกี
  ทัวร์นิวซีแลนด์
  ทัวร์เนเธอร์แลนด์
  ทัวร์เนปาล
  ทัวร์เบลเยียม
  ทัวร์ฝรั่งเศส
  ทัวร์พม่า
  ทัวร์มาเลเชีย
  ทัวร์เยอรมัน
  ทัวร์รัสเชีย
  ทัวร์ลาว
  ทัวร์เวียดนาม
  ทัวร์สเปน
  ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
  ทัวร์สวีเดน
  ทัวร์สิงคโปร์
  ทัวร์อเมริกา
  ทัวร์ออสเตรเลีย
  ทัวร์ออสเตรีย
  ทัวร์อังกฤษ
  ทัวร์อิตาลี
  ทัวร์อินเดีย
  ทัวร์อินโดนีเชีย
  ทัวร์อียิปต์
  ทัวร์แอฟริกาใต้
  ทัวร์ฮ่องกง
  ทัวร์ฮังการี
ทัวร์ในประเทศไทย
  ทัวร์ตรัง
  ทัวร์ตาก
  ทัวร์สุราษฎร์ธานี
แพ็คเกจทัวร์อิสระ ต่างประเทศ
  แพ็คเกจทัวร์กัมพูชา
  แพ็คเกจทัวร์จีน
  แพ็คเกจทัวร์ลาว
  แพ็คเกจทัวร์สาธารณรัฐเช็ก
  แพ็คเกจทัวร์สิงคโปร์
  แพ็คเกจทัวร์ฮ่องกง
แพ็คเกจทัวร์อิสระ ในประเทศ
แนะนำมัชรูมทราเวล | ข่าวจากมัชรูมทราเวล | ลูกค้าของเรา | การรับรองจากลูกค้า | ติดต่อมัชรูมทราเวล | นโยบาย | แผนผังเว็บไซต์ | ลิงค์เพื่อนบ้าน
<< ระวัง !! กลุ่มมิจฉาชีพขายทัวร์และบริการอื่นๆ โดยแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทโฟร์พีพลัส หรือ มัชรูมทราเวล
กรุณาชำระค่าบริการผ่านธนาคารชื่อบัญชีบริษัท "โฟร์พีพลัส" เท่านั้น >>

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ใบอนุญาติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เลขที่ 11/05627 สมาชิกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เลขที่ 03022
e-Commerce No. 010555055247 สงวนลิขสิทธิ์ 2552 มัชรูมทราเวลดอทคอม