วันที่
1
|
11.00น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
14.05 น.
ออกเดินทางสู่มิวนิกโดย TG 924
|
|
20.00น.
ถึง:
เมือง มิวนิค (munich city)
เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย แคว้นตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ3ของเยอรมัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีอาร์ตแกลเลอรี่ดีที่สุดด้วย เชิญเที่ยวชมมหานครแห่งนี้ ก่อตั้งในคศ1158 มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง แหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมากมาย
|
|
พักโรงแรม NH AIRPORT HOTEL, MUNICH
|
|
วันที่
2
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ซาลส์บูร์ก (salzburg city)
หรือ เมืองซาลซบวร์ก เมืองสวยแสนโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1996 เป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนามโมสาร์ท และใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ(ที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณครูมาเรีย) เรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว ดังนั้น“เกลือ”จึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและเมือง
|
|
นำท่านชม:
จตุรัสโมสาร์ทและอนุสาวรีย์โมสาร์ท (mozart square and mozart monument)
สร้างขึ้นกลางเมืองซาลซบวร์ก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรีอีกเมืองหนึ่งของประเทศออสเตรีย และเป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอก 'โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท' เพื่อที่รำลึกถึงนักดนตรีเอกของโลก โมสาร์ทมีชีวิตอยู่ช่วง 27มค.พศ.2299-5ธค. พศ.2334 โมสาร์ทนั้น เป็นนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงก้องโลก มีงานประพันธ์เพลง 700 ชิ้น รวมทั้งโอเปร่า ปัจจุบันผลงานต่างๆของเขาได้ถูกนำมาจัดจำหน่ายเป็นสื่อต่างๆ มากมาย
|
|
นำท่านชม:
ปราสาทโฮเฮนซาลส์ (hohensalzburg fortress)
หรือ ป้อมปราการโฮเฮนซาลส์บูร์ก ตั้งอยู่เมืองซาลส์บูร์ก ประเทศออสเตรีย เป็นป้อมปราการสูงโดดเด่นบนยอดเขาเป็นฉากหลังของซาลส์บวร์ สร้างขึ้นเมื่อปีคศ1077 และมีการสร้างต่อเติมมาเรื่อยๆจนถึงศตวรรษที่17 เพื่อเป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปผู้ครองนคร ไว้ป้องกันข้าศึกศัตรูจากความขัดแย้งระหว่างจักรพรรดิที่เป็นประมุขทางโลกกับอาร์ชบิชอปประมุขทางธรรม เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงพลังอำนาจทางโลก ที่นี่ สร้างอยู่บนเนินเขา มีจุดชมวิวทิวทัศน์จากป้อมปราการมองลงมายังทั้งเมือง มหาวิหารและแม่น้ำซาลส์ซักค์เบื้องล่างสวยงามมาก
|
|
นำท่านชม:
อุทยานมิราเบลล์ (mirabell garden)
หรือ สวนดอกไม้มิราเบล เป็นอุทยานของปราสาทที่ใช้เป็นสถานที่แต่งงาน จัดได้ว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สวนนี้เคยถ่ายทำภาพยนตร์เป็นฉากหนึ่งเรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” ที่โด่งดังไปทั่วโลก เชิญชมสวนแคระ ซแวร์เกิล การ์เท่น ที่แปลกตา,การจัดดอกไม้ประดับอย่างงามตาหลากหลายสีสัน,สวนวงกต,โรงละครในแมกไม้และทิวทัศน์ของ ป้อมปราการโฮเฮ็นซัลสบวร์ก ซึ่งตั้งตระหง่านบนยอดเขาเป็นฉากหลังเพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับสวนแห่งนี้
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมือง เชสกี้ ครุมลอฟ (cesky krumlov city)
เมืองมรดกโลกอีกเมืองหนึ่งของสาธารณรัฐเชค ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครองการพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1993 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปีค.ศ.1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นใน การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองครุมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปีค.ศ.1992
|
|
ถ่ายรูปภายนอก:
ปราสาทครุมลอฟ เชสกี้ครุมลอฟ (cesky krumlov castle )
มรดกโลกชิ้นหนึ่งสร้างเมื่อปีคศ1250 งดงามด้วยสถาปัตยกรรม สมัยเรอเนสซองส์ที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ศตวรรษที่15 ถือว่าเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาและริมฝั่งแม่น้ำวัลตาวา ตรงบริเวณคุ้งน้ำพอดี ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิก Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง ภายในเขตพระราชฐาน มีห้องหับต่างๆ เช่น ห้องเสวย ห้องบรรทม ห้องบอลรูม และโบสถ์ในปราสาท ห้องเหล่านี้เคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนคร ตกแต่งด้วยศิลปอันงดงามทั้งเรอเนสซองส์และบารอค
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม DVORAK HOTEL, CESKY KROMLOV
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
กรุงเวียนนา (vienna city)
เมืองคุณภาพดีที่สุดของโลก และเมืองแห่งสถาปัตยกรรม อากาศบริสุทธิ์ ที่ใครหลายคนอยากไปดื่มด่ำบรรยากาศ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย เช่น เวียนนาวู๊ด ถ้ำซีกร๊อตโต้ เอาส์เลท์พานดอฟ สวนสาธารณะกรุงเวียนนา เกาะดานูบ เป็นต้น เชิญสัมผัสกับความรู้สึกวิเศษสุดเมื่อได้อยู่ในเวียนนา ท่องไปทั่วถนนสายสำคัญกว้างขวางโอ่อ่า เส้นทางร่มรื่น ปราสาทในเทพนิยาย สวนดอกไม้และสวนสาธารณะ บ้านในเมือง โบสถ์ โรงโอเปร่า โรงละคร และพิพิธภัณฑ์
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
ถนนวงแหวนรอบ กรุงเวียนนา (ringstrasse vienna)
โครงการถนนวงแหวนรอบกรุงเวียนนา โดยขนาดของโครงการนี้จูงใจสถาปนิกจากทั่วยุโรป มีการก่อสร้างอาคารที่ทำการของราชสำนักและของรัฐ รวมไปถึงที่พักอาศัยของชนชั้นสูงในยุคของริงสตราเซ่ การค้า,ศิลปะ,ละครร้อง,กวีนิพนธ์ และภาพเขียน ได้รับความสนใจจากประชาชน ทำให้อาคารสถานที่ ต่างๆ ที่รายล้อมรอบดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จัดวางได้อย่างลงตัว เริ่มตั้งแต่พระราชวังฮอฟบรูก์ กลุ่มอาคารพระราชวังของจักรพรรดิ อิมพิเรียลอพาร์ตเมนท์ หอศิลป์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติ
|
|
พระราชวังฮอฟบูรก์ (hofburg palace)
มีเอกลักษณ์ที่ยอดโดม สีเขียวอันสง่างาม เดิมเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของจักรพรรดิ สร้างขึ้นครั้งแรกปีคศ1460 และใช้เป็นพระราชวังที่แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาว มีอาคารเรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ สร้างในคศ1563ตามพระประสงค์ของจักรพรรดิแมกซิมิเลี่ยนที่1 ตรงข้ามเป็นสวนสาธารณะฮอฟการ์เด้น ต่อมาปีคศ1754-73 ดัดแปลงเพื่อใช้เป็นราชสำนักท้องพระโรงประดับด้วยพระสาทิสลักษณ์ของบรรดาเจ้านายในราชสำนัก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องใช้ เครื่องแต่งตัว เครื่องประดับของจักรพรรดิ มีทั้งเสื้อผ้า เพชรพลอยและทองคำล้ำค่า
|
|
เดินทางสู่:
ถนนคาร์ทเน่อร์ (kartner strasse)
ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย สามารถใช้เวลาเดินชมสินค้านานาชนิด หรือ ชมความงามของโบสถ์เซนต์สตีเฟ่น ในศิลปะแบบโกธิค ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา เชิญเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึกต่างๆ นั่งจิบกาแฟต้นตำรับแท้ ชมชีวิตผู้คนของชาวเวียนนาตามอัธยาศัย หรืออาจใช้เวลาว่างทดลองชิมเวียนนาคอฟฟี่ พร้อมเค็กที่มีชื่อเสียง
|
|
นำท่านชม:
มหาวิหารเซนต์สตีเฟน เวียนนา (st. stephen's cathedral)
หรือ สเตฟานสโดม โบสถ์คริสต์ศาสนาของนิกายโรมันคาทอลิก มีฐานะเป็นมหาวิหารที่เป็นวัดแม่ของสังฆมณฑลเวียนนา เป็นที่ตั้งของอัครสังฆราชแห่งเวียนนา ตัวมหาวิหารตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย สถาปัตยกรรมในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์และกอธิค ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่4ดยุคแห่งออสเตรีย ปัจจุบัน ตั้งอยู่บนซากของวิหารเดิมที่สร้างก่อนหน้านั้นสองวัด ป็นวัดแรกประจำท้องถิ่นที่ได้รับการสถาปนาในปีคศ1147 เป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนาที่เห็นได้อย่างเด่นชัดจากหลังคากระเบื้องหลากสี
|
|
เดินทางสู่:
หมู่บ้านกรีนซิ่ง (grinzing)
หมู่บ้านพื้นเมืองเล็กๆทางภาคตะวันออกของออสเตรีย มีชื่อเรื่องการผลิตไวน์สด มีไร่องุ่นเป็นจำนวนมาก พบว่าตระกูล'กรีนซิ่ง'เข้ามาครอบครองและตั้งถิ่นฐานในปีคศ1892 และเฟื่องฟูเจริญเติบโตมั่งคั่งเกี่ยวกับไวน์ 'กรีนซิ่ง'กลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์มากหลาย มีถนนสายหลักและพื้นที่จัตุรัสตลาด แวดล้อมที่อยู่อาศัย เชิญเยี่ยมชมหมู่บ้านนี้ อิ่มอร่อยกับขาหมูหรือไส้กรอกในรสชาติแบบเวียนนาต้นตำรับขนานแท้ พร้อมไวน์เลิศรส ผสมผสานและขับกล่อมด้วยดนตรีพื้นเมืองอันแสนไพเราะภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ หมู่บ้านกรินซิ่ง
|
|
พักโรงแรม AUSTRIA TREND HOTEL PYRAMID HOTEL, VIENNA
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำท่านชม:
พระราชวังเชินบรุนน์ (schonbrunn palace)
พระราชวังสีเลืองตั้งตระหง่านกับสวนดอกไม้ที่ไกลสุดลูกตา ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 จนถึง พ.ศ.2461 ออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นสถานที่รวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก ภายในอุทยานเคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลกเมื่อ พ.ศ.2295 ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
กรุงปราก (prague city)
ดินแดนที่มีสวยงามและโรแมนติกจนเป็นที่เลืองลือทั่วโลก มีผู้คนเดินทางไปชมเมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย เช่น โรมันเนสก์ โกธิค เรเนซองส บารอค รวมทั้ง ศิลปะรูปแบบต่างๆ ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน และองค์การ UNESCO ได้เลือกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมในปี 1992 เชิญเที่ยวชมสถานสำคัญๆ ด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคสมัยสวยงามต่างๆ ได้แก่ จัตุรัสฮราดคานีย์,ปราสาทแห่งกรุงปร๊าก,มหาวิหารเซนต์วิตัส,สะพานชาร์ล เป็นต้น
|
|
แวะช้อปปิ้งที่ แฟชั่น อารีน่า เอาท์เลท
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม MOVENPICK HOTEL, PRAGUE
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำท่านชม:
ปราสาทปราก (prague castle)
ปราสาทใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก สร้างขึ้นในปี 885 โดยเจ้าชายบริโวจเคยเป็นปราสาทของกษัตริย์แห่งเช็กในอดีต ปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดี เสมือนสัญลักษณ์ของประเทศที่ชาวเชครักและภาคภูมิใจ และศูนย์กลางทางการเมืองได้รับการบูรณะในสมัยของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ในสไตล์แบบกอธิค ได้รับการรับรองจากกินเนสส์บุ๊กว่า เป็นปราสาทโบราณใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ 570 เมตร และความกว้างประมาณ 130 เมตร
|
|
เดินทางสู่:
สะพานชาร์ลส ปราก (charles bridge)
สัญลักษณ์ของเมืองปรากสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่14 ตลอดราวสะพานมีประติมากรรมรูปปั้นนักบุญสไตล์บารอกที่งดงามและไม่ซ้ำกันอยู่ถึง30แบบ และเป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดใจที่สุดของกรุงปราก ชื่อเดิมเรียกว่า “สะพานปราก” ต่อมาในปีคศ1870 เปลี่ยนชื่อตามพระนามของพระเจ้าชาร์ลส์ อยู่ย่านจัตุรัสและตัวเมืองเก่า ที่คลาสสิกโดยเฉพาะอาคารศาลาเทศบาลกรุงปรากและนาฬิกาโบราณที่ทุกชั่วโมงมีตุ๊กตาออกมาบอกเวลา และจักรราศีของดวงดาวในแต่ละวัน อีกทั้งยังเป็นนาฬิกาเก่าแก่แห่งหนึ่งในยุโรป
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
นำท่านชม:
จตุรัสเมืองเก่า ปราก (prague old town square)
ตั้งอยู่บริเวณเขตเมืองเก่าของกรุงปราก ซึ่งอยู่ไกล้กับจตุรัสเวนเซลัส และสะพานชาร์ลส ที่นี่..จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศในช่วงฤดูร้อน โดยบริเวณรอบๆจะประกอบไปด้วยหมู่อาคารศิลปะโรมาเนสก์,ศิลปะกอธิค เช่น วิหารทิน และศิลปะบารอค เช่น โบสถ์เซนต์นิโกลาส เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว ยังมีนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณอยู่ใกล้ๆกัน ด้านล่างของนาฬิกามีหน้าปัดแสดงเดือนในปัจจุบัน เป็นหอนาฬิกาโบราณที่ยังใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน
|
|
นำท่านชม:
นาฬิกาดาราศาสตร์ปราก (prague astronomical clock)
นาฬิกาดาราศาสตร์โบราณ ตั้งอยู่บริเวณจตุรัสเมืองเก่า ซึ่งจะแสดงวิถีการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ด้านล่างของนาฬิกาดาราศาสตร์จะมีหน้าปัดแสดงเดือนในปัจจุบัน และด้านบนสุดมีรูปปั้นสาวกของพระเยซู โดยเป็นหอนาฬิกาโบราณที่ยังใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน มีอาคารเทศบาลเมืองที่สร้างเมื่อปี ค.ศ.1338 ที่ทุกๆ ต้นชั่วโมงนาฬิกาจะตีบอกเวลา และมีหุ่นสาวกของพระคริสต์ออกมาจากช่องหน้าต่างเล็กๆ ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และยังมีซื้อเครื่องแก้วโบฮีเมียโมเซอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกให้เลือกซื้อชม
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง ลิ้มรสซุปและไวน์ พร้อมชมโชว์พื้นเมือง
|
|
พักโรงแรม MOVENPICK HOTEL, PRAGUE
|
|
วันที่
6
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง มิวนิค (munich city)
เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย แคว้นตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ3ของเยอรมัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีอาร์ตแกลเลอรี่ดีที่สุดด้วย เชิญเที่ยวชมมหานครแห่งนี้ ก่อตั้งในคศ1158 มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง แหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมากมาย
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
|
|
นำท่านชม:
โบสถ์เฟราเอนเคียร์เชอ (munich frauenkirche)
ภาพของโบสถ์เก่าแก่เฟราเอนเคียร์เช หลังคาทรงหัวหอมในสถาปัตยกรรมแบบโกธิค อันเป็นสัญลักษณ์ของมิวนิค ที่ร่องรอยของการทำลายล้างสมัยสงครามโลกที่กำลังได้รับการบูรณะอย่างเร่งด่วน บริเวณนี้คือฐานรากของเมืองที่วางไว้ตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 11 จนถึงยุคของพระเจ้าออกัสตัสผู้แข็งแกร่ง ทรงโปรดให้สร้างเมืองในสไตล์แบบบาร็อคขึ้นเซมเพอร์โอเปร่าที่เมืองนี้มีความโดดเด่นอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและดนตรี
|
|
พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก (nymphenburg palace)
ตั้งอยู่ที่มิวนิคในแคว้นบาวาเรียในประเทศเยอรมนี นิมเฟนเบิร์กเป็นวังฤดูร้อนของพระราชวงศ์ผู้ปกครองบาวาเรีย ผู้ริเริ่มสร้างปราสาทคือเฟอร์ดินานด์ มาเรีย เจ้าชายอีเล็คเตอร์แห่งบาวาเรีย และ เฮ็นเรียตตา อเดลเลดแห่งซาวอยตามแบบของสถาปนิกอากอสติโน บาเรลลิในปี ค.ศ. 1664 หลังจากทรงมีพระโอรสองค์แรก, แม็กซิมิลเลียน ที่ 2 เอ็มมานูเอลเจ้าชายอีเล็คเตอร์แห่งบาวาเรีย ส่วนกลางของวังสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1675
|
|
อิสระช้อปปิ้ง ที่:
จัตุรัสมาเรียนพลัสซ์ (mary's square)
แหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัย ตั้งอยู่เขตเมืองเก่าใจกลางเมือง แวดล้อมด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย ดูภาพชีวิตของคนมิวนิคในยามเย็น ตามร้านอาหารกลางจัตุรัส ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างพากันมาชุมนุมดื่มเบียร์ พบปะสนทนา พลาดไม่ได้เลือกชมตุ๊กตาเต้นรำที่ประดับอยู่บนอาคารเทศบาลเมืองเก่าเวลา 11.00น.ของทุกวัน ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ล้วนเกิดขึ้นด้วยฝีมือของกษัตริย์แห่งราชวงศ์วิทเทลสบาคทั้งสิ้น
|
|
เดินทางสู่สนามบินเมืองมิวนิค
|
|
21.50น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย TG 925
|
|
วันที่
7
|
14.25น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|