วันที่
1
|
17.30น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
20.35น.
ออกเดินทางสู่แฟรงค์เฟิร์ท โดย EY-401 / EY-001(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอาบูดาบี)
|
|
วันที่
2
|
06.30น.
|
|
เดินทางสู่:
เมือง แฟรงค์เฟิร์ต (frankfurt city)
เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐเฮสส์และใหญ่เป็นอันดับ5ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไมน์ มีประชากรประมาณ 5ล้านคน เป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ตและธนาคารกลางยุโรป และเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป ถือเป็นเมืองสำคัญทางการเงิน การธนาคารของเยอรมัน เชิญเที่ยวชมเมือง บริเวณจัตุรัสเมืองเก่า ย่านโรเมอร์ ศาลาว่าการนครแฟรงค์เฟิร์ท วิหารโดมแห่งแฟรงค์เฟิร์ท และบ้านเรือนในอดีตที่อนุรักษ์ไว้อย่างสวยงาม
|
|
นำท่านชม:
จัตุรัสรือเมอร์ (romer square)
เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการกลางเมืองเก่านครแฟรงเฟิร์ต ความสำคัญของสถานแห่งนี้คือ มีห้องจักรพรรดิที่มีการฉลองพิธีการสวมมงกุฎอันยิ่งใหญ่ ตรงกลางจัตุรัสเป็นน้ำพุแห่งความยุติธรรม ด้านหน้าจัตุรัสรือเมอร์เป็นบ้านโครงไมส้มัยกลางที่ได้รับการบูรณะแล้ว ปัจจุบัน จตุรัสรือเมอร์ ยังคงความงามสง่ารายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยศตวรรษที่14 แม้ว่าจะมีร่องรอยแห่งการถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นเสมือนลานประวัติศาสตร์มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของนครแฟรงเฟิร์ต
|
|
เดินทางสู่เมืองแบมแบร์ก
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
|
|
บ่าย
นำท่านชม:
เมือง บัมแบร์ก (bamberg city)
เมืองเล็กๆในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเร็กนิทซ์ และยังเป็นหนึ่งในสองสามเมืองในเยอรมนีที่ไม่ถูกทำลายไปในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ถึง 7,000 คน รวมทั้งสมาชิกและครอบครัวในกองทัพสหรัฐฯอีก 4,100 คนด้วย เมืองบามแบร์ก มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 70,063 คนมีพื้นที่ 54.58 ตารางกิโลเมตรซึ่งเมืองนี้มีชื้อเสียงมากในเรื่องของ เบียร์รมควัน และไม่น่าเชื่อว่าที่เมืองแห่งนี้จะมีโรงเบียร์ถึง 9 โรง
|
|
นำท่านชม:
มหาวิหารแบมแบร์กเซนต์ปีเตอร์และเซนต์จอร์จ (cathedral st. peter and st.george)
โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก มีความสำคัญคือเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลของอัครบาทหลวงแห่งบัมแบร์ก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสก์ สร้างครั้งแรกในปีค.ศ.1004 โดยจักรพรรดิเฮนรีที่สอง ต่อมาถูกเพลิงไหม้ไปบางส่วนในปีค.ศ.1081 มหาวิหารใหม่สร้างโดยนักบุญออตโตแห่งแบมแบร์ก และได้รับการสถาปนาอีกครั้งในปีค.ศ.1111
|
|
เดินทางสู่:
เมือง นูเรมเบิร์ก (nuremberg city)
เมืองนูเรมเบิร์ก เป็นเมืองใหญ่อันดับ2ของแคว้นบาวาเรีย มีประชากรประมาณ 5แสนคน เป็นเมืองโบราณที่ยังคงมีกำแพงเมืองที่มีความยาวระดับ 5กม.ล้อมรอบตัวเมืองและมีหอคอยหรือป้อมต่างๆอยู่ถึง 80 ป้อมด้วยกันซึ่งมีอายุมากว่า 500 ปีสร้างในช่วง ศตวรรษที่16 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้เป็นศูนย์ประชุมหลักของพรรคนาซี และในอดีต ปี คศ.1050 ยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ เป็นอดีตเมืองหลวงอย่างไม่เป็นทางการของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งชาติเยอรมัน มีร่องรอยของอาคาร ทางเดินแบบชาวโรมัน
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
|
|
พักโรงแรม ARVENA PARK หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง คาร์โลวี วารี (karlovy vary city)
ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำเทปลาไหลหล่อเลี้ยง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของเช็กตามตำนานบอกว่าพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ทรงพบแหล่งน้ำแร่ที่เมืองนี้ในปีค.ศ. 1358 เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกล่าสัตว์แล้วสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อน นับแต่นั้นเมืองนี้ก็มีชื่อเสียงของบ่อน้ำแร่ที่ใช้สำหรับรักษาร่างกายและบำบัดโรคร้ายต่างๆ เป็นต้นมาจนถึงเดี๋ยวนี้ เป็นทั้งเมืองมีน้ำพุร้อนและน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 42-72 องศาเซลเซียส ทั้งหมด 12 แห่ง
|
|
นำชม:
ศูนย์นิทรรศการบ่อน้ำพุร้อนโคลอนเนด (hot spring colonnade)
สถานที่ค้นพบบ่อน้ำพุที่ร้อนที่สุด ซึ่งภายในจัดแสดงเส้นทางของสาย น้ำแร่ ซึ่งมีแท่นน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิตั้งแต่ 30,50 และ 72 องศาเซลเซียส สามารถใช้ดื่มได้ โดยมีวิธีการดื่มน้ำแร่ที่พิเศษคือต้องใช้แก้วพิเศษ โดยเฉพาะเป็นแก้วพอร์ชเลน ที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ ซึ่งเชื่อกันว่าดีต่อระบบย่อยอาหาร
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
กรุงปราก (prague city)
ดินแดนที่มีสวยงามและโรแมนติกจนเป็นที่เลืองลือทั่วโลก มีผู้คนเดินทางไปชมเมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย เช่น โรมันเนสก์ โกธิค เรเนซองส บารอค รวมทั้ง ศิลปะรูปแบบต่างๆ ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน และองค์การ UNESCO ได้เลือกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมในปี 1992 เชิญเที่ยวชมสถานสำคัญๆ ด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคสมัยสวยงามต่างๆ ได้แก่ จัตุรัสฮราดคานีย์,ปราสาทแห่งกรุงปร๊าก,มหาวิหารเซนต์วิตัส,สะพานชาร์ล เป็นต้น
|
|
นำชม:
จตุรัสเมืองเก่า ปราก (prague old town square)
ตั้งอยู่บริเวณเขตเมืองเก่าของกรุงปราก ซึ่งอยู่ไกล้กับจตุรัสเวนเซลัส และสะพานชาร์ลส ที่นี่..จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศในช่วงฤดูร้อน โดยบริเวณรอบๆจะประกอบไปด้วยหมู่อาคารศิลปะโรมาเนสก์,ศิลปะกอธิค เช่น วิหารทิน และศิลปะบารอค เช่น โบสถ์เซนต์นิโกลาส เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว ยังมีนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณอยู่ใกล้ๆกัน ด้านล่างของนาฬิกามีหน้าปัดแสดงเดือนในปัจจุบัน เป็นหอนาฬิกาโบราณที่ยังใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
|
|
พักโรงแรม DUO หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำชม:
ปราสาทปราก (prague castle)
ปราสาทใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก สร้างขึ้นในปี 885 โดยเจ้าชายบริโวจเคยเป็นปราสาทของกษัตริย์แห่งเช็กในอดีต ปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดี เสมือนสัญลักษณ์ของประเทศที่ชาวเชครักและภาคภูมิใจ และศูนย์กลางทางการเมืองได้รับการบูรณะในสมัยของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ในสไตล์แบบกอธิค ได้รับการรับรองจากกินเนสส์บุ๊กว่า เป็นปราสาทโบราณใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ 570 เมตร และความกว้างประมาณ 130 เมตร
|
|
นำท่านชม:
มหาวิหารเซนต์วิตัส ปราก (st. vitus cathedral)
มหาวิหารสไตล์โกธิกใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ตั้งอยู่ในย่านปราสาทปราก สร้างในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 14 โดยมีสถาปนิกเอกชาวฝรั่งเศส Matthias of Arras ชาวสเวเบีย เป็นผู้ออกแบบและควบคุมดูแลคน เป็นมหาวิหารที่มีความประณีตงดงามมากสุดแห่งหนึ่ง นับตั้งแต่ประตูแกะสลักลวดลายตระการตา กระจกสีสเตนกลาสบานสูงที่ประดับรอบวิหารล้วนยิ่งขับให้มหาวิหารแห่งนี้ดูโดดเด่น นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ฝังพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ รวมถึงกษัตริย์เวนเชสลาสที่ภายหลังได้รับการตั้งให้เป็นนักบุญ
|
|
นำท่านชม:
เมือง เบอร์ตัน ออน เดอะ วอเทอร์ (bourton on the water)
เมืองที่โด่งดังที่สุดในคอตส์โวลส์ ริมน้ำในแคว้น GLOUCESTERSHIRE ประเทศอังกฤษ ได้รับการขนานนามว่า"เวนิส แห่ง COTSWOLDS"ที่ดูเงียบสงบมีลำธารสายเล็กๆ มีแม่น้ำวินด์รัชไหลผ่านกลางเมือง ธารน้ำใสปานแก้วกระจก และมีสะพานหินทอดข้ามน้ำเป็นช่วงๆ กับต้นวิลโลว์ที่แกว่งกิ่งก้านใบอยู่ริมน้ำ ล้อมรอบด้วยหมู่บ้านชนบทพื้นเมืองของอังกฤษ ตัวบ้านถูกสร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองของ COSTWOLDS สร้างด้วยหินทรายสีน้ำผึ้ง รวมทั้งร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก สวนสาธารณะ เชิญเดินเล่นตามอัธยาศรัย
|
|
นำท่านชม:
สะพานชาร์ลส ปราก (charles bridge)
สัญลักษณ์ของเมืองปรากสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่14 ตลอดราวสะพานมีประติมากรรมรูปปั้นนักบุญสไตล์บารอกที่งดงามและไม่ซ้ำกันอยู่ถึง30แบบ และเป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดใจที่สุดของกรุงปราก ชื่อเดิมเรียกว่า “สะพานปราก” ต่อมาในปีคศ1870 เปลี่ยนชื่อตามพระนามของพระเจ้าชาร์ลส์ อยู่ย่านจัตุรัสและตัวเมืองเก่า ที่คลาสสิกโดยเฉพาะอาคารศาลาเทศบาลกรุงปรากและนาฬิกาโบราณที่ทุกชั่วโมงมีตุ๊กตาออกมาบอกเวลา และจักรราศีของดวงดาวในแต่ละวัน อีกทั้งยังเป็นนาฬิกาเก่าแก่แห่งหนึ่งในยุโรป
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
|
|
เดินทางสู่:
เมือง บราติสลาวา (bratislava city)
เมืองหลวงของสาธารณรัฐสโลวาเกีย และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ ที่บริเวณพรมแดนของสโลวาเกียกับออสเตรียและฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็กด้วย เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเวียนนาเพียง 50 กิโลเมตร ที่นี่..มีทัศนียภาพของอาคารบ้านเรือนริมสองฝั่งแม่น้ำที่มีความสวยงาม มีปราสาทแห่งกรุงบราติสลาวาที่สวยงาม ตั้งอยู่บนเนินเขาคาร์เบเธียน และอยู่เหนือลุ่มแม่น้ำดานูบอีกด้วยค่ะ โดยปราสาทแสนสวยแห่งนี้ได้สร้างขึ้นโดยการผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบกอธิค
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
|
|
พักโรงแรม HOLIDAY INN หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
เอาท์เลทพาร์นดอร์ฟ (parndorf outlet)
เอาท์เลทแห่งแรกของประเทศออสเตรีย และเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ ตั้งอยู่กรุงเวียนนา มีร้านค้ามากกว่า 120 ร้าน สินค้าแบรนด์ชื่อดังต่างๆ จากทุกมุมโลก มีให้เลือกมากมายอย่างจุใจ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน สินค้าแบรนด์เนมมากมาย แหล่งเลือกซื้อสินค้านี้อยู่นอกเมือง ห่างจากกรุงเวียนนา 47 กิโลเมตร แต่เดินทางสะดวกสบาย มีรถประจำจากใจกลางเมืองฝั่งตรงข้าม Opern Haus ออกเดินทางทุกชั่วโมง
|
|
กลางวัน
อิสระอาหารกลางวัน
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมือง บูดาเปสต์ (budapest city)
นครสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ริมสองฝั่งแม่น้ำดานูป สมญานามว่า “ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูป” แม่น้ำสายโรแมนติกอย่างแม่น้ำดานูบที่แบ่งเมืองออกเป็น 2 เมืองคือ เมืองบูดและเมืองเปสต์ อันเป็นที่มาของชื่อเมืองนี้ เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการีและศูนย์กลางการปกครอง อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการคมนาคมขนส่ง มีประชากรมากกว่า1.7ล้านคน และได้กลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวของยุโรปกลางมาตั้งแต่ราวทศวรรศ1990 เชิญสัมผัสความงดงามของปราสาทบูดา,หอศิลป,โบสถ์แมทเทียส,อาคารรัฐสภาฮังการี และซิตี้ พาร์ค
|
|
ล่องเรือ:
แม่น้ำดานูบ (danube river)
แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ 2 สายคือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง Donaueschingen ถือเป็นเม่น้ำสายโรแมนติกสายหนึ่งของยุโรปที่ไหลผ่านเมืองต่างๆ และมีความเชี่ยวของน้ำน้อยมาก กิจกรรมหลักที่มาถึงบูดาเปสต์คือ การสัมผัสกับบรรยากาศแห่งการล่องเรือดานูบ ชมความงดงามของอาคารสถาปัตยกรรมแบบกอธิค เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ มนต์เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลาย ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองโรแมนติก บนสายน้ำแห่งหนึ่งของโลก
|
|
นำชม:
อาคารรัฐสภาฮังการี (hungarian parliament building)
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสวยสดวิจิตรอลังการงดงามตระการตาอย่างยิ่ง ถือว่าป็นสัญลักษณ์ของฮังการี ตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำดานูบบนฝั่งเปสต์ เป็นอาคารรัฐสภาที่ชาวฮังกาเรี่ยนภูมิใจว่าสวยที่สุดในโลก ด้วยสภาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคที่ดูคลาสสิค มีหลังคาสีแดง อาคารรัฐสภาแห่งนี้ เริ่มสร้างเมื่อปีคศ1885ใช้เวลากว่า 20ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ โดยรูปแบบอาคารได้รับอิทธิพลมาจากอาคารรัฐสภาแห่งลอนดอน สหราชอาณาจักร ภายในประกอบด้วยห้องมากมายถึง 700ห้อง มีประตูทางเข้า 27แห่ง
|
|
นำชม:
จัตุรัสวีรบุรุษ (heroes' square)
จัตุรัสวีรบุรุษ มีรูปปั้นของบรรพบุรุษชาวแมกยาร์ทั้ง 7 เผ่ารวมตัวกันก่อร่างสร้างเมืองกันขึ้นมา จนถึงปัจจุบัน เลาะเลียบผ่านสวนสัตว์และสวนสาธารณะใจกลางเมือง,โรงอาบน้ำแบบ เตอร์กิชที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ตั้งแต่เมื่อ 500 ปีก่อน ข้ามแม่น้ำดานูปสู่ คาสเซิลฮิลล์ บนฝั่งบูดา ดินแดนทั้งสองฟากคือ บูดาเปสต์ มารวมตัวกันในปี ค.ศ.1873 ดินแดนแห่งนี้เคยถูกผู้รุกรานจากมองโกลเมื่อพันปีก่อน แล้วชาวเติร์กถึงเข้ามาปกครองต่อในระหว่างปีค.ศ.1526-1626
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
|
|
พักโรงแรม MERCURE BUDA หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
6
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
|
|
นำชม:
ป้อมชาวประมง บูดาเปสต์ (budapest fishermen's bastion)
ป้อมปราการใหญ่โตที่ทิ้งร่องรอยแห่งอดีต สร้างในปีค.ศ.1895 อยู่บนเนินเขาสูงริมแม่น้ำดานูบ เดิมเป็นตลาดขายปลาตั้งแต่สมัยยุคกลาง มีป้อมปราการดูแลโดยชาวประมง ปัจจุบันบูรณะใหม่ให้มีทางเดินบางส่วนมีหลังคาคลุม มีลาน Holy Trinity square เป็นจุดศูนย์กลางของบริเวณเมืองเก่า ตรงกลางมีอนุเสาวรีย์สร้างไว้เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ในอดีต และมีรูปปั้นบนเสานี้ คือ Saint Stephen นอกจากนี้ มียอดหอคอยรูปกรวยเป็นระยะๆ ด้านข้างของลานนี้มีโบสถ์ Matyas มีจุดชมวิวเห็นความงามของเมือง
|
|
นำชม:
โบสถ์แมทเทียส (matthias church )
โบสถ์ในศิลปะแบบกอธิค สร้างในราวศตวรรษที่ 13 หลังคาของโบสถ์ปูด้วยกระเบื้องสีลวดลายสวยงาม เชิญถ่ายรูปกับโบสถ์ม็อทยอช ที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ต่อมาบูรณะให้เป็นแบบนีโอกอธิค และบาร็อค อนุสาวรรีย์นักบุญสตีเฟ่นที่เปลี่ยนชาวฮังกาเรียนให้มานับถือศาสนาคริสต์ ถัดลงมาเป็นป้อมซิตสเดลลา ที่ออสเตรียสร้างไว้เพื่อรำลึกถึงการรบที่ได้รับชัยชนะเหนือชาวฮังการี ได้เห็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เป็นรูปปั่น เทพธิดา กิ่งปาล์มไว้เหนือศีรษะขนาดความสูง 40 เมตร
|
|
เดินทางสู่:
กรุงเวียนนา (vienna city)
เมืองคุณภาพดีที่สุดของโลก และเมืองแห่งสถาปัตยกรรม อากาศบริสุทธิ์ ที่ใครหลายคนอยากไปดื่มด่ำบรรยากาศ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย เช่น เวียนนาวู๊ด ถ้ำซีกร๊อตโต้ เอาส์เลท์พานดอฟ สวนสาธารณะกรุงเวียนนา เกาะดานูบ เป็นต้น เชิญสัมผัสกับความรู้สึกวิเศษสุดเมื่อได้อยู่ในเวียนนา ท่องไปทั่วถนนสายสำคัญกว้างขวางโอ่อ่า เส้นทางร่มรื่น ปราสาทในเทพนิยาย สวนดอกไม้และสวนสาธารณะ บ้านในเมือง โบสถ์ โรงโอเปร่า โรงละคร และพิพิธภัณฑ์
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
|
|
บ่าย
นำท่านชม:
พระราชวังเชินบรุนน์ (schonbrunn palace)
พระราชวังสีเลืองตั้งตระหง่านกับสวนดอกไม้ที่ไกลสุดลูกตา ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 จนถึง พ.ศ.2461 ออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นสถานที่รวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก ภายในอุทยานเคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลกเมื่อ พ.ศ.2295 ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ถนนคาร์ทเน่อร์ (kartner strasse)
ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย สามารถใช้เวลาเดินชมสินค้านานาชนิด หรือ ชมความงามของโบสถ์เซนต์สตีเฟ่น ในศิลปะแบบโกธิค ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา เชิญเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึกต่างๆ นั่งจิบกาแฟต้นตำรับแท้ ชมชีวิตผู้คนของชาวเวียนนาตามอัธยาศัย หรืออาจใช้เวลาว่างทดลองชิมเวียนนาคอฟฟี่ พร้อมเค็กที่มีชื่อเสียง
|
|
นำท่านชม:
มหาวิหารเซนต์สตีเฟน เวียนนา (st. stephen's cathedral)
หรือ สเตฟานสโดม โบสถ์คริสต์ศาสนาของนิกายโรมันคาทอลิก มีฐานะเป็นมหาวิหารที่เป็นวัดแม่ของสังฆมณฑลเวียนนา เป็นที่ตั้งของอัครสังฆราชแห่งเวียนนา ตัวมหาวิหารตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย สถาปัตยกรรมในปัจจุบันเป็นแบบโรมานเนสก์และกอธิค ริเริ่มโดยรูดอล์ฟที่4ดยุคแห่งออสเตรีย ปัจจุบัน ตั้งอยู่บนซากของวิหารเดิมที่สร้างก่อนหน้านั้นสองวัด ป็นวัดแรกประจำท้องถิ่นที่ได้รับการสถาปนาในปีคศ1147 เป็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนาที่เห็นได้อย่างเด่นชัดจากหลังคากระเบื้องหลากสี
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
|
|
พักโรงแรม KAVALIER หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
7
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ซาลส์บูร์ก (salzburg city)
หรือ เมืองซาลซบวร์ก เมืองสวยแสนโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1996 เป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนามโมสาร์ท และใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ(ที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณครูมาเรีย) เรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว ดังนั้น“เกลือ”จึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและเมือง
|
|
นำท่านชม:
จตุรัสโมสาร์ทและอนุสาวรีย์โมสาร์ท (mozart square and mozart monument)
สร้างขึ้นกลางเมืองซาลซบวร์ก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรีอีกเมืองหนึ่งของประเทศออสเตรีย และเป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอก 'โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท' เพื่อที่รำลึกถึงนักดนตรีเอกของโลก โมสาร์ทมีชีวิตอยู่ช่วง 27มค.พศ.2299-5ธค. พศ.2334 โมสาร์ทนั้น เป็นนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงก้องโลก มีงานประพันธ์เพลง 700 ชิ้น รวมทั้งโอเปร่า ปัจจุบันผลงานต่างๆของเขาได้ถูกนำมาจัดจำหน่ายเป็นสื่อต่างๆ มากมาย
|
|
นำท่านชม:
ปราสาทโฮเฮนซาลส์ (hohensalzburg fortress)
หรือ ป้อมปราการโฮเฮนซาลส์บูร์ก ตั้งอยู่เมืองซาลส์บูร์ก ประเทศออสเตรีย เป็นป้อมปราการสูงโดดเด่นบนยอดเขาเป็นฉากหลังของซาลส์บวร์ สร้างขึ้นเมื่อปีคศ1077 และมีการสร้างต่อเติมมาเรื่อยๆจนถึงศตวรรษที่17 เพื่อเป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปผู้ครองนคร ไว้ป้องกันข้าศึกศัตรูจากความขัดแย้งระหว่างจักรพรรดิที่เป็นประมุขทางโลกกับอาร์ชบิชอปประมุขทางธรรม เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงพลังอำนาจทางโลก ที่นี่ สร้างอยู่บนเนินเขา มีจุดชมวิวทิวทัศน์จากป้อมปราการมองลงมายังทั้งเมือง มหาวิหารและแม่น้ำซาลส์ซักค์เบื้องล่างสวยงามมาก
|
|
นำท่านชม:
อุทยานมิราเบลล์ (mirabell garden)
หรือ สวนดอกไม้มิราเบล เป็นอุทยานของปราสาทที่ใช้เป็นสถานที่แต่งงาน จัดได้ว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สวนนี้เคยถ่ายทำภาพยนตร์เป็นฉากหนึ่งเรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” ที่โด่งดังไปทั่วโลก เชิญชมสวนแคระ ซแวร์เกิล การ์เท่น ที่แปลกตา,การจัดดอกไม้ประดับอย่างงามตาหลากหลายสีสัน,สวนวงกต,โรงละครในแมกไม้และทิวทัศน์ของ ป้อมปราการโฮเฮ็นซัลสบวร์ก ซึ่งตั้งตระหง่านบนยอดเขาเป็นฉากหลังเพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับสวนแห่งนี้
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ถนนเกไทรเด (getreidegasse)
ย่านถนนเกไทรเด มีร้านค้าต่างๆมากมาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านขายเค๊กขายกาแฟ ขายไข่อิสเตอร์ รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของบ้านโมซาร์ทด้วย ป้ายร้านค้าเป็นรูปบ่งบอกถึงสินค้าที่ขายกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีป้ายเหล็กที่แสดงสัญลักษณ์ของร้านแต่ละร้าน เหตุผลในการมีป้ายสัญลักษณ์ของแต่ละร้านก็เพราะว่าในสมัยยุคกลาง ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้หนังสือ แต่ละร้านจึงทำสัญลักษณ์ของร้านเพื่อให้ลูกค้าจำได้ว่าร้านไหนเป็นร้านไหน ปัจจุบัน ร้านค้ายังคงป้ายร้านกันไว้อยู่เพื่อความสวยงาม
|
|
กลางวัน
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมือง มิวนิค (munich city)
เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย แคว้นตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ เป็นศูนย์กลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเงิน การธนาคาร และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ3ของเยอรมัน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีอาร์ตแกลเลอรี่ดีที่สุดด้วย เชิญเที่ยวชมมหานครแห่งนี้ ก่อตั้งในคศ1158 มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง แหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยมากมาย
|
|
นำท่านชม:
จัตุรัสมาเรียนพลัสซ์ (mary's square)
แหล่งรวมห้างสรรพสินค้าอันทันสมัย ตั้งอยู่เขตเมืองเก่าใจกลางเมือง แวดล้อมด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย ดูภาพชีวิตของคนมิวนิคในยามเย็น ตามร้านอาหารกลางจัตุรัส ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างพากันมาชุมนุมดื่มเบียร์ พบปะสนทนา พลาดไม่ได้เลือกชมตุ๊กตาเต้นรำที่ประดับอยู่บนอาคารเทศบาลเมืองเก่าเวลา 11.00น.ของทุกวัน ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ล้วนเกิดขึ้นด้วยฝีมือของกษัตริย์แห่งราชวงศ์วิทเทลสบาคทั้งสิ้น
|
|
เดินทางสู่สนามบินนานาชาติมิวนิค
|
|
23.20น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย EY-004 / EY-408(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอาบูดาบี)
|
|
วันที่
8
|
18.05น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|