วันที่
1
|
22.30น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
วันที่
2
|
00.35น.
ออกเดินทางสู่มิลาน โดย TG 940
|
|
07.10น.
เดินทางถึงสนามบินมาเพนซ่า
เมือง มิลาน (milan city)
เมืองมิลาน หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน “มิลาน”เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีประชากรประมาณ1,308,500 คน และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า“ปาเนตโตเน” อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน,มีภาพวาดเฟรสโก้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง,โรงละครโอเปร่า
|
|
เดินทางสู่:
ดูโอโมแห่งมิลาน (milan cathedral)
มหาวิหารหินอ่อนแบบกอธิคที่ใหญ่เป็นอันดับ3ในยุโรป สร้างในปี1386 ด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิคผสมผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ใช้เวลาสร้างนานถึง500ปี มีความวิจิตรงดงามและประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า3,000รูป มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135ยอด บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด4เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ มีลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่2ทรงม้าคือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ รอบๆเป็นศูนย์รวมร้านค้าแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ
|
|
ผ่านชม:
แกลลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล มิลาน (gallery victor emanuela)
แกลลอเรียวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 เป็นอาคารศูนย์การค้า ห้างเก่าแก่อาคารกระจกเก่าแก่และสง่างามที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมอันทันสมัย มมีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองท้า และนาฬิกา แบรนด์เนมชื่อดังมากมาย อาทิ หลุยส์ วิตตอง,พราด้า,เฟอรากาโม่,อาร์มานี่,เวอร์ซาเช่ หรือ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อิสระให้สำรวจสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของอิตาลีตามอัธยาศัย
|
|
โรงอุปรากรลา สกาลา มิลาน (teatro alla scala)
จตุรัสเดลลา สกาลา หรือ โรงอุปรากรชื่อก้องโลกแห่งเมืองมิลาน สร้างขึ้นระหว่างปีคศ1776-1778 เลิศหรูอลังการ เป็นโรงละครโอเปร่ายอดเยี่ยมที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ด้านหน้าเป็นลานที่เรียกว่า ปิอาซซ่า เดลลา สกาลา มีรูปปั้นของศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งของโลกคือ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ในยุคนั้นเจ้าผู้ปกครองเมืองมิลาน ได้ว่าจ้างลีโอนาร์โดชาวเมืองฟลอเรนซ์ ให้มาผลิตผลงานที่เมืองมิลานแทน อยู่ฟลอเรนซ์ลำบาก ศิลปินดังๆ เชิญบันทึกภาพกับรูปปั้นของศิลปินเอกลีโอนาโด ดาวินชี และเที่ยวชมเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
13.00น.
เดินทางสู่:
เมือง เวโรนา (verona city)
เมืองเวอโรน่า..เมืองเก่าแก่ เล็กๆ น่ารักๆ อยู่ตอนเหนือของเวนิส มีอารีนาเป็นสนามกีฬาศูนย์กลางของเมือง บ้านเรือนสวยงามสร้างจากหินอ่อนสีชมพู เป็นวังและปราสาทเก่าๆ ปรับมาเป็นโรงแรม ที่พัก และที่สำคัญเป็นเมืองของวิลเลียม เชคเปียร์ บ้านของจูเลียต ที่เกิดโศกนาฏกรรมความรัก โรมิโอกับจูเลียต ในปี ค.ศ. 2000 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติก็ประกาศให้เวโรนาเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม
|
|
นำท่านชม:
บ้านจูเลียต เวโรนา (juliet's house verona)
บ้านจูเลียต เมืองเวโรนา ที่โด่งดังมาจากนิยายรักอมตะเรื่องเอกของ วิลเลี่ยม เชกส์เปียร์ โรมิโอและจูเลียต เรื่องนี้แต่งจากเรื่องจริงของคู่รักที่อาศัยอยู่ในนครเวโรนา ประเทศอิตาลี ภายในบ้านของจูเลียตจะเห็นระเบียงที่โรมิโอปีนเข้าหาจูเลียต รูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของ จูเลียตเพื่อขอพรให้สมหวังในความรัก
|
|
ผ่านชม:
สนามกีฬาโรมันอารีน่า เวโรน่า (verona arena)
สนามกีฬาโรมันอารีน่า สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในยุคโรมัน ตั้งอยู่ในเมืองเวโรน่า ประเทศอิตาลี สนามกีฬากลางแจ้งแห่งนี้ สร้างขึ้นใน ค.ศ.30 เป็นที่ใช้แสดงโชว์ ละคร และกีฬาต่างๆ ดึงดูดผู้ชมจากทั่วทุกสารทิศ แต่เดิมด้านนอกของอาคาร สร้างจากหินปูนสีขาวและสีชมพู แต่หลังจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1117 กำแพงด้านนอกก็พังทลายลงเกือบเหมด
|
|
17.00น.
เดินทางสู่:
เมือง เวนิส (venice city)
เวนิส..เป็นหมู่เกาะเล็กๆ เหมือนตาข่ายมีประมาณ 100 กว่าเกาะ ตั้งอยู่บนทะเลอะเดรียติก มีคลองเล็กคลองน้อยน้ำเค็มกว่า 150 คลอง และมีสะพานอีกกว่า 400 สะพานให้เดินเชื่อมถึงกันหมด ตามตรอกซอกซอยก็ยังอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่าแก่ แตกต่างจากเมืองอื่นในโลก ด้วยเหตุนี้เมืองเวนิสจึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองมรดกโลก ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า สุดแสนโรแมนติคของอิตาลีด้วยบรรยากาศของ คลองเล็ก-คลองน้อย-สะพานมากมายที่เชื่อมเกาะต่างๆหรือแม้แต่เรือกอนโดล่า รวมทั้งบ้านเรือนที่ซับซ้อนในซอยแคบๆ
|
|
18.30น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม NH LAGUNA PALACE HOTEL 4*
|
|
วันที่
3
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.00น.
|
|
ผ่านชม:
พระราชวังดอจส์ (doge's palace)
พระราชวังดอจส์ เป็นที่ทำการของรัฐบาลเวนิสและที่พำนักของผู้ดำรงตาแหน่งเจ้าเมืองในอดีต ตัวอาคารกะทัดรัดในแบบโกธิค เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มากว่า 800 ปีมาแล้ว เมื่อสมัยเวนิสยังเป็นสาธารณรัฐอิสระ ซึ่งเคยร่ำรวยและมีอำนาจมหาศาลและเคยส่งให้มาร์โคโปโลเดินทางไปเมืองจีน เชิญเยียมชมพระราชวังเก่าโบราณเวนิส และเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตในอดีต
|
|
สะพานสะอื้น (bridge of sighs)
สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนาม “คาสโนว่า” ซึ่งเขาเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ปัจจุบันวังแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญของเมือง
|
|
โรงงานเป่าแก้วมูราโน (murano glass)
โรงงานเป่าแก้วมูราโน เป็นงานสร้างสรรศิลปะที่มีคุณภาพและงานฝีมือของมันไร้ที่ติ มีประเพณีการทำแก้วในเวนิสตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 และเติบโตในความนิยมเป็นอุตสาหกรรมหลักของเมือง ยุคที่เป่าแก้วมูราโน่เป็นแหล่งใหญ่ของความภาคภูมิใจของเมืองและเพื่อรักษาสถานะของกฎหมายสมัยก่อนหลายคนส่งผ่านไปยังช่วยรักษาทางการค้ามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เชิญเลือกชมการผลิตแก้วมูราโนมีชื่อเสียง และซื้อเป็นของฝากของที่ระลึกแด่คนที่รัก
|
|
จตุรัสเซนต์มาร์ค (st mark's square)
จตุรัสเซนต์มาร์ค..ชุมชนที่ยิ่งใหญ่สุดของเวนิซ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเวนิส และเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพมากที่สุดในโลก ในระหว่างวันเต็มไปด้วยผู้คน กิจกรรมยอดฮิตที่นี่ คือ การให้อาหารนก นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจต่าง ๆ เชิญเดินเที่ยวชมตามอัธยาศรัย เช่น สะพานสะอื้นที่ทอดเชื่อมระหว่างศาลและคุกหลวง,พิพิธภัณฑ์-ดอร์ด,วิหารเซนต์มาร์คที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยศิลปะยุคโมเสส,สะพานริอัลโต ที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส,ช้อปปิ้งของที่ระลึกต่างๆ และสินค้าแบรน์ดเนมชื่อดัง
|
|
สะพานริอัลโต (rialto bridge)
สะพานริอัลโต สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 สะพานนี้มีประวัติที่น่าสนใจเพราะเป็นสะพานที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลเพียงแห่งเดียวมายาวนานเป็นพันปี เดิมเป็นสะพานไม้ ปัจจุบันปรับปรุงซ่อมแซมใหม่เป็นสะพานหินแข็งแรง จนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1854 จึงมีการสร้างสะพานแห่งใหม่ข้ามแกรนด์คะแนลเพิ่มขึ้น สะพานริอัลโตนับว่าเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส จากสะพานริอัลโตจะมองเห็นวิวสวยมุมกว้างสวยๆของคลองใหญ่ได้ดี และบริเวณรอบๆ สะพานจะมีร้านขายของที่ระลึกมากมาย
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
15.00น.
เดินทางสู่:
เมือง ปิซา (pisa city)
เมืองปิซา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน เป็นเมืองหลวงของจังหวัดปิซาอยู่ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี อยู่ทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ)ประมาณ 100 กิโลเมตร และทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซียนาปรมาณ 130 กิโลเมตร เชิญเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ 6 มรดกโลก เช่น จตุรัสดูโอโมแห่งปิซา,มหาวิหารปิซา,หอศีลจุ่มเมืองปิซา,หอเอนเมืองปิซา,สุสานนักบุญ,พิพิธภัณฑ์มหาวิหารปิซา
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม AC PISA HOTEL 4*
|
|
วันที่
4
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.00น.
นำท่านชม:
จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (campo dei miracoli )
จตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี แปลว่า "จตุรัสอัศจรรย์" หรือ ที่ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในชื่อ จตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า คือ บริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างได้แก่ มหาวิหารปิซ่า หอเอน หอศีลจุ่ม เริ่มสร้างปีคศ.1173 แล้วเสร็จในปีคศ.1372 ปัจจุบันยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปีคศ.1987
|
|
หอเอนเมืองปิซา (leaning tower of pisa)
หอเอนแห่งเมืองปิซ่า..หอคอยหินอ่อน อยู่ที่เมืองปิซา ประเทอิตาลี และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของศาสนสถานของชาวคริสต์ ที่สร้างในปี 1174 ไปเสร็จในปี ค.ศ.1350 ใช้เวานานถึง 176 ปี แต่เกิดการทรุดตัวลงเมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 จึงหยุดก่อสร้างไป จนอีกประมาณ 100 ปีต่อมาถึงมีผู้สร้างต่อได้จนครบ 8 ชั้น และได้นำระฆังไปติดในอีกร่วม 100 ปีต่อมา จนเสร็จสมบูรณ์เหมือนที่เห็นในปัจจุบัน กาลิเลโอได้เคยมาพิสูจน์ทฤษฏีการตกของวัตถุที่ยอดของหอเอนแห่งนี้
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ฟลอเร้นซ์ (florence city)
เมืองฟลอเร้นซ์..เมืองสวยงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นจุดกำเนิดของยุคเรอเนซองส์หรือยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ก่อนจะแพร่ขยายไปทั่วยุโรป เชิญเที่ยวชมมหาวิหารใหญ่ซึ่งเป็นมหาวิหารที่เรียกว่าดูโอโม หรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ปราสาท แกลอรี่ บาร์ ร้านอาหาร รวมทั้งคลับ และดิสโก้ ทุกสถานที่ๆจะได้พบกับความทันสมัยและความสวยงามตลอดเวลา มีแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆมากมายเพราะเป็นศูนย์กลางของผู้นำแฟชั่น เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสิ่งที่น่าสนใจ
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
13.00น.
นั่งรถไฟสู่:
มหาวิหารเมืองฟลอเร้นซ์ (florence cathedral)
มหาวิหารเมืองฟลอเร้นซ์ เป็นสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ของเมืองฟลอเรนซ์ มีขนาดใหญ่ สง่างาม และสูงที่สุดในยุคเมื่อ 500 กว่าปีที่แล้ว สร้างในปลายคริสต์ศต13 ออกแบบโดย ฟีลิปโป บรูเนลเลสกี ผู้ที่เดินทางไปโรมเพื่อดั้นด้นศึกษางานสถาปัตยกรรมจากซากโบราณสถานของโรมันที่ยังหลงเหลืออยู่ แล้วค้นพบวิชาความรู้ของยุคโรมันที่สูญหายไปเป็นเวลาพันกว่าปี จนสามารถสร้างโดมขนาดใหญ่ที่สุดได้ ด้านหน้าของวิหารประดับด้วยหินอ่อนสีเขียว ประดิษฐ์ประดอยอย่างวิจิตรพิสดารสวยงามมาก ภายในเรียบง่ายตามสไตล์เรอเนซองส์ตอนต้นแบบโกธิก
|
|
จตุรัสซินญอเรีย (piazza della signoria)
จัตุรัสซิญนอเรีย ตั้งอยู่บริเวณเขตเมืองเก่าของฟลอเรนซ์ เป็นจตุรัสสวยงามด้วยประติมากรรมมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหน้าของพระราชวังเวคคิโอ เช่น รูปแกะสลักเพอร์ซิอุส วีรบุรุษกรีกโบราณตอนบั่นคอเมดูซ่า รูปแกะสลักเฮอร์คิวลีส และรูปสลัก the Rape of the Sabine Women เป็นต้น รอบๆจัตุรัสนี้ มีวังเวคคิโอและพิพิธภัณฑ์อูฟิซี่ มีทางเดินลอดใต้ทางเชื่อมเพื่อตรงไปยังจัตุรัสซิญญอเรีย ปัจจุบัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญสุดของเมืองฟลอเรนซ์ ข้างในมีภาพวาดสวยงามของศิลปินชื่อดัง รูปแกะสลักตั้งแต่สมัยกรีกและโรมัน
|
|
สะพานเวคคิโอ (ponte vecchio)
สะพานเวคคิโอ สร้างขึ้นเมื่อประมาณคศ1333 เป็นสะพานเก่าแก่สุดของเมืองฟลอเร้นซ์ที่ยังคงหลงเหลือมาจากสงครามโลกครั้งที่2 สะพานมีสีเหลืองทองอร่าม บวกกับสองฟากของสะพานถูกสร้างเป็นตึกแถว ซึ่งถูกใช้เป็นร้านขายของ อาคารพาณิชย์ที่เปิดเป็นร้านค้ามากมาย สมัยก่อนเป็นร้านขายเนื้อสัตว์ ต่อมามีการปรับปรุงทัศนียภาพเลยเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านขายทอง ด้านบนหลังคาของอาคารพาณิชย์ได้ต่อเติมให้เป็นทางเดินลอยฟ้า เชื่อมระหว่างพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่กับพระราชวังพิตติ บริเวณนี้กล่าวได้ว่าเป็นย่านช้อปปิ้งมีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ
|
|
ชมทัศนียภาพเมืองฟลอเร้นซ์ที่:
จัตุรัสไมเคิลแองเจโล (piazzale michelangelo)
จัตุรัสไมเคิลแองเจโล เป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียง ชมทัศนียภาพอันงดงามแบบ "พาโนราม่า" 360 องศา ของเมืองฟลอเรนซ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในย่าน Oltrarno ของเมืองด้วย ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองฟลอเรนซ์ เป็นจุดชมวิวมองเมืองเก่าฟลอเร้นซ์ในมุมสูง บริเวณจตุรัสมีรูปจำลอง เดวิด สัญลักษณ์ของคนหนุ่มแข็งแรงผู้รักอิสรภาพ ซึ่งถือเป็นสัญญลักษณ์แห่งความเป็นอิสระ พร้อมชมทัศนียภาพของตัวเมืองที่มีแม่น้ำอาร์โน ไหลผ่านนครที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมโบราณไว้อย่างน่าชื่นชม
|
|
15.00น.
เดินทางสู่:
กรุงโรม (rome city)
กรุงโรม..เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทุกมุมโลกต่างเดินทางไปกรุงโรม เพื่อชื่นชมกับศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว ถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ ทุกหัวมุมถนน เต็มไปด้วยโบสถ์ สิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โต และรูปปั้นโบราณ และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น ตลาดหัวเมืองโรมันโบราณ โคลอสเซียม โบสถ์ซิสทิน แพนธีออน น้ำพุเทรวีอันเลื่องชื่อ
|
|
20.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม SHERATON GOLF PARCO DE’MEDICI HOTEL & RESORT 4*
|
|
วันที่
5
|
07.30น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.30น.
เดินทางสู่:
เมือง นาโปลี (napoli city)
เมืองนาโปลี หรือ เนเปิ้ล เป็นเมืองหลวงของแคว้นกัมปาเนีย อยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลี ติดกับอ่าวเนเปิลส์ กึ่งกลางระหว่างพื้นที่ภูเขาไฟ2แห่ง คือ ภูเขาไฟวิสุเวียสและกัมปีเฟลเกรย์ และถือเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอเรเนียนที่สำคัญ มีชื่อเสียงในด้านความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร เป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลีมาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา โดยเป็นท่าเรือที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
13.00น.
เดินทางสู่:
เมือง ปอมเปอี (pompei city)
เมืองเก่าที่ได้รับการจัดตั้งเป็น'พิพิธภัณฑ์เมืองปอมเปอี'ซึ่งอดีตเต็มไปด้วยงานศิลปะและวัฒนธรรมที่ถูกกลืนหายไปจากการระเบิดของภูเขาไฟวิซูเวียสในคศ79 เถ้าถ่านลาวาได้ไหลทับถมเมืองหายไปทั้งเมืองจมอยู่ใต้ดินกว่า1,500ปี เคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ตลาดและห้องแถว สนามกีฬา โรงละคร วิหาร โรงอาบนํ้าสาธารณะ หอนางโลม โรงแรมถึง 130 แห่ง หลังจากการขุดสำรวจในศตว16 ภาพชีวิตของชาวโรมันกว่าสองพันปีได้ปรากฏแก่สาธารณะชน เชิญสัมผัสได้ถึงชีวิตที่หรูหราในปอมเปอีและพลังอำนาจของธรรมชาติ
|
|
เดินทางสู่ท่าเรือ ขึ้นเรือสู่:
เกาะคาปรี (capri island )
เกาะเล็กๆที่มีธรรมชาติสวยงาม เป็นสถานที่ตากอากาศของบุคคลสำคัญๆมาช้านานซึ่งรายได้หลักของเกาะนี้มาจาก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สู่ชุมชนคาปรีอันเก่าแก่ตั้งรกรากมาแต่บรรพบุรุษจนกลายเป็นศูนย์กลางของเกาะ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการท่องเที่ยวและตากอากาศ ร้านรวงเปิดให้บริการนักช้อปปิ้งได้เลือกสรร
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม LA FLORIDIANA HOTEL 4*
|
|
วันที่
6
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.30น.
ลงเรือเล็ก ชม:
ถ้ำบลูกร็อตโต้ (blue grotto)
ถ้ำบลูกร็อตโต ตั้งอยู่ที่เกาะบลูกร็อตโตในทะเลแคปรี ประเทศอิตาลี เป็นถ้ำริมทะเล ซึ่งทะเลได้กัดกร่อนหินปูนจนเป็นรู ขณะนี้ถ้ำนี้มีน้ำเข้าไปครึ่งหนึ่งเนื่องจากบริเวณทะเลแผ่นดินทรุดตัวลง เรียกว่า “บลู” เพราะมีแสงอาทิตย์รอดลงมาจากปล่องถ้ำมีสีสันเป็น สีน้ำเงิน เชิญชมถ้ำบลูกร็อตโต้ ที่มีความงดงามอย่างมากและมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก ถ้ำน้ำลอดที่มีการกระทบของแสงกับน้ำทะเลสีครามทำให้ภายในบริเวณถ้ำประกายไปด้วยแสงสีน้ำเงินจึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
13.30น.
นำคณะลงเรือ Jet นำท่านกลับสู่ฝั่งที่:
เมือง ซอร์เรนโต (sorrento city)
เมืองซอร์เรนโต..บ้านเกิดของโซเฟีย ลอเรน อยู่ทางตอนใต้ของอิตาลี เป็นเมืองตากอากาศของคนรวยยุโรป มีจุดเด่นของเมืองซอร์เรนโต คือ หน้าผาหินชัน ที่เราสามารถเดินไปแวะถ่ายรูปได้ ปัจจุบัน เป็นเมืองท่องเที่ยว มีที่พักระดับ5ดาว และมีชายฝั่ง Amalfi ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผาถึง 50กม เชิญเยี่ยมชมเมืองเล็กๆ น่ารักๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีทัศนียภาพสวยงามโดยเฉพาะเวลาตอนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า บรรยากาศทะเลและถนนที่สร้างบนไหล่หินผาชั้น ล้วนแล้วแต่เป็นอีกเสนห์หนึ่งของที่นี่
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม H10 ROMA CITTA HOTEL 4*
|
|
วันที่
7
|
08.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
09.00น.
เดินทางสู่:
นครวาติกัน (vatican)
นครรัฐวาติกัน ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ป็นที่ประทับของ พระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก นครรัฐวาติกัน เป็นรัฐอิสระ จัดว่าเป็นประเทศ ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีสถานที่สำคัญ นักท่องเที่ยวมักไปเที่ยวชม เช่น พิพิธภัณฑ์วาติกัน,มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ออกแบบโดยมีเกลันเจโล เป็นต้น
|
|
นำท่านชม:
พิพิธภัณฑ์วาติกัน (vatican museums)
ตั้งอยู่ภายในนครรัฐวาติกันในกรุงโรมในประเทศอิตาลี “พิพิธภัณฑ์วาติกัน” เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงศิลปะที่สะสมโดยวัดโรมันคาทอริกมาเป็นเวลาหลายร้อยๆ ปี รวบรวมผลงานทางศิลปะที่หาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงศิลปะการตกแต่งฝาผนังรูปสลักแบบคลาสสิค และงานของนักวาดภาพคนสำคัญๆ ของอิตาลีในสมัยกลาง และสมัยเรอเนสซองส์ อาทิจ็อตโต,ฟรา แองเจลิโก,ฟิลิปโป ลิปปี และโบสถ์ซิสทีนซึ่งเป็นผลงานของไมเคิลแองเจโลที่วาดภาพเขียนสีเฟรสโก้ที่โด่งดังที่สุดของโลกคือ The Last Judgement
|
|
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โรม (basilica of saint peter)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า "เซนต์ปีเตอร์บาซิลิ" เป็นมหาวิหารหนึ่งในสี่ของมหาวิหารหลักในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และ สำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน โดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สูงโดดเด่น สามารถเห็นได้แต่ไกลในตัวเมืองโรม วัดนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2.3 เฮกตาร์ สามารถจุคนได้กว่า 60,000 คน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่หนึ่งของคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก เชิญชมความอลังการ พบกับปฏิมากรรมปิเอต้า รูปแม่พระประคองร่างพระเยซูหลังจากถูกปลดลงจากไม้กางเขน รูปปฎิมากรรมบรอนซ์...
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
14.00น.
นำท่านชม:
สนามกีฬาโคลอสเซียม (colosseum)
สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม..สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคประวัติศาสตร์ ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณ เด่นในแง่สถาปัตยกรรม สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามี ลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน เชิญชมความยิ่งใหญ่ในอดีตของจักรวรรดิโรมันโบราณ ที่มีอายุกว่า 2,500 ปีมาแล้ว
|
|
ผ่านชม:
อนุสาวรีย์กษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอล (altare della patria)
ถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงโรม น่าแปลกใจที่ว่าชาวเมืองเองไม่ชอบนัก แต่กลับกลายเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องแวะมาชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่นี่ เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการรวมประเทศ และระลึกถึงกษัตริย์ผู้รวมอิตาลีเข้าเป็นประเทศ ทำจากหินอ่อนสีขาว สวยมากๆ ดูตระการตาเป็นที่สุด ปัจจุบันใช้เป็นอนุสรณ์สถานสำหรับทหารนิรนามที่เสียชีวิตในสงคราม
|
|
นำท่านชม:
น้ำพุเทรวี (trevi fountain)
น้ำพุเทรวี เป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่ที่เทรวี ริโอเนในกรุงโรมในประเทศอิตาลี เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต)และน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม เชิญชมความงดงามของ "น้ำพุเทรวี่" ที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญ เพื่อขอให้ได้เดินทางกลับมาที่กรุงโรมอีก มีตำนานเล่าว่า หากหันหลังแล้วโยนเหรียญลงน้ำพุเทรวี แล้วอธิษฐานให้ได้กลับมากรุงโรมอีกครั้ง ก็จะสมหวัง
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
บันไดสเปน (spanish steps )
ย่านบันไดสเปน ถูกเรียกชื่อตามสถานฑูตสเปน ตั้งอยู่ ณ บริเวณนั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี คศ.1723 แล้วเสร็จในปี คศ.1725 เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม และแหล่งชุมชมกันของหนุ่มสาว ผู้คนชอบที่จะมานั่งเรียงรายบนบันไดแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สินค้าแบรนด์เนม และของชำร่วยชื่อดังของกรุงโรมมีชื่อเสียงมาก อย่างไรก็ตามโปรดระวังกระเป๋าเงินและสิ่งของมีค่าด้วย เพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุกชุมของมิจฉาชีพทั้งหลาย
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม H10 ROMA CITTA HOTEL 4*
|
|
วันที่
8
|
08.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
10.00น.
เดินทางสู่สนามบินลีโอนาร์โด ดาวินชี
|
|
13.50น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย TG 945
|
|
วันที่
9
|
06.05น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
|
|