วันที่
1
|
18.30น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
02.10น.
ออกเดินทางสู่อิตาลี โดย UL 423 / UL 571 แวะเปลี่ยนเครื่องที่โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)
|
|
วันที่
2
|
13.10น.
เดินทางถึง สนามบินฟูมิชิโน
|
|
เดินทางสู่:
กรุงโรม (rome city)
กรุงโรม..เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทุกมุมโลกต่างเดินทางไปกรุงโรม เพื่อชื่นชมกับศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว ถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ ทุกหัวมุมถนน เต็มไปด้วยโบสถ์ สิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โต และรูปปั้นโบราณ และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น ตลาดหัวเมืองโรมันโบราณ โคลอสเซียม โบสถ์ซิสทิน แพนธีออน น้ำพุเทรวีอันเลื่องชื่อ
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
นครวาติกัน (vatican)
นครรัฐวาติกัน ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ป็นที่ประทับของ พระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก นครรัฐวาติกัน เป็นรัฐอิสระ จัดว่าเป็นประเทศ ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีสถานที่สำคัญ นักท่องเที่ยวมักไปเที่ยวชม เช่น พิพิธภัณฑ์วาติกัน,มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ออกแบบโดยมีเกลันเจโล เป็นต้น
|
|
นำท่านชม:
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โรม (basilica of saint peter)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า "เซนต์ปีเตอร์บาซิลิ" เป็นมหาวิหารหนึ่งในสี่ของมหาวิหารหลักในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และ สำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน โดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สูงโดดเด่น สามารถเห็นได้แต่ไกลในตัวเมืองโรม วัดนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2.3 เฮกตาร์ สามารถจุคนได้กว่า 60,000 คน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่หนึ่งของคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก เชิญชมความอลังการ พบกับปฏิมากรรมปิเอต้า รูปแม่พระประคองร่างพระเยซูหลังจากถูกปลดลงจากไม้กางเขน รูปปฎิมากรรมบรอนซ์...
|
|
เก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของ:
สนามกีฬาโคลอสเซียม (colosseum)
สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม..สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคประวัติศาสตร์ ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณ เด่นในแง่สถาปัตยกรรม สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามี ลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน เชิญชมความยิ่งใหญ่ในอดีตของจักรวรรดิโรมันโบราณ ที่มีอายุกว่า 2,500 ปีมาแล้ว
|
|
นำท่านชม:
โรมันฟอรัม (roman forum)
โรมันฟอรัม เป็นพื้นที่สาธารณะในกลางเมืองโรมันและสถานที่ประกอบกิจกรรมสำคัญหลากหลาย เช่น การประชุมด้านการเมือง การนัดพบ และอื่นๆ ต้นแบบของฟอรัมโรมันและ Imperial fora ในโรม สามารถพบเห็นได้ในอิตาลีและในจักรวรรดิโรมัน เมืองโรมันใหม่ ฟอรัมอยู่ที่แยกถนนหลัก เหนือ-ใต้ และ ตะวันออก-ตก ในยุคสมัยโรมันที่เรืองอำนาจ ที่นี่..เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมสำคัญทุกสิ่งทุกอย่าง และยุคเรอเนสซองส์ โรมันฟอรัมเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินหลายต่อหลายท่าน
|
|
นำท่านชม:
น้ำพุเทรวี (trevi fountain)
น้ำพุเทรวี เป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่ที่เทรวี ริโอเนในกรุงโรมในประเทศอิตาลี เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต)และน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม เชิญชมความงดงามของ "น้ำพุเทรวี่" ที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญ เพื่อขอให้ได้เดินทางกลับมาที่กรุงโรมอีก มีตำนานเล่าว่า หากหันหลังแล้วโยนเหรียญลงน้ำพุเทรวี แล้วอธิษฐานให้ได้กลับมากรุงโรมอีกครั้ง ก็จะสมหวัง
|
|
เดินเล่นที่ย่าน:
บันไดสเปน (spanish steps )
ย่านบันไดสเปน ถูกเรียกชื่อตามสถานฑูตสเปน ตั้งอยู่ ณ บริเวณนั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี คศ.1723 แล้วเสร็จในปี คศ.1725 เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม และแหล่งชุมชมกันของหนุ่มสาว ผู้คนชอบที่จะมานั่งเรียงรายบนบันไดแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สินค้าแบรนด์เนม และของชำร่วยชื่อดังของกรุงโรมมีชื่อเสียงมาก อย่างไรก็ตามโปรดระวังกระเป๋าเงินและสิ่งของมีค่าด้วย เพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุกชุมของมิจฉาชีพทั้งหลาย
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม EURO HOTEL (Fiano Romano-Rome) หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ปิซา (pisa city)
เมืองปิซา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน เป็นเมืองหลวงของจังหวัดปิซาอยู่ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี อยู่ทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ)ประมาณ 100 กิโลเมตร และทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซียนาปรมาณ 130 กิโลเมตร เชิญเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ 6 มรดกโลก เช่น จตุรัสดูโอโมแห่งปิซา,มหาวิหารปิซา,หอศีลจุ่มเมืองปิซา,หอเอนเมืองปิซา,สุสานนักบุญ,พิพิธภัณฑ์มหาวิหารปิซา
|
|
นำท่านชม:
หอเอนเมืองปิซา (leaning tower of pisa)
หอเอนแห่งเมืองปิซ่า..หอคอยหินอ่อน อยู่ที่เมืองปิซา ประเทอิตาลี และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของศาสนสถานของชาวคริสต์ ที่สร้างในปี 1174 ไปเสร็จในปี ค.ศ.1350 ใช้เวานานถึง 176 ปี แต่เกิดการทรุดตัวลงเมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 จึงหยุดก่อสร้างไป จนอีกประมาณ 100 ปีต่อมาถึงมีผู้สร้างต่อได้จนครบ 8 ชั้น และได้นำระฆังไปติดในอีกร่วม 100 ปีต่อมา จนเสร็จสมบูรณ์เหมือนที่เห็นในปัจจุบัน กาลิเลโอได้เคยมาพิสูจน์ทฤษฏีการตกของวัตถุที่ยอดของหอเอนแห่งนี้
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เวนิส (venice city)
เวนิส..เป็นหมู่เกาะเล็กๆ เหมือนตาข่ายมีประมาณ 100 กว่าเกาะ ตั้งอยู่บนทะเลอะเดรียติก มีคลองเล็กคลองน้อยน้ำเค็มกว่า 150 คลอง และมีสะพานอีกกว่า 400 สะพานให้เดินเชื่อมถึงกันหมด ตามตรอกซอกซอยก็ยังอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่าแก่ แตกต่างจากเมืองอื่นในโลก ด้วยเหตุนี้เมืองเวนิสจึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองมรดกโลก ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า สุดแสนโรแมนติคของอิตาลีด้วยบรรยากาศของ คลองเล็ก-คลองน้อย-สะพานมากมายที่เชื่อมเกาะต่างๆหรือแม้แต่เรือกอนโดล่า รวมทั้งบ้านเรือนที่ซับซ้อนในซอยแคบๆ
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ โรงแรม
|
|
พักโรงแรม DELFINO HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเชโต้ จากนั้นลงเรือเดินทางสู่ เกาะเวนิซ
|
|
นำท่านชม:
สะพานสะอื้น (bridge of sighs)
สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนาม “คาสโนว่า” ซึ่งเขาเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ปัจจุบันวังแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญของเมือง
|
|
นำท่านชม:
พระราชวังดอจส์ (doge's palace)
พระราชวังดอจส์ เป็นที่ทำการของรัฐบาลเวนิสและที่พำนักของผู้ดำรงตาแหน่งเจ้าเมืองในอดีต ตัวอาคารกะทัดรัดในแบบโกธิค เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มากว่า 800 ปีมาแล้ว เมื่อสมัยเวนิสยังเป็นสาธารณรัฐอิสระ ซึ่งเคยร่ำรวยและมีอำนาจมหาศาลและเคยส่งให้มาร์โคโปโลเดินทางไปเมืองจีน เชิญเยียมชมพระราชวังเก่าโบราณเวนิส และเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตในอดีต
|
|
นำท่านชม:
จตุรัสเซนต์มาร์ค (st mark's square)
จตุรัสเซนต์มาร์ค..ชุมชนที่ยิ่งใหญ่สุดของเวนิซ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเวนิส และเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพมากที่สุดในโลก ในระหว่างวันเต็มไปด้วยผู้คน กิจกรรมยอดฮิตที่นี่ คือ การให้อาหารนก นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจต่าง ๆ เชิญเดินเที่ยวชมตามอัธยาศรัย เช่น สะพานสะอื้นที่ทอดเชื่อมระหว่างศาลและคุกหลวง,พิพิธภัณฑ์-ดอร์ด,วิหารเซนต์มาร์คที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยศิลปะยุคโมเสส,สะพานริอัลโต ที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส,ช้อปปิ้งของที่ระลึกต่างๆ และสินค้าแบรน์ดเนมชื่อดัง
|
|
นำท่านชม:
โรงงานเป่าแก้วมูราโน (murano glass)
โรงงานเป่าแก้วมูราโน เป็นงานสร้างสรรศิลปะที่มีคุณภาพและงานฝีมือของมันไร้ที่ติ มีประเพณีการทำแก้วในเวนิสตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 และเติบโตในความนิยมเป็นอุตสาหกรรมหลักของเมือง ยุคที่เป่าแก้วมูราโน่เป็นแหล่งใหญ่ของความภาคภูมิใจของเมืองและเพื่อรักษาสถานะของกฎหมายสมัยก่อนหลายคนส่งผ่านไปยังช่วยรักษาทางการค้ามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เชิญเลือกชมการผลิตแก้วมูราโนมีชื่อเสียง และซื้อเป็นของฝากของที่ระลึกแด่คนที่รัก
|
|
ล่องเรือกอนโดลา เวนิช (gondola)
สัมผัสกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกที่เป็นมนต์เสน่ห์แห่งเวนิส โดย การล่องเรือกอนโดล่า เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส สู่แกรนด์คาแนล คลองที่กว้างที่สุดของเกาะ และงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่สะพานเรียลอัลโต้ (ใช้เวลา 30 นาที)
|
|
นำท่านชม:
สะพานริอัลโต (rialto bridge)
สะพานริอัลโต สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 สะพานนี้มีประวัติที่น่าสนใจเพราะเป็นสะพานที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลเพียงแห่งเดียวมายาวนานเป็นพันปี เดิมเป็นสะพานไม้ ปัจจุบันปรับปรุงซ่อมแซมใหม่เป็นสะพานหินแข็งแรง จนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1854 จึงมีการสร้างสะพานแห่งใหม่ข้ามแกรนด์คะแนลเพิ่มขึ้น สะพานริอัลโตนับว่าเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส จากสะพานริอัลโตจะมองเห็นวิวสวยมุมกว้างสวยๆของคลองใหญ่ได้ดี และบริเวณรอบๆ สะพานจะมีร้านขายของที่ระลึกมากมาย
|
|
เดินทางกลับสู่ฝั่งที่ ท่าเรือตรอนเชโต้
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมือง ลูเซิน (lucerne city)
ลูเซิร์น..เมืองที่คุ้นเคยดีสำหรับคนไทยและชาวเอเชีย โดยเฉพาะประติมากรรมที่งดงามแกะสลักสิงโตหินบนหน้าผา หรือ สะพานไม้คาเปล ที่มีอายุกว่า 600 ปี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบทอดข้ามแม่น้ำรอยส์ ตลอดสะพานประดับด้วยภาพเขียนที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของประเทศได้เป็นอย่างดี สะพานนี้เคยถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะจนสวยงาม กลายเป็นสัญลักษณ์ความงามที่แท้จริงของลูเซิร์น นอกจากนี้ การได้ล่องเรือไปตามทะเลสาบโรแมนติคมากๆ มีเมืองเล็กสวยงามบนฝั่งทะเลสาบเวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ เชิืญเยี่ยมชมตามอัธยาศัย..
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ โรงแรม
|
|
พักโรงแรม ASTORIA HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
แวะถ่ายรูป:
อนุสาวรีย์สิงโต ลูเซิน (lion monument )
อนุสาวรีย์สิงโต หรือ อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลูเซิน และเป็นอนุสาวรีย์สำหรับทหารสวิสที่ตายในหน้าที่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์น สำหรับความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ในหน้าที่ แกะสลักอยู่บนหน้าผา ที่หัวของสิงโตจะมีโล่ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์อยู่ ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่คศ1819-1821สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในฝรั่งเศส
|
|
แวะถ่ายรูป:
สะพานไม้ชาเปล (chapel bridge )
สะพานไม้ชาเปล..สัญลักษณ์ของเมืองที่ใครๆ ก็มักมาถ่ายรูปที่สะพานแห่งนี้ เป็นสะพานไม้อันเก่าแก่ที่สุดในยุโรป มีอายุมากกว่า 600 ปี สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยตลอดแนวสะพานนั้นถูกประดับด้วยภาพเขียน ที่บอกเล่าถึงประวัติของประเทศแห่งนี้เป็นจำนวนมาก สร้างขึ้นเพื่อทอดตัวข้ามแม่น้ำรอยส์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบทอดข้ามแม่น้ำรอยส์ ตลอดสะพานประดับด้วยภาพเขียน ที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของประเทศได้เป็นอย่างดี สะพานนี้เคยถูกไฟไหม้เสียหายมากในปี 1993 แม้บางส่วนจะถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะจนสวยงาม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง แองเกลเบิร์ก (engelberg city)
เมืองแองเกลเบิร์ก..เมืองเล็กๆบนเขาสูง อยู่ในรัฐออบวัลเดิน สวิตเซอร์แลนด์ ล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ จุดสูงสุดในพรมแดนของเมืองเป็นยอดเขาทิตลิส ซึ่งยอดเขาทิตลิสมีความสูง 3,239ม บ้านบนภูเขาของแองเกลเบิร์กและลานธารน้ำแข็งซึ่งสามารถเดินทางโดยการขึ้นกระเช้า Rotair เมืองนี้มีโรงงานเนยแข็ง,รีสอร์ทที่เหมาะสำหรับการเล่นสกี,มีการจัดเทศกาลดนตรีพื้นบ้าน,มีกิจกรรมอย่างหนึ่งเป็นที่นิยมคือการขี่จักรยานเสือภูเขา และมีร้านอาหารและบ้านบนเนินเขาไปตามทาง
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
นั่งกระเช้าขึ้นสู่:
ยอดเขาทิตลิส (mount titlis )
ยอดเขาทิตลิส..ยอดเขามีชื่อของประเทศสวิตแลนด์ มีความสูงถึง 3,020 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง การขึ้นสู่ยอดเขาทิตลิสนั้น ต้องต่อกระเช้าหลายสถานี ก่อนถึงยอดเขาเป็นกระเช้าที่พื้นสามารถหมุนได้รอบ 360 องศา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามของเทือกเขาได้รอบทิศทาง สัมผัสกับกระเช้าไฟฟ้าที่หมุนรอบตัวเองไปด้วยในขณะที่เคลื่อนที่ และพบกับทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ในแบบ 360 องศา หากไม่ชอบให้ยืนอยู่บริเวณตรงกลางของกระเช้าที่พื้นไม่ได้หมุน และที่สำคัญคือ ถ้ายืนอยู่บนพื้นหมุนได้ ห้ามจับราวเหล็กที่ที่
|
|
นำท่านชม:
ถ้ำน้ำแข็งแห่งยอดเขาทิทลิส (ice grotto at mount titlis)
ถ้ำน้ำแข็งแห่งยอดเขาทิทลิส เป็นถ้ำที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ภายในเป็นผนังน้ำแข็งพร้อมมีคำอธิยายเป็นจุด ๆ ส่วนที่ชั้น 2 เป็นภัตตาคาร และชั้น 3 เป็นร้านขายของ เช่น ร้านขาย นาฬิกา ร้านขายของที่ระลึก ส่วนชั้น 4 ซึ่ง เป็นชั้นบนสุด จะเป็นชั้นที่ท่านสามารถเดินย่ำหิมะออกไปยังลานกว้างซึ่งเป็นจุดชมวิวบนยอดเขา
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ดิจอง (dijon city)
ดิจอง หรือ ดิชง หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม และน่าค้นหาเมืองหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโคต-ดอร์ในแคว้นบูร์กอญในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ ถือเป็นเมืองสำคัญแห่งแคว้นเบอร์กันดี และเป็นแหล่งไวน์และมัสตาร์ดชั้นดี อีกแห่งของฝรั่งเศส มีแหล่งท่องเที่ยวและทัศนียภาพสวยงามต่างๆ ที่ค่อยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้เข้าไปสัมผัสความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองดิจอง และมีของฝากและของที่ระลึกท้องถิ่นให่้เลือกซื้อ เชิญสัมผัสกับมนต์เสน่ห์อันตราตรึงของเมืองดิจอง
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ โรงแรม
|
|
พักโรงแรม HOLIDAY INN HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
6
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่ เมืองแวร์ซายส์
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
นำท่านชม:
พระราชวังแวร์ซายส์ (palace of versailles)
พระราชวังแวร์ซายน์..พระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหานครปารีส พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก นับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน ภายในห้องต่างๆ ของพระราชวังล้วนมีค่าด้วยภาพเขียนสีแบบเฟรสโก้ โดยช่างฝีมือเอกชาวฝรั่งเศส ควรค่าแก่การยกย่องให้ เป็นพระราชวังที่งดงามล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
|
|
เดินทางสู่:
กรุงปารีส (paris city)
มหานครปารีส..เมืองหลวงแสนสวยของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ ภายในกรุงปารีสมีประชากรประมาณ 2,167,994 คน นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน ด้วยความงามของสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ หรือเรื่องราวของแฟชั่น ดีไซน์เนอร์ต่างๆที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี เชิญเต็มอิ่มสนุกไปกับการซื้อของ และเดินท่องไปบนถนนเส้นต่าง ๆ ของเมืองปารีส ลองมาค้นหาสิ่งเหล่านี้ที่เมืองแห่งความรัก อย่างมหานครแห่งนี้
|
|
จัตุรัสคองคอร์ด (concord square)
จตุรัสคองคอร์ด ออกแบบโดยเลอโนตร สถาปนิกผู้ริเริ่มสร้างเมืองแวร์ซายส์ให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ชวนให้ระลึกถึงการปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส ใกล้กันเป็นสวนตุยเลอลีส์ สวนแบบฝรั่งเศสที่ออกแบบไว้อย่างงดงาม มีเสาหินโอเบลิสก์ขนาดใหญ่ เป็นเสาปลายแหลมสูง 23เมตร อายุกว่า 3,000ปี จากเมืองลักซอร์ในประเทศอียิปต์ ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าแล้ว ยังมีรูปปั้น และน้ำพุถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสปี คศ.1789 ลานแห่งนี้ได้ใช้ประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ด้วยกิโยติ
|
|
จัตุรัสทรอคคาเดโร (esplanade du trocadero)
จัตุรัสทรอคคาเดโร อยู่กลางกรุงปารีส เป็นจุดยอดนิยมในการชมวิวหอไอเฟล โดยฝั่งตรงข้ามของจตุรัสนี้ คือ ฝั่งโรงเรียนการทหาร ซึ่งโดยทั้งสองจุดนี้ เป็นจุดสวยที่สุด และสามารถมองเห็นตัวหอไอเฟลได้ทั้งหมดอย่างชัดเจน เชิญเดินเล่นชมบริเวณลานจัตุรัสคองคอร์ด ออกแบบโดยเลอโนตร สถาปนิกผู้ริเริ่มสร้างเมืองแวร์ซายส์ให้พระเจ้าหลุยส์ที่14 ที่ชวนให้ระลึกถึงการปฏวัติใหญ่ฝรั่งเศส ที่นี่..เป็นจุดสำคัญของเมืองปารีส เพราะสามารถเดินเที่ยวชมสถานที่น่าสนใจรอบๆ ได้อย่างเพลิดเพลินใจและยังได้ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมด้วย
|
|
เก็บภาพสวยของ:
หอไอเฟล (eiffel tower)
หอไอเฟล..หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังสุดแห่งหนึ่งของโลก ถือเป็นสัญลักษณ์ของนครปารีส สร้างขึ้นใน ค.ศ.1887-1889 ออกแบบโดยวิศวกรชื่อ "กุสตาฟ ไอเฟล" หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างสูงที่สุดอันดับที่5ในประเทศฝรั่งเศสและสูงที่สุดในกรุงปารีสและกลายเป็นสถานที่ยอดนิยม ที่ใครต่อใครที่่มาปารีสต้องถ่ายรูปด้วยตามธรรมเนียม ในยามค่ำคืน ที่นี่..เปิดไฟสวยงามมาก และมุมดีที่สุดในการถ่ายภาพหอไอเฟล คือ บริเวณ Trocadero ได้ชมวิวได้สูงถึงยอดหอ ซึ่งมีร้านอาหารสามารถนั่งชมวิวได้ทั่วทั้งกรุงปารีส และชมความงามของแม่น้ำเซน
|
|
ล่องเรือ:
เรือบาโตว์มุช (bateaux mouches )
เรือบาโตมูซ เป็นเรือนั่งล่องชมความงามของเมืองปารีสให้บรรยากาศแสนโรแมนติคในแม่น้ำแซน แม่น้ำสายหลักของเมืองปารีสประเทศฝรั่งเศส เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1949 มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการแล้วกว่า 100 ล้านคน ได้ชมทิวทัศน์ของสองฝากฝั่งแม่น้ำและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามน่ารักของเมืองปารีส ซึ่งระหว่างทางจะผ่านสถานที่สำคัญๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ มหาวิหารนอร์ทเธอดาม สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 รวมทั้งโบราณสถานและอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์อีกหลายแห่ง
|
|
ชมความงามของ:
โบสถ์นอร์ทเตรอดาม กรุงปารีส (notre dame)
โบสถ์นอร์ธเตรอดาม หรือ มหาวิหารนอเทรอดาม เป็นศิลปะแบบโกธิค ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีความงดงามด้วยยอดปลายแหลมของโบสถ์ และมีรูปปั้นด้านหน้าของพระแม่มารี อันเป็นที่ศรัทธาของคริสต์ศาสนิกชน โบสถ์แห่งนี้ยังตกแต่งด้วยศิลปะแบบกระจกสี หรือ สเตนแกลส ที่งดงามยิ่ง อีกทั้งยังเคยใช้เป็นสถานที่ราชาภิเษกนโปเลียนขึ้นครองราชย์อีกด้วย ปัจจุบัน วิหารนี้เป็นวัดของนิกายโรมันคาทอลิก เป็นที่นั่งของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส และเป็นวัดที่สวยงามสุดในลักษณะกอธิคแบบฝรั่งเศสด้วย
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ โรงแรม
|
|
พักโรงแรม HOTEL MERCURE PARIS IVRY QUI DE SAINE หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
7
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ถนนชองป์เอลิเซ่ (champs elysees)
ถนนชองป์เซลิเซ่..เป็นถนนในเขตที่8 ของกรุงปารีส เป็นย่านการค้าถนนแฟชั่นที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา ปัจจุบัน ถนนสายนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก และเป็นถนนเส้นสำคัญที่เปี่ยมด้วยสีสันของปารีส เป็นแหล่งรวมร้านค้ามีระดับ และแหล่งแฟชั่นจากดีไซเนอร์ชื่อก้อง สองข้างทางมีคาเฟ่เก๋ๆ เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ท่านไม่ควรพลาด
|
|
ชมความงามของ:
ประตูชัยอาร์ค เดอ ตรีอองฟ์ (arc de triomphe )
ประตูชัยอาร์ค เดอ ตรีอองฟ์ ตั้งอยู่กลางกรุงปารีส เป็นประตูชัยขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ในปี ค.ศ.1810 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของพระองค์ในหลายๆสมรภูมิรบ ออกแบบโดยสถาปนิกที่ชื่อ ชาลแกรง ใหญ่โตโอ่อ่า เพื่อให้สมศักดิ์ศรีและพระเกียรติของนโปเลียน ที่เป็นกษัตริย์ที่มีความยิ่งใหญ่ในการรบ ปัจจุบัน เป็นประตูเมืองนครปารีสและเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของฝรั่งเศส นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
|
|
ออกเดินทางสู่ สนามบิน ชาร์ลส เดอ โกลล์
|
|
15.00น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย UL 564 / UL 422
|
|
วันที่
8
|
12.20น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
|
|