วันที่
1
|
21.30น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
00.01น.
ออกเดินทางสู่กรุงโรม โดย TG 944
|
|
วันที่
2
|
05.55น.
เดินทางถึงสนามบิน ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี
|
|
เดินทางสู่:
กรุงโรม (rome city)
กรุงโรม..เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทุกมุมโลกต่างเดินทางไปกรุงโรม เพื่อชื่นชมกับศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว ถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ ทุกหัวมุมถนน เต็มไปด้วยโบสถ์ สิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โต และรูปปั้นโบราณ และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น ตลาดหัวเมืองโรมันโบราณ โคลอสเซียม โบสถ์ซิสทิน แพนธีออน น้ำพุเทรวีอันเลื่องชื่อ
|
|
เดินทางสู่:
นครวาติกัน (vatican)
นครรัฐวาติกัน ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ป็นที่ประทับของ พระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก นครรัฐวาติกัน เป็นรัฐอิสระ จัดว่าเป็นประเทศ ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีสถานที่สำคัญ นักท่องเที่ยวมักไปเที่ยวชม เช่น พิพิธภัณฑ์วาติกัน,มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ออกแบบโดยมีเกลันเจโล เป็นต้น
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
นำท่านชม:
สนามกีฬาโคลอสเซียม (colosseum)
สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม..สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคประวัติศาสตร์ ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณ เด่นในแง่สถาปัตยกรรม สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามี ลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน เชิญชมความยิ่งใหญ่ในอดีตของจักรวรรดิโรมันโบราณ ที่มีอายุกว่า 2,500 ปีมาแล้ว
|
|
น้ำพุเทรวี (trevi fountain)
น้ำพุเทรวี เป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่ที่เทรวี ริโอเนในกรุงโรมในประเทศอิตาลี เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต)และน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม เชิญชมความงดงามของ "น้ำพุเทรวี่" ที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญ เพื่อขอให้ได้เดินทางกลับมาที่กรุงโรมอีก มีตำนานเล่าว่า หากหันหลังแล้วโยนเหรียญลงน้ำพุเทรวี แล้วอธิษฐานให้ได้กลับมากรุงโรมอีกครั้ง ก็จะสมหวัง
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
บันไดสเปน (spanish steps )
ย่านบันไดสเปน ถูกเรียกชื่อตามสถานฑูตสเปน ตั้งอยู่ ณ บริเวณนั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี คศ.1723 แล้วเสร็จในปี คศ.1725 เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม และแหล่งชุมชมกันของหนุ่มสาว ผู้คนชอบที่จะมานั่งเรียงรายบนบันไดแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สินค้าแบรนด์เนม และของชำร่วยชื่อดังของกรุงโรมมีชื่อเสียงมาก อย่างไรก็ตามโปรดระวังกระเป๋าเงินและสิ่งของมีค่าด้วย เพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุกชุมของมิจฉาชีพทั้งหลาย
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ฟลอเร้นซ์ (florence city)
เมืองฟลอเร้นซ์..เมืองสวยงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นจุดกำเนิดของยุคเรอเนซองส์หรือยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ก่อนจะแพร่ขยายไปทั่วยุโรป เชิญเที่ยวชมมหาวิหารใหญ่ซึ่งเป็นมหาวิหารที่เรียกว่าดูโอโม หรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ปราสาท แกลอรี่ บาร์ ร้านอาหาร รวมทั้งคลับ และดิสโก้ ทุกสถานที่ๆจะได้พบกับความทันสมัยและความสวยงามตลอดเวลา มีแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆมากมายเพราะเป็นศูนย์กลางของผู้นำแฟชั่น เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสิ่งที่น่าสนใจ
|
|
20.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม NOVOTEL FIRENZE NORD
|
|
วันที่
3
|
07.30น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ปิซา (pisa city)
เมืองปิซา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน เป็นเมืองหลวงของจังหวัดปิซาอยู่ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี อยู่ทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ)ประมาณ 100 กิโลเมตร และทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซียนาปรมาณ 130 กิโลเมตร เชิญเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ 6 มรดกโลก เช่น จตุรัสดูโอโมแห่งปิซา,มหาวิหารปิซา,หอศีลจุ่มเมืองปิซา,หอเอนเมืองปิซา,สุสานนักบุญ,พิพิธภัณฑ์มหาวิหารปิซา
|
|
หอเอนเมืองปิซา (leaning tower of pisa)
หอเอนแห่งเมืองปิซ่า..หอคอยหินอ่อน อยู่ที่เมืองปิซา ประเทอิตาลี และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของศาสนสถานของชาวคริสต์ ที่สร้างในปี 1174 ไปเสร็จในปี ค.ศ.1350 ใช้เวานานถึง 176 ปี แต่เกิดการทรุดตัวลงเมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 จึงหยุดก่อสร้างไป จนอีกประมาณ 100 ปีต่อมาถึงมีผู้สร้างต่อได้จนครบ 8 ชั้น และได้นำระฆังไปติดในอีกร่วม 100 ปีต่อมา จนเสร็จสมบูรณ์เหมือนที่เห็นในปัจจุบัน กาลิเลโอได้เคยมาพิสูจน์ทฤษฏีการตกของวัตถุที่ยอดของหอเอนแห่งนี้
|
|
11.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมือง เวนิส (venice city)
เวนิส..เป็นหมู่เกาะเล็กๆ เหมือนตาข่ายมีประมาณ 100 กว่าเกาะ ตั้งอยู่บนทะเลอะเดรียติก มีคลองเล็กคลองน้อยน้ำเค็มกว่า 150 คลอง และมีสะพานอีกกว่า 400 สะพานให้เดินเชื่อมถึงกันหมด ตามตรอกซอกซอยก็ยังอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่าแก่ แตกต่างจากเมืองอื่นในโลก ด้วยเหตุนี้เมืองเวนิสจึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองมรดกโลก ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า สุดแสนโรแมนติคของอิตาลีด้วยบรรยากาศของ คลองเล็ก-คลองน้อย-สะพานมากมายที่เชื่อมเกาะต่างๆหรือแม้แต่เรือกอนโดล่า รวมทั้งบ้านเรือนที่ซับซ้อนในซอยแคบๆ
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม BOSCOLO B4 MESTRE
|
|
วันที่
4
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นั่งเรือข้ามฟากสู่:
จตุรัสเซนต์มาร์ค (st mark's square)
จตุรัสเซนต์มาร์ค..ชุมชนที่ยิ่งใหญ่สุดของเวนิซ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเวนิส และเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพมากที่สุดในโลก ในระหว่างวันเต็มไปด้วยผู้คน กิจกรรมยอดฮิตที่นี่ คือ การให้อาหารนก นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจต่าง ๆ เชิญเดินเที่ยวชมตามอัธยาศรัย เช่น สะพานสะอื้นที่ทอดเชื่อมระหว่างศาลและคุกหลวง,พิพิธภัณฑ์-ดอร์ด,วิหารเซนต์มาร์คที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยศิลปะยุคโมเสส,สะพานริอัลโต ที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส,ช้อปปิ้งของที่ระลึกต่างๆ และสินค้าแบรน์ดเนมชื่อดัง
|
|
ชมบรรยากาศโดยการ:
ล่องเรือกอนโดลา เวนิช (gondola)
สัมผัสกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกที่เป็นมนต์เสน่ห์แห่งเวนิส โดย การล่องเรือกอนโดล่า เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส สู่แกรนด์คาแนล คลองที่กว้างที่สุดของเกาะ และงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่สะพานเรียลอัลโต้ (ใช้เวลา 30 นาที)
|
|
นำท่านชม:
พระราชวังดอจส์ (doge's palace)
พระราชวังดอจส์ เป็นที่ทำการของรัฐบาลเวนิสและที่พำนักของผู้ดำรงตาแหน่งเจ้าเมืองในอดีต ตัวอาคารกะทัดรัดในแบบโกธิค เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มากว่า 800 ปีมาแล้ว เมื่อสมัยเวนิสยังเป็นสาธารณรัฐอิสระ ซึ่งเคยร่ำรวยและมีอำนาจมหาศาลและเคยส่งให้มาร์โคโปโลเดินทางไปเมืองจีน เชิญเยียมชมพระราชวังเก่าโบราณเวนิส และเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตในอดีต
|
|
นำท่านชม:
สะพานสะอื้น (bridge of sighs)
สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนาม “คาสโนว่า” ซึ่งเขาเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ปัจจุบันวังแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญของเมือง
|
|
นำท่านชม:
โรงงานเป่าแก้วมูราโน (murano glass)
โรงงานเป่าแก้วมูราโน เป็นงานสร้างสรรศิลปะที่มีคุณภาพและงานฝีมือของมันไร้ที่ติ มีประเพณีการทำแก้วในเวนิสตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 และเติบโตในความนิยมเป็นอุตสาหกรรมหลักของเมือง ยุคที่เป่าแก้วมูราโน่เป็นแหล่งใหญ่ของความภาคภูมิใจของเมืองและเพื่อรักษาสถานะของกฎหมายสมัยก่อนหลายคนส่งผ่านไปยังช่วยรักษาทางการค้ามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เชิญเลือกชมการผลิตแก้วมูราโนมีชื่อเสียง และซื้อเป็นของฝากของที่ระลึกแด่คนที่รัก
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมือง อินเทอร์ลาเก้น (interlaken city)
อินเทอร์ลาเก้น..เมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของสวิสแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีบรรยากาศและภูมิประเทศสงบสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ2แห่งคือ ทะเลสาบธันและทะเลสาบเบรียนส์ แวดล้อมไปด้วยน้ำจากทะเลสาบ น้ำตกที่เกิดจากหิมะละลายไหลลงมาจากขุนเขา น้ำจากแม่น้ำและน้ำที่พุ่งเป็นสายกระเซ็นจากน้ำพุรอบเมือง เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นทางขึ้นยอดเขาทั้งสามของที่นี่ คือ Jungfrau,Eiger และ Monch มักมาเริ่มต้นที่นี่ มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านค้าต่างๆมากมาย
|
|
20.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม HOTEL OBERLAND
|
|
วันที่
5
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่สถานีกรินเดอร์วาลเพื่อนั่งรถไฟขึ้น:
ยอดเขาจุงฟราว (jungfrau mountain)
ยอดเขาจุงฟราว ได้ชื่อว่าเป็น Top of Europe มีความสูง 3,454 เมตร นับเป็นเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดของยุโรป ได้สัมผัสความงามมหัศจรรย์ดุจแดนสวรรค์ ขาวโพลนด้วยเกล็ดหิมะยามสะท้อนแสงอาทิตย์เปล่งประกายระยิบระยับตา ดั่งดวงดาวบนพื้นพิภพ จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี2544 ข้างบนภูเขา มีร้านค้าขายของที่ระลึกและกิจกรรมที่ควรทำคือการส่งไปรษณีย์จากที่นี่เพราะเขาจะมีตรายางให้ปั๊มว่า "Top of Europe" เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์และถ้ำน้ำแข็งให้ดูด้วย
|
|
นำท่านชม:
หอชมวิวสฟิงซ์ (sphinx observation hall)
หอชมวิวสฟิงซ์..จุดชมวิวยอดนิยม ชมทัศนียภาพอันอลังการของเทือกเขาจุงเฟรายอค ที่สามารถใช้ลิฟต์จากห้องโถงสฟิงซ์ ซึ่งมักมีการจัดงานนิทรรศการศิลปะหมุมเวียนตลอดทั้งปี ในเวลาเพียง 25 วินาที ก็จะขึ้นมาสู่หอสังเกตการณ์สฟิงซ์ ซึ่งมีระเบียงยื่นออกนอก ตัวอาคารให้ได้ชื่นชมทัศนียภาพ โดยรอบแบบ 360 องศา บนความสูงถึง 3,571 เมตร ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส สามารถเห็นภูมิทัศน์ไกลถึงเทือกเขา Vosges ในประเทศฝรั่งเศสและป่าดำในเยอรมนี
|
|
12.30น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา
|
|
บ่าย
นำท่านชม:
วังน้ำแข็ง (ice palace)
วังน้าแข็ง ที่ขุดภูเขาน้ำแข็งลึกลงไปใต้ธารน้ำแข็งราว 30 เมตร เชื่อมเส้นทางระหว่างปราสาทน้ำแข็งและลานหิมะ เป็นเสมือนประตูสู่อาณาจักรน้ำแข็งอันน่าตื่นตาตื่นใจ ตลอดขณะเดิน ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมในการเดินบนพื้นน้ำแข็ง ภายในเป็นโถงขนาดกว้างใหญ่ ประดับด้วยน้ำแข็งแกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ อย่าง อินทรี แมวน้ำ เพนกวิน หมีขั้วโลกเหนือ เป็นต้น และมีไฟประดับเพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนี้ยังมีบาร์น้ำแข็ง ที่บริการเครื่องดื่ม สำหรับงานสังสรรค์อย่างเป็นส่วนตัวด้วย
|
|
เดินทางกลับสู่:
เมือง อินเทอร์ลาเก้น (interlaken city)
อินเทอร์ลาเก้น..เมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของสวิสแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีบรรยากาศและภูมิประเทศสงบสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ2แห่งคือ ทะเลสาบธันและทะเลสาบเบรียนส์ แวดล้อมไปด้วยน้ำจากทะเลสาบ น้ำตกที่เกิดจากหิมะละลายไหลลงมาจากขุนเขา น้ำจากแม่น้ำและน้ำที่พุ่งเป็นสายกระเซ็นจากน้ำพุรอบเมือง เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นทางขึ้นยอดเขาทั้งสามของที่นี่ คือ Jungfrau,Eiger และ Monch มักมาเริ่มต้นที่นี่ มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านค้าต่างๆมากมาย
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม HOTEL OBERLAND
|
|
วันที่
6
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.00น.
เดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศฝรั่งเศส
|
|
11.30น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
14.08น.
นั่งรถไฟด่วน ทีจีวี มุ่งหน้าสู่:
กรุงปารีส (paris city)
มหานครปารีส..เมืองหลวงแสนสวยของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ ภายในกรุงปารีสมีประชากรประมาณ 2,167,994 คน นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน ด้วยความงามของสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ หรือเรื่องราวของแฟชั่น ดีไซน์เนอร์ต่างๆที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี เชิญเต็มอิ่มสนุกไปกับการซื้อของ และเดินท่องไปบนถนนเส้นต่าง ๆ ของเมืองปารีส ลองมาค้นหาสิ่งเหล่านี้ที่เมืองแห่งความรัก อย่างมหานครแห่งนี้
|
|
15.47น.
ถึงสถานีรถไฟปารีส การ์เดอลียง อิสระช้อปปิ้ง
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม PULLMAN PARIS BERCY
|
|
วันที่
7
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
พระราชวังแวร์ซายส์ (palace of versailles)
พระราชวังแวร์ซายน์..พระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหานครปารีส พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก นับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน ภายในห้องต่างๆ ของพระราชวังล้วนมีค่าด้วยภาพเขียนสีแบบเฟรสโก้ โดยช่างฝีมือเอกชาวฝรั่งเศส ควรค่าแก่การยกย่องให้ เป็นพระราชวังที่งดงามล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ถนนชองป์เอลิเซ่ (champs elysees)
ถนนชองป์เซลิเซ่..เป็นถนนในเขตที่8 ของกรุงปารีส เป็นย่านการค้าถนนแฟชั่นที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา ปัจจุบัน ถนนสายนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก และเป็นถนนเส้นสำคัญที่เปี่ยมด้วยสีสันของปารีส เป็นแหล่งรวมร้านค้ามีระดับ และแหล่งแฟชั่นจากดีไซเนอร์ชื่อก้อง สองข้างทางมีคาเฟ่เก๋ๆ เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ท่านไม่ควรพลาด
|
|
หากท่านสนใจชมโชว์มูแรงรูจ ตอนกลางคืน กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม PULLMAN PARIS BERCY
|
|
วันที่
8
|
07.30น.
อาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
|
|
08.30น.
ขึ้นลิฟท์ สู่ชั้น 2 ของ:
หอไอเฟล (eiffel tower)
หอไอเฟล..หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังสุดแห่งหนึ่งของโลก ถือเป็นสัญลักษณ์ของนครปารีส สร้างขึ้นใน ค.ศ.1887-1889 ออกแบบโดยวิศวกรชื่อ "กุสตาฟ ไอเฟล" หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างสูงที่สุดอันดับที่5ในประเทศฝรั่งเศสและสูงที่สุดในกรุงปารีสและกลายเป็นสถานที่ยอดนิยม ที่ใครต่อใครที่่มาปารีสต้องถ่ายรูปด้วยตามธรรมเนียม ในยามค่ำคืน ที่นี่..เปิดไฟสวยงามมาก และมุมดีที่สุดในการถ่ายภาพหอไอเฟล คือ บริเวณ Trocadero ได้ชมวิวได้สูงถึงยอดหอ ซึ่งมีร้านอาหารสามารถนั่งชมวิวได้ทั่วทั้งกรุงปารีส และชมความงามของแม่น้ำเซน
|
|
เดินทางสู่สนามบินกรุงปารีส
|
|
13.30น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย TG 931
|
|
วันที่
9
|
06.30น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|