วันที่
1
|
04.30น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
06.50น.
ออกเดินทางสู่มิลาน ประเทศอิตาลี โดย 9W 63 / 142 (แวะเปลี่ยนเครื่อง กรุงเดลี อินเดีย)
|
|
18.00น.
เดินทางถึงสนามบินมาเพนซ่า มิลาน
|
|
พักโรงแรม HOLIDAY INN ASSAGO หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
2
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง มิลาน (milan city)
เมืองมิลาน หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน “มิลาน”เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีประชากรประมาณ1,308,500 คน และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า“ปาเนตโตเน” อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน,มีภาพวาดเฟรสโก้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง,โรงละครโอเปร่า
|
|
นำท่านชม:
ดูโอโมแห่งมิลาน (milan cathedral)
มหาวิหารหินอ่อนแบบกอธิคที่ใหญ่เป็นอันดับ3ในยุโรป สร้างในปี1386 ด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิคผสมผสานกันเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ใช้เวลาสร้างนานถึง500ปี มีความวิจิตรงดงามและประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า3,000รูป มีหลังคายอดเรียวแหลมจำนวน 135ยอด บนสุดมีรูปปั้นทองขนาด4เมตรของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าอยู่ มีลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่2ทรงม้าคือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ รอบๆเป็นศูนย์รวมร้านค้าแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
แกลลอรี่ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล มิลาน (gallery victor emanuela)
แกลลอเรียวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 เป็นอาคารศูนย์การค้า ห้างเก่าแก่อาคารกระจกเก่าแก่และสง่างามที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมอันทันสมัย มมีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองท้า และนาฬิกา แบรนด์เนมชื่อดังมากมาย อาทิ หลุยส์ วิตตอง,พราด้า,เฟอรากาโม่,อาร์มานี่,เวอร์ซาเช่ หรือ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อิสระให้สำรวจสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของอิตาลีตามอัธยาศัย
|
|
นำท่านชม:
โรงอุปรากรลา สกาลา มิลาน (teatro alla scala)
จตุรัสเดลลา สกาลา หรือ โรงอุปรากรชื่อก้องโลกแห่งเมืองมิลาน สร้างขึ้นระหว่างปีคศ1776-1778 เลิศหรูอลังการ เป็นโรงละครโอเปร่ายอดเยี่ยมที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ด้านหน้าเป็นลานที่เรียกว่า ปิอาซซ่า เดลลา สกาลา มีรูปปั้นของศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งของโลกคือ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ในยุคนั้นเจ้าผู้ปกครองเมืองมิลาน ได้ว่าจ้างลีโอนาร์โดชาวเมืองฟลอเรนซ์ ให้มาผลิตผลงานที่เมืองมิลานแทน อยู่ฟลอเรนซ์ลำบาก ศิลปินดังๆ เชิญบันทึกภาพกับรูปปั้นของศิลปินเอกลีโอนาโด ดาวินชี และเที่ยวชมเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง
|
|
อิสระช้อปปิ้งในเมืองมิลาน (shopping in milan)
มิลาน..มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านแฟชั่น ออกแบบ และถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นของโลก ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้าหนังแท้ เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน มีนายแบบนางแบบและเศรษฐีมากมายที่อยากมาเมืองแฟชั่นนี้ ที่นี่ มีการจัดสถานที่จัดแสดงแฟชั่นและจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม มีสถานที่ช้อปปิ้งมากมาย เช่น แกลเลอเลีย วิตตอริโอ เอมานูเอเล2,ถนนสายแบรนด์ดังๆ อาทิ Corso Buenos,Aires Via Monte Napoleone,Piazza San Babila,Emauele, Piazza del Duomo,ย่านเที่ยวกลางคืน เช่น ย่านอิโซลา ย่าน Naviglio Grande เป็นต้น
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เวโรนา (verona city)
เมืองเวอโรน่า..เมืองเก่าแก่ เล็กๆ น่ารักๆ อยู่ตอนเหนือของเวนิส มีอารีนาเป็นสนามกีฬาศูนย์กลางของเมือง บ้านเรือนสวยงามสร้างจากหินอ่อนสีชมพู เป็นวังและปราสาทเก่าๆ ปรับมาเป็นโรงแรม ที่พัก และที่สำคัญเป็นเมืองของวิลเลียม เชคเปียร์ บ้านของจูเลียต ที่เกิดโศกนาฏกรรมความรัก โรมิโอกับจูเลียต ในปี ค.ศ. 2000 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติก็ประกาศให้เวโรนาเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม
|
|
นำท่านชม:
สนามกีฬาโรมันอารีน่า เวโรน่า (verona arena)
สนามกีฬาโรมันอารีน่า สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในยุคโรมัน ตั้งอยู่ในเมืองเวโรน่า ประเทศอิตาลี สนามกีฬากลางแจ้งแห่งนี้ สร้างขึ้นใน ค.ศ.30 เป็นที่ใช้แสดงโชว์ ละคร และกีฬาต่างๆ ดึงดูดผู้ชมจากทั่วทุกสารทิศ แต่เดิมด้านนอกของอาคาร สร้างจากหินปูนสีขาวและสีชมพู แต่หลังจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1117 กำแพงด้านนอกก็พังทลายลงเกือบเหมด
|
|
นำท่านชม:
บ้านจูเลียต เวโรนา (juliet's house verona)
บ้านจูเลียต เมืองเวโรนา ที่โด่งดังมาจากนิยายรักอมตะเรื่องเอกของ วิลเลี่ยม เชกส์เปียร์ โรมิโอและจูเลียต เรื่องนี้แต่งจากเรื่องจริงของคู่รักที่อาศัยอยู่ในนครเวโรนา ประเทศอิตาลี ภายในบ้านของจูเลียตจะเห็นระเบียงที่โรมิโอปีนเข้าหาจูเลียต รูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของ จูเลียตเพื่อขอพรให้สมหวังในความรัก
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เวนิส (venice city)
เวนิส..เป็นหมู่เกาะเล็กๆ เหมือนตาข่ายมีประมาณ 100 กว่าเกาะ ตั้งอยู่บนทะเลอะเดรียติก มีคลองเล็กคลองน้อยน้ำเค็มกว่า 150 คลอง และมีสะพานอีกกว่า 400 สะพานให้เดินเชื่อมถึงกันหมด ตามตรอกซอกซอยก็ยังอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่าแก่ แตกต่างจากเมืองอื่นในโลก ด้วยเหตุนี้เมืองเวนิสจึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองมรดกโลก ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า สุดแสนโรแมนติคของอิตาลีด้วยบรรยากาศของ คลองเล็ก-คลองน้อย-สะพานมากมายที่เชื่อมเกาะต่างๆหรือแม้แต่เรือกอนโดล่า รวมทั้งบ้านเรือนที่ซับซ้อนในซอยแคบๆ
|
|
เย็น
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม PLAZA หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
สัมผัสบรรยากาศเปี่ยมเสน่ห์ของเมืองเวนิส
|
|
นำท่านชม:
จตุรัสเซนต์มาร์ค (st mark's square)
จตุรัสเซนต์มาร์ค..ชุมชนที่ยิ่งใหญ่สุดของเวนิซ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเวนิส และเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพมากที่สุดในโลก ในระหว่างวันเต็มไปด้วยผู้คน กิจกรรมยอดฮิตที่นี่ คือ การให้อาหารนก นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจต่าง ๆ เชิญเดินเที่ยวชมตามอัธยาศรัย เช่น สะพานสะอื้นที่ทอดเชื่อมระหว่างศาลและคุกหลวง,พิพิธภัณฑ์-ดอร์ด,วิหารเซนต์มาร์คที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยศิลปะยุคโมเสส,สะพานริอัลโต ที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส,ช้อปปิ้งของที่ระลึกต่างๆ และสินค้าแบรน์ดเนมชื่อดัง
|
|
นำท่านชม:
พระราชวังดอจส์ (doge's palace)
พระราชวังดอจส์ เป็นที่ทำการของรัฐบาลเวนิสและที่พำนักของผู้ดำรงตาแหน่งเจ้าเมืองในอดีต ตัวอาคารกะทัดรัดในแบบโกธิค เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มากว่า 800 ปีมาแล้ว เมื่อสมัยเวนิสยังเป็นสาธารณรัฐอิสระ ซึ่งเคยร่ำรวยและมีอำนาจมหาศาลและเคยส่งให้มาร์โคโปโลเดินทางไปเมืองจีน เชิญเยียมชมพระราชวังเก่าโบราณเวนิส และเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตในอดีต
|
|
นำท่านชม:
สะพานสะอื้น (bridge of sighs)
สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนาม “คาสโนว่า” ซึ่งเขาเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ปัจจุบันวังแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญของเมือง
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมืองโบโลญญ่า (bologna)
|
|
เย็น
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม B4 BOLOGNA TOWER หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ฟลอเร้นซ์ (florence city)
เมืองฟลอเร้นซ์..เมืองสวยงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นจุดกำเนิดของยุคเรอเนซองส์หรือยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ก่อนจะแพร่ขยายไปทั่วยุโรป เชิญเที่ยวชมมหาวิหารใหญ่ซึ่งเป็นมหาวิหารที่เรียกว่าดูโอโม หรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ปราสาท แกลอรี่ บาร์ ร้านอาหาร รวมทั้งคลับ และดิสโก้ ทุกสถานที่ๆจะได้พบกับความทันสมัยและความสวยงามตลอดเวลา มีแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆมากมายเพราะเป็นศูนย์กลางของผู้นำแฟชั่น เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสิ่งที่น่าสนใจ
|
|
ชมวิวที่:
จัตุรัสไมเคิลแองเจโล (piazzale michelangelo)
จัตุรัสไมเคิลแองเจโล เป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียง ชมทัศนียภาพอันงดงามแบบ "พาโนราม่า" 360 องศา ของเมืองฟลอเรนซ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในย่าน Oltrarno ของเมืองด้วย ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองฟลอเรนซ์ เป็นจุดชมวิวมองเมืองเก่าฟลอเร้นซ์ในมุมสูง บริเวณจตุรัสมีรูปจำลอง เดวิด สัญลักษณ์ของคนหนุ่มแข็งแรงผู้รักอิสรภาพ ซึ่งถือเป็นสัญญลักษณ์แห่งความเป็นอิสระ พร้อมชมทัศนียภาพของตัวเมืองที่มีแม่น้ำอาร์โน ไหลผ่านนครที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมโบราณไว้อย่างน่าชื่นชม
|
|
ผ่านชม:
มหาวิหารเมืองฟลอเร้นซ์ (florence cathedral)
มหาวิหารเมืองฟลอเร้นซ์ เป็นสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ของเมืองฟลอเรนซ์ มีขนาดใหญ่ สง่างาม และสูงที่สุดในยุคเมื่อ 500 กว่าปีที่แล้ว สร้างในปลายคริสต์ศต13 ออกแบบโดย ฟีลิปโป บรูเนลเลสกี ผู้ที่เดินทางไปโรมเพื่อดั้นด้นศึกษางานสถาปัตยกรรมจากซากโบราณสถานของโรมันที่ยังหลงเหลืออยู่ แล้วค้นพบวิชาความรู้ของยุคโรมันที่สูญหายไปเป็นเวลาพันกว่าปี จนสามารถสร้างโดมขนาดใหญ่ที่สุดได้ ด้านหน้าของวิหารประดับด้วยหินอ่อนสีเขียว ประดิษฐ์ประดอยอย่างวิจิตรพิสดารสวยงามมาก ภายในเรียบง่ายตามสไตล์เรอเนซองส์ตอนต้นแบบโกธิก
|
|
ผ่านชม:
จตุรัสซินญอเรีย (piazza della signoria)
จัตุรัสซิญนอเรีย ตั้งอยู่บริเวณเขตเมืองเก่าของฟลอเรนซ์ เป็นจตุรัสสวยงามด้วยประติมากรรมมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่ด้านหน้าของพระราชวังเวคคิโอ เช่น รูปแกะสลักเพอร์ซิอุส วีรบุรุษกรีกโบราณตอนบั่นคอเมดูซ่า รูปแกะสลักเฮอร์คิวลีส และรูปสลัก the Rape of the Sabine Women เป็นต้น รอบๆจัตุรัสนี้ มีวังเวคคิโอและพิพิธภัณฑ์อูฟิซี่ มีทางเดินลอดใต้ทางเชื่อมเพื่อตรงไปยังจัตุรัสซิญญอเรีย ปัจจุบัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญสุดของเมืองฟลอเรนซ์ ข้างในมีภาพวาดสวยงามของศิลปินชื่อดัง รูปแกะสลักตั้งแต่สมัยกรีกและโรมัน
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
กรุงโรม (rome city)
กรุงโรม..เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายจากทุกมุมโลกต่างเดินทางไปกรุงโรม เพื่อชื่นชมกับศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว ถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ ทุกหัวมุมถนน เต็มไปด้วยโบสถ์ สิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โต และรูปปั้นโบราณ และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น ตลาดหัวเมืองโรมันโบราณ โคลอสเซียม โบสถ์ซิสทิน แพนธีออน น้ำพุเทรวีอันเลื่องชื่อ
|
|
เย็น
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม NOVOTEL ROMA LA RUSTICAหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
นครวาติกัน (vatican)
นครรัฐวาติกัน ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ป็นที่ประทับของ พระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก นครรัฐวาติกัน เป็นรัฐอิสระ จัดว่าเป็นประเทศ ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีสถานที่สำคัญ นักท่องเที่ยวมักไปเที่ยวชม เช่น พิพิธภัณฑ์วาติกัน,มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ออกแบบโดยมีเกลันเจโล เป็นต้น
|
|
นำท่านชม:
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โรม (basilica of saint peter)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า "เซนต์ปีเตอร์บาซิลิ" เป็นมหาวิหารหนึ่งในสี่ของมหาวิหารหลักในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และ สำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน โดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สูงโดดเด่น สามารถเห็นได้แต่ไกลในตัวเมืองโรม วัดนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2.3 เฮกตาร์ สามารถจุคนได้กว่า 60,000 คน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่หนึ่งของคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก เชิญชมความอลังการ พบกับปฏิมากรรมปิเอต้า รูปแม่พระประคองร่างพระเยซูหลังจากถูกปลดลงจากไม้กางเขน รูปปฎิมากรรมบรอนซ์...
|
|
ผ่านชม:
สนามกีฬาโคลอสเซียม (colosseum)
สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม..สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคประวัติศาสตร์ ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณ เด่นในแง่สถาปัตยกรรม สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามี ลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆในปัจจุบัน เชิญชมความยิ่งใหญ่ในอดีตของจักรวรรดิโรมันโบราณ ที่มีอายุกว่า 2,500 ปีมาแล้ว
|
|
ผ่านชม:
โรมันฟอรัม (roman forum)
โรมันฟอรัม เป็นพื้นที่สาธารณะในกลางเมืองโรมันและสถานที่ประกอบกิจกรรมสำคัญหลากหลาย เช่น การประชุมด้านการเมือง การนัดพบ และอื่นๆ ต้นแบบของฟอรัมโรมันและ Imperial fora ในโรม สามารถพบเห็นได้ในอิตาลีและในจักรวรรดิโรมัน เมืองโรมันใหม่ ฟอรัมอยู่ที่แยกถนนหลัก เหนือ-ใต้ และ ตะวันออก-ตก ในยุคสมัยโรมันที่เรืองอำนาจ ที่นี่..เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมสำคัญทุกสิ่งทุกอย่าง และยุคเรอเนสซองส์ โรมันฟอรัมเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินหลายต่อหลายท่าน
|
|
นำท่านชม:
น้ำพุเทรวี (trevi fountain)
น้ำพุเทรวี เป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่ที่เทรวี ริโอเนในกรุงโรมในประเทศอิตาลี เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต)และน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม เชิญชมความงดงามของ "น้ำพุเทรวี่" ที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญ เพื่อขอให้ได้เดินทางกลับมาที่กรุงโรมอีก มีตำนานเล่าว่า หากหันหลังแล้วโยนเหรียญลงน้ำพุเทรวี แล้วอธิษฐานให้ได้กลับมากรุงโรมอีกครั้ง ก็จะสมหวัง
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
อิสระช้อปปิ้ง:
บันไดสเปน (spanish steps )
ย่านบันไดสเปน ถูกเรียกชื่อตามสถานฑูตสเปน ตั้งอยู่ ณ บริเวณนั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี คศ.1723 แล้วเสร็จในปี คศ.1725 เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม และแหล่งชุมชมกันของหนุ่มสาว ผู้คนชอบที่จะมานั่งเรียงรายบนบันไดแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สินค้าแบรนด์เนม และของชำร่วยชื่อดังของกรุงโรมมีชื่อเสียงมาก อย่างไรก็ตามโปรดระวังกระเป๋าเงินและสิ่งของมีค่าด้วย เพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุกชุมของมิจฉาชีพทั้งหลาย
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เซียน่า (siena city)
เมืองดังแห่งยุคกลางของอิตาลีและเป็นเมืองที่มีศิลปะโกธิค ตลอดทั้งใจกลางเมืองเก่าของเซียนาได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีคศ1995 เชิญเยี่ยมจตุรัสเปียซซ่า เดล คัมโป ที่ได้ชื่อว่าสวยแปลกตาเพราะมีรูปทรงเป็นรูปพัด ลาดเอียงแบบขั้นบันได ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลาว่าการเมืองเซียน่า เดินเล่นชมเมือง บ้านเรือนต่างๆ ถึงแม้ดูเก่าแก่ แต่ยังคงถูกใช้งานเป็นที่อยู่อาศัยและร้านค้า มีศาลากลางจังหวัดสไตล์โกธิค น้ำพุเกีย โบสถ์พระแม่นิรมล ที่นี่ มีเทศกาลพาลิโอแสดงในชุดพื้นเมืองทุกปีมีชื่อเสียงมาก
|
|
เย็น
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม EXECUTIVE หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
6
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ปิซา (pisa city)
เมืองปิซา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน เป็นเมืองหลวงของจังหวัดปิซาอยู่ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี อยู่ทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ)ประมาณ 100 กิโลเมตร และทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซียนาปรมาณ 130 กิโลเมตร เชิญเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ 6 มรดกโลก เช่น จตุรัสดูโอโมแห่งปิซา,มหาวิหารปิซา,หอศีลจุ่มเมืองปิซา,หอเอนเมืองปิซา,สุสานนักบุญ,พิพิธภัณฑ์มหาวิหารปิซา
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
นำท่านชม:
หอเอนเมืองปิซา (leaning tower of pisa)
หอเอนแห่งเมืองปิซ่า..หอคอยหินอ่อน อยู่ที่เมืองปิซา ประเทอิตาลี และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของศาสนสถานของชาวคริสต์ ที่สร้างในปี 1174 ไปเสร็จในปี ค.ศ.1350 ใช้เวานานถึง 176 ปี แต่เกิดการทรุดตัวลงเมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 จึงหยุดก่อสร้างไป จนอีกประมาณ 100 ปีต่อมาถึงมีผู้สร้างต่อได้จนครบ 8 ชั้น และได้นำระฆังไปติดในอีกร่วม 100 ปีต่อมา จนเสร็จสมบูรณ์เหมือนที่เห็นในปัจจุบัน กาลิเลโอได้เคยมาพิสูจน์ทฤษฏีการตกของวัตถุที่ยอดของหอเอนแห่งนี้
|
|
เย็น
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม MY ONE HOTEL VILLA DUCALE หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
7
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำท่านชม:
เมืองปาร์มา (parma)
เมืองปาร์มา เป็นเมืองในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา จังหวัดปาร์มา ประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงในด้านการผลิตแฮม ,ชีส และด้านสถาปัตยกรรม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยปาร์มา และสโมสรฟุตบอลปาร์มา เป็นต้นกำเนิดของปาณ์ม่าแฮมที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางไปยัง พรมแดนอิตาลีสวิตเซอร์แลนด์
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ฟ๊อกซ์ทาวน์ เอ้าท์เลท มอลล์ (fox town outlet)
ฟ๊อกซ์ทาวน์ เอ้าท์เลท มอลล์..สวรรค์สำหรับนักช้อปซึ่งตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์และอยู่ไม่ไกลจากประเทศอิตาลี เป็นเอ๊าท์เลทใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านค้ากว่า 130 ร้าน สินค้าคุณภาพดี ลดราคาระหว่าง 30-70% จากราคาขายปลีก เช่น ของใช้ในครัวเรือน แว่นตา ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังอิตาลี รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์กีฬา แฟชั่นแบรนด์แนมชื่อดังอาทิ เช่น D&G, Armani, Burberry, Bally, Diesel, Calvin Klein, Gant, Prada, Gucci, Prada, Nike,Fendi, Versace,Valentino และอื่นๆ อีกมากมาย
|
|
ผ่านชม:
ทะเลสาบโคโม (lake como)
เมืองตากอากาศโคโม ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโคโม ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี มีพื้นที่ 146 ตารางกิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบสวยงามที่สุด และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ2ของอิตาลี รองจากทะเลสาบการ์ดาและทะเลสาบมัจจอเร ทางเหนือของทะเลสาบคือ เทือกเขาแอลป์ เปรียบเสมือนป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่สร้างฉากหลังอันงดงามอลังการให้กับดินแดนแห่งนี้ เสน่ห์ของทะเลสาบแห่งนี้ คือ “วิลล่า” บ้านพักตากอากาศอันหรูหรา เรียงรายรอบๆ ทะเลสาบโคโม จนกลายเป็นศูนย์รวมชนชั้นสูงและบุคคลมีชื่อเสียงของยุโรป
|
|
เดินทางสู่สนามบินมิลาน
|
|
21.25น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย 9W 141 / 64 (21.25-09.55 / 12.20-18.10) แวะเปลี่ยนเครื่องที่เดลลี
|
|
วันที่
8
|
18.10น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|