วันที่
1
|
20.00น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
23.50น.
ออกเดินทางสู่เมืองนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น โดย TG642
|
|
วันที่
2
|
07.30น.
เดินทางถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น
|
|
นำท่านชม:
เอโดะ วันเดอร์แลนด์ (Edo Wonderland)
นิกโก้ เอโดะมุระ หรือ เอโดะ วันเดอร์แลนด์ เป็นสถานที่แบบ Theme Park ซึ่งออกแบบและตกแต่ง สไตล์ย้อน ยุคสู่ยุคเอโดะของญี่ปุ่น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับศิลปะวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตของ ผู้คนในสมัยเอโดะ ถือเป็นเมืองจำลองสมัยเอโดะ ที่จำลองมาได้อย่างลงตัว ทั้งสภาพแวดล้อม บ้านเรือน ร้านค้า ท้องถนนและการแต่งกายของผู้คนที่ราวกับย้อนยุคไปเมื่อ 200 กว่าปีก่อน เชิญสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบนินจา ที่ “บ้านนินจา” ทั้งห้องลับต่างๆ ที่ซ่อนอาวุธ และเส้นทางลับต่างๆ และชมการแสดงของนินจาต่างๆ
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เปลี่ยนอิริยาบถสัมผัสประสบการณ์การนั่ง:
รถไฟหัวกระสุน ชินคันเซน (shinkansen japanese bullet train)
ญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟมาเพื่อตอบสนองรถไฟความเร็วสูง "รถไฟด่วนชินคันเซน หรือ รถไฟหัวกระสุน" เป็นรถไฟที่มีความเร็วสูง ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความแตกต่างตรงที่รางรถไฟจะมีความกว้างเป็นแบบมาตรฐาน โดยขุดอุโมงค์เข้าไปหรือสร้างสะพานข้ามเมื่อเจอสิ่งกีดขวางแทนที่จะอ้อมไปแบบแต่ก่อน ทำให้เส้นทางรถไฟของชินคันเซ็นมีความคดเคี้ยวน้อยกว่า และช่วยร่นระยะทางให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถเป็นการนั่ง เชิญนั่งรถไฟชินคันเซน โดยเดินทางจาก สถานีรถไฟ โยโกฮาม่า มุ่งหน้าสู่ สถานีรถไฟ ชินจูกุ
|
|
เมือง โมริโอกะ (morioka city)
ตั้งอยู่ในแคว้นอิวาเตะ มีภูเขาล้อมรอมถึง3ทิศ ทำให้อุณหภูมิค่อนข้างหนาวเมื่อเทียบกับตัวเมืองประมาณ-10องศา มีหิมะตกในช่วงตั้งแต่เดือนตค-มีค หิมะที่ตกที่นี่นุ่มเป็นผงเหมาะแก่การเล่นสกี แต่ช่วงฤดูร้อนเดือนมิย-กคค่อนข้างร้อน อุณหภูมิประมาณ30องศา และมีการจัดเทศกาลม้า Chagu-Chagu Umakko Horse Festival ในเดือนมิยแห่ขบวนม้าประดับตกแต่งอย่างมีสีสรร ภายในเมืองมีศูนย์การค้า,โรงหนัง,มหาวิทยาลัยอิวาเตะ,สถานีรถไฟ แต่ไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน ชาวเมืองนิยมใช้รถบัสหรือรถแท็กซี่ ส่วนนักเรียนนักศึกษาใช้จักรยานเดินทาง
|
|
พักโรงแรม APPI GRAND HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ขาปูยักษ์ ญี่ปุ่น (tokyo golden king crab)
เมนู “ขาปูยักษ์” ให้ได้ลิ้มลอง รสชาติขาปูใส่ถาดบิ๊กๆ ทยอยมาเติม อิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษ ทานได้ไม่อั้น มีนำอุปกรณ์การหม่ำปูมาพร้อม ปูขาใหญ่ๆ เนื้อแน่นๆ เนื้อเป็นเนื้อใหม่และสดเนื้อปูแบบแกะเรียบร้อย พร้อมน้ำจิ้มสไตส์ญี่ปุ่นอย่างจุใจ และอาหารอื่นๆ อีกหลายชนิด
|
|
แช่น้ำแร่ญี่ปุ่น (japanese onsen)
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ ออนเซน ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดี ผิวพรรณสวยงาม สุขภาพดี ในการอาบน้ำของชาวญี่ปุ่นแตกต่างจากบ้านเราเนื่องจากต้อง “แก้ผ้า” ออกให้หมด โดยแยกแบ่งเป็นชาย-หญิง มีทั้งแช่บ่อกลางหิมะ,แบบถังอาบได้ครั้งละ4คน,เป็นสระทั้งภายในและภายนอกสถานที่ มาถึงญี่ปุ่นแล้ว ต้องลืมอาย แก้ผ้าออนเซน แช่น้ำแร่ธรรมชาติ สักครั้งก่อนกลับเมืองไทย จะได้ไปเล่าประสบการณ์แช่น้ำแร่ออนเซนให้เพื่อนๆ ฟังว่าผ่อนคลายความเมื่อยล้า ร่างกายแข็งแรง สดชื่น และกระชุ่มกระชวยมากเพียงใด
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่กับการฝึกเล่นสกีหิมะ
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมืองฮิราอิสุมิ (hiraizumi city)
เมืองฮิราอิสุมิ เป็นเมืองขึ้นของตระกูลฟูจิวาระ เมื่อครั้งอดีตอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอิวาเตะและเป็นคู่แข่งกับเมืองเกียวโต ในด้านวัฒนธรรม การเมือง และ การค้า ในช่วงศตวรรษที่ 12 แต่ในปี ค.ศ.1189 เมืองแห่งนี้ได้ถูกทำลายลง โดยท่านโยริโตโมะ ปัจจุบันนี้ แม้ว่าเมืองจะไม่กลับมารุ่งโรจน์เหมือนอย่างเคย แต่ที่นี่ยังคงเอกลักษณ์ของโทโฮะคุไว้ให้เห็นหลายอย่าง ซึ่งเป็นเหตุให้ เมืองฮิราอิสุมิ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้เป็น “มรดกโลก” เรียบร้อยแล้ว
|
|
นำท่านชม:
วัดชูซอนจิ (chusonji temple)
วัดชูซอนจิ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 850 เป็นวัดเกาแก่นิกายเทนได ซึ่งเป็นนิกายที่มาจากประเทศจีน วัดนี้เคยมีอาคารกว่า 300 หลัง แต่ได้ถูกทำลายลงในช่วงสงคราม และเกิดไฟไหมบ๋อยครั้ง จุดเด่นของวัดนี้ คือ คอนจิคิโดะ ซึ่งมีส่วนที่คล้ายกับศาลาทอง คินคะคุจิ ของเมืองเกียวโตเพราะเป็นอาคารที่หุ้มด้วยทองเหมือนๆ กัน เพียงแต่ว่าศาลาทองนี้เก็บรักษาไว้ในห้องโถงขนาดใหญ่ แทนที่จะอยู่กลางแจ้ง เหมือนกับศาลาทองคินคะคุจิ
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เซนได (sendai city)
ได้รับการขนานนามว่า 'เมืองแห่งต้นไม้' เนื่องจากเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจี ท่านสามารถสัมผัสได้ถึงการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เป็นเมืองใหญ่ที่มีความเจริญไม่ต่างอะไรกับกรุงโตเกียว แต่มีขนาดพื้นที่กว้างกว่า ประกอบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เชิญเที่ยวชมถนนโจเซนจิ-โดริย่านเมืองเก่า,เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งจุใจที่อิจิบังโจ ย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียง,นมัสการกราบไหว้รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสีขาวองค์สูง รวมทั้งเทพเจ้าอื่นๆ และชมวิวทิวทัศน์สวยงามของเมืองเซนได
|
|
นมัสการ:
เจ้าแม่กวนอิมเมืองเซนได (sendai daikannon)
Dai=Big,Kannon=Kuanim ดังนั้น Sendai Dai Kannon คือเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่เมืองเซนได มีความสูงถึง100เมตร และสูงอันดับ6ของโลก เป็นองค์สีขาวทั้งองค์ปางยืน สร้างเป็นที่ระลึกเนื่องในวาระครบรอบ100ปีของเมืองเซนได องค์เจ้าแม่กวนอิมนี้ ชาวญี่ปุ่นให้ความศรัทธาและนับถือมาก และได้รับการตกแต่งงดงามมาก ภายในประกอบด้วยเจ้าแม่กวนอิมปางต่างๆ รวมทั้งเทพเจ้าอื่นๆ นอกจากนี้ สามารถมองเห็นวิวเมืองเซนไดสวยงาม เชิญนมัสการเจ้าแม่กวนอิมเพื่อความสิริมงคล
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
อิจิบังโจ (ichiban cho)
ย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดของเมืองเซนได นั่นคือ 'อิจิบังโจ' เป็นแหล่งช้อปปิ้งในล่ม มีหลังคาตลอดแนว อยู่ติดกับสถานีรถไฟเซนไดและห้าง Loft ย่านนี้ประกอบไปด้วยถนนหลายเส้น มีร้านค้าต่างๆ มากมาย รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า ที่มีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อสินค้าน่ารักๆ สไตล์ญี่ปุ่น อาทิเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้าน 100 เยน เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม BEST WESTERN SENDAI HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมืองยามางาตะ (yamagata city)
ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ห่างกรุงโตเกียว400กม เป็นเมืองเกษตรกรรมล้อมรอบด้วยภูเขาสวยงาม มีผลไม้เป็นสินค้าที่ส่งออกสำคัญ เช่น เชอรี่ ลูกแพร รวมถึง องุ่น เมล่อน และแตงโม ผลไม้ขึ้นชื่อคือ เชอรี่ เพราะได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีสตรอเบอรี่ที่สดอร่อย นักท่องเที่ยวสามารถเก็บสตรอเบอรี่ได้แม้ในฤดูหนาว ความงดงามของสตรอเบอรีสีแดงสดที่ตัดกับสีขาวของหิมะดูสะดุดตา ช่วงเดือนมิถุนายน อากาศกำลังสบายๆ ไม่หนาว ไม่ร้อน หากมาเที่ยวช่วงหน้าหนาวได้สัมผัสกับหิมะและสตรอเบอรี่ ซึ่งต่างก็เป็นเสน่ห์แห่งฤดูหนาวของญี่ปุ่น
|
|
นำท่านชม:
เทือกเขาซาโอ้ (zao mountain)
'ภูเขาไฟซาโอะ' หรือ 'โอคามะ' เป็นหนึ่งเทือกเขาสวยงามของเมืองยามางาตะ ยอดเขามีความสูงเหนือจากระดับน้ำทะเลถึง1,700ม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านน้ำพุร้อนและสกีรีสอร์ท ระหว่างการเดินทางขึ้นภูเขาโดยนั่งกระเช้าไฟฟ้าได้ชื่นชมกับธรรมชาติสองข้างทางที่พัดพาหิมะปกคลุมต้นสนจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว เกาะเป็นผลึกน้ำแข็งก่อตัวเป็นรูปร่างเหมือนปีศาจในชุดขาว จนเรียกว่า “SNOW MONSTER” หรือ “ปีศาจหิมะ” เทือกเขานี้เต็มไปด้วยเนินที่สูงชันที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ มีพื้นที่เล่นสกีกว้างใหญ่
|
|
นั่งกระเช้าไฟฟ้าเทือกเขาซาโอ้ (zao mountain ropeway)
นั่งกระเช้าไฟฟ้าเพื่อขึ้นเทือกเขาซาโอ้ ชื่นชมความมหัศจรรย์ของสายลมจากไซบีเรียที่พัดพาหิมะมาปกคลุมต้นสนจำนวนมาก เกาะเป็นผลึกน้ำแข็งก่อตัวเป็นรูปร่างเหมือนปีศาจในชุดขาว ทั้งนี้ท่านสามารถเลือกสนุกกับกิจกรรมต่างๆมากมายบนเทือกเขานี้ได้ อาทิเช่น การเล่นสกี,สโนว์บอร์ด,สโนว์โมบิล ทั้งนี้ 'เทือกเขาซาโอ้' ถือเป็นหนึ่งในเทือกเขามีชื่อเสียงในหมู่นักเล่นสกีที่นิยมความท้าทาย มีพื้นที่เล่นสกีกว้างใหญ่ขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลจำนวน 400 กว่าสนาม เต็มไปด้วยเนินที่สูงชันที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ
|
|
ท่านสามารถเลือกสนุกกับกิจกรรมต่างๆมากมายบนเทือกเขา ZAO
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
เทือกเขาบันได (mount bandai)
สัญลักษณ์ของเมืองฟุคุชิม่า ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติบันได ประกอบไปด้วยทะเลสาบ บึงน้อยใหญ่ บ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอันเนื่องมาจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อปีคศ1888 ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามมาก เชิญเที่ยวชมทะเลสาบ หรือเป็นที่รู้จักกันในนามของทะเลสาบ5สี หรือบึงน้ำ5สี เป็นหนึ่งในทะเลสาบสวยงามของญี่ปุ่น ให้ได้ดื่มด่ำความสวยงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง พอเริ่มมีแสงแดด น้ำในบึงก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเทอร์คอยซ์ทันที ที่นี่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมตลอดทั้งปี
|
|
พักโรงแรม URABANDAI HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
แช่น้ำแร่ญี่ปุ่น (japanese onsen)
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ ออนเซน ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดี ผิวพรรณสวยงาม สุขภาพดี ในการอาบน้ำของชาวญี่ปุ่นแตกต่างจากบ้านเราเนื่องจากต้อง “แก้ผ้า” ออกให้หมด โดยแยกแบ่งเป็นชาย-หญิง มีทั้งแช่บ่อกลางหิมะ,แบบถังอาบได้ครั้งละ4คน,เป็นสระทั้งภายในและภายนอกสถานที่ มาถึงญี่ปุ่นแล้ว ต้องลืมอาย แก้ผ้าออนเซน แช่น้ำแร่ธรรมชาติ สักครั้งก่อนกลับเมืองไทย จะได้ไปเล่าประสบการณ์แช่น้ำแร่ออนเซนให้เพื่อนๆ ฟังว่าผ่อนคลายความเมื่อยล้า ร่างกายแข็งแรง สดชื่น และกระชุ่มกระชวยมากเพียงใด
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
ปราสาทซึรุงะ (tsuruga castle)
ตั้งอยู่เมืองไอสุ-วาคามัทสุ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี1384 โดย Ashina Naomori เพื่อเป็นกองบัญชาการทางทหารในสมัยไอซึ จนกระทั่งคศ1868 เกิดสงครามโบชินและถูกเผาในสงครามกลางเมือง ปราสาทนี้ได้ผ่านเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์มามากมาย ทำให้โดนทำลายและสร้างขึ้นใหม่หลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี1964 ปัจจุบัน เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติศาสตร์ของเมืองไอสุ-วาคามัทสุ รวมทั้งเครื่องเขินและดาบโบราณต่างๆ และในชั้น5ของปราสาทมีจุดชมวิวให้ได้ชมทิวทัศน์อันงดงามของตัวเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขารอบด้าน
|
|
เดินทางสู่:
ไร่สตรอเบอรี่ โตเกียว (strawberry farm nearby tokyo)
เยี่ยมชมไร่สตรอเบอร์รี่ ที่ กรุงโตเกียว ได้สนุกเพลิดเพลินกับการเก็บผลสตรอเบอรี่สดๆ จากต้นและอิ่มอร่อยอย่างเต็มที่กับสตอรเบอรี่ลูกใหญ่ๆ สีแดงๆ สดๆ (สามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม)และที่แน่นอนคือไม่ใส่สารเร่งสี เร่งโต เร่งความหวาน ซึ่งประทับใจกับมิรู้ลืม กับรสชาติอันแสนอร่อยและหอมหวานของผลสตรอเบอร์รี่สดธรรมชาติ
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
กรุงโตเกียว (tokyo city)
โตเกียว..เมืองแห่งผู้คนพลุกพล่าน มีวิถีชีวิตคนเมืองที่มีเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น และเป็นแหล่งรวบรวมเทคโนโลยีอันทันสมัยที่สุด และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น “โตเกียวดิสนีย์แลนด์” ดินแดนแห่งความฝันที่มีแต่ความสนุกสนาน, สัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ “วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่” พร้อม “ล่องเรือโจรสลัดที่ทะเลสาบอาชิ”, ชมความอัศจรรย์ของหุบเขานรกและชิมไข่ดำโดย “นั่งกระเช้าสู่หุบเขาโอวาคุดานิ” ,ชื่นชมความงาม ภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์อันงดงามโดดเด่นที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่เหมือนที่ใด
|
|
เดินทางสู่:
วัดอาซะกุซ่า (asakusa shrine)
วัดอาซะกุซ่า..วัดศาสนาพุทธนิกายมหายานเก่าแก่ในโตเกียวที่เหล่าโชกุนและซามูไรศรัทธาเป็นอย่างมาก มีผู้คนนับถือและนิยมมาสักการะบูชาขอพรกันเป็นประจำ ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์เจ้าแม่กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ เชิญเที่ยวชมประตูโทริ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ คามินาริมง(ประตูฟ้าคำรณ)และมีโคมไฟสีแดงที่ได้ชื่อว่าเป็นโคมไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นสัญลักษณ์แบบหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คนญี่ปุ่นจะทำบุญด้วยเหรียญ 5 เยน ใส่ไปในตู้รับบริจาค ที่นี่..มีร้านค้ามากมาย รวมสินค้าของที่ระลึกต่างๆ
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ย่านชินจูกุ (shinjuku)
ย่านชินจูกุ…แหล่งทำงาน กิน ดื่ม เที่ยว ช็อปปิ้ง ของชาวญี่ปุ่น คล้ายกับสีลม บ้านเรา เป็นทั้งแหล่งออฟฟิต ย่านคนทำงาน ตึกระฟ้าจำนวนมากอยู่แออัดกัน ถือเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญมากของกรุงโตเกียว เรียกว่าย่าน Skyscraper Building หรือ ย่านตึกระฟ้า เนื่องจากมีตึกสูงๆ อยู่มากมาย ชินจูกุ..เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของโตเกียว พบกับห้างสรรพสินค้า และร้านขายของเป็นพันๆ ร้าน ซึ่งจะมีผู้คนนับหมื่นเดินกันขวักไขว่ ถือเป็นจุดนัดพบยอดนิยมอีกด้วย เชิญท่านเลือกชมสินค้ามากมาย
|
|
อิสระอาหารค่ำ
|
|
เดินทางสู่สนามบินฮาเนดะ
|
|
วันที่
6
|
00.20น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย TG 661
|
|
05.20น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|