วันที่
1
|
20.00น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
22.35น.
ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่น โดย TG 640
|
|
วันที่
2
|
06.15น.
เดินทางถึง:
สนามบินนาริตะ (narita international airport )
ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ เป็นสนามบินนานาชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองนาริตะ จังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นสนามบินที่รองรับผู้โดยสารมากเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นและอันดับ 4 ของโลก ให้บริการผู้โดยสารในประเทศเป็นหลัก มีรถไฟสองขบวน ของทาง เคเซ และ เจอาร์ นอกจากรถไฟแล้ว ยังมีบริการแท็กซี่และรถเมล์ และมีอาคารผู้โดยสาร 2 หลัง แต่ละหลังมีสถานีรถไฟใต้ดินแยกจากกัน และไม่มีทางเดินเท้าเชื่อมถึงกัน การเดินทางระหว่างอาคารทั้งสองจะใช้ shuttle bus และ รถไฟ
|
|
เดินทางสู่:
วนอุทยานแห่งชาติ ฮาโกเน่ (hakone national park)
วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่...อุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดคะนะงะวะ อยู่ห่างจากเมืองโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 2 ชม. สามารถชมหน้าผาสูง หุบเขาลึก ลำธารใส ชายฝั่งทะเลสาบอะชิและบ่อน้ำพุร้อนมากมาย ถืือเป็นหนึ่งอุทยานแห่งชาติในที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นจุดชมใบไม้ผลัดใบเปลียนสีสวยงามมาก ที่เป็นที่นิยมสูงสุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อากาศกำลังเย็นสบาย ได้สัมผัสบรรยากาศความสวยงามของใบไม้นานาพันธุ์ที่เริ่มเปลี่ยนสีไม่ว่าจะ เป็นสีเหลือง น้ำตาล หรือสีแดง ของใบเมเปิ้ลทีดูแล้วสวยงาม
|
|
ล่องเรือ:
ทะเลสาบอะชิ (lake ashi )
ทะเลสาบอาชิ เป็นทะเลสาบ 1 ใน 5 ที่ล้อมรอบภูเขาไฟฟูจิ อันเกิดจากการก่อตัวของลาวาจากภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ปิดทางออกของน้ำในทะเลสาบ และยังเป็นตำนานของ “วัดฮาโกเน่” ซึ่งปัจจุบันจมอยู่ภายใต้ท้องทะเลสาบ คงเหลือให้เห็นเพียงเสาประตูวัดเท่านั้น เชิญท่านสัมผัสความงามราวกับภาพวาดของทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาไฟฟูจิ ที่สะท้อนบนพื้นผิวของ “ทะเลสาบอาชิ” (ใช้เวลาล่อง 30 นาที) และเลือกหามุมถูกใจบริเวณ “ดาดฟ้าเรือ” เพื่อบันทึกภาพความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางสู่:
หุบเขา โอวาคุดานิ (owakudani village)
หุบเขาโอวาคุดานิ เป็นที่รู้จักในนามของ “หุบเขานรก” ที่เกิดขึ้นจากการปะทุขึ้นมาของภูเขาไฟฮาโกเน่เมื่อหลายพันปีก่อน ทำให้เกิดบ่อน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน น้ำและควันเหล่านี้จะมีส่วนผสมของกำมะถันอยู่ด้วยโดยความร้อนของน้ำที่ผุดขึ้นมานั้นสามารถต้มไข่ให้สุกได้เลยทีเดียว เชิญชมบ่อน้ำแร่กำมะถันที่สามารถต้มไข่ไห้สุกได้พร้อมชิม “ไข่ดำ” เปลือกของไข่จะมีสีดำสนิทซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า “กินไข่ดำหนึ่งฟองจะทำให้อายุยืนขึ้นเจ็ดปี”
|
|
พักโรงแรม FUJINOBOKAEN HOTEL
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ โรงแรม
ขาปูยักษ์ ญี่ปุ่น (tokyo golden king crab)
เมนู “ขาปูยักษ์” ให้ได้ลิ้มลอง รสชาติขาปูใส่ถาดบิ๊กๆ ทยอยมาเติม อิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษ ทานได้ไม่อั้น มีนำอุปกรณ์การหม่ำปูมาพร้อม ปูขาใหญ่ๆ เนื้อแน่นๆ เนื้อเป็นเนื้อใหม่และสดเนื้อปูแบบแกะเรียบร้อย พร้อมน้ำจิ้มสไตส์ญี่ปุ่นอย่างจุใจ และอาหารอื่นๆ อีกหลายชนิด
|
|
แช่น้ำแร่ญี่ปุ่น (japanese onsen)
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ ออนเซน ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดี ผิวพรรณสวยงาม สุขภาพดี ในการอาบน้ำของชาวญี่ปุ่นแตกต่างจากบ้านเราเนื่องจากต้อง “แก้ผ้า” ออกให้หมด โดยแยกแบ่งเป็นชาย-หญิง มีทั้งแช่บ่อกลางหิมะ,แบบถังอาบได้ครั้งละ4คน,เป็นสระทั้งภายในและภายนอกสถานที่ มาถึงญี่ปุ่นแล้ว ต้องลืมอาย แก้ผ้าออนเซน แช่น้ำแร่ธรรมชาติ สักครั้งก่อนกลับเมืองไทย จะได้ไปเล่าประสบการณ์แช่น้ำแร่ออนเซนให้เพื่อนๆ ฟังว่าผ่อนคลายความเมื่อยล้า ร่างกายแข็งแรง สดชื่น และกระชุ่มกระชวยมากเพียงใด
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
ขึ้นสู่ชั้นที่5ของ:
ภูเขาไฟฟูจิ (mount fuji )
ภูเขาไฟฟูจิ ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาไฟที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีความงามจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก นับว่า เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากกรุงโตเกียว 70 ไมล์ ภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นรอบๆ ภูเขาเต็มไปด้วยธรรชาติอันงดงามและเป็นอุทยานแห่งชาติฟูจิฮาโกะเนอิซึ รอบๆ ภูเขาฟูจิ มีสวนสาธารณะ มีสถานที่ว่ายน้ำ อาบน้ำ มีทะเลสาบกว้างใหญ่ และทัศนียภาพที่งดงาม ชาวญี่ปุ่นทุกคนต้องดินทางมาเที่ยวที่ ภูเขาไฟนี้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนยอดเขา
|
|
เดินทางสู่:
ฟูจิเท็นสกีรีสอร์ท โตเกียว (Fujiten Ski inTokyo)
สัมผัสกับประสบการณ์ความสนุกสนานที่ “ฟูจิเท็น สกีรีสอร์ท” ลานสกีและที่พักที่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟฟูจิ สนุกสนานกันแบบลืมวัยกับการ“นั่งกระบะเลื่อนหิมะ” สัมผัสกับ“หิมะ”ที่เริ่มตกตั้งแต่ช่วงปีใหม่(มีกระบะเลื่อนหิมะสำหรับทุกท่าน)หากมีเวลาพออิสระให้ได้เลือกสัมผัสประสบการณ์ใหม่ อาทิ ตื่นเต้นกับการลื่นไถลด้วย“สกี”เลือกสนุกกับ“สโนว์บอร์ด” หรือเลือกเพลิดเพลิน กับการนั่งดื่มด่ำกับทัศนีย์ภาพ ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนที่ดูแล้วสะอาดตายิ่งนัก (ไม่รวมอัตราเช่าอุปกรณ์และชุดสำหรับเล่นสกี)
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
ไร่สตรอเบอรี่ โตเกียว (strawberry farm nearby tokyo)
เยี่ยมชมไร่สตรอเบอร์รี่ ที่ กรุงโตเกียว ได้สนุกเพลิดเพลินกับการเก็บผลสตรอเบอรี่สดๆ จากต้นและอิ่มอร่อยอย่างเต็มที่กับสตอรเบอรี่ลูกใหญ่ๆ สีแดงๆ สดๆ (สามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม)และที่แน่นอนคือไม่ใส่สารเร่งสี เร่งโต เร่งความหวาน ซึ่งประทับใจกับมิรู้ลืม กับรสชาติอันแสนอร่อยและหอมหวานของผลสตรอเบอร์รี่สดธรรมชาติ
|
|
เดินทางสู่:
กรุงโตเกียว (tokyo city)
โตเกียว..เมืองแห่งผู้คนพลุกพล่าน มีวิถีชีวิตคนเมืองที่มีเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น และเป็นแหล่งรวบรวมเทคโนโลยีอันทันสมัยที่สุด และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น “โตเกียวดิสนีย์แลนด์” ดินแดนแห่งความฝันที่มีแต่ความสนุกสนาน, สัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ “วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่” พร้อม “ล่องเรือโจรสลัดที่ทะเลสาบอาชิ”, ชมความอัศจรรย์ของหุบเขานรกและชิมไข่ดำโดย “นั่งกระเช้าสู่หุบเขาโอวาคุดานิ” ,ชื่นชมความงาม ภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์อันงดงามโดดเด่นที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่เหมือนที่ใด
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ย่านชินจูกุ (shinjuku)
ย่านชินจูกุ…แหล่งทำงาน กิน ดื่ม เที่ยว ช็อปปิ้ง ของชาวญี่ปุ่น คล้ายกับสีลม บ้านเรา เป็นทั้งแหล่งออฟฟิต ย่านคนทำงาน ตึกระฟ้าจำนวนมากอยู่แออัดกัน ถือเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญมากของกรุงโตเกียว เรียกว่าย่าน Skyscraper Building หรือ ย่านตึกระฟ้า เนื่องจากมีตึกสูงๆ อยู่มากมาย ชินจูกุ..เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของโตเกียว พบกับห้างสรรพสินค้า และร้านขายของเป็นพันๆ ร้าน ซึ่งจะมีผู้คนนับหมื่นเดินกันขวักไขว่ ถือเป็นจุดนัดพบยอดนิยมอีกด้วย เชิญท่านเลือกชมสินค้ามากมาย
|
|
ค่ำ
อิสระอาหารค่ำ
|
|
พักโรงแรม SUNSHINE CITY PRINCE HOTEL
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
ซื้อทัวร์เสริม:
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (tokyo disneyland)
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ เป็นสวนสนุกซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ตำนานและจินตนาการของการผจญภัย ใช้ทุนในการก่อสร้าง 600 ล้านเยน โดยการถมทะเล เชิญสัมผัสกับเครื่องเล่นในหลายรูปแบบ กับหลากหลายโซนผจญภัย ที่นี่ ถือเป็นสวนสนุกครบรส เติมเต็มความฝันในวัยเด็กได้มากมาย เกือบทุกเครื่องเป็นของที่ทำให้ท่านนึกถึงการ์ตูนหรือหนังที่เคยดูในวัยเด็ก บางเรื่องก็เป็นหนังอมตะ เช่น สตาร์วอร อินเดียนาโจนส์ บางทีก็เป็นหนังสือนิทาน การได้เห็นของพวกนี้เป็นรูปธรรมเป็นการกระตุกความทรงจำพวกนี้ออกมาจากสมอง
|
|
หรืออิสระช้อปปิ้ง แนะนำ:
ย่านชิบุยะ (shibuya)
ย่านชิบุยะ เป็นย่านช้อปปิ้งอีกแห่งหนึ่งของกรุงโตเกียว คล้ายๆ กับสยามแควร์บ้านเรา ถือเป็นจุดนัดพบยอดฮิตสำหรับหนุ่มสาวโตเกียว อัพเดทแฟชั่นสไตล์โตเกียวที่ตึกอิจิมารุคิว เชิญเพลิดเพลินกับการสินค้าน่ารักๆ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับและแฟชั่นชั้นนำของญี่ปุ่นในฤดูต่างๆอื่นๆมากมาย รับรองไม่มีเอ้าท์ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคอลเลคชั่นไม่ว่าจะเป็น T-SHIRT, JACKET,กระเป๋าหิ้ว และเครื่องประดับ ภายใต้แบรนด์ “ONITSUKA TIKER”
|
|
ฮาราจูกุ (harajuku)
แหล่งรวมวัยรุ่นที่ทันสมัยสุดๆชาวปลาดิบ ตื่นตาตื่นใจกับ “แฟชั่น” หลากหลายสไตล์ที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ที่เสมือนหลุดออกมากจากในหนังสือการ์ตูนชื่อดัง อาทิ ซากุระ สาวน้อยมหัศจรรย์,ลามู ทรามวัยจากต่างดาว,แม่มดน้อยโดเรมี เป็นต้น หรือบางที่ก็หลุดมากจากเกมส์เพลย์,แต่งเลียนแบบดารา-นักร้องที่คลั่งไคล้ หรืออาจแต่งกายให้ดูเหมือนมาจากนอกโลกก็มี อิสระให้ได้เลือกเดินชมความแปลกประหลาดที่หาชมไม่ได้ในชีวิตประจำวัน
|
|
ย่านกินซ่า (ginza )
กินสะ หรือ กินซ่า เป็นย่านช้อปปิ้งชื่อดัง ของญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง อยู่ในเขตจูโอ กรุงโตเกียวตั้งอยู่ทางทิศใต้ของ ยาเอสึ และ เคียวบาชิ ทางทิศตะวันตกของ สึคิจิทางทิศตะวันออกของ ยูรากุโจ และ อุจิไซไวโจ และทางทิศเหนือของ ชินบาชิมีชื่อเสียงในฐานะเป็นย่านการค้าอันเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า นับเป็นย่านที่ เลื่องชื่อไปทั่วโลกของญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง ที่มีผู้มาเยือนเป็นจำนวนมากในวันหยุดสุดสัปดาห์ มีร้านค้าแบรนด์เนมและโชว์รูมของสินค้าไฮเทคโนโลยีที่รู้จักกันทั่วโลก "โซนี่" ยามค่ำคืนย่านแห่งนี้จะสว่างไสว
|
|
อิสระอาหารกลางวันและอาหารค่ำ
|
|
พักโรงแรม SUNSHINE CITY PRINCE HOTEL
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine)
ศาลโทริอิ เป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้า เปรียบเสมือนประตูทางเข้าสู่สวรรค์ในความเชื่อของญี่ปุ่นโบราณ มักพบในวัด และศาลเจ้าญี่ปุ่นในนิกายชินโตนั้น มีเสาสองต้นที่มีคานพาดอยู่ด้านบนสองชั้น สมัยก่อนทำด้วยไม้หรือหิน มักทาด้วยสีแดง ซึ่งหากแปลตามตัวอักษรแล้วโทริอิ แปลว่าที่สำหรับนก เพราะเชื่อว่านกเป็นผู้สื่อสารของพระเจ้า ที่นี่..มีมากกว่าร้อยต้นทอดตัวยาวตามเส้นทางของไหล่เขาลดหลั่นกันบนเส้นทางยาวถึง 4กม และเป็นฉากของภาพยนตร์เรื่อง MEMORIES OF GEISHA ที่ซายูริ นางเอกของเรื่องวิ่งลอดซุ้มประตูเพื่อไปขอพรเทพเจ้า
|
|
ฮาราจูกุ (harajuku)
แหล่งรวมวัยรุ่นที่ทันสมัยสุดๆชาวปลาดิบ ตื่นตาตื่นใจกับ “แฟชั่น” หลากหลายสไตล์ที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ที่เสมือนหลุดออกมากจากในหนังสือการ์ตูนชื่อดัง อาทิ ซากุระ สาวน้อยมหัศจรรย์,ลามู ทรามวัยจากต่างดาว,แม่มดน้อยโดเรมี เป็นต้น หรือบางที่ก็หลุดมากจากเกมส์เพลย์,แต่งเลียนแบบดารา-นักร้องที่คลั่งไคล้ หรืออาจแต่งกายให้ดูเหมือนมาจากนอกโลกก็มี อิสระให้ได้เลือกเดินชมความแปลกประหลาดที่หาชมไม่ได้ในชีวิตประจำวัน
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูสุดพิเศษและขึ้นชื่อ “จังการะราเม็ง”
|
|
บ่าย
วัดอาซะกุซ่า (asakusa shrine)
วัดอาซะกุซ่า..วัดศาสนาพุทธนิกายมหายานเก่าแก่ในโตเกียวที่เหล่าโชกุนและซามูไรศรัทธาเป็นอย่างมาก มีผู้คนนับถือและนิยมมาสักการะบูชาขอพรกันเป็นประจำ ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์เจ้าแม่กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ เชิญเที่ยวชมประตูโทริ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ คามินาริมง(ประตูฟ้าคำรณ)และมีโคมไฟสีแดงที่ได้ชื่อว่าเป็นโคมไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นสัญลักษณ์แบบหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คนญี่ปุ่นจะทำบุญด้วยเหรียญ 5 เยน ใส่ไปในตู้รับบริจาค ที่นี่..มีร้านค้ามากมาย รวมสินค้าของที่ระลึกต่างๆ
|
|
ถนนนากามิเสะ (nakamise street)
ถนนนากามิเสะ...ย่านธุรกิจการค้า แหล่งรวมสินค้าของที่ระลึกต่างๆ มากมาย อาทิ พวงกุญแจ, ตุ๊กตาแมวกวัก, ดาบซามูไร, ชุดกิโมโน,ร่มญี่ปุ่น หรือ “ขนมอาเกมันจู” ขนมขึ้นชื่อของวัดอาซากุสะ สามารถหาซื้อได้ที่ถนนแห่งนี้ หรือจะเลือกชิม ขนมอร่อย สไตล์ญี่ปุ่นตามอัธยาศัย เชิญชมและซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกที่เป็นสินค้าพื้นเมือง “Made In Japan” แท้ๆ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้คุณภาพดีได้ที่นี่
|
|
เดินทางสู่:
เมือง นาริตะ (narita city)
นาริตะ หรือ นาริตะ เป็นเมืองหนึ่งในจังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ให้บริการสำหรับพื้นที่ของกรุงโตเกียวและเมืองโดยรอบ มีจำนวนประชากร 121,214 คน และมีพื้นที่ 213.84 ตารางกิโลเมตร มีย่านเมืองใหม่เป็นย่านที่อยู่อาศัยที่สร้างขึ้นใหม่ทางตะวันตกของสถานีรถไฟนาริตะ,สถานีรถไฟเคเซย์ นาริตะ,วัดนาริตะซัน, ถนนโอโมเตะซันโดะ ที่มีร้านค้าเล็กๆราว 150 ร้าน,สนามบินนานาชาตินาริตะ
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ห้างอิออน (aeon shop)
ห้างอิออน เป็นร้านค้าช้อปแหล่งใหญ่ รวบรวมสินค้าหลากหลายชนิดรอให้ท่านเลือกซื้อ เช่น เสื้อผ้าแฟชั่นนำสมัย กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ของที่ระลึก เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ และที่นี่..ยังมีร้าน 100 เยน สินค้าดีราคาถูกอีกด้วย เป็นต้นโดยเฉพาะพวกของกิน ขนม แนะนำให้ซื้อที่ห้างอิออน ชั้นใต้ดินเป็นซุปเปอร์มาเก็ต ราคาถูกกว่า พวกช็อกโกแลตบางตัว รสชาดอร่อยมาก
|
|
ค่ำ
อิสระอาหารค่ำ
|
|
พักโรงแรม NARITA EXCEL HOTEL TOKYU
|
|
วันที่
6
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
สนามบินนาริตะ (narita international airport )
ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ เป็นสนามบินนานาชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองนาริตะ จังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นสนามบินที่รองรับผู้โดยสารมากเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นและอันดับ 4 ของโลก ให้บริการผู้โดยสารในประเทศเป็นหลัก มีรถไฟสองขบวน ของทาง เคเซ และ เจอาร์ นอกจากรถไฟแล้ว ยังมีบริการแท็กซี่และรถเมล์ และมีอาคารผู้โดยสาร 2 หลัง แต่ละหลังมีสถานีรถไฟใต้ดินแยกจากกัน และไม่มีทางเดินเท้าเชื่อมถึงกัน การเดินทางระหว่างอาคารทั้งสองจะใช้ shuttle bus และ รถไฟ
|
|
10.45น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย TG 641
|
|
15.45น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|