วันที่
1
|
21.00น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
23.30น.
ออกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น โดย TG 622
|
|
วันที่
2
|
07.00น.
เดินทางถึงสนามบินนานาชาติคันไซ อินเตอร์เนชั่นแนล เมืองโอซาก้า
เมือง โอซาก้า (osaka city)
โอซาก้า ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่และอยู่ตรงกลางสุดของประเทศ โอซาก้าได้รับสถาปนาเป็นเมืองที่ใหญ่และสำคัญที่สุด มีพลเมืองรวมทั้งสิ้น 8.8 ล้านคน บนเนื้อที่รวม 1,890 ตารางกิโลเมตร โอซาก้าให้ความรู้สึกที่แตกต่างทุกครั้งที่มาเยือน ไปตามฤดูกาลที่ท่านมาเยือน ทุกๆ 4 ฤดูมีเสน่ห์และความอัศจรรย์ในตัวเอง โอซาก้าเป็นเมืองสำหรับช้อปปิ้งโดยเฉพาะ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามเช่นกัน เช่น วัดโทไดจิ วัดคิโยมิสึ ดื่มสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 สาย อาบน้ำแร่ธรรมชาติ ทะเลสาบฮามานะ เป็นต้น
|
|
นำท่านชม:
ปราสาทโอซะกะ (osaka castle)
ปราสาทโอซาก้า เป็น ปราสาทเก่าแก่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1586 โดยโชกุน ฮิเดโยชิ โทโยโทมิ เคยเป็นปราสาทที่มโหฬารที่สุด มีชาวซามูไร เดินไปมาทั่วอาณาเขตอันกว้างใหญ่ ภายในตัวปราสาท ยังมีนิทรรศการแสดงหลักฐาน ภาพเขียน เครื่องแต่งกายโบราณ ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับประสาทและตระกูล Toyotomi อยู่ ส่วนบริเวณรอบๆปราสาทก็เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีดอกไม้ใบไม้งามสะพรั่งใน ทุกๆฤดู เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองด้วย และยังมีร้านขายของกินหน้าปราสาทอีกด้วย
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
นำท่านชม:
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซากา ไคยูคัง (osaka aquarium kaiyukan)
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซาก้า ไคยูคัง หรือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง เรียกสั้นๆว่า "ไคยูคัง" พิพิธภัณฑ์สัตร์น้ำขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นและใหญ่อันดับต้นๆของโลกด้วย ตั้งอยู่ที่เท็มโปซังฮาเบอวิลเลจ เมืองโอซากา รวบรวมปลาสัตว์น้ำจากทั่วทุกมุมโลกและพืชพรรณในหมู่เกาะแปซิฟิคไว้อย่างครบครัน มีแทงก์น้ำขนาดใหญ่ลึกถึง9ม สร้างรองรับให้บรรดาสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์อยู่อย่างอิสระ ไฮไลต์ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ ถ้ำทะเล,วงแหวนไฟและวงแหวนแห่งชีวิต,มหาสมุทรแปซิฟิก เชิญเยี่ยมชมความอลังการของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ย่านชินไซบาชิ (shinsaibashi)
ชินไซบาชิ...แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเมืองโอซาก้า เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งไร้ชีดจำกัดบนถนนความยาวกว่า 2 กิโลเมตร มีร้านค้าและห้างสรรพสินค้ามากมายเรียงรายกันตลอดสองข้างทาง กับสินค้านานาชนิด ทั้งเสื้อผ้าเก๋ๆ กระเป๋าน่ารักๆ รองเท้าแฟชั่นสวยๆ เครื่องสำอาง และสินค้า IT ทั้งหลาย Ipod กล้อง นาฬิกา Mp3 มีให้เลือกและชมกันมากมายหลากหลายแบบบนถนนเส้นนี้
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
สะพานโดทมโบริ (dotonbori bridge)
สะพานข้ามคลองโดทมโบริ มีคนมาถ่ายรูปกันมากมาย บ้างก็กินขนมญี่ปุ่นและชมวิวไป ตื่นตากับร้านรวงและป้ายโฆษณาสินค้าที่สว่างไสวหลากสีสันสวยสะดุดตา ถนนแห่งของกินและร้านช๊อปปิ้งสารพัน บรรยากาศโด ทง โบรี ยามค่ำคืนคึกครื้นมาก แถวคลองโดทมโบริ มีสินค้าต่างๆนานาๆ ชนิดตั้งแต่ไม่จิเมฟันยันเรือรบ ขนมญี่ปุ่นต่างๆ ราคาย่อมเยาว์ให้เลือกซื้อเป็นของฝาก มีการ์ตูนเป็นชิงช้าสวรรค์ให้ไปนั่งเล่นด้วย สะพานนี้ นับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้าเลยทีเดียว
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม OSAKA DAI-ICHI HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เกียวโต (kyoto city)
ผู้ใดที่มาเยือนแดนอาทิตย์อุทัยแล้วไม่ได้มาเยือน "เมืองเกียวโต" ถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่น เพราะเป็นเมืองเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ความสวยงามด้านธรรมชาติ และวัฒนธรรมอันเก่าแก่อันเลื่องชื่ออย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ที่นี่ยังมีมรดกโลกหลายแห่งให้ชื่นชมความงดงาม มีส่วนที่ทันสมัยไม่แพ้เมืองข้างเคียง เมืองนี้จึงมีลักษณะคล้ายอยุธยา มีปราสาทเก่าและวัดจำนวนมาก เช่น วัดคิโยมิสึ,วัดกินคาคุจิ,วันคินคาคุจิ,วัดริวอันคูจิ,วัดซังจูซังเง็นโด,ศาลเจ้า ยาซากะจินจะ,วัดนันเซนจิ,ศาลเจ้า ยาซากะจินจะ,ปราสาทนิโจ และอื่นๆ มากมาย
|
|
นำท่านชม:
ปราสาททอง ญี่ปุน (golden pavilion japan )
ปราสาทคินคาคุจิ หรือ ปราสาททอง..ปราสาทที่มีชื่อเสียงเมืองเกียวโต เป็นจุดชมวิวที่เป็นที่นิยม และถืิอเป็นสัญลักษณ์ของโอซะกะ เดิมเป็นสถาน ตากอากาศของโชกุนโยชิมิสึ แห่งตระกูลอาชิคางะ จากภาพยนตร์เรื่อง เณรน้อยเจ้าปัญญา–อิคคิวซัง สร้างขึ้นใหม่ในปีค.ศ . 1955 หลังจากที่ได้ ถูกไฟไหม้ ไปเมื่อปี ค.ศ . 1950 ซึ่งได้ถอดแบบจำลองโครงสร้างจากของจริงในยุคศตวรรษที่ 14 ตัวอาคารมี 3 ชั้น ตัวเรือนเป็นสีทองจาก ทองคำเปลว มีจุดเด่นเป็นรูปหล่อ นกฟีนิกซ์ บนยอดปราสาท โดยรอบปราสาทมีลำธารน้ำใสสะอาดทำให้เกิดภาพสะท้อนผิวน้ำ
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
วัดคิโยมิสึ (kiyomizu-dera temple)
วัดคิโยมิสึ หรือ วัดน้ำใส สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ที่ติดรอบสุดท้ายของการประกวด1ใน7 เป็นวัดเก่าแก่ที่ใหญ่และมีอายุเก่าแก่ยิ่งกว่ากรุงเกียวโต กว่า 1,200 ปี มาแล้ว เป็นที่ประดิษฐานของเทพเอปิสึ เทพเจ้าแห่งความร่ำรวย มั่งคั่ง มีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้มาเยือน เพื่อนมัสการเป็นสิริมงคง ท่านสามารถถ่ายภาพ ณ จุดที่สวยที่สุดในกรุงเกียวโต เห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองเกียวงดงามมาก พร้อมเที่ยวชมวิหารของวัดคิโยมิสึ และดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ 3สาย
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ถนนกาน้ำชา (keettle street)
ถนนสายกาน้ำชา หรือ ถนนสายกาน้ำชา เป็นย่านขายของโอท็อปมีชื่อของแดนซากุระ ตั้งอยู่ระหว่างทางเข้าวัดคิโยมิสึ เป็นถนนที่ยาวขึ้นมาถึงตัววัด สองข้างเป็นร้านรวงขายของและขนม ร้านค้าต่างๆ ได้ตกแต่งเลียนแบบสมัยเฮอัน ซึ่งมีสินค้าพื้นเมืองนานาชนิด เช่น รองเท้าโซริ(รองเท้าเกี๊ยะแบบญี่ปุ่น), ชุดยูกะตะ, ตุ๊กตานางระบำญี่ปุ่น, ขมมชูครีมสอดไส้นานาชนิด, ร้าน 1,000 เยน, ชาเขียวเกียวโต ที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น, ของที่ระลึกแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เป็นต้น
|
|
เดินทางสู่:
เมือง นาโงย่า (Nagoya)
นาโงย่า เป็นเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอจิ ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศญี่ปุ่นไม่ห่างจากเมืองโอซาก้าและเกียวโต มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประทศญี่ปุ่น มีประชากร ประมาณ 2 ล้านกว่าๆ คน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผาการทำภาชนะต่างๆ รวมทั้งศิลปหัตถกรรมงานฝีมือมาช้านาน สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น อุทยานแห่งชาติ อิเซะ-ชิม่า เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าใหญ่แห่งอิเซะ ชึ่งถือว่าชาวญี่ปุ่นที่นับถือลัทธิชินโตให้ความศรัทธาและเคารพมากที่สุด,พิพิธภัณฑ์โตโยต้า,Nagoya Tower และแหล่งช้อปปิ้งอื่นๆ
|
|
พักโรงแรม NAGOYA THE CYPRESS MERCURE HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่สถานีรถไฟ “นาโกย่า” มุ่งหน้าสู่ “โตโยฮาชิ” โดย:
รถไฟหัวกระสุน ชินคันเซน (shinkansen japanese bullet train)
ญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟมาเพื่อตอบสนองรถไฟความเร็วสูง "รถไฟด่วนชินคันเซน หรือ รถไฟหัวกระสุน" เป็นรถไฟที่มีความเร็วสูง ถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความแตกต่างตรงที่รางรถไฟจะมีความกว้างเป็นแบบมาตรฐาน โดยขุดอุโมงค์เข้าไปหรือสร้างสะพานข้ามเมื่อเจอสิ่งกีดขวางแทนที่จะอ้อมไปแบบแต่ก่อน ทำให้เส้นทางรถไฟของชินคันเซ็นมีความคดเคี้ยวน้อยกว่า และช่วยร่นระยะทางให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถเป็นการนั่ง เชิญนั่งรถไฟชินคันเซน โดยเดินทางจาก สถานีรถไฟ โยโกฮาม่า มุ่งหน้าสู่ สถานีรถไฟ ชินจูกุ
|
|
ผ่านชม:
ทะเลสาบฮามานา (lake hamana)
ทะเลสาบฮามานะ ถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาไหลที่ใหญ่ที่สุด และมีการอนุรักษ์ สภาพไว้แบบ เดิมๆ มีทั้งวิถีชีวิตแบบ ชนบท ยังมีการเลี้ยงปลาไหล ของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ คือ พายปลาไหล เหมือนพายอบกรอบทั่วๆไป รสชาติดี ไม่มีกลิ่นปลาไหลเลย นอกจากนี้ ยังมีจุดชมวิวของทะเลสาบสวยงาม ร้านขายของที่ระลึกและช็อปเล็กๆ ขายอย่างอื่น ที่นี่..มีถังขยะแยกขยะก่อนทิ้งให้ถูกประเภท พื้นที่ทุกส่วนสะอาด แม้บริเวณถังขยะยังสะอาด
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
ขึ้นสู่ชั้นที่ 5 ของ:
ภูเขาไฟฟูจิ (mount fuji )
ภูเขาไฟฟูจิ ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาไฟที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีความงามจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก นับว่า เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากกรุงโตเกียว 70 ไมล์ ภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นรอบๆ ภูเขาเต็มไปด้วยธรรชาติอันงดงามและเป็นอุทยานแห่งชาติฟูจิฮาโกะเนอิซึ รอบๆ ภูเขาฟูจิ มีสวนสาธารณะ มีสถานที่ว่ายน้ำ อาบน้ำ มีทะเลสาบกว้างใหญ่ และทัศนียภาพที่งดงาม ชาวญี่ปุ่นทุกคนต้องดินทางมาเที่ยวที่ ภูเขาไฟนี้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนยอดเขา
|
|
เดินทางสู่:
ไร่สตรอเบอรี่ โตเกียว (strawberry farm nearby tokyo)
เยี่ยมชมไร่สตรอเบอร์รี่ ที่ กรุงโตเกียว ได้สนุกเพลิดเพลินกับการเก็บผลสตรอเบอรี่สดๆ จากต้นและอิ่มอร่อยอย่างเต็มที่กับสตอรเบอรี่ลูกใหญ่ๆ สีแดงๆ สดๆ (สามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม)และที่แน่นอนคือไม่ใส่สารเร่งสี เร่งโต เร่งความหวาน ซึ่งประทับใจกับมิรู้ลืม กับรสชาติอันแสนอร่อยและหอมหวานของผลสตรอเบอร์รี่สดธรรมชาติ
|
|
พักโรงแรม KAWAGUCHIKO JIRAGONNO HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ขาปูยักษ์ ญี่ปุ่น (tokyo golden king crab)
เมนู “ขาปูยักษ์” ให้ได้ลิ้มลอง รสชาติขาปูใส่ถาดบิ๊กๆ ทยอยมาเติม อิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษ ทานได้ไม่อั้น มีนำอุปกรณ์การหม่ำปูมาพร้อม ปูขาใหญ่ๆ เนื้อแน่นๆ เนื้อเป็นเนื้อใหม่และสดเนื้อปูแบบแกะเรียบร้อย พร้อมน้ำจิ้มสไตส์ญี่ปุ่นอย่างจุใจ และอาหารอื่นๆ อีกหลายชนิด
|
|
แช่น้ำแร่ญี่ปุ่น (japanese onsen)
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการแช่น้ำแร่ธรรมชาติ หรือ ออนเซน ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดี ผิวพรรณสวยงาม สุขภาพดี ในการอาบน้ำของชาวญี่ปุ่นแตกต่างจากบ้านเราเนื่องจากต้อง “แก้ผ้า” ออกให้หมด โดยแยกแบ่งเป็นชาย-หญิง มีทั้งแช่บ่อกลางหิมะ,แบบถังอาบได้ครั้งละ4คน,เป็นสระทั้งภายในและภายนอกสถานที่ มาถึงญี่ปุ่นแล้ว ต้องลืมอาย แก้ผ้าออนเซน แช่น้ำแร่ธรรมชาติ สักครั้งก่อนกลับเมืองไทย จะได้ไปเล่าประสบการณ์แช่น้ำแร่ออนเซนให้เพื่อนๆ ฟังว่าผ่อนคลายความเมื่อยล้า ร่างกายแข็งแรง สดชื่น และกระชุ่มกระชวยมากเพียงใด
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
ผ่านชม:
พระราชวังอิมพีเรียล โตเกียว (tokyo imperial palace)
พระราชวังอิมพีเรียล..ตั้งที่กรุงโตเกียว สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ผู้ทรงนำการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงและความเจริญมาสู่ญี่ปุ่นพระราชวังนี้มี พื้นที่รวม 990,000 ตารางกิโลเมตร ใช้เวลาสร้างนานถึง 5 ปี ปัจจุบันเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ อากิฮิโตะ และบริเวณรายรอบวังแห่งนี้ มีผู้คนบริจาคต้นไม้เพื่อปลูกในพระราชวังจำนวนสองแสนกว่าต้นจากทุกจังหวัด ทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปที่ “สะพานนิจูบาชิ” เป็นสะพานที่ทีชื่อเสียง และข้ามไปเขตพระราชฐานชั้นใน
|
|
นมัสการเจ้าแม่กวนอิม ณ:
วัดอาซะกุซ่า (asakusa shrine)
วัดอาซะกุซ่า..วัดศาสนาพุทธนิกายมหายานเก่าแก่ในโตเกียวที่เหล่าโชกุนและซามูไรศรัทธาเป็นอย่างมาก มีผู้คนนับถือและนิยมมาสักการะบูชาขอพรกันเป็นประจำ ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์เจ้าแม่กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์ เชิญเที่ยวชมประตูโทริ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ คามินาริมง(ประตูฟ้าคำรณ)และมีโคมไฟสีแดงที่ได้ชื่อว่าเป็นโคมไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นสัญลักษณ์แบบหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คนญี่ปุ่นจะทำบุญด้วยเหรียญ 5 เยน ใส่ไปในตู้รับบริจาค ที่นี่..มีร้านค้ามากมาย รวมสินค้าของที่ระลึกต่างๆ
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ถนนนากามิเสะ (nakamise street)
ถนนนากามิเสะ...ย่านธุรกิจการค้า แหล่งรวมสินค้าของที่ระลึกต่างๆ มากมาย อาทิ พวงกุญแจ, ตุ๊กตาแมวกวัก, ดาบซามูไร, ชุดกิโมโน,ร่มญี่ปุ่น หรือ “ขนมอาเกมันจู” ขนมขึ้นชื่อของวัดอาซากุสะ สามารถหาซื้อได้ที่ถนนแห่งนี้ หรือจะเลือกชิม ขนมอร่อย สไตล์ญี่ปุ่นตามอัธยาศัย เชิญชมและซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกที่เป็นสินค้าพื้นเมือง “Made In Japan” แท้ๆ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้คุณภาพดีได้ที่นี่
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine)
ศาลโทริอิ เป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้า เปรียบเสมือนประตูทางเข้าสู่สวรรค์ในความเชื่อของญี่ปุ่นโบราณ มักพบในวัด และศาลเจ้าญี่ปุ่นในนิกายชินโตนั้น มีเสาสองต้นที่มีคานพาดอยู่ด้านบนสองชั้น สมัยก่อนทำด้วยไม้หรือหิน มักทาด้วยสีแดง ซึ่งหากแปลตามตัวอักษรแล้วโทริอิ แปลว่าที่สำหรับนก เพราะเชื่อว่านกเป็นผู้สื่อสารของพระเจ้า ที่นี่..มีมากกว่าร้อยต้นทอดตัวยาวตามเส้นทางของไหล่เขาลดหลั่นกันบนเส้นทางยาวถึง 4กม และเป็นฉากของภาพยนตร์เรื่อง MEMORIES OF GEISHA ที่ซายูริ นางเอกของเรื่องวิ่งลอดซุ้มประตูเพื่อไปขอพรเทพเจ้า
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ย่านชินจูกุ (shinjuku)
ย่านชินจูกุ…แหล่งทำงาน กิน ดื่ม เที่ยว ช็อปปิ้ง ของชาวญี่ปุ่น คล้ายกับสีลม บ้านเรา เป็นทั้งแหล่งออฟฟิต ย่านคนทำงาน ตึกระฟ้าจำนวนมากอยู่แออัดกัน ถือเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญมากของกรุงโตเกียว เรียกว่าย่าน Skyscraper Building หรือ ย่านตึกระฟ้า เนื่องจากมีตึกสูงๆ อยู่มากมาย ชินจูกุ..เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของโตเกียว พบกับห้างสรรพสินค้า และร้านขายของเป็นพันๆ ร้าน ซึ่งจะมีผู้คนนับหมื่นเดินกันขวักไขว่ ถือเป็นจุดนัดพบยอดนิยมอีกด้วย เชิญท่านเลือกชมสินค้ามากมาย
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม SUNSHINE CITY PRINCE HOTEL หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
6
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (tokyo disneyland)
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ เป็นสวนสนุกซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ตำนานและจินตนาการของการผจญภัย ใช้ทุนในการก่อสร้าง 600 ล้านเยน โดยการถมทะเล เชิญสัมผัสกับเครื่องเล่นในหลายรูปแบบ กับหลากหลายโซนผจญภัย ที่นี่ ถือเป็นสวนสนุกครบรส เติมเต็มความฝันในวัยเด็กได้มากมาย เกือบทุกเครื่องเป็นของที่ทำให้ท่านนึกถึงการ์ตูนหรือหนังที่เคยดูในวัยเด็ก บางเรื่องก็เป็นหนังอมตะ เช่น สตาร์วอร อินเดียนาโจนส์ บางทีก็เป็นหนังสือนิทาน การได้เห็นของพวกนี้เป็นรูปธรรมเป็นการกระตุกความทรงจำพวกนี้ออกมาจากสมอง
|
|
เที่ยง
อิสระอาหารกลางวัน
|
|
บ่าย
ให้ท่านได้สนุกกับเครื่องเล่นต่อ
|
|
ค่ำ
อิสระอาหารค่ำ
|
|
นำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติฮาเนดะ อินเตอร์เนชั่นแนล
|
|
วันที่
7
|
00.20น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย TG 661
|
|
05.20น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
|
|