วันที่
1
|
21.30
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
23.55
เดินทางสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม โดยสายการบิน LUFTHANS
|
|
วันที่
2
|
09.00
เดินทางถึงสนามบินสคิปโพล กรุงอัมสเตอร์ดัม
|
|
กรุงอัมสเตอร์ดัม (amsterdam city)
กรุงอัมสเตอร์ดัม เป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล เริ่มก่อตั้งประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ มีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน เป็นเมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยเฉพาะช่วงคริสต์ศตวรรษที่17 ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของเนเธอร์แลนด์ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย เช่น การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ในเวลากลางวัน,ฟังดนตรีคลาสสิกในยามค่ำคืน,การชมกังหันลม โรงงานทำชีส โรงงานทำรองเท้าไม้ หมู่บ้านชาวประมง หรือ ดอกทิวลิป
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
ล่องเรือหลังคากระจก (lover boat)
เที่ยวชมกรุงอัมสเตอร์ดัมโดยการ "ล่องเรือหลังคากระจก" ลัดเลี้ยวเข้าตามลำคลอง สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งสภาพบ้านเรือนเก่าแก่แบบชาวดัชต์ที่ยังคงความงดงามสืบทอดมาแต่สมัยศตวรรษที่ 17 และทัศนียภาพของบ้านเรือนที่อยู่ริมคลองมากถึง 2,500 หลัง มีเอกลักษณ์พิเศษเป็นอาคารทรงแคบ ที่มีตะขออยู่ชั้นบนสุดของอาคารเอาไว้ขนเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน รับรู้เเรื่องราวอย่างน่าประทับใจระหว่างชมบ้านเรือนริมคลอง
|
|
โรงงานเจียระไนเพชร อัมสเตอร์ดัม (royal asscher diamond company )
สถานเจียระไนเพชรที่มีชื่อเสียงของกรุงอัมสเตอร์ดัม ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีฝีมือระดับเจียระไนเพชรประกอบพระมหาพิชัยมงกุฎเพชร “โค อินอร์” ของสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ ชมฝีมือการเจียระไนเพชรแท้ที่ได้รับการเจียระไนอย่างพิถีพิถันถึง12เหลี่ยม ส่องแสงประกายงามยามต้องแสงไฟได้มากกว่าเพชรเดอเบียร์มากกว่า2เท่า ชมขั้นตอนการคัดเลือกเพชรโดยละเอียดจากวิทยากรผู้ชำนาญ ขั้นตอนการเจียระไนเพชรให้เป็นอัญมณีที่ค่าที่สุด เชิญเลือกซื้อเพชรที่มีใบ Certificate จากบริษัทฯ เป็นประกัน
|
|
เย็น
|
|
เย็น
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
HOTEL CROWNE PLAZA SCHIPHOLหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
3
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
|
|
เมือง ลิซเซ่ (lisse city)
เมืองดอกทิวลิป ดอกไม้เก่าแก่อีกชนิดหนึ่งที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์และสินค้าส่งออกสำคัญมาจนทุกวันนี้ เมืองลิซเซ่เป็นแหล่งปลูกทิวลิปใหญ่และสำคัญยิ่งของเนเธอร์แลนด์ อยู่ห่างจากอัมสเตอร์ดัมเพียง29กม หากได้มาเที่ยวเมืองนี้ คงได้ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่สองข้างทาง เต็มไปด้วยดอกไม้หัวขึ้นแซมทุ่งหญ้าเป็นระยะๆ ยิ่งออกห่างจากตัวเมืองไปเท่าใด ได้เห็นทุ่งดอกทิวลิป ไฮยาซินต์ และนาซิสซัสหลากสี สลับกับบ้านฟาร์มและโกดังบริษัทส่งออกไม้หัวเหล่านี้อยู่เป็นระยะๆ เชิญเที่ยวเมืองน่ารักๆ ชมความงามดอกทิวลิป
|
|
อุทยานเคอเคนฮอฟ (keukenhof garden)
อุทยานเคอเคนฮอฟ หรือเรียกอีกชื่อว่า"Garden Of Europe" สวนดอกไม้ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง กับดอกทิวลิปอันสวยงามและดอกไม้ประเภทหัวที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ที่นี่ สามารถปลูกดอกไม้ได้ถึง 7 ล้านดอกต่อปี อยู่ในเมืองลิซเซ่ เมืองเล็กๆทางใต้ของเนเธอร์แลนด์ สวนนี้เปิดให้ชมความงามได้ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคมเท่านั้น ในอดีตสวนแห่งนี้เคยเป็นที่พื้นที่ล่าสัตว์และเป็นพื่นที่สำหรับทำครัวมาก่อน ภายหลังได้มีการปรับเปลี่ยนโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มนำต้นแบบสวนในอังกฤษมาปลูก ณ ที่นี่
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
|
|
บ่าย
เมือง แอนต์เวิร์ป (antwerp city)
เมืองแอนต์เวิร์ป หรือ เมืองแอนท์เวิร์ป เป็นเมืองใหญ่อันดับ2ของเบลเยียม เป็นเมืองท่าสำคัญอันดับที่2ของยุโรปและอันดับที่4ของโลก ทุกๆปี มีเรือแวะจอดกว่า16,000ลำ ขนส่งสินค้ากว่า100ล้านเมตริกตันจากทั่วโลก เป็นเมืองธุรกิจค้าขายและผลิตอุตสาหกรรมต่างๆ ที่งดงามด้วยศิลปวัฒนธรรมเพราะเป็นเมืองที่ให้กำเนิดศิลปินชั้นนำของโลกที่ช่วยกันรังสรรค์งานศิลปะให้กับเมืองต่อเนื่องมาหลาย100ปี สั่งสมไว้เป็นมรดกอันล้ำค่าตามพิพิธภัณฑ์ อาคารสถานที่และสวนต่างๆ ทำให้มีสถาปัตยกรรม ประติมากรรม รูปเขียน และสวนประจำเมืองงดงาม
|
|
เย็น
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
HOTEL CROWNE PLAZAANTWERPENหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
4
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
|
มหกรรมงานพืชสวนไม้ดอก 2012 เนเธอร์แลนด์ (floriade 2012 world horticultural expo)
งานพืชสวนดอกไม้ระดับโลก จัดขึ้น ณ เมือง Regio Venlo ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างเดือนเมษายน-ตุลาคม2555 มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาการพืชสวนโลก,แลกเปลี่ยนความรู้และการซื้อขายสินค้าพืชสวนระหว่างผู้เข้าร่วมงานและประเทศอื่นๆ โดยงานนี้จัดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบ10ปี หากพลาดงานนี้ ต้องรอไปอีก10ปีข้างหน้า เชิญเยี่ยมชมงานมหกรรมไม้ดอก ประทับใจกับความงามของธรรมชาติและและมวลหมู่ไม้ที่พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ นำมาจัดแสดงให้ได้ชมจากทั่วทุกมุมโลก รู้จักสินค้าพืชสวนมากมาย พลาดไม่ได้!!
|
|
เที่ยง
อิสระอาหารกลางวัน ณ งานชมดอกไม้โลก
|
|
เย็น
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
HOTEL CROWNE PLAZA ANTWERPENหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
5
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
|
เช้า
กรุงปารีส (paris city)
มหานครปารีส..เมืองหลวงแสนสวยของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ ภายในกรุงปารีสมีประชากรประมาณ 2,167,994 คน นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน ด้วยความงามของสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ หรือเรื่องราวของแฟชั่น ดีไซน์เนอร์ต่างๆที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดี เชิญเต็มอิ่มสนุกไปกับการซื้อของ และเดินท่องไปบนถนนเส้นต่าง ๆ ของเมืองปารีส ลองมาค้นหาสิ่งเหล่านี้ที่เมืองแห่งความรัก อย่างมหานครแห่งนี้
|
|
จัตุรัสกรองปลาซ (Grand Place)
จตุรัสกรองปลาซ เป็นจตุรัสในกรุงบรัสเซลอันเลื่องชื่อว่าสวยงามที่สุดในยุโรป และเป็นสถานที่ซึ่งยูเนสโก้ ยกย่องให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1983 ออกแบบโดยเลอโนตร (Le Notre) สถาปนิกผู้ริเริ่มสร้างเมืองแวร์ซายส์ให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ชวนให้ระลึกถึงการปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส มีถนน 7 สาย ทอดตัวสู่จตุรัสกลางเมืองที่สวยงามนี้ ถนนที่ล้อมรอบบ่งบอกถึงสินค้าที่ขาย เช่น ถนนขายเนย ถนนขายเนื้อ เป็นต้น ตื่นตากับอาคารรายรอบที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทั้ง บาโร้ค โกธิค นีโอ- โกธิค
|
|
หอไอเฟล (eiffel tower)
หอไอเฟล..หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังสุดแห่งหนึ่งของโลก ถือเป็นสัญลักษณ์ของนครปารีส สร้างขึ้นใน ค.ศ.1887-1889 ออกแบบโดยวิศวกรชื่อ "กุสตาฟ ไอเฟล" หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างสูงที่สุดอันดับที่5ในประเทศฝรั่งเศสและสูงที่สุดในกรุงปารีสและกลายเป็นสถานที่ยอดนิยม ที่ใครต่อใครที่่มาปารีสต้องถ่ายรูปด้วยตามธรรมเนียม ในยามค่ำคืน ที่นี่..เปิดไฟสวยงามมาก และมุมดีที่สุดในการถ่ายภาพหอไอเฟล คือ บริเวณ Trocadero ได้ชมวิวได้สูงถึงยอดหอ ซึ่งมีร้านอาหารสามารถนั่งชมวิวได้ทั่วทั้งกรุงปารีส และชมความงามของแม่น้ำเซน
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวันณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
ประตูชัยอาร์ค เดอ ตรีอองฟ์ (arc de triomphe )
ประตูชัยอาร์ค เดอ ตรีอองฟ์ ตั้งอยู่กลางกรุงปารีส เป็นประตูชัยขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ในปี ค.ศ.1810 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของพระองค์ในหลายๆสมรภูมิรบ ออกแบบโดยสถาปนิกที่ชื่อ ชาลแกรง ใหญ่โตโอ่อ่า เพื่อให้สมศักดิ์ศรีและพระเกียรติของนโปเลียน ที่เป็นกษัตริย์ที่มีความยิ่งใหญ่ในการรบ ปัจจุบัน เป็นประตูเมืองนครปารีสและเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของฝรั่งเศส นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
|
|
บ่าย
ถนนชองป์เอลิเซ่ (champs elysees)
ถนนชองป์เซลิเซ่..เป็นถนนในเขตที่8 ของกรุงปารีส เป็นย่านการค้าถนนแฟชั่นที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเชสต์นัตที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและปลูกเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทำให้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา ปัจจุบัน ถนนสายนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก และเป็นถนนเส้นสำคัญที่เปี่ยมด้วยสีสันของปารีส เป็นแหล่งรวมร้านค้ามีระดับ และแหล่งแฟชั่นจากดีไซเนอร์ชื่อก้อง สองข้างทางมีคาเฟ่เก๋ๆ เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ท่านไม่ควรพลาด
|
|
เย็น
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
HOTEL MERCURE QUAI DE SEINEหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
6
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารเช้าของโรงแรม
|
|
เมือง จิแวร์นี่ (giverny city)
เมืองจิแวร์นี่ หรือ เมืองชิแวร์นี่ เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของแคว้นนอร์มองดี และทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศสวยงามและศูนย์กลางศิลปะแห่งหนึ่งที่สำคัญ เชิญพบกับวัฒนธรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจและหลากหลาย ขนบธรรมเนียมประเพณีที่น่าสนใจ อาหารพื้นเมืองอันเลื่องชื่อ ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่าก่อน เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ที่หลายคนต่างอยากมาชื่นชมและสำรวจเพื่อเก็บเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ
|
|
บ้านโคลด์ โมเนต์ (claude monet)
ชมความงาม "บ้านโคลด์ โมเนต์" ซึ่งเป็นจิตรกรเอกยุคอิมเพรสชั่นนิสม์ของฝรั่งเศสที่ได้รับการยกย่องว่าอุทิศตนให้กับงานศิลปะตลอดชีวิต ศิลปะยุคอิมเพรสชั่นนิสม์นั้นรุ่งเรืองที่สุดในช่วงศต19 ภายในตัวบ้าน สตูดิโอ แสดงภาพวาด ที่ตั้งงานแสดงผลงานของโมเนต์ มีชื่อเสียงมากมาย สวนสวยงามและสระน้ำ สะพานโค้งแบบญี่ปุ่น เพลิดเพลินกับการจัดแสดงภาพที่มีชื่อเสียงนับสิบชิ้น ในขณะที่สวนด้านนอกมีดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งแต่ละช่วงดอกไม้ในสวนต่างบานไม่พร้อมกัน ทำให้สวนแห่งนี้เป็นที่ดึงดูดผู้มาเยือนมาก
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เมือง โบนย์ (beaune city)
เมืองโบนย์ หรือ เมืองโบน ตั้งอยู่แคว้นบูร์กกอญ ประเทศฝรั่งเศส แคว้นบูร์กกอญได้ผนวกเข้ากับประเทศฝรั่งเศสอย่างถาวร ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 นับแต่นั้นเป็นต้นมา ประชาชนแคว้นนี้พยายามเรียกร้องอิสรภาพของตนเรื่อยมา ในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 11 "เมืองโบนย์" เป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยหมู่บ้านไวน์ชั้นเลิศ และศูนย์กลางของการประมูลไวน์ที่สาคัญเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส เชิญเที่ยวเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางที่น่าค้นหา
|
|
เย็น
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
HOTEL MERCURE CENTRE BEAUNE เทียบเท่า
|
|
วันที่
7
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
|
หมู่บ้านมูร์เรน (murren village)
หมู่บ้านมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในฤดูหนาวหมู่บ้านในเมืองเล็กๆ แห่งนี้คือ แหล่งชุมนุมของบรรดาเจ้านายและผู้คนในสังคมชั้นสูง ตั้งอยู่บนยอดเขาไอเกอร์ เป็นเมืองปลอดยานยนต์อีกแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ อากาศที่นี่บริสุทธิ์มาก ชมดอกเอเดลไวซ์ เป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หมู่บ้านนี้ถูกโอบล้อมอยู่ในอ้อมกอดของหุบเขาและสีฟ้าครามสดใสสลับกับ ความขาวของหมู่เมฆ โดยมีเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลังที่งดงามราวภาพวาด จนได้สมญานามจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นสวรรค์บนพื้นพิภพ
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินชมและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
|
|
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
HOTEL EIGER SWISS CHALET
|
|
วันที่
8
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
|
เมือง อินเทอร์ลาเก้น (interlaken city)
อินเทอร์ลาเก้น..เมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของสวิสแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีบรรยากาศและภูมิประเทศสงบสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ2แห่งคือ ทะเลสาบธันและทะเลสาบเบรียนส์ แวดล้อมไปด้วยน้ำจากทะเลสาบ น้ำตกที่เกิดจากหิมะละลายไหลลงมาจากขุนเขา น้ำจากแม่น้ำและน้ำที่พุ่งเป็นสายกระเซ็นจากน้ำพุรอบเมือง เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นทางขึ้นยอดเขาทั้งสามของที่นี่ คือ Jungfrau,Eiger และ Monch มักมาเริ่มต้นที่นี่ มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านค้าต่างๆมากมาย
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
ถ่ายรูปกับดอกไม้กลางสวนKursaal/ชิมช็อกโกแลตชูช์/ซื้อของที่ระลึก
|
|
ค่ำ
รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
HOTEL CENTRAL CONTINENTAL INTERLAKEN
|
|
วันที่
9
|
เช้า
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารของโรงแรม
|
|
เช้า
เมือง ลูเซิน (lucerne city)
ลูเซิร์น..เมืองที่คุ้นเคยดีสำหรับคนไทยและชาวเอเชีย โดยเฉพาะประติมากรรมที่งดงามแกะสลักสิงโตหินบนหน้าผา หรือ สะพานไม้คาเปล ที่มีอายุกว่า 600 ปี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบทอดข้ามแม่น้ำรอยส์ ตลอดสะพานประดับด้วยภาพเขียนที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของประเทศได้เป็นอย่างดี สะพานนี้เคยถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะจนสวยงาม กลายเป็นสัญลักษณ์ความงามที่แท้จริงของลูเซิร์น นอกจากนี้ การได้ล่องเรือไปตามทะเลสาบโรแมนติคมากๆ มีเมืองเล็กสวยงามบนฝั่งทะเลสาบเวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ เชิืญเยี่ยมชมตามอัธยาศัย..
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
|
|
ค่ำ
โดยเที่ยวบิน LH 1199/LH772
|
|
วันที่
10
|
14.10
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
|
|