วันที่
1
|
17.30น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
19.50น.
ออกเดินทางสู่เมืองไครส์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ โดย EK 418
|
|
วันที่
2
|
15.20น.
เดินทางถึง:
เมือง ไคร้สท์เชิร์ช (christchurch city)
เมืองที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากอังกฤษ เป็นเมืองใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ มีแม่น้ำเอวอนไหลผ่านตัวเมืองก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงาม มีความร่มรื่นของถนนทุกสาย และสวนดอกไม้สวยงามอยู่ทั่วเมืองไปหมด จนได้รับการขนานนามว่าเป็น Garden City of the World ทำให้เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องความบริสุทธิ์และใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายสวยงามในเมืองไคร้สท์เชิร์ช เช่น จตุรัสวิกตอเรีย,กีวี่เฮ้าส์,วิหารคาธีดตัล,ขึ้นยอดเขาแคชเมียร์เพื่อชมเมืองไคร้ทเชิร์ช เป็นต้น
|
|
20.30น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม SUDIMA HOTEL
|
|
วันที่
3
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่สถานีรถไฟอาเธอร์พาสส์ด้วย:
รถไฟทรานซ์อัลไพน์ (tranzalpine train)
นั่งรถไฟทรานซ์อัลไพน์ เพื่อเดินทางสู่เมืองไคร้สท์เชิร์ช ระหว่างทางผ่านชมทัศนียภาพอันงดงาม ของเทือกเขาแอลป์แห่งซีกโลกใต้ที่ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเส้นทางซึ่งโอบล้อมด้วยภูเขาหิมะ และต้นไม้หลากสีเปลื่ยนไปตามฤดูกาลที่สวยที่สุด สลับกับภูเขาเขียวขจี และฝูงแกะน่ารักยืนเรียงรายเล็มหญ้า ชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามดั่งภาพวาดเพลิดเพลินไปตลอดสองข้างทาง โดยต้นไม้หลากสีเปลี่ยนไปตามฤดูกาลที่สวยที่สุดสายหนึ่งในโลก
|
|
เดินทางสู่:
เมือง โฮคิติกา (hokitika city)
โฮคิติกา…เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมทะเล เป็นศูนย์กลางทางการค้าของฝั่งตะวันตกในสมัยก่อน มีหอนาฬิกาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นเมืองที่มีความชำนาญ เรื่องศิลปะและศูนย์กลางการผลิตหินสีเขียวหรือหยก ซึ่งมีความสำคัญด้านจิตวิญญานเป็นอย่างมากสำหรับชาวเมารี เพราะนานมาแล้วเคยเป็นวัสดุที่แข็งแกร่งที่สุดที่ชาวเมารีรู้จัก ถูกนำมาใช้ทำอาวุธ เคื่องมือและเครื่องประดับส่วนตัว เชื่อกันว่าหินสีเขียวนี้จะช่วยรักษาความสงบ แข็งแรง และจะนำอำนาจมาสู่ตนและครอบครัว เชิญชมเมืองแห่งหยกสีเขียวและซื้อหยกของฝาก
|
|
13.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เดินทางต่อสู่ธารน้าแข็งฟรานซ์โจเซฟ
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม SCENIC HOTEL FRANZ JOSEF GLACIER
|
|
วันที่
4
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.00 น.
ชมธารน้าแข็ง:
ฟ๊อกกลาเซียร์ (fox glacier)
ธารน้ำแข็งอีกแห่งหนึ่งที่อยูในเวสต์แลนด์ เนชั่นแนลปาร์ก นั่นคือ "ธารน้ำแข็งฟ็อกซ์ หรือ ฟ๊อกซ์ กลาเซียร์" มีความสวยงามอยู่ในเขตป่าฝน พบกับความมหัศจรรยของธารน้ำแข็งที่เคลื่อนลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษ และยังคงเคลื่อนตัวอย่างไม่หยุด ธารน้ำแข็งนี้สีขาวระยิบระยับ สลับกับสีเขียวมรกตอันงดงาม สำหรับจุดชมธารน้ำแข็งฟ็อกซ์แบบชัดๆ อยู่เลยจากจุดชมวิวทะเลสาบแม็ททีสัน ไปอีกแค่นิดเดียว พอเจอสะพานแล้วมองย้อนกลับมาจะเห็นธารน้ำแข็งได้อย่างชัดเจน สวยงามแทบจนไม่อยากกระพริบตาเลย
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่:
เมือง ควีนส์ทาวน์ (queenstown city)
ควีนส์ทาวน์..เมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ชื่อ the Remarkables อุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามบนชายฝั่งของทะเลสาบวาคาติปู ทำให้วิวทิวทัศน์งดงามราวกับภาพฝัน เหมาะเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวของคนทั่วไป และคู่ฮันนีมูนที่ต้องการความโรแมนติกแบบส่วนตัว ไม่เพียงแต่มีทัศนียภาพสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารทันสมัย ร้านกาแฟ ไนต์คลับ แหล่งช้อปปิ้งและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับฤดูกาล ซึ่งพร้อมกระตุ้นต่อมผจญภัย สำหรับผู้รักการทำกิจกรรมท้าทายอย่างกีฬาเอ็กซ์ตรีมหลากหลายประเภท
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบนยอดเขา
|
|
พักโรงแรม COPTHORNE HOTEL AND RESORT QUEENSTOWN LAKEFRONT
|
|
วันที่
5
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
|
|
เดินทางสู่:
ทะเลสาบวาคาตีปู (lake wakatipu)
อยู่ในเมืองควีนส์ทาวน์ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ2ของเกาะใต้ มีระดับความลึกถึง380ม เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งเช่นเดียวกันกับทะเลสาบอื่นๆในละแวกนี้ ความที่มีระดับน้ำขึ้นลงต่างกันได้ถึง12เซนติเมตรทุกๆ5นาทีและรูปร่างเหมือนงูเลื้อย จึงมีตำนานของเมารีเล่าว่า “เกิดจากรอยปีศาจที่นอนตาย(โดนไฟเผา)โดยหนุ่มคนรักของเด็กผู้หญิงสาวชาวเมารีที่ถูกปีศาจจับตัวไป แต่เนื่องจากหัวใจของปีศาจยังไม่ตายและยังคงเต้นตุ๊บตั๊บอยู่" เชิญล่องเรือรอบทะเลสาบ สัมผัสบรรยากาศน้ำในทะเลสาบที่เห็นกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา โรแมนติกสวยงาม
|
|
แอร์โรทาวน์ (arrowtown city)
ชมเมืองของนักขุดทอง “แอร์โรว์ทาวน์” ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ที่นี่..เป็นเมืองขุดทองเก่าที่อนุรักษ์เอาไว้อย่างดีที่สุด ในยุคตื่นทอง ปีคศ1865 เคยมีประชากรมากกว่า7,000คน และเป็นเพียงหนึ่งในเมืองขุดทองสมัยเก่า ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งไม่ได้แปรสภาพเป็นเมืองร้าง หรือเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นเมืองที่พัฒนาอย่างทันสมัย แม้ว่าแอร์โรว์ทาวน์เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว แวะชมกิจกรรมอันท้าทาย “บันจี้จัมพ์” และ SHOTOVERJET เหนือแม่น้ำคาวารัว
|
|
สะพานคาวารัว (kawarau bridge)
สะพานประวัติศาสตร์ที่อยู่ห่างจากไปเมืองควีนส์ทาวน์เพียง23กม สะพานนี้พาดผ่านแม่น้ำคาวารัว สามารถมองเห็นความสวยงามของแคนยอนและแม่น้ำคาวารัวอยู่เบื้องล่าง มีทิวทัศน์งดงามมากโดยเฉพาะฤดูใบไม้่ร่วง เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนสีที่เติมให้ภูเขาโดยรอบเป็นสีเหลือง ที่นี่ ยังถือเป็นจุดกำเนิดของการเล่นโดดบันจี้แห่งแรกและมีชื่อเสียงของโลก ผู้กระโดดสามารถเลือกกระโดดถึงขั้นที่ให้หัวสัมผัสพื้นน้ำเบื้องล่างได้อีกต่างหาก ราคาในการกระโดดก็อยู่ที่ประมาณ 140 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อครั้ง
|
|
เรือเจ็ทช็อตโอเวอร์ (shotover jet)
หรือ เรือเร็วช็อตโอเวอร์ เป็นเรือแล่นด้วยความเร็วสูงไปตามแม่น้ำช็อตโอเวอร์ ท่ามกลางเกาะแก่งและโขดหิน ค่อนข้างคดเคี้ยวไปมาและหมุน360องศา มีการเหวี่ยงคล้ายบาบาน่าโบ๊ท เพียงแต่ไม่ร่วงลงน้ำ ถูกคิดค้นขึ้นโดย บิล ฮามิลตั้น กิจกรรมนี้เปิดบริการตั้งแต่ปีคศ1970 เส้นทางเรือเจ็ทของที่นี่ ดูน่าตื่นเต้นเร้าใจมากกว่าที่อื่น เพราะเป็นต้นตำรับของเรือเจ็ท มีผู้มาท้าทายความหวาดเสียวนี้แล้วกว่า2ล้านคน เป็นเรือที่ได้รับการออกเเบบเป็นพิเศษ ลำตัวทำด้วยอลูมิเนียมอย่างหนาแน่น ใช้เวลาในการเล่นประมาณ1.30ชม.
|
|
กระโดดบันจี้ (bungy jump)
พลาดไมํได้เมื่อมาเที่ยวควีนส์ทาวน์ ต้องมาชมการกระโดดบันจี้ กิจกรรมอันนำตื่นเต้นจนมีชื่อเสียง ถือเป็นกีฬายอดนิยมที่ท้าทาย สุดหวาดเสียว วัดใจคนกล้า ซึ่งมีความสูงถึง43ม ใช้เวลาในการเล่น35นาที เมืองควีนส์ทาวน์ถือเป็นต้นกำเนิดของการกระโดบันจี้จัมพ์และโด่งดังไปทั่วโลก ถึงแม้การกระโดดบันจี้จัมพ์จะมีทุกหนทุกแห่งทั่วโลกแล้ว แต่คนทั้งโลกก็ยังต้องมุ่งหน้ามากระโดดบันจี้จัมพ์ที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะเมืองควีนส์ทาวน์ เนื่องจากเต็มไปด้วยความงดงามของภูมิทัศน์ ความเร้าใจในการค้นคิดวิธีกระโดดไม่ให้เหมือนใคร
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
อิสระช้อปปิ้งในเมืองควีนส์ทาวน์
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูกุ้งมังกร + เป๋าฮื้อ
|
|
พักโรงแรม COPTHORNE HOTEL AND RESORT QUEENSTOWN LAKEFRONT
|
|
วันที่
6
|
06.30น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ (fiordland national park )
ชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ในเขตอุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ มีลักษณะภูมิประเทศที่สูงชันและซับซ้อนมีชายฝั่งที่ขรุขระป่าทึบ และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงทำให้บริเวณนี้ไม่มีการพัฒนาเป็น ถนนและเมืองมากนัก พื้นที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะ และได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษและก็ได้รับ การประกาศให้เป็นมรดกโลก เมื่อถึงเมืองเทอา-นาว เมืองที่เป็นจุดแวะพักระหว่างทางของบรรดานักท่องเที่ยว มีทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ
|
|
แวะชม:
ทะเลสาบกระจก (mirror lake)
ทะเลสาปกระจก มีเรียกอีกชื่อว่า "ทะเลสาปแมทเธอร์สัน" ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ มีน้ำที่ใสราวกระจก จนสามารถสะท้อนเงาของภูเขาที่อยู่ล้อมรอบได้ ซึ่งเป็นวิวอยู่เบื้องล่างได้อย่างสวยงาม ดังภาพสะท้อนของกระจก ผู้คนหลั่งไหลไปเยี่ยมชมควมงดงามที่มหัศจรรย์ของทะเลสาปนี้ หากได้มาเยือนแดนกีวี พลาดไม่ได้กับทะเลสาปโรแมนติคที่นี่...
|
|
ล่องเรือสำราญมิลฟอร์ด โมนาร์ค ครูซ (milford monarch cruise)
ล่องเรือสำราญมิลฟอร์ด โมนาร์ค ครูซ สัมผัสความงามของธรรมชาติโดยรอบ ชมฟยอร์ด ซึ่งเกิดจากจากเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ประกอบกับบรรยากาศเย็นจากขั้วโลกใต้ และสายน้ำกัดเซาะ ส่งผลให้เกิดเป็นชายฝั่งเว้าแหว่ง ทำให้เกิดทัศนียภาพอันงดงามบริเวณชายฝั่ง ตื่นตาตื่นใจกับภาพของสายน้ำตกอันสูงตระหง่านของ น้ำตกโบเวน ซึ่งมีความสูง 160 เมตร จากหน้าผา พบกับแมวน้ำนอนอาบแดดบนโขดหินอย่างสบายอารมณ์
|
|
13.30น.
อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์บนเรือ
|
|
บ่าย
|
|
19.30น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม DISTINCTION TE ANAU HOTEL
|
|
วันที่
7
|
07.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ดูนิดีน (dunedin city)
ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งสก๊อตแลนด์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีคศ1848 โดยผู้อพยพชาวสก็อตแลนด์ทำให้สำเนียงภาษาอังกฤษของคนที่นี่ฟังดูแปลกไปบ้าง เมืองนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศนิวซีแลนด์ คือ มหาวิทยาลัยโอตาโก บรรยากาศเมืองค่อนข้างคึกคักแบบวัยรุ่น มีย่านการค้ากลางเมืองชื่อ the Octagon เหมือนสโมสรนักศึกษาเพราะมีนักศึกษาชายหญิงนั่งจับกลุ่มคุยกันเป็นกลุ่มๆอยู่ตามร้านกาแฟ ผับบาร์ ร้านอาหาร สถานที่ที่น่าสนใจขอเงมือง เช่น ถนนบอลวินส์,หอศิลป์สาธารณะแห่งดูนิดีน,วิหารเซนต์พอล,อาคารสภาเทศบาล เป็นต้น
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
|
|
หอศิลป์สาธารณะแห่งดูนิดีน (dunedin art gallery)
หอศิลป์สาธารณะเก่าแก่ที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ในใจกลางของเมือง จัดแสดงแกลลอรี่ผลงานของศิลปินชื่อดังต่างๆ เก็บไว้ที่นี่ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1860 ถึงปัจจุบัน มีทั้งศิลปะระหว่างประเทศจากคอลเลกชันต่างๆ เป็นศิลปะร่วมสมัยทางประวัติศาสตร์ และแกลเลอรีสาธารณะศิลปะที่หลากหลายที่สุดในประเทศ งานศิลปะที่น่าสนใจ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม การถ่ายภาพที่ทำงานบนกระดาษ การติดตั้ง และศิลปะการตกแต่ง เชิญเยี่ยมชมงานศิลปะอันล้ำค่าของชาวนิซีแลนด์ ที่ หอศิลป์ ดูนิดีน
|
|
วิหารเซนต์พอลแห่งดูนิดีน (st. paul's cathedral of dunedin)
สถานที่สำคัญอีกแห่งของเมืองดะนีดินในเขตโอทากอนคือ วิหารเซนต์พอลแห่งดะนีดิน สร้างขึ้นในปีคศ1915 ด้วยหินจากเมืองโออามารู ถือเป็นหัวใจของเมือง มีบทบาทสำคัญต่อคริสตจักรแม่ของสังฆมณฑลชาวอังกฤษของในเมืองดะนีดิน และเป็นที่ประทับของพระสังฆราชแห่งดะนีดินด้วย รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่ชุมนุมของชาวเมือง และมารวมตัวกันเพื่อเคราพบูชาพระเจ้า ใกล้ๆกันเป็นศาลากลางของเมืองและศูนย์การท่องเที่ยว ตลอดจนร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หอศิลปะ ถนนมอเรย์ เพลซ และโบสถ์แห่งนิกายเพรสไบเซนไทน์ หรือ First Church
|
|
สถานีรถไฟดะนีดิน (dunedin railway station)
ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสแอนแซค อาคารเป็นหินอันงดงามที่สุดในนิวซีแลนด์ ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์สไตล์เฟลมมิช สร้างในปี1904 ที่นี่ ถือเป็น 3 สถานีรถไฟสุดท้ายที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปีคศ1873และ1906 เป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ของนิวซีแลนด์ เชิญเยี่ยมชมความสวยงามด้านใน มีที่ขายตั๋วรถไฟสาย Taieri Gorge Railway ซึ่งพาชมทิวทัศน์และลอดอุโมงค์ โถงภายในสถานีคลาสสิคมาก สำหรับลายกระเบื้องปูทางเดินหน้าสถานีนั้นสวยงามเช่นกัน ส่วนด้านหน้าสถานีรถไฟ มีมุมสวนแปลงดอกไม้สวยๆ ด้วย
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
โรงงานช็อคโกแลตแคดบิวรี (cadbury chocolate factory)
โรงงานผลิตช็อกโกแลตชื่อ Cadbury World หรือ ยี่ห้อแคดบิวรี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงการผลิตช็อกโกแลตของบริษัทแคดบิวรี ตั้งอยู่กลางเมือง ถนนคัมเบอแลนด์ ในเขตOctagon ภายใน มีห้องนิทรรศการการทำช็อคโกแลตจัดแสดงการผลิตและประวัติความเป็นมา ตกแต่งเป็นรูปต่างๆ ด้วยช็อคโกแลต ตื่นตาตื่นใจกับไข่และกระต่ายช็อกโกแลตขนาดยักษ์ จากนั้นเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวซื้อผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตในรูปแบบต่างๆ สามารถชิมฟรีและเลือกซื้อช็อคโกแลตนานาชนิดเป็นของฝากคนที่รักทางบ้านได้ในราคาถูกกว่าตามร้านที่ขายใน Super market ทั่วไป
|
|
19.00น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักโรงแรม DUNEDIN CITY HOTEL
|
|
วันที่
8
|
06.00น.
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ไคร้สท์เชิร์ช (christchurch city)
เมืองที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากอังกฤษ เป็นเมืองใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ มีแม่น้ำเอวอนไหลผ่านตัวเมืองก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงาม มีความร่มรื่นของถนนทุกสาย และสวนดอกไม้สวยงามอยู่ทั่วเมืองไปหมด จนได้รับการขนานนามว่าเป็น Garden City of the World ทำให้เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องความบริสุทธิ์และใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายสวยงามในเมืองไคร้สท์เชิร์ช เช่น จตุรัสวิกตอเรีย,กีวี่เฮ้าส์,วิหารคาธีดตัล,ขึ้นยอดเขาแคชเมียร์เพื่อชมเมืองไคร้ทเชิร์ช เป็นต้น
|
|
เมือง แอชเบอร์ตัน (ashburton city)
ศูนย์กลางการซื้อขายผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ผ่านที่ราบทางการเกษตรอันกว้างใหญ่ สมญานาม “แคนเทอร์เบอรี่” ที่ใหญ่เป็นอันดับ3รองจากเมืองทิมารูและไคร้สท์เชิร์ช คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำฟาร์มเลี้ยงแกะ หรือฟาร์มวัว เลี้ยงวัว ที่นี่ จึงเป็นแหล่งรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์จากแกะ ขนแกะ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อาหารเสริม และของที่ระลึก อื่นๆ เชิญเยี่ยมชมทุ่งราบแคนเทอร์เบอร์รี่ แหล่งเพาะพันธุ์แกะและวัวที่สำคัญของเกาะใต้ และและช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองจากฟาร์มที่มีชื่อเสียง
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ฟาร์มเมอร์คอนเนอร์ (farmers corner)
เป็นทั้งร้านขายส่งขนาดใหญ่และร้านค้าปลีกผลิตภัณฑ์ใหม่ของเมืองแอชเบอร์ตัน สร้างขึ้นเมื่อปีคศ1984 เพื่อบริการนักท่องเที่ยว มีสินค้ามากมายให้เลือกสรรด้วยคุณภาพดี อาทิเช่น ขนแกะ พรมขนแกะ เซรั่มรกแกะ น้ำมันปลา Omega3 ครีมลาโนลิน เสื้อไหมพรม และของที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น รวมทั้ง ยังมีสถานที่ที่อำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ร้านอาหารร้านค้า,ห้องน้ำ,ที่จอดรถโค้ช,ที่จอดรถ,สวนสมุนไพร,แลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ,โทรศัพท์สาธารณะ ฯลฯ เชิญเยี่ยมชมศูนย์จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ ให้บริการที่ทันสมัยและครบครัน
|
|
12.00น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
16.55น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย EK419 (1655-0100+1)
|
|
วันที่
9
|
01.00น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|