วันที่
1
|
21.30 น.
พร้อมคณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
23.50 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยOS 026
|
|
วันที่
2
|
05.20 น.
|
|
06.30 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม
|
|
09.00 น.
พระราชวังเชินบรุนน์ (schonbrunn palace)
พระราชวังสีเลืองตั้งตระหง่านกับสวนดอกไม้ที่ไกลสุดลูกตา ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 จนถึง พ.ศ.2461 ออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นสถานที่รวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก ภายในอุทยานเคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลกเมื่อ พ.ศ.2295 ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาก
|
|
17.00 น.
รถส่งท่านที่ท่าเรือ LEGENDA CRUISE
|
|
แม่น้ำดานูบ (danube river)
แม่น้ำยาวที่สุดในสหภาพยุโรปและยาวเป็นอันดับ 2 ของยุโรป มีต้นกำเนิดที่แถบป่าดำในเยอรมนี เกิดจากแม่น้ำเล็กๆ 2 สายคือ Brigach และ Breg ซึ่งไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำดานูบที่เมือง Donaueschingen ถือเป็นเม่น้ำสายโรแมนติกสายหนึ่งของยุโรปที่ไหลผ่านเมืองต่างๆ และมีความเชี่ยวของน้ำน้อยมาก กิจกรรมหลักที่มาถึงบูดาเปสต์คือ การสัมผัสกับบรรยากาศแห่งการล่องเรือดานูบ ชมความงดงามของอาคารสถาปัตยกรรมแบบกอธิค เรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ มนต์เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลาย ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองโรแมนติก บนสายน้ำแห่งหนึ่งของโลก
|
|
19.00 น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร “กูลาชปาร์ตี้”
|
|
ที่พัก HILTON BUDAPEST WESTEND HOTEL
|
|
วันที่
3
|
08.00 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม
|
|
09.00 น.
เมือง บูดาเปสต์ (budapest city)
นครสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ริมสองฝั่งแม่น้ำดานูป สมญานามว่า “ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูป” แม่น้ำสายโรแมนติกอย่างแม่น้ำดานูบที่แบ่งเมืองออกเป็น 2 เมืองคือ เมืองบูดและเมืองเปสต์ อันเป็นที่มาของชื่อเมืองนี้ เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการีและศูนย์กลางการปกครอง อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการคมนาคมขนส่ง มีประชากรมากกว่า1.7ล้านคน และได้กลายมาเป็นเมืองท่องเที่ยวของยุโรปกลางมาตั้งแต่ราวทศวรรศ1990 เชิญสัมผัสความงดงามของปราสาทบูดา,หอศิลป,โบสถ์แมทเทียส,อาคารรัฐสภาฮังการี และซิตี้ พาร์ค
|
|
12.00 น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
13.00 น.
เทือกเขาทาทร้า (Tatra Mountains)
เทือกเขาทาทร้าซึ่งตั้งอยู่ทางภาคใต้ของโปแลนด์ เป็นสถานที่สูงที่สุดและสวยงามที่สุดแห่งเทือกเขา Carpathian ยอดเขาที่สูงที่สุดของโปลิชทาทร้าคือ Rys มีความสูงประมาณ 2,499 เมตร ซึ่งเป็นที่จุด ที่น่าสนใจมากที่สุดและมีนักท่องเที่ยวเข้าชมบ่อยครั้งมากที่สุดคือ ไฮทาทร้า ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของพื้นที่ ทาทร้า ที่ตั้งอยู่ในประเทศโปแลนด์
|
|
|
|
19.30 น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
ที่พัก RADISSON BLU HOTEL KRAKOW
|
|
วันที่
4
|
08.00 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม
|
|
09.00 น.
เมือง คราคูฟ (krakow city)
เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์และเมืองเก่าของยิวที่ชื่อว่า'คาซีเมียส' ในปีคศ965 เป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่มากและเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งและสิ้นสุดศต16 ปัจจุบัน เป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์สำคัญที่สุดแห่งประเทศ และมีอารยธรรมรุ่งเรืองมากสุด เห็นได้จากอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคทุกสมัย มีจุดนัดพบที่สำคัญในเมือง รายล้อมด้วยร้านกาแฟ,ผับ,ร้านอาหารต่างๆ และอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีตลาดนัดรีเน็ค โกลนี่และห้างเนสซองส์ศูนย์การช็อป และได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับไหล
|
|
พระราชวังหลวง คราคูฟ (royal castle krakow)
เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปแลนด์มานานหลายศตวรรษ เป็นผลงานแบบเรอเนสซองส์ที่งดงามแห่งหนึ่งของยุโรป เข้าชมในส่วนที่เป็นรอยัลอพาร์ตเมนต์ จัดแสดงภาพเขียน ศิลปะและงานประติมากรรม พระตำหนักด้านในเก็บสิ่งล้ำค่าอันได้แก่ ผ้าปักทาเปสตรี้ 142 ผืน และชมท้องพระคลังหลวง ห้องอาวุธยุทธปกรณ์ในสมัยโบราณ ใกล้กันเป็นมหาวิหารวาเวล มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ใช้เป็นที่ราชาภิเษกกษัตริย์ทุกพระองค์
|
|
ป้อมปราการบาร์บาคัน (barbakan fortress)
อีกจุดหนึ่งที่สำคัญของเมืองคราคูฟ คือ ป้อมปราการบาร์บาคัน มีอายุกว่า 600 ปี ทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาเมืองมาจนบัดนี้ และบริเวณแนวกำแพงเมืองเดิมนี้ ยังเป็นที่ชื่นชอบของศิลปินที่จะมาแสดงผลงาน และวิถีชีวิตของชาวยิปซี ที่หาชมกันไม่ได้ง่ายๆ
|
|
จตุรัสกลางเมือง คราคูฟ (center square in krakow)
จตุรัสกลางเมือง ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกลางหัวใจของการเที่ยวชมเมือง จตุรัสแห่งนี้เพียบพร้อมไปด้วยบรรยากาศของบ้านเมืองในยุคกลางมากที่สุด ถนนคนเดินเรียงรายไปด้วยร้านค้า, ร้านกาแฟ ที่ได้รับการบรูณะให้อยู่ในสภาพเดิมมากที่สุด ย่านโอลด์ทาวน์ UNESCO ประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สภาพบ้านเรือนได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
|
|
12.00 น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
13.00 น.
เมือง เอาส์ชวิตซ์-เบอร์กเนา (auschwitz-birkenau city)
เมืองท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งมรดกโลกที่มีชื่อเสียงมากสุดของประเทศโปแลนด์ และเป็นที่ตั้งค่ายกักกันและพิพิธภัณฑ์สงคราม ได้พบกับภาพสะท้อนให้เห็นถึงการทารุณกรรมและความโหดร้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ชาวนาซีนำเอานักโทษชาวยิวขึ้นรถไฟสู่ค่ายกักกันแห่งนี้และใช้เป็นที่ประหารด้วยแก๊สพิษรมควันกว่า 1.5 ล้านคน เชิญเยี่ยมชมเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ กับ เอาส์ชวิตซ์-เบอร์กเนา ที่มีเรื่องราวน่าสนใจมากมายกับความเป็นจริงอันโหดร้ายในยุคนาซีของยุโรปตะวันออก
|
|
พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ (auschwitz concentration camp)
ย้อนรอยประวัติศาสตร์กับพิพิธภัณฑ์สงครามมีชื่อเสียงเมืองคราคูฟ จัดแสดงภาพและเรื่องราวต่างๆที่ถูกทารุณกรรมและได้รับความโหดร้ายในสถานที่ต่างๆของค่ายกักกัน เช่น ห้องขังนักโทษ ห้องรมแก๊สพิษ และเตาเผาศพ สะท้อนความน่าสยดสยองและความทารุณโหดร้ายของสงครามโลกครั้งที่2 เริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี1939 ความต้องการหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการสร้างเป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมืองและดัดแปลงตามความต้องการของนาซี เริ่มต้นใช้ปีคศ1940 และมีหอคอยให้ชมทัศนียภาพของค่ายกักกันด้วย
|
|
16.00 น.
Wroclaw (Wroclaw)
เมืองวรอตซวาฟ (WROCLAW) เมืองที่ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่เก่าแก่กว่า 7 ศตวรรษและสถาปัตยกรรมสมัยใหม่อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นเมืองสำคัญด้านธุรกิจอุตสาหกรรม และการท่อง เที่ยวที่สำคัญของโปแลนด์อีกด้วย
|
|
19.00 น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
ที่พัก RADISSON BLU HOTEL WROCLAW
|
|
วันที่
5
|
07.30 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม
|
|
08.30 น.
กรุงปราก (prague city)
ดินแดนที่มีสวยงามและโรแมนติกจนเป็นที่เลืองลือทั่วโลก มีผู้คนเดินทางไปชมเมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันหลากหลาย เช่น โรมันเนสก์ โกธิค เรเนซองส บารอค รวมทั้ง ศิลปะรูปแบบต่างๆ ทำให้กรุงปรากเป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน และองค์การ UNESCO ได้เลือกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมในปี 1992 เชิญเที่ยวชมสถานสำคัญๆ ด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคสมัยสวยงามต่างๆ ได้แก่ จัตุรัสฮราดคานีย์,ปราสาทแห่งกรุงปร๊าก,มหาวิหารเซนต์วิตัส,สะพานชาร์ล เป็นต้น
|
|
13.00 น.
เขตโกลเด้นเลน ปราก (prague golden lane)
โกลเดนเลน หรือ ถนนโกลเด้นเลท หรือ ถนนสายทองคำ อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาทปราก เป็นถนนสายเล็กๆที่ตั้งตามชื่อย่านที่ช่างทำทองเคยอาศัยในบริเวณนี้ช่วงศต17 โดยสองข้างทางบนถนนเต็มไปด้วยห้องแถวร้านค้าเล็กๆสีสันสดใสขายของในยุคแรกๆ ในอดีตเคยเป็นบ้านพักขององครักษ์รักษาพระราชวังในสมัยพระเจ้ารูดอล์ฟที่2 จนกระทั่ง100ปีถัดมา ช่างทำทองได้ย้ายเข้ามาและเริ่มดัดแปลงเป็นร้านขายของและที่พักอาศัย ในช่วงศต19ที่นี่..ได้บูรณะซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพเดิม และปัจจุบันเป็นแกลเลอรี่ หรือร้านขายของที่ระลึกต่างๆ
|
|
สะพานชาร์ลส ปราก (charles bridge)
สัญลักษณ์ของเมืองปรากสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่14 ตลอดราวสะพานมีประติมากรรมรูปปั้นนักบุญสไตล์บารอกที่งดงามและไม่ซ้ำกันอยู่ถึง30แบบ และเป็นสถานที่ที่น่าดึงดูดใจที่สุดของกรุงปราก ชื่อเดิมเรียกว่า “สะพานปราก” ต่อมาในปีคศ1870 เปลี่ยนชื่อตามพระนามของพระเจ้าชาร์ลส์ อยู่ย่านจัตุรัสและตัวเมืองเก่า ที่คลาสสิกโดยเฉพาะอาคารศาลาเทศบาลกรุงปรากและนาฬิกาโบราณที่ทุกชั่วโมงมีตุ๊กตาออกมาบอกเวลา และจักรราศีของดวงดาวในแต่ละวัน อีกทั้งยังเป็นนาฬิกาเก่าแก่แห่งหนึ่งในยุโรป
|
|
|
|
19.00 น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
ที่พัก HILTON HOTEL
|
|
วันที่
6
|
07.30 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม
|
|
08.30 น.
เมือง คาร์โลวี วารี (karlovy vary city)
ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำเทปลาไหลหล่อเลี้ยง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของเช็กตามตำนานบอกว่าพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ทรงพบแหล่งน้ำแร่ที่เมืองนี้ในปีค.ศ. 1358 เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกล่าสัตว์แล้วสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อน นับแต่นั้นเมืองนี้ก็มีชื่อเสียงของบ่อน้ำแร่ที่ใช้สำหรับรักษาร่างกายและบำบัดโรคร้ายต่างๆ เป็นต้นมาจนถึงเดี๋ยวนี้ เป็นทั้งเมืองมีน้ำพุร้อนและน้ำแร่อุณหภูมิตั้งแต่ 42-72 องศาเซลเซียส ทั้งหมด 12 แห่ง
|
|
12.00 น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
14.00 น.
เมือง มาเรียนสเก้ ลาซเน่ (marianske lazne city)
มีชื่อเสียงทางด้านบ่อน้ำแร่-น้ำพุร้อนระดับโลกของสาธารณรัฐเช็ก จนขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งสปา"ที่ใหญ่อันดับ 2 ของเชค รองจากเมืองคาร์ลโรีวารี แต่เป็นเมืองสปาที่อายุน้อยที่สุด มีน้ำพุร้อนถึง40แห่ง เริ่มมีชื่อเสียงไปทั่วยุโรปในช่วงต้นศต 20 สปากำเนิดขึ้นพร้อมเมืองที่เรียงรายไปด้วยหมู่อาคารงดงามด้วยศิลปะแบบคลาสสิคและนีโอ-เรเนซองส์ นับว่าเป็นเมืองที่มีบรรยากาศแสนโรแมนติก มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น ลานน้ำพุเต้นระบำ,พิพิธภัณฑ์เมือง,บ่อน้ำพุร้อนต่างๆรอบๆตัวเมือง เป็นต้น
|
|
16.00 น.
เดินทางกลับสู่กรุงปร๊าก
|
|
19.00 น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
ที่พัก HILTON HOTEL 4
|
|
วันที่
7
|
07.00 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม
|
|
08.00 น.
เมือง เชสกี้ ครุมลอฟ (cesky krumlov city)
เมืองมรดกโลกอีกเมืองหนึ่งของสาธารณรัฐเชค ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครองการพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1993 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปีค.ศ.1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นใน การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองครุมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปีค.ศ.1992
|
|
12.00 น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
14.30 น.
เมือง Wien (Wien)
|
|
19.00 น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในหมู่บ้านกรีนซิ่ง
|
|
ที่พัก IMPERIAL RIDING SCHOOL HOTEL
|
|
วันที่
8
|
08.00 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม
|
|
09.00 น.
กรุงเวียนนา (vienna city)
เมืองคุณภาพดีที่สุดของโลก และเมืองแห่งสถาปัตยกรรม อากาศบริสุทธิ์ ที่ใครหลายคนอยากไปดื่มด่ำบรรยากาศ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย เช่น เวียนนาวู๊ด ถ้ำซีกร๊อตโต้ เอาส์เลท์พานดอฟ สวนสาธารณะกรุงเวียนนา เกาะดานูบ เป็นต้น เชิญสัมผัสกับความรู้สึกวิเศษสุดเมื่อได้อยู่ในเวียนนา ท่องไปทั่วถนนสายสำคัญกว้างขวางโอ่อ่า เส้นทางร่มรื่น ปราสาทในเทพนิยาย สวนดอกไม้และสวนสาธารณะ บ้านในเมือง โบสถ์ โรงโอเปร่า โรงละคร และพิพิธภัณฑ์
|
|
12.00 น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
13.30 น.
ช้อปปิ้ง กรุงเวียนนา (Shopping in Vienna)
อิสระสำหรับนักช้อป เวียนนาไม่ได้เป็นเพียงสวรรค์ของผู้หลงใหลธรรมชาติและวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ที่ใช่เลยสำหรับนักช้อปปิ้งอีกด้วย ถนน ช้อปปิ้งสายสำคัญคือคาร์นทเนร์ ซตราสเซ เพลิดเพลินไปกับสินค้าแบรนด์เนมแฟชั่นชั้นนำจากฝรั่งเศส, นาฬิกาชั้นดีจากสวิตเซอร์แลนด์ หรือ แฟชั่นจากอิตาลี หรือของที่ระลึกที่มีชื่อเสียง ศิลปหัตถกรรมแบบออสเตรียนมีเสน่ห์เฉพาะตัว เครื่องแก้วและคริสตัลของสวาร็อฟสกี้ เป็นที่ชื่นชอบของนัก ท่องเที่ยวในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เมื่อซื้อสินค้าครั้งละไม่ต่ำกว่า 75 ยูโร
|
|
19.00 น.
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
20.30 น.
เดินทางกลับสู่สนามบินเวียนนาอีกครั้ง
|
|
23.20 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ OS 025
|
|
วันที่
9
|
15.10 น.
ออสเตรียนแอร์ไลน์ นำท่านเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
|
|