วันที่
1
|
21.30น.
พร้อมกันที่สุววรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เวย์ประตู 2 ROW D
|
|
วันที่
2
|
00.30น.
เดินทางสู่อิสตันบูล โดยTG970
|
|
07.35น.
เดินทางถึงสนามบินเมืองซูริค
|
|
เช้า
เดินทางสู่
น้ำตกไรน์ (rheinfall)
น้ำตกไรน์ เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป อยู่ทางตอนเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเมืองซอฟฮาวเซ่น เป็นน้ำตกที่เกิดจากแม่น้ำไรน์ไหลผ่าน ไม่เพียงความใหญ่อลังการ แต่ยังมีเสน่ห์ด้วยสิ่งรายล้อม เหนือน้ำตกมีโขดหินสวยงาม รวมถึงทัศนียภาพริมน้ำตก เชิญชมความแรงของกระแสน้ำที่กระทบกับโขดหินกลางน้ำดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ละอองน้ำที่กระจายปกคลุมไปทั่วเสมือนเมืองมายา สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสต้นไม้ใหญ่เรียงรายทั่วบริเวณ ที่นี่ มีทางเดินให้นักท่องเที่ยวสามารถชมน้ำตกและสัมผัสละอองน้ำตกที่กระเซ็นได้อย่างใกล้ชิด
|
|
เช้า
|
|
จากนั้นเดินทางสู่เมืองวาดูซ
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่
เมือง แซ็งต์มอริส (morris city)
เมืองแซ็งต์มอริส ดินแดนติดอันดับรีสอร์ตฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก เป็นสถานที่โปรดปรานของมหาเศรษฐีและดาราฮอลลีวูด แม้แต่เจ้าฟ้าชายชาลส์ก็มีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่นี่เช่นกันแซงค์มอริทซ์เป็นเมืองมีภูมิทัศน์ที่งดงามปกคลุมไปด้วยภูเขาหิมะตลอดทั้งปี มีเส้นทางสกีที่ยาวและตื่นเต้นแสนดึงดูดใจ ใจกลางเมืองประดับด้วยทะเลสาบแซงค์มอริทซ์อันใสสะอาด(ถึงแม้จะแข็งกลายเป็นน้ำแข็งอยู่บ่อยครั้งก็ตาม)
|
|
เย็น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่โรงแรม CRYSTAL HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
|
|
วันที่
3
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
08.00น.
เดินทางสู่
เมือง อันเดอร์แมท (andermatt city)
เมืองอันเดอร์แมท เป็นเมืองแสนสวยเล็กๆ น่ารักๆในหุบเขาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ และเป็นเมืองพักผ่อนของนักสกีทั่วโลก ในยามหน้าสกี ที่นี่..คราคร่ำไปด้วยนักสกีที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศ หากแต่หมดฤดูสกี เมืองที่นี่จะเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง ภายในเมืองมีร้านค้า และที่พักต่างๆมากมายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
นำท่านสู่
รถไฟสายกลาเซียเอ็กซ์เพรส (glacier express)
กลาเซีย เอกเพรส..รถไฟที่ผ่านเส้นทางที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์คือ Glacier Express นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาจากต่างประเทศมักจะท่องเที่ยว โดยจะมีชั้นบริการ 2 ชั้น ซึ่งความแตกต่างของ 1st class กับ 2ns class ก็อยู่ที่ความสะบายของที่นั่ง โดยเฉพาะขนาดกระจกของ 1st class จะมีขนาดใหญ่กว่ามากทำให้เห็นทิวทัศน์ได้ชัดเจน นอกจากนั้นยังมีกระจกด้านบนเป็นแบบ Panorama ด้วย
|
|
เย็น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่CASA RUSTICA ZERMATTหรือระดับเทียบเท่า
|
|
วันที่
4
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
|
|
08.30น.
ออกเดินทางสู่
สถานีกอร์เนอร์แกรท (Gornergrat Station)
สถานีกอร์เนอร์แกรท (Gornergrat)สถานีปลายทางสุดท้ายของรถไฟ Swiss Pass จากเมืองเชอร์แมทมาทางทิศตะวันออก 3 กิโลเมตร เพื่อขึ้นไปชมยอดเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เทือกเขาแมทเทอร์ฮอร์น โดยเป็นสถานีรถไฟที่มีความสูง 3,130 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยเริ่มเปิดใช้บริการตั้งแต่ปี 1989 จนปัจจุบัน
|
|
12.00น.
รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางสู่
เมือง มองเทรอซ์ (montreux city)
เมืองตากอากาศริมทะเลสาปเจนีวาที่มีชื่อเสียง เย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อน ด้วยความเงียบสงบของตัวเมืองบวกกับบรรยากาศที่สุดแสนสบาย ภายในเมืองประกอบไปด้วยร้านค้าน้อยใหญ่มากมาย โรงแรม บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาป จากนั้นยังมีกิจกรรมต่างๆเช่นเดินหรือนั่งรถรางชมเมือง ชมสวนดอกไม้ และ รูปปั้นของเฟรดดี้ เมอร์คูรี่ นักร้องวง Queen เจ้าของบทเพลง we are the Champion ด้วย
|
|
นำชม
ปราสาทซิลยอง (chillon castle)
ปราสาทซิลยอง ปราสาทซิลยอง แห่งมองเทรอซ์ เป็นปราสาทแห่งตระกูลซาวอย มีสไตล์โกธิกที่มองดูแล้วเหมือนอยู่ริมน้ำ แต่จริงๆ แล้วสร้างอยู่ในน้ำเลยทีเดียว หลายคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตาปราสาทซิลยอง เนื่องด้วยเป็นปราสาทแห่งความภูมิใจของชาวสวิส แม้ไม่ใหญ่โตโอฬารเท่าปราสาทอื่นๆ ของยุโรป แต่โบรชัวร์ แผ่นพับการท่องเที่ยวของสวิสมักมีปราสาทซิลยองเป็นโลโก้ประจำ ภายในแบ่งเป็นโซนต่างๆ ถัดจากกำแพงสูงตระหง่านเข้าไปจะเป็นลานปราสาท ที่พัก และที่สำคัญเป็นคุกสำหรับขังนักโทษ
|
|
เดินทางสู่
เมือง เวเว่ย์ (vevey city)
เมืองเวเว่ย์ ตั้งอยู่ในรัฐโว ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา และตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองโลซานน์ ได้รับสมญานามว่าเป็น "ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส" ดินแดนที่เหมาะแก่การทำกิจกรรมแทบทุกฤดูกาล มีพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์เมืองเวอเว่ย์,รูปปั้น ชาร์ลี แชปปิ้น ผู้เป็นศิลปินตลกแห่งฮอลลีวู้ด,ย่านเมืองเก่า เดินชมอาคารเก่าแก่ ร้านกาแฟกลางแจ้ง และร้านอาหารมากมายให้เลือกซื้อ หรือเดินเล่นตามแนวทะเลสาบ ชมความงดงามในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสนโรแมนติค
|
|
18.00น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
18.00น.
พักที่ AGORA LAUSANNEหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
5
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
|
08.00น.
เดินทางสู่
เมือง เจนีวา (geneva city)
กรุงเจนีวา นครแห่งความงาม เป็นประตูสู่เทือกเขาแอลป์ มีนาฬิกาดอกไม้ริมทะเลสาบและน้ำพุ เป็นสัญลักษณ์ของเมือง เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ และยังเป็นเมืองคมนาคมหลักของทวีปยุโรปอีกด้วย เชิญชมที่ตั้งขององค์การสหประชาชาติ และสถาปัตยกรรมในเขตเมืองเก่า เช่น โบสถ์เซนต์ปีแอร์ ซึ่งเป็นโบสถ์ที่เก่าที่สุดของเมือง, ศาลากลางเมืองเจนีวาที่มีความเก่าแก่กว่า 500 ปี, โรงอุปรากร, มหาวิทยาลัยเจนีวา, น้ำพุ Jet d’Eau และอื่นๆมากมาย
|
|
จากนั้นเดินทางไปยัง
กรุงเบิร์น (berne city)
กรุงเบิร์น สร้างในยุคกลางของยุโรปและเป็นเมืองหลวงเก่าแก่สวยงามคลาสสิคของสวิสมาตั้งแต่ปีคศ1848 รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง รัฐสภา และหน่วยราชการที่สำคัญๆ ในปีคศ1848ได้ยกฐานะเมืองมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก ทั้งยังติดหนึ่งในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปีคศ2010 ถือเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ อาคารบ้านเรือนสวยงาม ตกแต่งด้วยดอกไม้ ต้นไม้ มีหอนาฬิกา Zeitglockenturm สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองกรุงเบิร์น บ้านทุกหลังที่ล้วนมีหลังสีแดง ถนนที่ปูด้วยอิฐ มีรูปปั้นตัวเล็กๆตลอดเส้นทาง
|
|
นำชม
หอนาฬิกากรุงเบิร์น (zytglogge clock tower)
หรือ หอระฆังซี๊ทกล็อด เป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองกรุงเบิร์น เริ่มแรกที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นประตูเมืองในช่วงปี คศ1191-1256 และเมื่อมีการสร้าง Prison Towerขึ้น จึงได้เปลี่ยนไปใช้ Prison Tower เป็นประตูเมืองแทน ในสมัยก่อนนั้นตึกนี้ไม่ได้เป็นนาฬิกาอย่างทุกวันนี้ จนกระทั่งในปี คศ1530 จึงได้มีการติดตั้งนาฬิกาดาราศาสตร์ จากนั้นเลยกลายเป็นหอนาฬิกาและสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมือง ทุกๆ ชั่วโมง มีตัวตุ๊กตาต่างๆ ทั้งคน สิงโต หมี ที่ติดตั้งอยู่ออกมาหมุนไปรอบๆ มีไก่ออกมาขัน มีตัวตลกออกมาเต้นให้ได้ชมกัน
|
|
เข้าชม
บ่อหมีสีน้ำตาล กรุงเบิร์น (bear pit of berne)
หมีสีน้ำตาลถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์นเนื่องด้วยมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยผู้ครองเบิร์นคือ ดยุคบรดโทลด์ที่5แห่งราชวงศ์แซริงเกนตรัสว่าหากล่าสัตว์ชนิดใดได้เป็นตัวแรกจะนำมาใช้้เป็นสัญลักษณ์ของเืืมือง สัตว์ตัวแรกที่ล่าได้คือหมี จึงได้ตั้งชื่อเมืองนี้ว่า เบิร์น(Barenภาษาเยอรมันแปลว่าหมี)สวนหมีเปิดให้ชมตั้งแต่วันที่25ตค2552ถือเป็นหน้าเป็นตาของเมือง เมื่อแขกต่างเมืองมาถึงเมืองนี้ ต้องแวะเข้ามาชมเจ้าหมีก่อนเพราะสถานที่ตั้งอยู่ก่อนเข้าเมือง บางวันผู้ดูแลนำหมีออกมาให้ชมความน่ารักในช่วงฤดูร้อนและหนาว
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เดินทางถึง
เมือง อินเทอร์ลาเก้น (interlaken city)
อินเทอร์ลาเก้น..เมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของสวิสแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีบรรยากาศและภูมิประเทศสงบสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ2แห่งคือ ทะเลสาบธันและทะเลสาบเบรียนส์ แวดล้อมไปด้วยน้ำจากทะเลสาบ น้ำตกที่เกิดจากหิมะละลายไหลลงมาจากขุนเขา น้ำจากแม่น้ำและน้ำที่พุ่งเป็นสายกระเซ็นจากน้ำพุรอบเมือง เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นทางขึ้นยอดเขาทั้งสามของที่นี่ คือ Jungfrau,Eiger และ Monch มักมาเริ่มต้นที่นี่ มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านค้าต่างๆมากมาย
|
|
18.30น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่METROPOLE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
|
|
วันที่
6
|
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
|
สาย
ถึงเมืองกรินเดอวาลด์นำชม
ธารน้ำแข็งอเลิท์ซ กลาเซียร์ (aletsch glacier)
ธารน้ำแข็งอเลิท์ซ กลาเซียร์ มีความงดงามเกินบรรยาย ซึ่งมีความยาวของทุ่งน้ำแข็งถึง 22 ก.ม.ยาวที่สุดในบรรดาทุ่งน้ำแข็งของเทือกเขาแอลป์ทั้งยุโรป สามารถมองเห็นได้จากบริเวณจุดชมวิวสฟิงซ์ ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง และเห็นธารน้ำแข็งทอดยาวเป็นเวิ้งไกล สุดลูกหูลูกตา ไม่ผิดไกลนักจากคำว่าสวรรค์บนดิน ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เชิญสู่ลานหิมะ สนุกสนานกับการเล่นหิมะอันขาวสะอาดตา
|
|
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
บ่าย
เข้าชม
วังน้ำแข็ง (ice palace)
วังน้าแข็ง ที่ขุดภูเขาน้ำแข็งลึกลงไปใต้ธารน้ำแข็งราว 30 เมตร เชื่อมเส้นทางระหว่างปราสาทน้ำแข็งและลานหิมะ เป็นเสมือนประตูสู่อาณาจักรน้ำแข็งอันน่าตื่นตาตื่นใจ ตลอดขณะเดิน ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมในการเดินบนพื้นน้ำแข็ง ภายในเป็นโถงขนาดกว้างใหญ่ ประดับด้วยน้ำแข็งแกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ อย่าง อินทรี แมวน้ำ เพนกวิน หมีขั้วโลกเหนือ เป็นต้น และมีไฟประดับเพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนี้ยังมีบาร์น้ำแข็ง ที่บริการเครื่องดื่ม สำหรับงานสังสรรค์อย่างเป็นส่วนตัวด้วย
|
|
เดินทางสู่
เมือง ลูเซิน (lucerne city)
ลูเซิร์น..เมืองที่คุ้นเคยดีสำหรับคนไทยและชาวเอเชีย โดยเฉพาะประติมากรรมที่งดงามแกะสลักสิงโตหินบนหน้าผา หรือ สะพานไม้คาเปล ที่มีอายุกว่า 600 ปี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบทอดข้ามแม่น้ำรอยส์ ตลอดสะพานประดับด้วยภาพเขียนที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของประเทศได้เป็นอย่างดี สะพานนี้เคยถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะจนสวยงาม กลายเป็นสัญลักษณ์ความงามที่แท้จริงของลูเซิร์น นอกจากนี้ การได้ล่องเรือไปตามทะเลสาบโรแมนติคมากๆ มีเมืองเล็กสวยงามบนฝั่งทะเลสาบเวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ เชิืญเยี่ยมชมตามอัธยาศัย..
|
|
นำชม
สะพานไม้ชาเปล (chapel bridge )
สะพานไม้ชาเปล..สัญลักษณ์ของเมืองที่ใครๆ ก็มักมาถ่ายรูปที่สะพานแห่งนี้ เป็นสะพานไม้อันเก่าแก่ที่สุดในยุโรป มีอายุมากกว่า 600 ปี สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยตลอดแนวสะพานนั้นถูกประดับด้วยภาพเขียน ที่บอกเล่าถึงประวัติของประเทศแห่งนี้เป็นจำนวนมาก สร้างขึ้นเพื่อทอดตัวข้ามแม่น้ำรอยส์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบทอดข้ามแม่น้ำรอยส์ ตลอดสะพานประดับด้วยภาพเขียน ที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของประเทศได้เป็นอย่างดี สะพานนี้เคยถูกไฟไหม้เสียหายมากในปี 1993 แม้บางส่วนจะถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะจนสวยงาม
|
|
18.00น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักทีASTORIA HOTELหรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
7
|
08.00น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร
|
|
09.00น.
เดินทางสู่สนามบินเมืองซูริค
|
|
13.30น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดย TG 971
|
|
วันที่
8
|
05.30น.
เดินทางถึงสุวรรณภูมิด้วยโดยสวัสดิภาพ
|
|