วันที่
1
|
21.30น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์ D 16 - 19 สายการบินไทย
|
|
วันที่
2
|
00.30น.
ออกเดินทางสู่เมืองซูริค โดย TG 970
|
|
07.25น.
เดินทางถึงสนามบินนครซูริค
|
|
กรุงเบิร์น (berne city)
กรุงเบิร์น สร้างในยุคกลางของยุโรปและเป็นเมืองหลวงเก่าแก่สวยงามคลาสสิคของสวิสมาตั้งแต่ปีคศ1848 รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง รัฐสภา และหน่วยราชการที่สำคัญๆ ในปีคศ1848ได้ยกฐานะเมืองมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก ทั้งยังติดหนึ่งในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปีคศ2010 ถือเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ อาคารบ้านเรือนสวยงาม ตกแต่งด้วยดอกไม้ ต้นไม้ มีหอนาฬิกา Zeitglockenturm สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองกรุงเบิร์น บ้านทุกหลังที่ล้วนมีหลังสีแดง ถนนที่ปูด้วยอิฐ มีรูปปั้นตัวเล็กๆตลอดเส้นทาง
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เมือง โลซานน์ (lausanne city)
เมืองโลซานน์ ตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา มีทิวทัศน์สวยงามธรรมชาติ อากาศปราศจากมลพิษ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศต4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ แต่เพื่อความปลอดภัย ชาวเมืองจึงย้ายไปอยู่บนเนินเขารอบๆ ทะเลสาบ มีมหาวิทยาลัยแห่งโลซานน์ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของชุมชนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นที่ตั้งของ'ศาลฎีกา'ของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้ง'สำนักงานใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล'มาตั้งแต่ คศ1915
|
|
เย็น
อาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
พักโรงแรมEDEN PALACE AU LAC HOTEL MONTREUX
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า
|
|
เมือง เซอร์แมท (zermatt city)
เมืองเซอร์แมท..หมู่บ้านเล็กๆ ในอ้อมกอดของขุนเขาทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,600 เมตร มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นเมืองที่เป็น car free คือไม่อนุญาตให้มีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันวิ่ง มีเพียงจักรยาน บริการรถม้า หรือรถคันเล็กๆ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น ถือว่าเป็นเมืองปลอดมลพิษที่สวยสุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองเซอร์แมทนี้ เป็นหน้าด่านในการขึ้นไปเยือนแมทเทอร์ฮอร์น อันเป็นยอดเขาสวยสุดแห่งเทือกเขาแอลป์และสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นสวรรค์ของนักสกีจากทั่วโลก
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เย็น
อาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ยอดเขาแมทเทอฮอร์น (mount matterhorn)
แมทเทอร์ฮอร์น ยอดเขาสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ เป็นภูเขาสูงที่มีสันฐานทรงพิรามิดและมีหิมะปกคลุมทั้งปี โดยมีความสูงถึง 4,478 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่เป็นไฮไลต์ของสวิสฯ จนเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก ทั้งเป็นสัญลักษณ์หลายแห่ง เช่น ภาพของพาราเมาท์พิคเจอรส์ หรือ ช็อคโกแลตทรูเบอร์โลน มีการนั่งกระเช้าขึ้นไปเพื่อดูทิวทัศน์ด้านบนโดยรอบสามารถเห็นทิวทัศน์และเทือกเขาน้อยใหญ่ในแนวเทือกเขาแอลป์ทั้งฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี โดยเทือกเขาแอลป์เป็นเทือกเขาใหญ่ของยุโรปโดยครอบคลุมตั้งแต่ออสเตรีย อิตาลี และสโลวีเนีย
|
|
ค่ำ
พักโรงแรมPOLLUX HOTEL ZERMATT
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า
|
|
รถไฟสายกลาเซียเอ็กซ์เพรส (glacier express)
กลาเซีย เอกเพรส..รถไฟที่ผ่านเส้นทางที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์คือ Glacier Express นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาจากต่างประเทศมักจะท่องเที่ยว โดยจะมีชั้นบริการ 2 ชั้น ซึ่งความแตกต่างของ 1st class กับ 2ns class ก็อยู่ที่ความสะบายของที่นั่ง โดยเฉพาะขนาดกระจกของ 1st class จะมีขนาดใหญ่กว่ามากทำให้เห็นทิวทัศน์ได้ชัดเจน นอกจากนั้นยังมีกระจกด้านบนเป็นแบบ Panorama ด้วย
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เมือง ลูกาโน (lugano city)
เมืองลูกาโน..เมืองสงบเงียบอยู่ภาคใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ในเขตรัฐทีชีโน ติดกับทางเหนือของอิตาลีและใต้สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาปใหญ่ ล้อมรอบด้วยภูเขาจำนวนมาก มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น ทะเลสาบน้ำแข็งตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของสวิตเซอร์แลนด์-อิตาลี,ย่านเมืองเก่าอยู่ใจกลางเมืองที่มีลักษณะเป็นจัตุรัสสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและเป็นที่ตั้งของย่านการค้า,ทะเลสาบลูกาโนที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขามีวิวทิวทัศน์สวยงาม,มหาวิหารประจำเมืองลูกาโนและโบสถ์ซานตามาเรียเดกลีอันกีโอลี สัญลักษณ์ประจำเมือง
|
|
เย็น
อาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
พักโรงแรมROMANTIK GRAND HOTEL DELLA POSTA
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า
|
|
รถไฟสายเบอร์นินา (bernina express train)
รถไฟท่องเที่ยวด่วนพิเศษ สายเก่าแก่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เปิดบริการตั้งแค่ปีคศ1990 เส้นทางรถไฟเริ่มต้นที่เมืองคัวร์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สิ้นสุดที่เมืองติราโน ประเทศอิตาลี โดยบริษัทไรเธียนร์ บาห์น มีเอกลักษณ์เป็นรถไฟสีแดงสด บนทางขนาดกว้าง1เมตร เป็นรถไฟด่วนพิเศษ แบบตู้โดยสารชมวิวแบบพานอรามา ผ่านเขตใจกลางเทือกเขาแอลป์ ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ผ่านหุบเหว ลำธาร โตรกผา อุโมงค์55แห่ง และสะพาน196แห่ง โดยเฉพาะสะพานโค้งวงกลมที่ Brusio มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เส้นทางนี้รับประกันความสวยแบบห้ามกะพริบตา
|
|
เมือง แซ็งต์มอริส (morris city)
เมืองแซ็งต์มอริส ดินแดนติดอันดับรีสอร์ตฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก เป็นสถานที่โปรดปรานของมหาเศรษฐีและดาราฮอลลีวูด แม้แต่เจ้าฟ้าชายชาลส์ก็มีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่นี่เช่นกันแซงค์มอริทซ์เป็นเมืองมีภูมิทัศน์ที่งดงามปกคลุมไปด้วยภูเขาหิมะตลอดทั้งปี มีเส้นทางสกีที่ยาวและตื่นเต้นแสนดึงดูดใจ ใจกลางเมืองประดับด้วยทะเลสาบแซงค์มอริทซ์อันใสสะอาด(ถึงแม้จะแข็งกลายเป็นน้ำแข็งอยู่บ่อยครั้งก็ตาม)
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
|
เมือง อินเทอร์ลาเก้น (interlaken city)
อินเทอร์ลาเก้น..เมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของสวิสแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีบรรยากาศและภูมิประเทศสงบสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ2แห่งคือ ทะเลสาบธันและทะเลสาบเบรียนส์ แวดล้อมไปด้วยน้ำจากทะเลสาบ น้ำตกที่เกิดจากหิมะละลายไหลลงมาจากขุนเขา น้ำจากแม่น้ำและน้ำที่พุ่งเป็นสายกระเซ็นจากน้ำพุรอบเมือง เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นทางขึ้นยอดเขาทั้งสามของที่นี่ คือ Jungfrau,Eiger และ Monch มักมาเริ่มต้นที่นี่ มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านค้าต่างๆมากมาย
|
|
เย็น
อาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
พักโรงแรมROYAL ST. GEORGES
|
|
วันที่
6
|
เช้า
อาหารเช้า
|
|
ยอดเขาจุงฟราว (jungfrau mountain)
ยอดเขาจุงฟราว ได้ชื่อว่าเป็น Top of Europe มีความสูง 3,454 เมตร นับเป็นเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดของยุโรป ได้สัมผัสความงามมหัศจรรย์ดุจแดนสวรรค์ ขาวโพลนด้วยเกล็ดหิมะยามสะท้อนแสงอาทิตย์เปล่งประกายระยิบระยับตา ดั่งดวงดาวบนพื้นพิภพ จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี2544 ข้างบนภูเขา มีร้านค้าขายของที่ระลึกและกิจกรรมที่ควรทำคือการส่งไปรษณีย์จากที่นี่เพราะเขาจะมีตรายางให้ปั๊มว่า "Top of Europe" เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์และถ้ำน้ำแข็งให้ดูด้วย
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา
|
|
อิสระชอปปิ้ง หรือเดินเล่นชมเมือง
เมือง อินเทอร์ลาเก้น (interlaken city)
อินเทอร์ลาเก้น..เมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่งของสวิสแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีบรรยากาศและภูมิประเทศสงบสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ2แห่งคือ ทะเลสาบธันและทะเลสาบเบรียนส์ แวดล้อมไปด้วยน้ำจากทะเลสาบ น้ำตกที่เกิดจากหิมะละลายไหลลงมาจากขุนเขา น้ำจากแม่น้ำและน้ำที่พุ่งเป็นสายกระเซ็นจากน้ำพุรอบเมือง เป็นเมืองหน้าด่านสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นทางขึ้นยอดเขาทั้งสามของที่นี่ คือ Jungfrau,Eiger และ Monch มักมาเริ่มต้นที่นี่ มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านค้าต่างๆมากมาย
|
|
เย็น
อาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
|
|
ค่ำ
พักโรงแรมROYAL ST. GEORGES
|
|
วันที่
7
|
เช้า
อาหารเช้า
|
|
13.30น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯโดย TG 971
|
|
วันที่
8
|
05.30น.
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
|
|