วันที่
1
|
20.30น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|
23.35น.
ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล โดย TK69
|
|
วันที่
2
|
06.00น.
เดินทางถึงสนามบิน
กรุงอิสตันบูล (istanbul city)
เมืองท่องเที่ยวสำคัญเมืองหนึ่งของประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัสและอยู่ใน 2 ทวีป คือทวีปยุโรปฝั่ง Thraceของบอสฟอรัส และทวีปเอเชียฝั่งอนาโตเลีย การได้ไปเยือนเหมือนการอยู่คาบเกี่ยวระหว่าง 2 อารยธรรมที่มีคุณค่าดั่งอัญมณีของโลก แม้นจะไม่ใช่เมืองหลวงของตุรกี แต่เป็นศูนย์กลางความเจริญด้านธุรกิจการค้าและเมืองทีมีเสน่ห์ของนักท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวความหลากหลาย ตั้งแต่ชายหาดอันสวยงาม ตลาดนัด ไปจนถึงช่องแคบบอสฟอรัสอันน่าทึ่ง หากใครไม่ได้ไปเยือนเมืองนี่ ก็เหมือนไม่ถึงประเทศตุรกี
|
|
นำท่านชม:
สนามแข่งม้าโบราณชาวโรมันฮิปโปโดม (hippodome)
หรือ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดเซฟติมิอุส เซเวรุส ทรงขยายสถานที่นี้ให้กว้างขึ้น โดยตรงกลางทำเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมัน ใช้เป็นที่จัดงานพิธี หรือแสดงกิจกรรมต่างๆ ของชาวเมือง ปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิด สุลต่านอะห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์3ต้น คือ เสาที่สร้างในสมัยอียิปต์เพื่อถวายแด่ฟาโรห์ตุตโมซิสที่3 แต่ได้ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สองคือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือ เสาคอนสแตนดินที่7
|
|
นำท่านชม:
สุเหร่าสีน้ำเงิน (blue mosque)
อยู่เมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวังที่ประทับของจักรพรรดิไบแซนไทน์ ในสมัย Sultan Ahmed Camii ใช้เวลาสร้างนานถึง7ปี ตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน มีเสามินาเรทเป็นยอดแหลมถึง6ต้น ซึ่งตั้งประจันความยิ่งใหญ่กับ แซนตา โซเฟีย ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิจัสติเนียน เพื่อแสดงถึงความอัจฉริยะและพลานุภาพอันเกรียงไกรของอาณาจักรโรมัน และถือเป็นโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่สุดของชาวคริสต์ ต่อมาถูกสถาปนาเป็นสุเหร่าที่ใหญ่ในโลกของอิสลาม ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อตัดปัญหาที่จะเกิดการแย่งชิงกัน
|
|
นำท่านชม:
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (saint sophia cathedral)
โบสถ์ฮาเจียโซเฟีย 1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ จักรพรรดิ์คอนสแตนตินสร้างโบสถ์ของศาสนาคริสต์เมื่อศต13ใช้เวลาสร้าง17ปี แต่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาเสียวอดวายหลายครั้ง เพราะเกิดการขัดแย้งระหว่างพวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม จวบจนถึงรัชสมัยพระเจ้าจัสตินเนียนได้สร้างโบสถ์เซนต์โซเฟียขึ้นใหม่ ต่อมาเกิดแผ่นดินไหว ทำให้แตกร้าว และในสมัยพระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่2 นับถือศาสนาอิสลามจึงได้ดัดแปลงโบสถ์นี้ให้เป็นสุเหร่าของชาวอิสลาม
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
|
|
เดินทางสู่เมืองอีเซียบัท
|
|
เดินทางสู่:
เมือง ชานัคคาเล่ (canakkale city)
ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบคาร์ดาแนลส์ จึงทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้ตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452 ชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลป์ลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ แบบบุเฟต์ ณ ภัตตาคาร ภายในโรงแรม
|
|
พักโรงแรม Iris Hotel 4* หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
3
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำท่านชม:
ม้าไม้จำลองแห่งทรอย (trojan horse)
เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ โดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ถูกบันทึกเอาไว้ในมหากาพย์เรื่อง “อีเลียด” ของมหากวีโฮเมอร์ มีการขุดค้นพบซากเมืองที่เชื่อกันว่าเป็นเมืองทรอย บริเวณที่ชื่อฮิซาร์ลิกในเมืองคานัคเกลของตุรกี มีอายุอยู่ในช่วง1,250ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบัน มีการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ขึ้นบริเวณซากเมืองทรอยด้วย การสู้รบในครั้งนั้นชาวกรีกเผ่าอาเคียนจำนวนหนึ่งถูกส่งมาทำสงครามกับเมืองทรอยได้ปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนอะนาโตเลียเสียเลยและมีชาวกรีกเผ่าอื่นๆตามมาทีหลัง
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เพอร์กามัม (pergamon city)
ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ30กม ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส เป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวก เฮเลนนิสติก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ วิหารอะโครโปลิส ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดังดินในสรวงสวรรค์ และต่อจากนั้นไปข้างในเป็นบริเวณวิหารเทพเจ้าซุส หรือ เซอุส ปัจจุบันนี้ เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เพอร์กามัมที่กรุงเบอร์ลิน
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
|
|
นำท่านชม:
วิหารอะโครโปลิส (pergamon acropolis)
โบราณสถานที่ยังคงเหลือของเมืองเพอร์กามุม ได้ชื่อว่าเป็นเดินแดนในเทพนิยายที่มีโรงละครชันที่สุดในโลก จุผู้ชมได้ถึง10,000คน ประกอบด้วยวิหารเทพเจ้าZeus ปัจจุบันเหลือแต่ส่วนฐาน ส่วนแท่นบูชาถูกยกไปที่พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอนที่กรุงเบอร์ลิน และวิหารทราจันที่สมัยก่อนประชาชนบูชากษัตริย์เหมือนกับเทพเจ้า ที่นี่ ใช้เป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมันผู้ตั้งถิ่นฐาน โดยเลือกที่สูงเป็นเนินเขาผาชัน เพื่อเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่เจริญเติบโตรุ่งเรือง อยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการ
|
|
เดินทางสู่:
เมือง คูซาดาซี (kusadasi city)
เป็นท่าเรือธรรมชาติที่ใช้มาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล หลังจากที่ตกเป็นอาณาจักรออตโตมัน มหาเสนาดีโอคุซ เมห์เหม็ด พาชา ผู้เป็นวิเซียร์แห่งสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 และสุสต่านออสมันที่ 2 ได้สร้างสุเหร่าคาไลชิและโรงอาบน้ำ ตลอดจนกำแพงเมืองที่พักสำหรับกองคาราวาน เพื่อให้คูซาดาสึเป็นเมืองท่าที่เหมาะในการทำการค้าระหว่างยุโรปและแอฟริกาใต้ และ คูซาดาสึเพิ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเมื่อปี ค.ศ. 1980
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ แบบบุเฟต์ ณ ภัตตาคาร ภายในโรงแรม
|
|
พักโรงแรม Pine Marina Hotel 4* หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
4
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง เอฟฟิซุส (ephesus city)
เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกโบราณและเป็นเมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดี เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนกจากกรีก อดีตเป็นเมืองท่าสำคัญอยู่ติดทะเลอีเจียนและเป็นศูนย์กลางการค้าขายและคมนาคม ตั้งอยู่ริมทะเล จนได้รับการกำหนดให้เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน มีผู้คนอาศัยถึง300,000คน หากเดินสำรวจเมือง พบมีซากเมืองส่วนใหญ่เป็นยุคโรมัน มีโรงละครขนาดเล็กและใหญ่,ถนนยาว Royal Walk,ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ,ห้องสมุดโบราณ เชิญย้อนอดีตเที่ยวชมเมืองโบราณนี้ พร้อมรับรู้เรื่องราวต่างๆ
|
|
นำท่านชม:
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ephesus roman baths)
ซากที่เห็นนี้เป็น ห้องอาบน้ำสมัยโรมันแห่งเมืองเอฟิซุส สมัยโบราณเก่าแก่เมื่อ 2,000 ปีก่อน ที่ยังคงเหลือร่องรอยสถาปัตยกรรมสวยงามให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ห้องอบไอน้ำ โรงอาบน้ำที่พรั่งพร้อมไปด้วยน้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำอุ่น ภายในประดับด้วยโมเสกและรูปปั้นต่าง ๆ เชิญเดินสำรวจห้องอาบน้ำโบราณ ย้อนร้อยอดีตยุคโรมัน พร้อมรับรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง
|
|
นำท่านชม:
ห้องสมุดของเซลซุส (ephesus ancient library)
ไฮไลต์สำคัญของเมืองเอฟฟิซุส ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเอฟิซุส คือ ห้องสมุดเซลซุส เป็นอาคารสองชั้น สร้างขึ้นในราวปีคศ114 โดยกงสุล ทิเบเรียส จูเลียส อกีลา สร้างเพื่ออุทิศให้เป็นอนุสรณ์แด่ เซลซัส โพเลเมียนุส ผู้เป็นพ่อและนายกเทศมนตรีของโรมันที่ปกครองแคว้นเอเชียไมเนอร์ หลุมฝังศพของท่านอยู่ใต้ห้องสมุดแห่งนี้ด้วย ภายในมีห้องอ่านหนังสือและช่องเก็บม้วนหนังสือ ถึง12,000ม้วน ทางเข้า3ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี4องค์ประดับอยู่ ด้านข้างห้องสมุดเป็นประตูของออกุสตุส ที่เปิดไปสู่ตลาดประจำเมือง
|
|
นำท่านชม:
บ้านของพระแม่มารี อัสเคลไพออน (the house of the virgin mary )
บ้านของพระแม่มารี อยู่ที่เมืองอัสเคลไพออน เชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ เชิญชมวิหารเทพีอาร์เทมิสโบราณ1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ ที่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่สามารถมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ ชมคอมเพล็กซ์ ประกอบด้วยยิมเนเซียมเวดิอุส ที่พ่อค้าและคหบดีสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่2 มีรูปแบบตามความนิยมของโรมันในสมัยนั้นคือ รวมยิมเนเซียมไว้กับโรงอาบน้ำที่พรั่งพร้อมไปด้วยน้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำอุ่น ภายในประดับด้วยโมเสกและรูปปั้นต่างๆ
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
|
|
เดินทางสู่เมืองปามุคคาเล
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ภายในโรงแรมแบบบุฟเฟต์
|
|
พักโรงแรม ที่ Tripolis Hotel 4* หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
5
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
เดินทางสู่:
เมือง คอนย่า (konya city)
มีประวัติที่เก่าแก่มาก ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุกเติร์กปีคศ.1077-1118 ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกี หรือที่ยุคนั้นเรียก 'อนาโตเลีย' เมืองนี้รุ่งเรืองมากในในสมัยสุลต่านอาเลดดิน เคย์โคบาท มีการสร้างสิ่งก่อสร้างมากมายด้วย สถาปัตยกรรมแบบตุรกีที่รับอิทธิพลจากเปอร์เซียและไบแซนไทน์ ปัจจุบัน เมืองคอนยา ได้ตัดถนนโค้งขนานกับกำแพงเมือง และเป็นที่ตั้งของสุสานเมฟลานา บิดาเป็นนักปราชญ์ที่ชาวตุรกีให้ความเคราพนับถือ ในแต่ละปี มีผู้แสวงบุญมาเยือนที่นี่กันเป็นจำนวนมาก
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
|
|
นำท่านชม:
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (mevlana museum )
ก่อตั้งขึ้นปีคศ1231โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลาม เกิดที่อัฟกานิสถาน เดินทางมายังเมืองคอนย่า เพื่อเขียนบทกวีลึกลับเป็นภาษาเปอร์เซีย และเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน เดิมที่นี่เป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ก่อนไปทำการหมุนต้องอดอาหาร มีการเข้าห้องฝึกทรมานร่างกายเป็นเวลา1,0001คืน ก่อนที่จะไปหมุนได้ ผู้ที่มีสมาธิมากตัวจะลอยขึ้นเมื่อหมุนไปช่วงเวลาหนึ่ง
|
|
เที่ยวชม:
เมือง คัปปาโดเจีย (cappadocia city)
เมืองที่อยู่ระหว่างทะเลดำกับภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตุรกีไปจรดประเทศจีนเมือง ซึ่งได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เชิญชื่นชมกับการเดินทางที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เกิดจากภูเขาไฟที่ไหลออกปกคลุมไปทั่วพื้นที่ และเมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปต่างๆที่งดงาม
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมแบบบุฟเฟต์
|
|
ระบำหน้าท้องตุรกี (turkish belly dance)
ระบำหน้าท้องตรุกี เป็นการเต้นรำที่เชื่อกันว่าเก่าแก่สุดอย่างหนึ่ง มีรากสืบสาวได้ถึง 6,000 ปี ในดินแดนแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สัมพันธ์กับวัฒนธรรมบูชาพระแม่ผู้เป็นแหล่งที่มาของพลังชีวิต และมีพิธีกรรมเกี่ยวพันกับความอุดมสมบูรณ์ เอื้อให้การคลอดลูกเป็นไปโดยสวัสดิภาพ แต่เดิมจึงเป็นการร่ายรำที่เน้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อท้องและสะโพก ช่วยให้นางรำมีร่างกายแข็งแรง
|
|
พักโรงแรม Crystal Kaymakli Hotel 5* หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
6
|
05.00น.
นั่งบอลลูนชมเมืองคัปปาโดเจีย (cappadocia ballooning)
นั่งบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเจีย มีเจ้าหน้าที่ของบอลลูนมารับที่บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ปล่อยบอลลูน แล้วขึ้นบอลลูนชมความงามของเมือง ที่เป็นลักษณะของถ้ำที่เกิดจากการทับถมกันของลาวาภูเขาไฟนับเป็นพันๆปี ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ1ชม(รายการทัวร์นั่งบอลลูนี้ ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 210ดอลล์สหรัฐ)พิเศษ!สำหรับท่านที่นั่งบอลลูนจะได้รับใบประกาศนียบัตร รับรองว่าท่านได้นั่งบอลลูนท่องเที่ยวที่เมืองคัปปาโดเจีย ซึ่งมีชื่อเสียงติดอันดับโลก
|
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
ลงชม:
นครใต้ดินไคมัคลึ (derinkuyu underground city )
เป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึกพร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ นครใต้ดินไคมัคลึนี้ เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู โดยชั้นล่างที่ลึกที่สุด ลึกถึง 85 เมตรทีเดียว ที่นี่ มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ แม้จะเป็นเมืองขนาดใหญ่ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่ว่าอากาศในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
|
|
นำท่านชม:
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (goreme open air museum)
ศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วงคศ9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดยทำการขุดถ้ำและระเบิดของภูเขาไฟเพื่อสร้างโบสถ์เมื่อสามสิบล้านปีก่อน มีถ้ำต่างๆเป็นแท่งหินรูปร่างแปลกตาเพราะถูกกัดเซาะจากหิมะและลมในขณะที่ยังไม่แข็งตัวดีเป็นจำนวนมากใช้เป็นโบสถ์ต่างๆเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา อีกทั้งใช้สำหรับหลบภัยและป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ที่นี่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปีคศ1985 บางโบสถ์มีภาพสีน้ำวาดบนผนังและเพดานในถ้ำ
|
|
เย็น
อาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
|
|
เดินทางสู่สนามบิน เมืองเนฟเชียร์
|
|
19.50น.
ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล โดย TK2009
|
|
21.10น.
เดินทางถึงสนามบิน
กรุงอิสตันบูล (istanbul city)
เมืองท่องเที่ยวสำคัญเมืองหนึ่งของประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัสและอยู่ใน 2 ทวีป คือทวีปยุโรปฝั่ง Thraceของบอสฟอรัส และทวีปเอเชียฝั่งอนาโตเลีย การได้ไปเยือนเหมือนการอยู่คาบเกี่ยวระหว่าง 2 อารยธรรมที่มีคุณค่าดั่งอัญมณีของโลก แม้นจะไม่ใช่เมืองหลวงของตุรกี แต่เป็นศูนย์กลางความเจริญด้านธุรกิจการค้าและเมืองทีมีเสน่ห์ของนักท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวความหลากหลาย ตั้งแต่ชายหาดอันสวยงาม ตลาดนัด ไปจนถึงช่องแคบบอสฟอรัสอันน่าทึ่ง หากใครไม่ได้ไปเยือนเมืองนี่ ก็เหมือนไม่ถึงประเทศตุรกี
|
|
พักโรงแรม Grand Halic Hotel 4* หรือเทียบเท่า
|
|
วันที่
7
|
เช้า
อาหารเช้า ณ โรงแรม
|
|
นำท่านชม:
พระราชวังโดลมาบาชเช่ (dolmabahce palace)
พระราชวังโดลมาบาชเช่ อันเป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นโดยไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใดๆ ทั้งสิ้น สร้างโดยสุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี คศ1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น12ปี ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออก ภายนอกประกอบด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ที่ช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องหับต่างๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมา หนัก4.5ตัน สวยงามมาก
|
|
ล่องเรือ:
ปราสาทนอยส์ชวาสไตน์ (neuschwanstein castle )
ปราสาทงดงามในฝันดั่งเทพนิยาย มีทิวทัศน์โดดเด่นรอบล้อมด้วยทะเลสาบและธารน้ำ ภายในตัวปราสาทตกแต่งไว้อย่างอลังการ สร้างในค.ศ.18–19 รัชสมัยของพระเจ้าลุดวิกที่2 ตามจินตนาการของคีตกวีชาวเยอรมนี ริชาร์ดวากเนอร์ พระสหายคู่พระทัย เชิญเยี่ยมชมห้องทรงงาน,ห้องบรรทม,ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต พร้อมสัมผัสความงดงามของปราสาทที่ยากเกินกว่าจะบรรยาย แม้กระทั่งราชาการ์ตูนวอล์ทดิสนีย์ยังได้จำลองแบบไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์
|
|
เที่ยง
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น(เมนูปลา)
|
|
นำท่านชม:
พระราชวังทอปกาปึ (topkapi palace)
พระราชวังที่ประทับของสุลต่านมานานกว่า3ศตวรรษ สร้างโดยจักรพรรดิเมห์เม็ตผู้พิชิต หลังจากที่ยึดครองคอนสแตนติโนเปิลในปีคศ1453ได้ไม่นานนักและประทับอยู่ที่นี่จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ สุลต่านองค์ต่อๆมาก็ได้ถือธรรมเนียมประทับที่นี่กันตลอด ในอดีตเคยเป็นสถานที่ฝึกขุนนางทหารรับใช้ของสุลต่านชาวตุรกี คัดเลือกเด็กๆคริสเตียน(พวกนอกศาสนา)มาสอนให้เป็นเติร์กและนับถือศาสนาอิสลาม ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่าอาทิ เพชร96กะรัต,กริชทองประดับมรกต,เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม เป็นต้น
|
|
นำท่านชม:
อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน (yerebatan sarnici)
หรือ อุโมงค์ส่งน้ำเยเรบาตัน เป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล รู้จักกันในชื่อ "Basilica Cistern" ตั้งอยู่ใกล้วิหารเซนต์โซเฟีย เป็นอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดิน มีเสาแบบโครินเทียนค้ำยันถึง 336 แต่เดิมน้ำในอุโมงค์นี้เป็นน้ำใช้ในวังสมัยไบแซนไทน์ และใช้ในทอปคาปึ เมื่อยุคออตโตมัน โปรดสังเกตเสารูปหัวเมดูซ่าตะแคง จัดเป็นเสาที่เด่นที่สุด ภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์ตอน Greeting From Moscow ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำในบางฉาก ภายใน มีอุโมงค์ มีเสากรีกต้นสูง ใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น
|
|
อิสระช้อปปิ้ง:
ตลาดแกรนด์บาซาร์ (grand bazaar)
แหล่งช้อปปิ้งในบรรยากาศและไสตล์เตอร์กิชอันยอดนิยมที่โด่งดังสุดในตุรกีและตลาดเก่าแก่กว่า1,500ปี สร้างในสมัยกลางค.ศ.15 มีร้านค้ามากถึง4,000กว่าร้าน ที่นี่ เป็นแหล่งตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี มีสินค้าหลากชนิดหลายคุณภาพ โดยเฉพาะเครื่องแต่งกาย ทั้งเสื้อหนังแกะแบบทันสมัยราคาไม่แพงมาก เสื้อแบบตุรกีที่เป็นของเก่าแก่สวยมากแต่ก็แพงมาก กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ผ้าคลุมไหล่แพชมีนา เครื่องเซรามิก และของที่ระลึก ต่อรองราคาได้อย่างน้อย50-70% เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา08.30-19.00น.
|
|
ค่ำ
อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย Pera Thai Restaurant
|
|
23.45น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดย TK068
|
|
วันที่
8
|
13.15น.
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ
|
|