Mushroom Travel

Autumn in Kansai Day 5 – Kyoto

Guest ของ มัชรูมทราเวล วันนี้เป็น… คนหนึ่งที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นดีทีเดียวเลยล่ะค่ะ มีรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นให้เราสามารถติดตามได้ตลอด ที่สำคัญภาพถ่ายของเค้ายังสวยมากๆ เพราะฉะนั้นใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวแถบคันไซ-โอซาก้า ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งค่ะ

Autumn in Kansai Day 5 – Kyoto

สวัสดีครับ วันที่ 5 ของทริปใบไม้เปลี่ยนสีที่คันไซแล้วนะครับ วันนี้จะพาไปชมใบไม้แดงที่เกียวโต ที่เมืองเกี่ยวโตนี้น่าจะเป็นไฮไลท์ที่ห้ามพลาด สำหรับการชมใบไม้แดงในภูมิภาคคันไซครับ

เกียวโต (Kyoto) เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นในชื่อ เฮอัน เป็นเมืองหลวงที่ยาวนานเกือบ 800 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 794 ด้วยความที่เป็นเมืองหลวงอันยาวนาน ทำให้เกียวโตเต็มไปด้วยเรื่องราว ประวัติศาสตร์มากมาย และยังมีธรรมชาติอันแสนงดงามอีกด้วย
วันนี้ต้องตื่นกันแต่เช้า เพื่อไปชมความแดงของใบไม้ที่เกียวโตครับ จุดแรกที่จะไปกันคือ อาราชิยาม่า (Arashiyama) ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกียวโต ออกจาก Kishibe Station Hotel เดินมาสถานี Kishibe ไม่ไกลครับ เดินไม่กี่นาทีก็ถึงสถานีครับ ขึ้นมารอรถไฟบนชานชาลาด้านบน ลมแรงนิดๆ อากาศค่อนข้างจะเย็นกว่าวันอื่นๆ จากสถานี Kishibe นั่งรถไฟสาย JR Kyoto Line Local for Kyoto ไปลงที่สถานี Kyoto ก่อน แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย JR Sagano Line for Kameoka ไปลงที่สถานี Saga Arashiyama ใช้เวลาเดินทางประมาณ 51 นาที

สถานี Saga Arashiyama

ออกจากสถานี Saga Arashiyama จะมีรถลากรับจ้างพาเที่ยวหรือจะให้ไปส่งแถวสะพานโทเง็ตสึเคียวก็ได้ แต่พวกเราเลือกที่จะเดินไปกันเองครับ ไม่ได้ไกลมากครับ

เดินออกจากซอยเล็กซอยน้อยมาโผล่ที่ถนนหลัก แล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อไปสะพานโทเง็ตสึเคียว

อาราชิยาม่า สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่ได้รับนิยมเป็นอันดับต้นๆ แห่งหนึ่งของเกียวโต โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ทางเดินเลียบแม่น้ำฝั่งตรงข้ามอาราชิยาม่า

เดินข้ามสะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) มาฝั่งอาราชิยาม่า ที่ฝั่งนี้ จะมีสวนลิงอยู่บริเวณเชิงเขาให้เข้าไปชมกันด้วยนะครับ แต่อาจจะเดินไกลนิดหน่อยครับ

วิวจากบริเวณกลางสะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsu-kyo Bridge)

สะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsu-kyo Bridge) ยาวประมาณ 250 เมตร ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำคัตสุระ (Katsura River) หรือแม่น้ำโออิ (Oi-gawa) เดิมเป็นสะพานไม้ที่สร้างขึ้นในสมัยเฮอัน ปัจจุบันได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในราวปี ค.ศ. 1930 โดยใช้ฐานเป็นคอนกรีต แต่ส่วนของราวสะพานยังคงเป็นไม้อยู่เหมือนเดิม

ร้านค้าบริเวณสะพานโทเง็ตสึเคียว

จากสะพานโทเง็ตสึเคียว เลี้ยวมาทางซ้ายเพื่อไปทางเดินเลียบแม่น้ำฝั่งตรงข้ามอาราชิยาม่า ร้านค้าเล็กๆ สไตล์ญี่ปุ่นๆ ร้านนี้ขายไอศกรีมครับ

หลังนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นร้านอาหารหรือบ้านพัก ดูสวยและร่มรื่นดีครับ

ใบไม้แดงระหว่างเดินไปทางเดินเลียบแม่น้ำ

เรือรับจ้าง พาเที่ยวชมวิวบริเวณแม่น้ำคัตสุระ

เดินไปจนเกือบสุดทางเดินปูน ก็เดินกลับมาทางสะพานโทเง็ตสึเคียว

ออกมาทานไอศกรีมร้านนี้ครับ สั่งรส Black Vanilla มาลองครับ เห็นแปลกๆ ดี

เดินกลับมาถึงบริเวณสะพานโทเง็ตสึเคียว เลี้ยวไปทางซ้าย แถวๆ นี้จะเต็มไปด้วยร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ระหว่างทางจะเจอรถลากรับจ้างพาเที่ยวในเขตอาราชิยาม่าบ้าง

เดินไปตามถนนเรื่อยๆ จนถึงทางเข้าวัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji)

ระหว่างทางเดินเข้าวัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji)

วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji) เป็นหนึ่งในมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก วัดเท็นริวจิ เป็นอันดับ 1 จาก 5 อันดับสูงสุดของวัดนิกายเซน วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยโชกุน อาชิคางะ ทะคะอุจิ ในปี ค.ศ. 1339 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับจักรพรรดิโกะ-ไดโงะ เวลาเปิด-ปิด 08.30-17.30 น. ค่าเข้าชม 500 เยน

เดินชมอยู่แค่ภายนอกวัด ไม่ได้เข้าชมภายในครับ เดินดูสักพักก็ออกมา ผ่านสวนเล็กๆ ใบไม้แดงกำลังสวยงาม มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันอยู่เรื่อยๆ

ระหว่างเดินออกมาเจอบ้านหลังนี้ ไม่แน่ใจว่าเป็นวัด บ้านพักอาศัย หรือว่าอะไร เห็นเปิดให้เข้าไปด้านในได้ มีนักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปบ้าง

เดินออกมาจนถึงบริเวณที่จอดรถของวัด อืมดูสวยดีครับ

ออกจากวัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji) ก็เดินไปทางซ้ายเพื่อไปป่าไผ่กันต่อครับ ทางเข้าป่าไผ่จะมีร้านค้าขายขนม ขายไอศกรีม อยู่ครับ นักท่องเที่ยวมักแวะชิมขนมร้านค้าบริเวณนี้ค่อนข้างเยอะอยู่ครับ

ระหว่างทางเจอสถานที่นี้ ไม่แน่ใจว่าคืออะไร แต่คล้ายๆ กับสุสาน

บริเวณป่าไผ่ รถลากรับจ้างพาเที่ยว นอกจากลากพานักท่องเที่ยวเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แล้ว ยังถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวเป็นที่ระลึกด้วย

ศาลเจ้าโนโนมิยะ (Nonomiya Shrine) เป็นศาลเจ้าในแบบชินโต

พวกเราเดินกันมาแค่ Nonomiya Shrine แล้วเดินกลับไปทางเดิม ไม่ได้เดินไปจนสุด ถ้าเดินไปจนสุดก็จะสามารถไปถึงสถานี Torroko Arashiyama ได้ครับ Path of Bamboo ทางเดินเลียบป่าไผ่ขนาดใหญ่ ทางเดินนี้สามารถไปสถานีรถไฟ Torroko Arashiyama ได้ รถไฟสาย Torrokko หรือ Sagano Romantic Train เป็นรถไฟสายชมวิว ความงาม ของภูเขาในอาราชิยาม่า

ระหว่างทางเดินออกไปที่ถนน ก็จะมีสวนเล็กๆ เป็นจุดถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยวครับ

ร้านขนมหน้าปากทางเข้าป่าไผ่ ร้านนี้คนรอเยอะเหมือนกันครับ รสชาติโอเคครับ

แล้วเดินกลับมาแถวๆ สถานี Randen Arashiyama ด้านหน้าจะมีร้านขายขนม Arinco ดูน่ากินดี เลยลองอีกสักหนึ่งชิ้น

ทางเข้าสถานี Randen Arashiyama พวกเราเลือกที่จะนั่งรถไฟจากสถานีนี้ ไปวัดคินคะคุจิกันครับ ซึ่งไม่ได้วางแผนล่วงหน้ากันมาก่อนเลย เดินอยู่แถวๆ นั้น จะมีป้ายโฆษณาดูน่าสนใจดี ก็เปลี่ยนแผนจากที่จะกลับไปขึ้นรถไฟที่สถานี Saga Arashiyama เพื่อกลับไปตั้งต้นที่สถานี Kyoto แล้วต่อรถโดยสาร มาใช้รถไฟสายนี้แทน ซึ่งก็จะสะดวกดีเหมือนกันครับ เดินเข้าไปข้างในจะมีตู้ขาย ค่าตั๋วโดยสารตลอดสาย 200 เยน ถัดจากตู้ขายตั๋วเข้าไปก็จะเป็นชานชาลาสำหรับขึ้นรถไฟ แต่ถ้าซื้อตั๋วไม่ทัน บนรถไฟ ตรงทางลง จะมีกล่องใส่ค่าโดยสารครับ เพราะตอนขึ้นมา ก็ซื้อตั๋วมาตามปกติ แต่ตอนนั่งมาสักพัก หาตั๋ว คราวนี้เป็นเรื่องหาไม่เจอ ทำไงละที่นี้ ก็ลองสังเกตจากคนที่ลงรถ บางคนก็จะใส่ค่าโดยสารลงไปที่กล่องรับค่าโดยสารที่ประตูตอนขาลงครับ เลยรอดตัวไป

ไปวัดคินคะคุจิ ต้องลงที่สถานี Kitanohakubaicho (แต่ต้องเปลี่ยนรถที่สถานี Katabiranotsuji ก่อน 1 ครั้ง) สถานีนี้เป็นสถานี้รถไฟที่ใกล้วัดคินคะคุจิมากที่สุด ออกจากสถานีแล้วเดินตรงต่อประมาณ 15 นาที จากสถานีนี้ ก็เห็นมีรถเมล์ผ่านไปวัดคินคะคุจินะครับ แต่เลือกที่จะชมเมืองไปเรื่อยๆ กันครับ 2 ข้างถนน ต้นไม้มีสีเหลืองสวยงามดีครับ แต่ก็เดินเมื่อยพอควรเลยนะครับ

Hirano Shrine เป็นศาลเจ้าชินโต สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 794 ในสมัยเฮอัน โดยจักรพรรมกัมมุ เป็นสถานที่สำหรับชมดอกไม้ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน

Waraten Shrine เป็นศาลเจ้าชินโต คาดว่าจะมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 คนส่วนใหญ่ที่มาสักการะที่นี้ จะมาขอในเรื่องความปลอดภัยในการคลอดบุตร ความปลอดภัยในที่พักอาศัย และเนื่องจากศาลเจ้านี้ตั้งอยู่ใกล้ วิทยาเขต Kinugasa ของมหาวิทยาลัย Ritsumeikan University ก็มักจะมีเด็กนักเรียนมาขอในเรื่องความสำเร็จในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย

เดินกันไปเรื่อยๆ ผ่านถนนแล้วถนนเล่า

จนมาถึงทางเข้าวัดปราสาททอง

แต่ยังๆ ยังครับ ยังไม่เข้ากัน หาของกินกันก่อนที่ซุ้มอาหารฝั่งตรงข้ามวัดครับ

ทางเดินเข้าวัดคินคะคุจิ ถูกประดับประดาด้วยใบไม้สีเหลืองสีแดงตามธรรมชาติอย่างสวยงามครับ

ประตูทางเข้าวัด (Somon Gate)

เริ่มเข้าสู่บริเวณวัด บริเวณๆ ใกล้จุดจำหน่ายตั๋ว

ด้านซ้ายเป็นหอระฆัง

ส่วนด้านขวาจะเป็น Kuri เขตของพระและฮอนโด

วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือวัดทอง วัดปราสาททอง แล้วแต่จะเรียกกัน วัดนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดโระคุอนจิ เป็นวัดที่เก่าแก่ของเกียวโต เดิมเคยเป็นบ้านพักตากอากาศของรัฐบุรุษ ไซออนจิ คิทซึเนะ ต่อมา โชกุนอาชิคางะ โยชิมิซึ ได้ซื้อต่อจาก ไซออนจิ ในปี ค.ศ. 1397 และเปลี่ยนเป็นที่พำนักของโชกุนอาชิคางะ โยชิมิซึ โดยจุดเด่นของวัดนี้ คือ ศาลาทอง (Kinkaku) ที่อยู่กลางสระน้ำขนาดใหญ่ (Kyoko-chi) ใช้เป็นที่รับรองแขกของโชกุน เวลาเปิดปิด 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 400 เยน
หลังจากซื้อตั๋วกันเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้ามาภายในวัด จะมีเจ้าหน้าที่วัดมายืนโบกมือให้นักท่องเที่ยวเดินไปชมทางซ้ายมือก่อน ซึ่งจะเป็นจุดถ่ายรูป

สระน้ำอีกด้าน แต่จะมีรั้วกั้นเอาไว้ไม่ให้เข้าไป เข้าใจว่า ทางตรงนั้นน่าจะค่อนข้างแคบ

หลังจากนั้น เดินออกไปเพื่อตรงเลาะสระน้ำไป

ด้านขวามือจะเป็น Hojo ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระในอดีต ดูเหมือนจะเป็นส่วนต่อเนื่องกับอาคารด้านนอก

เดินไปตามทาง ไปทางด้านหลังของศาลาทอง

เดินไปตามทางเดิน จะมีต้นไม้ที่มีใบไม้สีแดงสวยงาม เป็นระยะๆ

จนใกล้จะถึงทางออก จะเจอกับ Fudo Hall ใกล้ๆ นี้จะมีซุ้มสำหรับจำหน่ายโอมาโมริ หรือเครื่องราง ของที่ระลึกต่างๆ และจะมีที่แขวนแผ่นไม้ขอพรหลายแบบ แบบที่โดดเด่นหน้าจะเป็น แบบโครงหน้าอิคคิว เณรน้อยเจ้าปัญญานั่นเอง

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งในการเข้าชมวัดในประเทศญี่ปุ่น การเดินชมจะถูกบังคับให้เดินไปตามทางจนทั่วทุกบริเวณของวัด ซึ่งในการชมวัดๆ หนึ่งก็จะใช้เวลาพอสมควร คิดว่าเป็นกลวิธีที่ดีที่จะให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ชมสถานที่ที่อยากจะนำเสนอ

ออกจากวัดคินคะคุจิ นั่งรถโดยสารไปวัดเรียวอันจิ (Ryoanji) โดยลงที่ป้ายรถโดยสารฝั่งตรงข้ามกับวัด หรือถ้าใครขี้เกียจรอรถโดยสาร เรียกแท็กซี่ไปก็น่าจะได้ ไม่ไกลมาก ค่าโดยสารคงไม่แพงมากครับ

ประตูทางเข้าวัด (San-mon) จุดขายตั๋วจะอยู่ด้านซ้ายมือของประตูทางเข้า

วัดเรียวอันจิ (Ryoanji) วัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1450 โดยโชกุนโฮะโซะคะวะ คัตสึโมะโตะ ในสมัยมุโรมาจิ วัดเรียวอันจิมีชื่อเสียงด้วยสวนหิน เป็นการจัดสวนแบบคาเระซันซุย (Karesansui) เป็นการจัดสวนที่ใช้วัสดุหลักๆ คือหินและกรวด เน้นความเรียบง่าย ให้ผู้เข้าชมจินตนาการกันไปเอง สวนหินแห่งนี้จะประกอบด้วยก้อนหิน 15 ก้อน วางท่ามกลางกรวดละเอียดสีขาว เป็นสวนหินอันน่าพิศวงที่สุดในญี่ปุ่น ที่มีหลายคนพยายามหาคำอธิบาย หิน 15 ก้อนที่ถูกจัดเรียงอย่างตั้งใจมองดูเหมือนเป็นสุสานสีขาว ปิดล้อมด้วยกำแพงดิน นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวที่ไร้สิ่งกีดขวางได้ที่จุดชมวิวเหนือสวน แต่แม้ว่าจะไม่มีสิ่งใดมาขวางการมองดู ก็ไม่สามารถมองเห็นหิน 15 ก้อนได้พร้อมกัน เวลาเปิดปิด 08.00 – 17:00 น. (มีนาคม – พฤศจิกายน) และ 08.30-16.30 น. (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) ค่าเข้าชม 500 เยน

บริเวณ Fence & Pilgrim’s Path

สวนหิน (Rock Garden) การจัดสวนแบบคาเระซันซุย (Karesansui) เป็นการจัดสวนที่ใช้วัสดุหลักๆ คือหินและกรวด เน้นความเรียบง่าย ให้ผู้เข้าชม จินตนาการกันไปเอง สวนหินแห่งนี้ จะประกอบด้วยก้อนหิน 15 ก้อน วางท่ามกลางกรวดละเอียดสีขาว

Tearoom Zorokuan

Chokushi-Mon Gate

ทางเดินชมใบไม้แดง ภายในวัดเรียวอันจิ

Kyoyochi สระน้ำภายในวัดเรียวอันจิ

เดินออกมาทางด้านหน้าของวัดเรียวอันจิ

ทางเดินออกจากวัดเรียวอันจิ ไปยังถนน

ป้ายนี้เป็นป้ายที่พวกเราลงกัน ตอนมาจากวัดคินคะคุจิ แต่บริเวณนี้จะมีรถไฟสาย Randen ที่มาจากอาราชิยาม่า มาลงสถานี Ryoanji ที่อยู่ใกล้แถวๆ นี้ด้วยนะครับ เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี Ryoanji มาวัดเรียวอันจิ

เลือกนั่งรถเมล์ที่จะไปสถานี Kyoto แต่สุดท้าย เหมือนจะนั่งผิดฝั่ง ยิ่งนั่งยิ่งมีความรู้สึกว่าเริ่มไกล เริ่มขึ้นเขาไปเรื่อย จนมาลง ณ จุดนี้เป็นคล้ายๆ รีสอร์ท เห็นนักท่องเที่ยวถือกระเป๋าออกมาบ้าง ฝั่งตรงข้ามจะมีป้ายรถเมล์ เห็นมีคนมารอขึ้นรถกันพอสมควรเลยไปถามคนรอรถแถวๆ นั้นว่า รถบัสสายไหนไปลงสถานี Kyoto ได้บ้าง จนได้เรื่องก็นั่งกันมาลงที่สถานี Kyoto

ด้านหน้าสถานี Kyoto จะมีโชว์น้ำพุเล็กๆ ให้ชมกัน ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ

หอคอยเกียวโต (Kyoto Tower) ฝั่งตรงข้ามสถานี Kyoto เป็นหอคอยประจำเมือง มีความสูงประมาณ 131 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1963 ด้านล่างหอคอยจะเป็นโรงแรม พลาซ่า จะมีจุดชมวิวอยู่บนหอคอย ที่ระดับความสูง 100 เมตร

Kyoto-Yodobashi อยู่ด้านหลังของหอคอยเกียวโต (Kyoto Tower) เป็นห้างที่ขายสินค้าปลีกจำพวกอิเล็กทรอนิกส์


มื้อสุดท้ายของวันนี้ทานกันร้านนี้ครับ ที่สั่งมาทานกันจะมี ยากิโซบะ โอะโคะโนะมิยะกิ (มีพนักงานมาทำให้ครับ)

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมครับ ตอนหน้าวันที่ 6 ของทริปใบไม้เปลี่ยนสีที่คันไซ ยังคงพาไปชมใบไม้แดงที่เกียวโตเหมือนเดิมครับ

ประสบการณ์มาเต็มแบบนี้ รับเสียงปรบมือจากเราไปเล้ย แปะๆๆ !!
ระดับความสนุก: ✩✩✩✩✩


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1.กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook

www.facebook.com/mushroomtravel/

Autumn in Kansai Day 5 – Kyoto was last modified: May 27th, 2022 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version