Mushroom Travel

KANSAI The Series – Autumn in KYOTO – เกียวโตสีแดง ! ตอนที่ 1

ครั้งนี้มัชรูมทราเวลได้รับเกียรติจาก Guest สุดพิเศษ ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์ เที่ยวเกียวโต ใบไม้เปลี่ยนสี ลองไปดูกันว่า เที่ยวญี่ปุ่น ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่กรุงเก่าในแถบคันไซจะสวยพีคแค่ไหน


KANSAI The Series – Autumn in KYOTO – เกียวโตสีแดง ! ตอนที่ 1

สวัสดีครับ

ใครกำลังจะไป Kansai ดูใบไม้แดง ยกมือขึ้น !!!!!!!

เดือนพฤศจิกายนคงเป็นเดืองแห่งการไปดูใบไม้แดง ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นจริงๆ เพราะคาดว่า หลังจากครึ่งหลังของเดือนพฤศจิกายน ไปแล้ว ใบไม้แดงตามสถานที่สวยๆ ดังๆ (ส่วนใหญ่) ของญี่ปุ่น จะเข้าสู่ช่วง PEAK !!! ของสีสัน ให้พวกเราได้ชื่นชมกัน

วันนี้ ซันนี่ อ้วนพี น่ารัก เลยขอพาย้อนเวลาไปเมื่อช่วง ปลายเดือน พฤศจิกายน ของปี 57 กับเมืองที่ขึ้นชื่อว่า เป็น “WORLD BEST DESTINATION for AUTUMN COLORS” เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของญี่ปุ่น เมืองที่มีสถานที่สวยๆ ทรงคุณค่า คลอคู่ไปกับสีสันสวยงามของใบไม้ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก

”   K   Y   O   T   O   “

อดีตเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น เมืองที่ได้รับการโหวตจากผู้อ่านนิตยสาร Travel & Leisure ให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2015 ครับ

อยากรู้ว่า อะไร ที่ทำให้เกียวโต กลายเป็นเมืองที่ดีที่สุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการ เที่ยวเกียวโต ใบไม้เปลี่ยนสี  ทำไม ใครๆ ถึงต้องแห่กันไปยัดเยียดเบียดกายกันในเกียวโต ตามตูดใหญ่ๆ ของซันนี่มาเลยครับ

วันนี้ ซันนี่ จะพาทุกคน ไปสัมผัสความงามของเกียวโต ยามที่ใบไม้เปลี่ยนสีแดงสะพรั่งในย่านชมใบไม้ชื่อดังของเกียวโต เป็นการอุ่นเครื่อง ก่อนที่จะได้เวลาแห่งความงดงามสุดๆ ของใบไม้เปลี่ยนสี ในปีนี้ครับ

จะมัวช้าอยู่ทำไม ตามตูดใหญ่ๆ มาได้เล๊ยยยยยยยย > ___ <

*หมายเหตุ*
ช่วงเวลาที่ได้ไปชมใบไม้แดง ตามรูปในกระทู้นี้ เรียงตามวันที่ไป เมื่อปี 57 เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกวันจะไปชมใบไม้แดงในปีอื่นๆ และก็จะได้เผื่อไว้จัดกลุ่มสถานที่ ที่สามารถไปได้ ในวันเดียวกันด้วยครับ

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2557
ครึ่งเช้า : วัดน้ำใส Kiyomizu / Tofukuji
ครึ่งบ่าย : วัด Daigoji

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557
ทั้งวัน : โซนวัดเงิน – Ginkakuji / Eikando / Nanzenji / Shinyodo

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557
ทั้งวัน : Arashiyama – สะพาน Togetsukyo / ปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำ / วัด Daihikaku Senkoji บนเขา / วัด Tenryuji / ป่าไผ่ Sagano

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557
ครึ่งเช้า : วัดทอง Kinkakuji

ที่แรก ที่จะพาไปชมใบไม้แดงสวยๆ กับทิวทัศน์ที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของเกียวโตไปแล้ว ด้วยระเบียงของวิหาร ที่ยื่นออกไปกลางหุบเขา รับด้วยพุ่มของใบไม้สีสวยในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี แค่วิวนี้ ก็ทำให้ใครหลายๆคน ตัดสินใจที่จะเกียวโตได้แบบง่ายๆแล้วครับ

” วัดน้ำใส Kiyomizu “

การเดินทางมาวัดน้ำใส สามารถมาได้โดยการนั่งรถบัสสาย 100 หรือ 206 จากสถานี JR Kyoto มาลงที่ป้าย Gojo-zaka หรือป้าย Kiyomizu-michi ก็ได้ แล้วเดินต่อขึ้นทางเข้าวัดอีกประมาณ 10 – 15 นาทีครับ

หรือถ้าใครไปช่วงที่คนเยอะ การนั่งรถบัส อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย อยากเซฟเวลา และมีกำลังขามาก เดินได้ ไม่เหนื่อย สามารถนั่งรถไฟใต้ดิน  Keihan มาลงที่สถานี Kiyomizu-Gojo Station ก็ได้ครับ ถ้ามาจากสถานีเกียวโต ก็นั่ง JR Nara Line จาก สถานีเกียวโต มาลงที่ สถานี Tofukuji แล้วเปลี่ยนสายรถไฟที่สถานี Tofukuji จาก JR เป็น Keihan ครับ

พอถึงสถานี Kiyomizu-Gojo ก็เดินต่อ อีกประมาณ 20 นาที ดูวิวบ้านเมืองไปชิลๆ กับอากาศเย็นๆ ของเดือนพฤศจิกายน ก็เป็นอีกทางเลือกที่โอเค สำหรับคนสมาธิสั้น เกลียดการติดอยู่ในรถบัสนานๆ แบบซันนี่ครับ 555

จริงๆ ถ้าตื่นเช้าไหว ออกแต่เช้าก่อนเจ็ดโมงไรงี้ มาโดยวิธีไหน ก็ไว คนไม่เยอะนะครับ 5555 เอาเป็นว่า มา เที่ยวเกียวโต ใบไม้เปลี่ยนสี ถ้าอยากหลีกเลี่ยงคนเยอะ ในจุด Landmark แล้วละก็ เลือกไว้ให้เป็นช่วงเช้าของแต่ละวัน และตื่นเช้าให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ครับ

สำหรับวัดน้ำใส นอกจากจะมีระเบียงวิหารอันขึ้นชื่อแล้ว สายน้ำธรรมชาติ ของที่นี่ ก็เป็นอีกสิ่งดึงดูด ให้คนมากันครับ เป็นที่มาของชื่อวัด “น้ำใส” เลย เพราะเป็นสายน้ำธรรมชาติ ที่ไหลจากเขา Otowa

ทางวัด ทำรางน้ำต่อออกมา เกิดเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 สาย
สายนึง ให้พรเรื่องการงาน การเรียน
สายนึง ให้พรเรื่องความรัก
สายนึง ให้พรเรื่องสุขภาพ

ไม่รู้ว่า เค้านับยังไง ว่าสายไหนเป็นสาย 1 2 3 นะครับ 555 จะหันหน้าเข้า แล้วนับ หรือหันหน้าออกแล้วนับ อันนี้จนปัญญาจริงๆ ตอนไปเลยกินมันซะ 3 สายเลย 5555 ออกมาทีหลัง มีน้องที่รู้จัก มาเล่าให้ฟังอีกทีว่าถ้ากิน 3 สาย พรจะโดนหาร 3 อ้าว … ว่าไปนั่น 5555

มีเรื่องเล่า ตอนไปรอคิวดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ครับ ด้วยชื่อเสียงของวัด คิวการรอดื่มน้ำ จะค่อนข้างยาว ระหว่างนี้ สายตาเราก็สอดส่ายดูปฏิกิริยาของชาวบ้านตอนดื่มน้ำกันไปครับ (กระบวยรองน้ำ จะมีการฆ่าเชื้อโดยรังสี UV ที่ชั้นวางกระบวยครับ)

ตอนไปยืนรอ ก็มีคุณครูชาวญี่ปุ่นพาเด็กนักเรียนมาดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันครับ เหมือนจะเป็นเรื่องไม่แปลก แต่เด็กๆ ที่ว่า เป็นเด็กจากโรงเรียนผู้พิการครับ คนนึงตาบอด คนนึงเป็นออทิสติก แล้วคุณครูก็จับมือน้องที่ตาบอดไปจับกระบวย ตักน้ำมาอธิษฐาน แล้วดื่ม

ส่วนน้องที่เป็นออทิสติก ก็มีคุณครูมาช่วยควบคุมอารมณ์ คอยเตือนเวลาน้องเค้าซนเกินเหตุ แล้วก็ตักน้ำศักดิ์สิทธิ์มาอธิษฐานก่อนดื่ม

เป็นภาพที่เห็นแล้วแบบว่า เฮ้ย… มันปริ่มอ่ะ มันตื้นตัน บอกไม่ถูก คือแม้แต่คนที่เกิดมาด้อยโอกาส ก็ยังเท่าเทียมกันในที่นี้ แล้วโลกนี้ ก็ยังมีคุณครูที่จิตใจอารีย์ คอยมาดูแลพวกเค้า เห็นแล้ว น้ำตาไหลเฉยเลยครับ ตื้นตันมากๆ ไหลออกมาชนิดที่ว่า ขี้มูกไหลตามอ่ะ อายคนที่ต่อคิวแถวนั้นมาก 5555

พักความดราม่า มาเดินดูใบไม้แดงในสวนของวัดกันบ้าง วันที่ 19 พ.ย. ปี 57 วัดน้ำใส ยังแดงไม่สุดนะครับ ส่วนมากใบไม้ จะแดงในโซนยอดๆไม้ สูงๆ

เพราะงั้น ใครอยากมาเดินในสวน แล้วดื่มด่ำกับบรรยากาศสีสวยๆ แนะนำว่า จัดวัดน้ำใสไว้ช่วงท้ายๆ ของทริป น่าจะกำลังดีครับ ซักต้นๆ สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน พ.ย. น่าจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด ของโซนสวนรอบวัดน้ำใสครับ

อีกโซนสวยๆ ของวัดน้ำใส ก็คือ ภาพของเจดีย์สามชั้นสีแดงสวย มีฉากหน้าเป็นใบไม้แดง และฉากหลังเป็นภูเขา Otawa ตั้งตระหง่าน เพิ่งผ่านการบูรณะมาหมาดๆ ครับ ถ้าไปเที่ยว ก็อย่าลืมแวะสักการะ และเก็บภาพสวยๆ ครับ

จากวัดน้ำใส จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ที่ไม่ไกลกัน สามารถไปง่ายๆ โดยรถไฟใต้ดิน Keihan Line จากสถานี KIYOMIZU-GOJO เลย ก็คือ วัด Tofukuji ครับ

ก่อนอื่น ระหว่างทางเดินวัดน้ำใส ไปสถานี KIYOMIZU-GOJO แวะเติมพลัง กับโมจิสตรอเบรี่ ร้านข้างทางซักชิ้นก่อนครับ

ถึงลองกินแล้ว จะรู้ว่า ไม่ใช่โมจิปั้นใหม่ เพราะแป้งออกจะแห้งๆ ไปหน่อยแล้ว แต่ด้วยความหอมหวานของสตรอเบอร์รี่ ก็ช่วยยกระดับความอร่อยขึ้นมาได้ค่อนข้างมากครับ 5555

ใกล้ๆ กัน มีวัด หรือศาลเจ้าอะไรซักอย่าง ใบไม้แดงข้างสะพานข้าม สวยมากเลย

จากสถานีรถไฟใต้ดิน KIYOMIZU-GOJO St. มา Tofukuji St. ใช้เวลาแค่ 3 นาทีเองครับ แล้วเดินทางสถานีรถไฟ ไปตามถนน ที่ไม่ต้องกลัวหลง เพราะมีป้ายบอกทางไปวัด Tofukuji ตลอดทาง หรือถ้าไม่เห็นป้าย ก็ไม่ต้องกลัวหลง ครับ เพราะจะเห็นมวลมหาประชาชน ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี จีน และไทย ต่างมุ่งหน้าไปทิศทางเดียวกัน เพื่อไปยังทะเลใบไม้แดง แห่งเกียวโต

” วัด TOFUKUJI “

พอเดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอทางเข้าวัด และกลุ่มมวลผู้คนกลุ่มใหญ่ ออกันเป็นปลากระป๋องอยู่ข้างหน้าทางเข้าแคบๆ ที่ชวนให้หงุดหงิดว่า จะมาอออะไรกันข้างหน้านี้ฟระ

แต่พอเข้าไปข้างในทางเข้านั้นแล้ว ก็ได้ใจความว่า โหววววววววววววววววววว วิวตรงนี้สุดยอดมากกกกกกกก !!!!!!!!!!!!!!

แล้วเราก็ถูกกลืนกิน กลายเป็นส่วนหนึ่ง ของปลากระป๋องตราสามพันแม่ครัวนั้น ไปอย่างช่วยไม่ได้

พอผ่านด่านปลากระป๋องสามพันแม่ครัวไปได้ก็จะเข้าสู่โซนเสียเงินเข้าวัดครับ ที่ค่อนข้าง Screen คนได้พอสมควร 5555 แต่ก็ยังมีผู้คนเข้ามาข้างในอยู่เยอะอยู่ดีอ่ะ

เดินไปเรื่อยๆ จากจุดจ่ายเงิน จะเข้ามายังระเบียง ที่เราเห็นจากทางเข้าด่านปลากระป๋องสามพันแม่ครัวตะกี้ครับ ถ่ายสวนกลับไปมุมเดิม ไกลลิบๆ โน่น จะเห็นการกระจุกตัวของผู้คนอยู่ไกลๆ ท่ามกลางดงใบไม้แดงที่สมกับคำป้อยอ ว่าเป็น ทะเลแห่งใบไม้แดง จริงๆครับ

เข้ามาในวัด Tofukuji แล้ว ก็ต้องเดินชมสวน กลางดงใบไม้แดงครับ ที่นี่ ปลูกต้นเมเปิลไว้ทั้งสวน ช่วงเวลาพีค เราจะเหมือนเดินอยู่ในโลกสีแดง เหลือง ส้ม เพราะเหนือหัวเราขึ้นไป จะเต็มไปด้วยไบไม้หลากสี เหมือนอยู่ในเมืองเทพนิยาย อะไรประมาณนั้นเลย

ถึงแม้คนจะเดินกันเยอะแต่ก็ไม่ทำให้ความรู้สึกสวยๆของสวนในวัด Tofukuji ลดลงแต่อย่างใดครับ ทุกคนดู enjoy กับบรรยากาศรอบๆตัวมาก ก็มันสวย ตระการตา จนอธิบายไม่ถูกเลยนี่นา

จากวัด Tofukuji เราจะมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ของเกียวโตกันครับ

กลับมาตั้งต้นที่สถานี JR Kyoto กันก่อน นั่งรถไฟ JR จาก Kyoto St ไปที่สถานี Yamashina แล้วเปลี่ยนสายรถไฟจาก JR เป็น Kyoto City Subway Tozai Line  ที่นี่ เพื่อต่อไปยังสถานี Daigo ครับ (ถ้าใครใช้ Hyperdia จะขึ้นให้ Search เป็น Daigo(Kyoto) ครับ) ใช้เวลาแป้บๆ รวมแค่ 20 กว่านาทีเอง

จากสถานี Daigo ไปวัด Daigoji ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี จะมีรถบัสไปวัด ที่หน้าสถานี Daigo เลยครับ สอบถามราคา และตารางเวลารถบัส ได้ที่พนักงานในสถานีอีกทีครับ (จำไม่ได้จริงๆ ลืมจดมา เค้าขอโทษน๊าาาาาาาาา)

นั่งบัสชิลๆ ไม่ถึง 20 นาที ก็จะถึงวัด Daigoji แล้วครับ สำหรับวัด Daigoji จัดเป็นอีกหนึ่งมรดกโลก โดย UNESCO อีกแห่ง ในเกียวโต มีวิหารวัดบริวารใหญ่น้อยมากมายในอาณาเขต แต่ในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ไม่มีที่ไหนจะโดดเด่นเท่า Bentendo อาคารกลางสระน้ำ ที่รายรอบไปด้วยต้นเมเปิลสีแดงสะพรั่งครับ

ทางเข้าวัด จะจ่ายค่าเข้า มีแพคเกจแบบ เข้าชมโซนเดียว สองโซน สามโซน แล้วแต่ศรัทธาของนักเที่ยวเลยครับ 5555 ซันนี่ ตอนไป ยังไม่มีข้อมูลอะไรมาก รู้แค่ว่า ต้องมา Bentendo ให้ได้ ก็เลยเปิดมือถือ เอารูป Bentendo กลางดงใบไม้แดง จิ้มๆ ชี้ๆ ให้คุณป้าเก็บเงินดู ป้าก็เออออกห่อหมก พูดญี่ปุ่นแบบไม่แคร์เวิร์ลด์ใส่เรา แล้วยื่นตั๋วให้ เราก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ครับ

ทางเข้าวัดเนี่ย ใบเมเปิลเขียวปี๋เลยครับ ชวนให้นอยด์มาก ว่านี่จะเสียเงิน เสียเวลาฟรี มาดูใบไม้สีเขียวๆ รึเปล่า แต่พอผ่านด่านไป เจอเจดีย์ไม้ห้าชั้น หนึ่งในอาคารสำคัญที่สำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก สร้างตั้งแต่ปี คศ 926 และจัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโต ก็ชวนให้ห่อเหี่ยวไปอีกหน่อย เพราะมีต้นเมเปิลน้อยๆ ขึ้นหน้าทางเข้านิดเดียวเองครับ นี่ต้องอาศัยทักษะ มุดใต้ต้น ขอพึ่งใบบุญใบไม้แดงหน่อย จะได้เอาบรรยากาศแบบแดงๆ กับเจดีย์ มาลงรูปซักใบให้ชื่นใจบ้าง 5555

เดินเข้ามา จนสุดทางวัดก็จะพบกับทางเข้าไปยังอาคาร Bentendo อันเลื่องชื่อครับ ทางเข้า เขียวครึ้มๆ อีกแล้ว
ใจงี้เต้นเลย แต่พอโผล่พ้นเข้าไปได้ แค่นั้นแหละ ต้องใช้คำว่า ตะลึง !!!!!!!!!!!

ตะลึงจริงๆครับ มันสวย สะกดสายตา Lose My Breath , baby boy, Makes me lose my breath มากๆ (/ เต้นท่ากระเพื่อมนมแบบ Beyonce ใน MV Lose My Breath)

เพราะท่ามกลางดงใบไม้แดง มีช่องน้อยๆ ให้เราลอดสอดส่องสายตาเข้าไป เพื่อพบเจอกับอาคาร Bentendo กลางสระน้ำ มีต้นเมเปิลสีแดงพีคเต็มที่สุดๆ รายรอบไปหมด โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ตายอยู่ตรงนั้นเลยครับ กรี๊ดมากกกกกกกกกกกกกก

สำหรับ Bentendo อยู่ในโซน Shimo Daigo หรือ Lower Daigo ที่ประกอบไปด้วย เจดีย์ไม้ห้าชั้น อาคารวัดหลายๆ อาคาร และ Bentendo พร้อมกับสวนกลางน้ำ ครับ ตัวอาคาร Bentendo เป็นอาคารทรงเจดีย์ 1 ชั้น ภายในประดิษฐานเทวรูปอยู่ ด้านหลังเป็นเนินเขา และมีต้นเมเปิลปลูกรายรอบสระน้ำ

ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แค่ได้มาชม Bentendo ในช่วงเวลาพีคๆ แบบนี้ ก็คุ้มค่ากับเวลาเกือบ 40 นาที ในการเดินทางจากตัวเมืองเกียวโตแล้วครับ

เมื่อเข้าสู่โซนสวนรอบๆ Bentendo แล้วก็เดินสำรวจกันหน่อยครับ

อาจจะด้วยความที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเกียวโต และต้องเดินทางสองต่อ จากรถไฟและรถบัส ทำให้ที่นี่ คนไม่เยอะแยะยัดเยียด เท่ากับวัด Tofukuji หรือวัดน้ำใสครับ เราก็พลอยเดินเที่ยวแบบชิลๆ สบายใจได้บ้าง อากาศก็เย็นสบาย โอ๊ยยย ชอบที่นี่จัง

ด้านหลังของอาคาร Bentendo เป็นเนินเขาเตี้ยๆ มีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นเยอะแยะ เปลี่ยนสีกำลังสวยเลยครับ โดยเฉพาะเวลาต้องแสงอาทิตย์คล้อยบ่ายเนี่ย เหมือนป่าในฝันไปเลย โอยยยยยยยยยยย

จากหลังอาคาร Bentendo เดินอ้อมมาทางด้านขวา ก็จะได้วิวงามๆ อีกมุมนึงของที่นี่ครับ

จากความฟินของ Daigoji ทำให้กลับมานอนหลับฝันดีเลยครับ

เช้าวันต่อมา เป็นวันที่จะไปเที่ยวโซนวัดเงิน Ginkakuji ครับ มีเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่นั่นพาเที่ยว

การเดินทางจาก สถานี JR Kyoto ไปยังวัดเงิน สามารถนั่งรถบัสสาย 5, 17, 100 ไปลงป้าย Ginkakuji-michi ได้เลยครับ แต่ด้วยความที่ซันนี่อยากจะไปแวะถ่ายรูปหินเต่าข้ามแม่น้ำ Kamo โซนสามแยกแม่น้ำปากหวาน 555 ก็เลยนัดเจอเพื่อนที่สถานีรถไฟใต้ดิน Demachiyanagi เพราะใกล้ๆ กับ ม.เกียวโต ที่เพื่อนเรียนด้วย

มาถึงก่อนเวลา เลยลงไปถ่ายรูปสะพานหินเต่าเล่น น่ารักมากมาย อิอิ

พอเพื่อนมา ก็เดินจากสถานี Demachyanagi ไปวัดเงินเลย นับว่าเป็นการเดินที่ไกลมากกกกกกกกกกกกก 555555555 ไม่แนะนำอย่างรุนแรงครับ 555 นั่งรถบัสมา ดีสุดละ 555

ระหว่างทาง เจอ Jiso น้อยน่ารัก หน้าตาแบ้วๆ

ใบไม้ระหว่างทาง เป็นถนนเลียบ ม.เกียวโต ไป ก็สีสวยดีครับ

พอใกล้จะถึงวัดเงิน ก็จะเดินผ่านดงต้นซากุระ ที่ถ้ามาในหน้าซากุระบาน คงจะสวยงามหวานมากแน่ๆ

เดินจนปวดน่อง เพิ่งมาถึงวัดเงิน Ginkakuji 5555 แต่เข้าไปในวัด เจอสวนสวยๆ แล้ว โอยยยย หายปวดหายเมื่อยเลยครับ 5555

ใบไม้ไล่เฉดสีกันสวยมากกกกกกกกกกก

สวนในวัดเงิน มีทางเดินขึ้นเนินเขาเตี้ยๆ ระหว่างทางเดิน ใบไม้ก็สีสวยตลอดทางครับ มีบ่อน้ำพุ ที่คนชอบมาโยนเหรียญลงน้ำขอพรกันด้วย

ที่วัดเงิน ใบไม้ยังไม่แดงพีคหมดทุกต้นครับ มีเหลืองๆ เขียวๆ แซมสลับกับแดงๆ ส้มๆ เป็นส่วนมาก แต่สวยดีครับ แบบนี้ก็ชอบ 5555 มีเด็กๆ มาทัศนศึกษากันค่อนข้างเยอะด้วย

เดินขึ้นเนินเขาให้พอหอบนิดๆ ก็จะได้วิวงามๆ แบบนี้ครับ วัดเงิน Ginkakuji กลางพุ่มไม้สีสวย กับฉากหลังของเมืองเกียวโต

สำหรับประวัติวัดเงินนั้น สร้างขึ้นหลังมีการสร้างวัดทองครับ แรกเริ่ม สร้างเพื่อเป็นที่พักของเจ้านายสมัยนั้นก่อน เดิมที ตั้งใจจะบุแผ่นเงินรอบตัวอาคาร ให้เป็นคู่ล้อกับวัดทอง แต่ประมาณว่า เห้ย … งบหมดอ่ะ กรุเงินไม่ไหว จนเจ้าของเดิมเสียไป ผู้สืบทอดมารับช่วงต่อ เปลี่ยนจากที่พัก เป็นวัด แล้วก็ไม่ได้กรุแผ่นเงินอีกเลย แอบอยากเห็นเหมือนกันน๊าาาาา ว่าถ้ากรุเงินทั้งหลังแล้ว จะสวยสะพรึงขนาดไหน แต่เป็นอาคารไม้แบบนี้ ก็ว่าสวยขลังไปอีกแบบนะ

สวนวัดเงิน สวยจริงๆครับ เข้ามาเดินแล้วตื่นตา ตื่นใจ ใบไม้สีสวย มีให้ดูตลอดทางเลยอ่ะ ประทับใจมากๆ อากาศบนเขาก็ดี เย็นสบาย สดชื่นมากๆ

ออกจากวัดเงินมา แอบหิวนิดๆครับ เลยแวะกินกุ้งทอดเสียบไม้ แต่เป็นเหมือนแป้งห่อกุ้งทอด ที่ข้างในแป้ง มีกุ้งสับ กับน้ำซุปอร่อยมากๆ กินแล้วฟินนนนน 5555

กินคาว แล้วก็ต้องกินหวานครับ ของหวานเป็น Yatsuhachi ขนมประจำเมืองเกียวโต แป้งหอมสมุนไพรมาก ข้างในเป็นไส้ชาเขียว หรือไม่ก็ถั่วแดง หวานๆ อร่อยๆ รสชาติญี่ปุ๊นนน ญี่ปุ่น 555

มีแบบแผ่นอบแห้งด้วยน๊าาาาา กรุบๆดี

พออิ่มท้อง ก็ออกเดินต่อ ไปวัด Eikando ครับ จริงๆ ตั้งใจจะเดินเลียบไป Philosophy’s Path แต่เพื่อนญี่ปุ่น มันดันพาไปผิดทาง เลยต้องเดินลัดเลาะไปตามถนน ผ่านบ้านคนเค้าซะงั้น เสียดายมากๆ เพราะเส้น Philosophy’s Path เนี่ย ตั้งแต่กลางสายไปจนถึงวัด Eikando มีต้นเมเปิลสวยๆ ตลอดทางเลยยยยยย ฮืออออออออออออ

เลยต้องถ่ายกระถางกระต่าย หน้าบ้านชาวบ้านเค้าแทน ฮืออออออออ…

เดินหลงไปเรื่อย จนมาถึงวัด Eikando จนได้ จริงๆ ถ้ามาตามเส้นเลียบคลอง Philosophy’s Path เนี่ย จากวัดเงิน มาวัด Eikando ง่ายๆ เลยครับ เพราะเลียบคลองไปเรื่อยๆ ไม่มีหลงแน่นอน ว่าแล้วก็ฮืออออออออ… อีกรอบ

แต่พอได้เข้ามาในวัด Eikando แล้ว ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ สวนสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ใบไม้ในวัด ก็สีสวยมากกกกกกกกกกกก โอ๊ยยยยยยย แบบ กรี๊ดที่สุด ฟินอีกแล้วววว 5555

วัด Eikando เป็นอีกวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องสวนในวัด และเป็นอีกที่ ที่ได้รับการขนานนามว่า ทะเลใบไม้แดง (อีกแล้ว ไม่เก๋เลย เรียกกันพร่ำเพรื่อ)

ย่างก้าวที่เดินขึ้นไปชมสวนในตัวอาคารวัดนี่ … หืมมมมม … งามมากกกกกกกกกกกกกกกกก ยิ่งพอแดดส่องผ่านยอดไม้ลงมานี่ โอ้โห….ตายอีกแล้วครับ

สวนในตัวอาคาร ทีรางน้ำไหลผ่านด้วย ปลาคาร์ฟสีทองสวยว่ายปาดหน้ามาพอดีเลย 55

ช่วงวันที่ไป คือใบไม้วัด Eikando พีคแบบสุดๆแล้วครับ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มันจี๊ดมากกกกกกกกกกกกก มุมไหน ก็สวยไปหมด รักเลยยยยยยยยยยยยย (ก็เห็นรักทุกที่อ่ะ 555)

มีรูปสลักหินอ่อน พระโพธิสัตว์องค์ใหญ่ด้วย

ข้างๆ เป็น Jiso ตัวน้อยๆ น่าร๊ากกกกกกกกกกกก

มาที่โซนสวนกลางแจ้งของวัด Eikando กันบ้าง ข้างในว่าสวยแล้ว ข้างนอกนี่คือ พีคไปอี๊กกกกกกกกกกกกกกกกกก

ใบไม้สีสวยมากกกกกกกกกกกกกก

กำลัง เที่ยวเกียวโต ใบไม้เปลี่ยนสี ชมใบไม้แดงแบบสวยพีคกันสนุกเลยใช่มั้ยเอ่ย ขอพักความสนุกของตอนแรกไว้เท่านี้ก่อน ติดตามรีวิวทริปเที่ยวเมืองเกียวโตกันต่อได้ใน ตอนที่ 2 นะคะ

ขอบคุณ Guest สุดพิเศษ คุณ LET SUNNY TAKE YOU THERE สังกัด pantip จากกระทู้ “[CR] [LET SUNNY TAKE YOU THERE] : KANSAI The Series – Autumn in KYOTO – เกียวโตสีแดง !” ที่มามอบประสบการณ์ เที่ยวเกียวโต ใบไม้เปลี่ยนสี ให้ชมแบบจัดเต็ม! ได้รับเสียงปรบมือจากเราไปเล้ยย!!
ระดับความน่าไป : ✩✩✩✩✩
พูดคุยกับ Guest ได้ที่ : www.facebook.com/letsunnytakeyouthere


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1.กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Likeและติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————
Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

KANSAI The Series – Autumn in KYOTO – เกียวโตสีแดง ! ตอนที่ 1 was last modified: May 10th, 2019 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version