Mushroom Travel

ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว 2026 ช่วงไหนสวย? รวม 12 จุดชมยอดฮิต พร้อมวิธีเดินทาง

ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว

ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว โดยทั่วไปจะเริ่มสวยตั้งแต่ช่วง กลางพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม โดยพื้นที่ภูเขาและรอบนอกโตเกียว เช่น โอคุทามะและภูเขาทาคาโอะ จะเริ่มเปลี่ยนสีก่อนตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน ส่วนสวนและจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในตัวเมืองมักเข้าสู่ช่วงสวยในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนธันวาคม อีกทั้งชนิดของใบไม้ยังทำให้ช่วงเวลาเปลี่ยนสีแตกต่างกัน เนื่องจากใบแปะก๊วยสีเหลืองจะเปลี่ยนสีก่อนใบเมเปิ้ลสีแดง ประมาณ 7-10 วัน

ใครกำลังวางแผนเที่ยวโตเกียวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บทความนี้พี่เห็ดจะพาเช็กตั้งแต่ ช่วงไหนใบไม้เปลี่ยนสีสวย จุดชมใบไม้แดงและแปะก๊วยที่น่าไป ทั้งในโตเกียว รอบนอก และใกล้โตเกียว แต่ละช่วงควรเลือกไปที่ไหน พร้อมวิธีเดินทาง เพื่อช่วยวางแผนให้ตรงกับช่วงที่มีโอกาสเห็นใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด

ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว 2026 ช่วงไหน ?

สำหรับ ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว 2026 การพยากรณ์รอบแรกของ Japan Meteorological Corporation ระบุว่า ใบแปะก๊วยสีเหลืองในโตเกียวคาดว่าจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนสีประมาณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2026 และใบเมเปิลสีแดงประมาณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2026 อย่างไรก็ตาม ช่วงพีคของแต่ละสถานที่อาจเร็วหรือช้ากว่านี้ประมาณ 1–2 สัปดาห์ตามอุณหภูมิและพื้นที่

ช่วงเวลาบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีพิกัดแนะนำ

ช่วงเที่ยว บรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี พิกัดแนะนำ
ปลาย ต.ค.–ต้น พ.ย. พื้นที่สูงและรอบนอกเริ่มเปลี่ยนสีก่อน โอคุทามะ, คาวากุจิโกะ
ต้น – กลาง พ.ย. ใบไม้แดงรอบทะเลสาบและพื้นที่ภูเขาเริ่มเด่น คาวากุจิโกะ, อุโมงค์ใบเมเปิ้ล โมมิจิไคโร, ภูเขาทาคาโอะ
กลาง – ปลาย พ.ย. ภูเขารอบโตเกียวและแปะก๊วยเริ่มสวย ภูเขาทาคาโอะ, Showa Kinen Park, Meiji Jingu Gaien
ปลาย พ.ย.–ต้น ธ.ค. เมเปิลแดงและแปะก๊วยในตัวเมืองเข้าสู่ช่วงสวย Rikugien, Shinjuku Gyoen, Koishikawa Korakuen
ต้น ธ.ค. สวนบางแห่งในตัวเมืองยังสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ Rikugien, Shinjuku Gyoen และสวนในตัวเมืองบางแห่ง

จุดชม ใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียว เดินทางง่ายจากตัวเมือง

1. สวนเมจิ จินกุ ไกเอน (Meiji Jingu Gaien)

Credit : show999 / canva.com

หนึ่งในภาพจำของโตเกียวช่วงฤดูใบไม้ร่วง คือแนว ต้นแปะก๊วยสีเหลืองทองที่ สวนเมจิ จินกุ ไกเอน โดยไฮไลต์อยู่ที่ถนน Icho Namiki ซึ่งมีต้นแปะก๊วย 146 ต้น เรียงเป็นแนวยาวประมาณ 300 เมตร เมื่อเข้าสู่ช่วงพีค ใบไม้ทั้งสองฝั่งจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดจนดูคล้ายอุโมงค์สีทอง และเมื่อใบร่วงลงพื้นก็ยิ่งทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยสีเหลืองทั่วทั้งบริเวณ ปลายถนนเป็นที่ตั้งของ Meiji Memorial Picture Gallery อาคารสไตล์คลาสสิก ยิ่งทำให้บรรยากาศสวยงาม เหมาะกับมาเดินเล่น ถ่ายรูป

สีใบไม้ที่เด่น : สีเหลืองทองจากต้นแปะก๊วย (Ginkgo)
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม
เวลาเปิด-ปิด : แนวถนน Icho Namiki เป็นพื้นที่กลางแจ้ง ไม่มีเวลาเปิด-ปิดตายตัว (สถานที่และอาคารภายใน Meiji Jingu Gaien มีเวลาให้บริการแตกต่างกัน)
ค่าเข้าชม : ฟรี สำหรับการชมแนวต้นแปะก๊วย
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Ginza Line ลงสถานี Gaienmae Station แล้วเดินประมาณ 3 นาที หรือสถานี Aoyama-itchome Station แล้วเดินประมาณ 6 นาที
แผนที่ : Google Maps – Meiji Jingu Gaien Ginkgo Avenue

2. สวนริคุงิเอน (Rikugi-en / Rikugien Gardens)

Credit : Hiro1775 / canva.com

ถ้าอยากชมใบเมเปิลสีแดงในบรรยากาศสวนญี่ปุ่นดั้งเดิม ต้องมาที่ สวนริคุงิเอน สวนเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะในรูปแบบสวนเดินชมรอบบ่อน้ำ มีทั้งสระน้ำขนาดใหญ่ เนินเขาจำลอง สะพาน และทางเดินที่คดเคี้ยวไปตามต้นไม้ ทำให้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงได้บรรยากาศแตกต่างจากการชมใบไม้ตามสวนสาธารณะทั่วไป ไฮไลต์อยู่ในช่วงปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม ต้นเมเปิลภายในสวนจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง สะท้อนกับผิวน้ำ เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความเป็นญี่ปุ่นแบบคลาสสิก และยังเปิดให้ชมช่วงกลางคืน มีการประดับไฟบริเวณใบไม้เปลี่ยนสีทั่วสวน รวมถึงจุดถ่ายรูปและ Projection Mapping ทำให้ได้บรรยากาศคนละแบบกับช่วงกลางวัน ซึ่งรอบกลางคืนจะต้องซื้อบัตรเข้าชมแยกจากค่าเข้าสวนปกติ

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้มของใบเมเปิล โดยมีสีเหลืองแซมในบางบริเวณ
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:00 น. เข้าสวนได้ถึง 16:30 น. / รอบชมกลางคืน 18:00 – 20:30 น. เข้าสุดท้าย 19:30 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี)
ค่าเข้าชม :
–
ผู้ใหญ่ 300 เยน / ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 150 เยน / เด็กประถม ฟรี
– รอบกลางคืน ซื้อล่วงหน้า 1,000 เยน / ซื้อวันงาน 1,200 เยน
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Yamanote Line หรือ Tokyo Metro Namboku Line ลงสถานี Komagome Station จากนั้นเดินประมาณ 7 นาที
แผนที่ : Google Maps – Rikugien Gardens

3. สวนชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden)

Credit : Javen / shutterstock.com

สวนชินจูกุเกียวเอน เป็นอีกจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว ที่น่าเที่ยวมาก เพราะภายในสวนขนาดใหญ่มีทั้ง สวนญี่ปุ่น สวนภูมิทัศน์แบบอังกฤษ และสวนแบบเป็นทางการ ทำให้บรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีแต่ละโซนแตกต่างกันออกไป แม้อยู่ใจกลางชินจูกุแต่เมื่อเข้าไปในสวนแล้วบรรยากาศค่อนข้างสงบ เหมาะกับการเดินเล่นและใช้เวลาชมธรรมชาติแบบไม่รีบร้อน และยังชมใบไม้เปลี่ยนสีได้หลากหลาย ทั้งสีส้มแดงของใบเมเปิล สีเหลืองทองของใบแปะก๊วยและแนวต้นแพลนทรี บริเวณ Formal Garden แถมยังมองเห็นกลุ่มตึกสูงในย่านชินจูกุเป็นฉากหลัง ได้ภาพธรรมชาติกับบรรยากาศเมืองใหญ่ที่ชัดเจน

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้มจากต้นเมเปิล และสีเหลืองทองจากต้นแปะก๊วยและต้นแพลนทรี
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม (ภายในสวนมีต้นไม้หลายชนิด แต่ละโซนอาจเริ่มเปลี่ยนสีไม่พร้อมกัน ทำให้สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้หลากหลาย)
เวลาเปิด-ปิด :
– วันที่ 1 ตุลาคม – 14 มีนาคม เปิด 09:00 – 16:30 น. เข้าสวนได้ถึง 16:00 น.
– ปกติปิดวันจันทร์ หากตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์จะปิดวันทำการถัดไป แต่ในช่วงวันที่ 1–15 พฤศจิกายน เปิดทุกวัน เนื่องจากมีงาน Chrysanthemum Exhibition
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน / ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปและนักเรียน–นักศึกษาอายุ 16 ปีขึ้นไป 250 เยน / อายุไม่เกิน 15 ปี ฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Marunouchi Line ลงสถานี Shinjuku-gyoenmae Station ออก Exit 1 แล้วเดินประมาณ 5 นาที หรือเดินจากสถานี Shinjuku ประมาณ 10 นาที
แผนที่ : Google Maps – Shinjuku Gyoen National Garden

4. สวนโคอิชิคาวะ โคราคุเอน (Koishikawa Korakuen Gardens)

Credit : LO Kin-hei / shutterstock.com

สวนโคอิชิคาวะ โคราคุเอน เป็นหนึ่งในสวนไดเมียวที่เก่าแก่ที่สุดของโตเกียว ซึ่งยังคงรูปแบบสวนดั้งเดิมที่ได้รับอิทธิพลทั้งจากญี่ปุ่นและจีนเอาไว้ได้อย่างดี ภายในมีทั้งบ่อน้ำ ทางเดิน สะพานหิน เกาะจำลอง และเนินเขา ทำให้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงดูมีมิติและคลาสสิก ภายในสวนมีต้นเมเปิล Iroha Momiji ราว 500 ต้น ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดงส้ม ไล่สีไปตามทางเดินและรอบบ่อน้ำ ให้ความรู้สึกสงบและเป็นสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้มจากต้นเมเปิล
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:00 น. เข้าสวนได้ถึง 16:30 น. / ปิดช่วงวันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคม
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน / อายุ 65 ปีขึ้นไป 150 เยน / เด็กประถมลงมาและนักเรียนมัธยมต้นที่อาศัยหรือเรียนอยู่ในโตเกียว เข้าฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ สาย Toei Oedo Line ลงสถานี Iidabashi Station แล้วเดินประมาณ 3 นาทีถึงประตูฝั่งตะวันตก หรือสามารถเดินจาก Suidobashi Station และ Korakuen Station
แผนที่ : Google Maps – Koishikawa Korakuen Gardens

5. สวนอุเอโนะ (Ueno Park)

Credit : Tatsuo Nakamura / shutterstock.com

สวนอุเอโนะ ไม่ได้มีดีแค่ซากุระ แต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็สวยไม่แพ้กัน เพราะภายในสวนมีต้นไม้นับพันต้นที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง โดยเฉพาะใบเมเปิลสีแดง ที่ช่วยแต่งบรรยากาศให้สวนดูสดใสขึ้น เหมาะกับคนที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบเดินทางง่าย ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Keisei Ueno ที่ใช้เดินทางไป-กลับระหว่าง สนามบินนาริตะ-โตเกียว และสามารถเที่ยวต่อกับพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ ศาลเจ้า หรือย่านอาเมโยโกะได้ในวันเดียว จุดเด่นของที่นี่จึงเป็นทั้งความสะดวกและความหลากหลายของสถานที่เที่ยวรอบสวน

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้มจากต้นเมเปิล และสีเหลืองจากต้นไม้หลากหลายชนิด
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม
เวลาเปิด-ปิด : 05:00 – 23:00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี (พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ และสถานที่บางแห่งภายในสวนมีค่าเข้าชมแยก)
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR หรือ Tokyo Metro ลงสถานี Ueno Station แล้วเดินประมาณ 2 – 5 นาที หรือ รถไฟ Keisei Line ลงสถานี Keisei-Ueno Station แล้วเดินประมาณ 1 นาที
แผนที่ : Google Maps – Ueno Park

6. สวนฮามาริคิว (Hamarikyu Gardens)

Credit : tokyo-park.or.jp

สวนฮามาริคิว เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้บรรยากาศหลากหลาย เพราะมีทั้ง สวนญี่ปุ่นแบบสมัยเอโดะ บ่อน้ำที่รับน้ำทะเลจากอ่าวโตเกียว และตึกสูงของย่านชิโอโดเมะเป็นฉากหลัง ได้ภาพที่ผสมระหว่างธรรมชาติกับเมืองสมัยใหม่อย่างลงตัว ภายในสวนมีทั้งเมเปิล โทคาเอเดะ และต้นไม้หลายชนิดที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง โดยเฉพาะบริเวณรอบ Shioiri-no-ike Pond และ Nakajima-no-ochaya ซึ่งเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปในบรรยากาศเงียบสงบ

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้มจากเมเปิลและโทคาเอเดะ รวมถึงสีเหลืองจากต้นไม้หลายชนิด
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม โดยมักพีคช่วงปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:00 น. เข้าสวนได้ถึง 16:30 น. / ปิดวันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคม
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน / อายุ 65 ปีขึ้นไป 150 เยน / เด็กประถมลงมาและนักเรียนมัธยมต้นที่อาศัยหรือเรียนอยู่ในโตเกียว เข้าฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Toei Oedo Line หรือ Yurikamome ลงสถานี Shiodome Station แล้วเดินประมาณ 5 – 7 นาที หรือเดินจาก Shimbashi Station ประมาณ 12 นาที
แผนที่ : Google Maps – Hamarikyu Gardens

7. สวนอิโนะคาชิระ (Inokashira Park)

Credit : gltjp.com

สวนอิโนะคาชิระ เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ให้บรรยากาศสบายๆ รอบ สระอิโนะคาชิระ (Inokashira Pond) เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้รอบสระจะไล่เฉดเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง สะท้อนกับผิวน้ำ เกิดเป็นวิวที่แตกต่างจากสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในตัวเมือง จุดเด่นของที่นี่คือสามารถนั่งเรือหรือปั่นเรือหงส์ชมใบไม้เปลี่ยนสีจากกลางสระได้ และหลังจากชมสวนแล้วยังเดินเที่ยวต่อย่านคิจิโจจิ หรือแวะพิพิธภัณฑ์จิบลิ มิตากะได้ด้วย เหมาะกับคนที่อยากชมใบไม้พร้อมเที่ยวเมืองแบบชิลๆ

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้ม–เหลืองจากต้นไม้รอบสระ
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่าง ๆ ภายในสวนมีเวลาเปิด-ปิดแยก)
ค่าเข้าชม : ฟรี (บางสถานที่หรือกิจกรรมภายในสวนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Chuo Line ไปลง Kichijoji Station แล้วเดินประมาณ 5 นาที หรือ รถไฟ Keio Inokashira Line ลง Inokashira-koen Station แล้วเดินประมาณ 1 นาที
แผนที่ : Google Maps – Inokashira Park


จุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี รอบนอกโตเกียว เหมาะกับ One Day Trip

8. ภูเขาทาคาโอะ (Mount Takao)

Credit : jrailpass.com

ภูเขาทาคาโอะ เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เหมาะกับคนอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากสวนในเมืองมาเป็นวิวภูเขาและป่าธรรมชาติ โดยช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ตลอดเส้นทางตั้งแต่เชิงเขาไปจนถึงยอดเขาจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง จุดเด่นคือสามารถเลือกได้ทั้ง เดินป่า นั่งเคเบิลคาร์ หรือ Chair Lift ทำให้เที่ยวได้ตั้งแต่สายชิลไปจนถึงสายเดินเขา และระหว่างทางยังมี วัดยาคุโออิน (Yakuo-in) จุดชมวิว และร้านอาหารให้แวะตลอดเส้นทาง อีกทั้งจากยอดเขาในวันที่อากาศเปิดยังมีโอกาสมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้มของเมเปิล สลับกับสีเหลืองจากไม้ผลัดใบหลายชนิด
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม (พื้นที่ภูเขาอาจเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในแต่ละปี)
เวลาเปิด-ปิด :
–
ตัวภูเขาไม่มีเวลาเปิด-ปิดตายตัว
– เคเบิลคาร์ช่วงเดือนพฤศจิกายนให้บริการประมาณ 08:00 – 17:45 น. วันธรรมดา และถึง 18:00 น. วันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุด
– Chair Lift เปิดประมาณ 09:00 – 16:30 น.
ค่าเข้าชม : เข้าพื้นที่ภูเขาฟรี / เคเบิลคาร์ หรือ Chair Lift ผู้ใหญ่ 490 เยนต่อเที่ยว หรือ 980 เยนไป-กลับ
การเดินทาง : นั่งรถไฟ Keio Takao Line ลงสถานี Takaosanguchi Station แล้วเดินประมาณ 3 – 5 นาที ถึงบริเวณเชิงเขาและสถานีเคเบิลคาร์
แผนที่ : Google Maps – Mount Takao

9. โอคุทามะ (Okutama)

Credit : jiki2 / canva.com

โอคุทามะ เหมาะกับคนที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางภูเขา ป่า และทะเลสาบ ให้บรรยากาศธรรมชาติเต็มๆ ต่างจากสวนในตัวเมืองโตเกียว ไฮไลต์คือบริเวณ ทะเลสาบโอคุทามะ (Lake Okutama) ที่รายล้อมด้วยภูเขา เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ผืนป่ารอบทะเลสาบจะไล่เฉดเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง ตัดกับสีของผืนน้ำ เหมาะทั้งกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และเที่ยวแบบ One Day Trip จากโตเกียว เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขา ใบไม้ที่นี่จึงเริ่มเปลี่ยนสีก่อนตัวเมืองด้วย

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้ม–เหลืองจากป่าธรรมชาติรอบภูเขาและทะเลสาบ
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายตุลาคม – กลางพฤศจิกายน
เวลาเปิด-ปิด : พื้นที่ทะเลสาบโอคุทามะเป็นแหล่งธรรมชาติ ไม่มีเวลาเปิด-ปิดตายตัว และเปิดให้เที่ยวได้ทุกวัน
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Ome Line ลงสถานี Oku-Tama Station จากนั้นต่อรถบัสไปลงป้าย Okutamako
แผนที่ : Google Maps – Lake Okutama

10. สวนโชวะ เมมโมเรียล (Showa Memorial Park / Showa Kinen Park)

Credit : weniliou / shutterstock.com

ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีในสวนที่กว้างใหญ่อย่าง สวนโชวะ เมมโมเรียล เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เด่นมากของโตเกียว เพราะได้ชมทั้งแปะก๊วยสีเหลืองทองและเมเปิลสีแดงในสวนเดียว ไฮไลต์คือแนวต้นแปะก๊วยบริเวณ Canal Ginkgo Avenue และ Katarai Ginkgo Avenue ซึ่งทอดยาวเป็นอุโมงค์สีทอง และเมื่อใบร่วงจะกลายเป็นพรมสีเหลืองสวยตลอดทาง ขณะที่โซน Japanese Garden จะเด่นด้วยเมเปิลสีแดง–ส้มรอบบ่อน้ำ เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพใบไม้เปลี่ยนสีหลายบรรยากาศในวันเดียว อีกทั้งสวนมีพื้นที่กว้าง เหมาะกับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือเที่ยวแบบครึ่งวันถึงเต็มวัน

สีใบไม้ที่เด่น : สีเหลืองทองจากต้นแปะก๊วย และสีแดง–ส้มจากต้นเมเปิล
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : แปะก๊วยประมาณปลายตุลาคม–ปลายพฤศจิกายน / เมเปิลประมาณปลายตุลาคม–ต้นธันวาคม โดยภาพรวมช่วงแนะนำคือ ปลายพฤศจิกายน–ต้นธันวาคม
เวลาเปิด-ปิด : ช่วงเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ เปิด 09:30 – 16:30 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 450 เยน / อายุ 65 ปีขึ้นไป 210 เยน / นักเรียนมัธยมต้นลงมา เข้าฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR Ome Line ลงสถานี Nishi-Tachikawa Station แล้วเดินประมาณ 2 นาทีถึงประตู Nishi-Tachikawa
แผนที่ : Google Maps – Showa Kinen Park


จุดชม ใบไม้เปลี่ยนสี ใกล้โตเกียว – คาวากุจิโกะ ชมวิวภูเขาไฟฟูจิ

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากสวนในเมืองโตเกียว มาเป็นวิวธรรมชาติที่มีทั้ง ทะเลสาบ ภูเขาไฟฟูจิ และใบไม้เปลี่ยนสี คาวากุจิโกะ ในจังหวัดยามานาชิ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าไปมาก โดยเฉพาะช่วง ต้นถึงกลางพฤศจิกายน ซึ่งมักเป็นช่วงที่เมเปิลรอบทะเลสาบเปลี่ยนเป็นสีแดงและส้มสวยงาม แถมยังเดินทางจากโตเกียวแบบไปเช้า–เย็นกลับได้ เหมาะกับการจัดเป็น One Day Trip

11. โมมิจิ ไคโร (Momiji Corridor / Momiji Kairo)

Credit : Narongsak Nagadhana / shutterstock.com

โมมิจิ ไคโร หรือ Momiji Corridor เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของคาวากุจิโกะ ตั้งอยู่ริมลำธาร Nashigawa ทางฝั่งเหนือของทะเลสาบ มีต้นเมเปิลประมาณ 150 ต้นเรียงตัวอยู่สองฝั่งทางเดิน เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง ปกคลุมเหนือทางเดินจนคล้ายอุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสี จุดเด่นคือช่วงเทศกาล Fuji Kawaguchiko Autumn Leaves Festival จะมีการประดับไฟในตอนกลางคืน ทำให้ได้บรรยากาศต่างจากช่วงกลางวัน และในวันที่อากาศแจ่มใส บริเวณใกล้เคียงยังสามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิคู่กับใบไม้เปลี่ยนสีได้อีกด้วย

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้ม–เหลืองจากต้นเมเปิล
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน โดยมักสวยเด่นช่วงต้น–กลางพฤศจิกายน
เวลาเปิด-ปิด : สามารถเดินชมได้ตลอดเวลา / ช่วงเทศกาลมีเปิดไฟ Light-up ตั้งแต่พระอาทิตย์ตก – 21:00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทางจากโตเกียว : จาก Shinjuku Station ด้วยรถไฟ Limited Express FUJI EXCURSION ไปยัง Kawaguchiko Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือขึ้น Highway Bus จาก Shinjuku ไป Kawaguchiko ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที จากนั้นนั่งรถบัส Kawaguchiko Sightseeing Bus สาย Red Line ประมาณ 20 นาที ลงป้าย Kubota Itchiku Art Museum แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีถึง Momiji Corridor
แผนที่ : Google Maps – Momiji Corridor (Kawaguchiko)

12. อุโมงค์ใบเมเปิล (Momiji Tunnel)

Credit : Jo Panuwat D / shutterstock.com

อีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังบริเวณริมทะเลสาบคาวากุจิโกะก็คือ อุโมงค์ใบเมเปิล หรือ Momiji Tunnel ตั้งอยู่บริเวณฝั่งเหนือของทะเลสาบ จุดเด่นคือแนวต้นเมเปิลริมถนนติดทะเลสาบที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสด และแผ่กิ่งเข้าหากันจนดูคล้ายอุโมงค์ โดยมุมที่ได้รับความนิยมมากคือ ใบเมเปิลสีแดงคู่กับทะเลสาบคาวากุจิโกะและภูเขาไฟฟูจิ จึงเหมาะกับสายถ่ายภาพและคนที่อยากชมวิวธรรมชาติแบบเปิดกว้าง บรรยากาศจะต่างจาก Momiji Corridor ซึ่งเน้นการเดินชมเมเปิลตามแนวลำธาร

สีใบไม้ที่เด่น : สีแดง–ส้มจากต้นเมเปิล
ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ต้น–กลางเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิด-ปิด : เป็นพื้นที่ริมถนน สามารถเที่ยวชมได้ตลอดวัน
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทางจากโตเกียว : จาก Shinjuku Station ด้วยรถไฟ Limited Express FUJI EXCURSION ไปยัง Kawaguchiko Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือขึ้น Highway Bus จาก Shinjuku ไป Kawaguchiko ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที จากนั้นนั่งรถบัส Kawaguchiko Sightseeing Bus สาย Red Line ประมาณ 30 นาที ลงป้าย Kawaguchiko Natural Living Center / Oishi Park แล้วเดินต่อไปทางตะวันตกประมาณ 20 นาที ถึง Momiji Tunnel
แผนที่ : Google Maps – Momiji Tunnel, Kawaguchiko


เที่ยวโตเกียวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องเตรียมตัวยังไง?

– เช็กสถานการณ์ใบไม้ก่อนเดินทาง ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีสามารถเร็วหรือช้ากว่าปกติประมาณ 1–2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในแต่ละปี ควรเช็กข้อมูลล่าสุดของสถานที่ที่จะไปก่อนจัดตารางเที่ยว
– เตรียมเสื้อกันหนาวให้เหมาะสม ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิจะเริ่มเย็นขึ้น อยู่ที่ประมาณ 10-20 องศาเซลเซียส อีกทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนอาจแตกต่างกัน รวมถึงอาจมีลมหรือฝนเล็กน้อยได้ แนะนำแต่งตัวแบบ Layering จะสะดวกที่สุด ใส่เสื้อแขนยาวหรือสเวตเตอร์กับแจ็กเก็ตที่สามารถถอด–ใส่ได้ง่าย ส่วนพื้นที่ภูเขาจะหนาวกว่าในตัวเมือง ควรเตรียมเสื้อกันหนาวเพิ่ม รวมถึงเลือกรองเท้าที่เดินสบาย
– ถ้าไม่อยากเจอคนเยอะ ให้ไปวันธรรมดาหรือช่วงเช้า จุดยอดนิยมอย่าง Meiji Jingu Gaien, Rikugien และ Mt. Takao จะมีนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษในช่วงพีคและวันหยุด การไปตั้งแต่ช่วงเช้าจะเดินเที่ยวและถ่ายรูปได้สะดวกกว่า
– วางแผนเวลาเที่ยวให้เร็วขึ้นกว่าฤดูร้อน ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงพระอาทิตย์ตกค่อนข้างเร็ว โดยเดือนธันวาคมโตเกียวเริ่มมืดประมาณ 16:30 น. หากเน้นถ่ายรูปใบไม้ด้วยแสงธรรมชาติ ควรจัดจุดสำคัญไว้ช่วงเช้าถึงบ่าย
– แยกวันเที่ยวตัวเมืองกับพื้นที่รอบนอก หากมีแพลนไป Mt. Takao, Okutama หรือคาวากุจิโกะ ควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าสวนในตัวเมือง และออกเดินทางตั้งแต่เช้า เพื่อมีเวลาเที่ยวและชมใบไม้ได้เต็มที่


FAQ ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว

1. ใบไม้เปลี่ยนสีโตเกียว ช่วงเดือนไหนสวยที่สุด?
โดยทั่วไป กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียว ส่วนช่วงพีคจริงอาจขยับเร็วหรือช้าประมาณ 1–2 สัปดาห์ตามอุณหภูมิของแต่ละปี

2. ต้นเดือนพฤศจิกายน ไปโตเกียว มีใบไม้เปลี่ยนสีไหม?
มีให้ชม แต่ตัวเมืองโตเกียวอาจยังไม่พีค แนะนำพื้นที่ที่เปลี่ยนสีก่อน เช่น โอคุทามะ คาวากุจิโกะ หรือบางส่วนของภูเขาทาคาโอะ ซึ่งเป็นพื้นที่สูงและมีอากาศเย็นกว่าตัวเมือง

3. ไปโตเกียวปลายเดือนพฤศจิกายน ควรชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหน?
ปลายพฤศจิกายนเป็นช่วงที่มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ เช่น Meiji Jingu Gaien สำหรับแปะก๊วยสีเหลือง และสวนอย่าง Rikugien, Shinjuku Gyoen, Koishikawa Korakuen และ Hamarikyu Gardens สำหรับใบเมเปิลสีแดง–ส้ม

4. ต้นเดือนธันวาคม ยังชมใบไม้เปลี่ยนสีในโตเกียวได้ไหม?
ยังมีโอกาสชมได้ โดยเฉพาะสวนในตัวเมืองที่เปลี่ยนสีค่อนข้างช้า เช่น Rikugien, Shinjuku Gyoen และ Koishikawa Korakuen หลายแห่งยังมีสีสวยต่อเนื่องถึงต้นเดือนธันวาคม แต่ควรเช็กสถานการณ์ใบไม้ล่าสุดก่อนเดินทาง

5. อยากดูใบไม้สีแดงกับสีเหลือง ควรไปที่ไหน?
ถ้าอยากเห็น แปะก๊วยสีเหลืองทอง แนะนำ Meiji Jingu Gaien และ Showa Memorial Park ส่วนคนที่อยากชม ใบเมเปิลสีแดง–ส้ม เหมาะกับ Rikugien, Koishikawa Korakuen, Mt. Takao รวมถึงคาวากุจิโกะ หากมีเวลาเที่ยวหลายวันสามารถจัดทั้งสองแบบไว้ในทริปเดียวกันได้

6. คาวากุจิโกะใบไม้เปลี่ยนสีช่วงไหน?
โดยทั่วไปใบไม้รอบทะเลสาบคาวากุจิโกะจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายตุลาคม และสวยเด่นในช่วง ต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายน

7. Momiji Corridor กับ Momiji Tunnel เป็นที่เดียวกันไหม?
ไม่ใช่ที่เดียวกัน Momiji Corridor เป็นแนวต้นเมเปิลขนาดใหญ่ริมลำธารและเป็นจุดหลักของเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีคาวากุจิโกะ ส่วน Momiji Tunnel อยู่บริเวณถนนฝั่งเหนือของทะเลสาบ จุดเด่นคือแนวเมเปิลสีแดงที่โน้มคลุมถนน และสามารถชมวิวทะเลสาบกับภูเขาไฟฟูจิได้ในบริเวณเดียวกัน

8. จากโตเกียวไปคาวากุจิโกะชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบ One Day Trip ได้ไหม?
ได้ คาวากุจิโกะสามารถเที่ยวแบบ ไปเช้า–เย็นกลับจากโตเกียว ได้ โดยควรออกเดินทางตั้งแต่เช้า และเลือกจุดเที่ยวไม่มากเกินไป หากเน้นใบไม้เปลี่ยนสี สามารถจัด Momiji Corridor และ Momiji Tunnel เป็นจุดหลัก แล้วเผื่อเวลาเดินทางกลับโตเกียวในช่วงเย็น

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีถือเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่โตเกียวสวยและน่าเที่ยวมากเป็นพิเศษ ทั้งแปะก๊วยสีเหลือง เมเปิลสีแดง และจุดชมธรรมชาติรอบเมือง ใครอยากเที่ยวแบบสบายๆ ไม่ต้องวางแผนเส้นทางเอง สามารถเลือก ทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี กับพี่เห็ด มีโปรแกรม ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว ให้เลือกหลายเส้นทาง พร้อมพาเที่ยวครบทั้งจุดยอดนิยมในโตเกียวและเมืองใกล้เคียง


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

ใบไม้เปลี่ยนสี โตเกียว 2026 ช่วงไหนสวย? รวม 12 จุดชมยอดฮิต พร้อมวิธีเดินทาง was last modified: September 25th, 2026 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version