ใครกำลังวางแผนไป เที่ยวญี่ปุ่น ที่ฮอกไกโด แน่นอนว่าต้องได้เช็กอินที่ เมืองซัปโปโร (Sapporo) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคนี้ ที่นี่มีที่เที่ยวน่าสนใจมากมาย ทั้งสวนสาธารณะ จุดชมวิวเมือง อาคารประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดน่ารัก การเดินทางก็สะดวก และมีเสน่ห์ทุกฤดูกาล เที่ยวได้ตลอดทั้งปี บอกเลยว่ามีอะไรให้ค้นหามากกว่าหิมะและเทศกาลฤดูหนาวแน่นอน บทความนี้ พี่เห็ด มัชรูมทราเวล รวบรวม 15 พิกัด เที่ยวซัปโปโร ยอดฮิต มาให้แบบจัดเต็ม ใครวางแผนไปเที่ยวครั้งแรกก็สามารถนำไปปักหมุดวางแผนทริปได้เลย!
1. ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ (Sapporo TV Tower)
เริ่มกันที่แลนด์มาร์กใจกลางเมืองอย่าง ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ หอคอยสีแดงที่ตั้งอยู่บริเวณปลายด้านตะวันออกของสวนโอโดริ ตัวหอมีความสูงประมาณ 147.2 เมตร สร้างขึ้นเพื่อรองรับการเริ่มต้นออกอากาศโทรทัศน์ในซัปโปโร ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ การขึ้นไปยังจุดชมวิวความสูงประมาณ 90 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นสวนโอโดริทอดยาวอยู่กลางเมือง รวมถึงอาคารต่างๆ และวิวเมืองซัปโปโรโดยรอบ โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืนจะได้ชมแสงไฟของเมืองในบรรยากาศโรแมนติก และหากมาเที่ยวช่วงฤดูหนาว วิวจากด้านบนจะยิ่งสวยเป็นพิเศษ เพราะสามารถมองเห็นสวนโอโดริที่ปกคลุมด้วยหิมะ รวมถึงแสงไฟจากงาน Sapporo White Illumination หรือบรรยากาศของ เทศกาลหิมะ Sapporo Snow Festival ได้ด้วย
เวลาเปิด–ปิด : 09:00 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ระดับมัธยมปลายขึ้นไป) 1,200 เยน / นักเรียนประถมและมัธยมต้น 600 เยน / เด็กเล็กเข้าชมฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku, Tozai หรือ Toho ไปลงสถานี Odori
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/3RecKz71pAubh5iSA
2. สวนโอโดริ (Odori Park)
เดินเล่น เที่ยวซัปโปโร กันต่อที่ สวนโอโดริ หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง เป็นสวนที่ทอดยาวผ่านใจกลางเมืองประมาณ 1.5 กิโลเมตร ภายในมีสนามหญ้า แปลงดอกไม้ และน้ำพุให้เดินเล่นชมบรรยากาศ พร้อมมุมถ่ายรูปคู่กับ หอคอยซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ (Sapporo TV Tower) ที่ตั้งอยู่ปลายสวนด้านตะวันออก นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมใหญ่ๆ ของเมือง เช่น เทศกาลหิมะ Sapporo Snow Festival, เทศกาล Sapporo Lilac Festival และตลาดคริสมาสต์อีกด้วย
เวลาเปิด–ปิด : พื้นที่สวนสาธารณะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku, Tozai หรือ Toho ลงสถานี Odori
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Gmrre6iUReLLSYde6
3. หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower)
หอนาฬิกาซัปโปโร เป็นอาคารไม้เก่าแก่สไตล์ตะวันตก 2 ชั้น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1878 เดิมเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเกษตรซัปโปโร ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยฮอกไกโดในปัจจุบัน โดดเด่นด้วยผนังสีขาว หลังคาสีแดง และหอนาฬิกาเก่าแก่ที่ยังคงทำงานจนถึงปัจจุบัน ภายในอาคารยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงภาพถ่าย เอกสาร และเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองซัปโปโร ช่วงกลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับตัวอาคารอย่างสวยงาม เป็น ที่เที่ยวซัปโปโร ที่ได้ทั้งถ่ายรูปสวยๆ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมือง แนะนำให้แวะมาเช็กอินที่นี่
เวลาเปิด–ปิด : 09:00 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 350 เยน / นักศึกษามหาวิทยาลัย 150 เยน / เด็กเข้าชมฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku, Tozai หรือ Toho ไปลงสถานี Odori จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 250 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/myzGWeZNKQJkXBNv5
4. อาคารที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดหลังเก่า (Former Hokkaido Government Office)
อาคารที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดหลังเก่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ อาคารอิฐแดง (Red Brick Office) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของซัปโปโร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1888 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารของฮอกไกโดนานกว่า 80 ปี ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อเมริกันนีโอบาโรก (American Neo-Baroque) ใช้อิฐสีแดงประมาณ 2.5 ล้านก้อนในการก่อสร้าง พร้อมหลังคาโดมแปดเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ฮอกไกโดและวัฒนธรรมชาวไอนุ รวมถึงร้านขายของที่ระลึกและคาเฟ่ ใครชอบถ่ายรูปอาคารสวยๆ หรืออยากเรียนรู้เรื่องราวของฮอกไกโด ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวซัปโปโร ที่ไม่ควรพลาด
เวลาเปิด–ปิด : 08:45 – 21:00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน / นักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษามหาวิทยาลัย 200 เยน / นักเรียนมัธยมต้นและเด็กเล็กเข้าชมฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku หรือ Toho ลงสถานี Sapporo จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 650 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/DwRxx4xLm4BgLztJ6
5. ภูเขาโมอิวะ (Mount Moiwa)
ไปเที่ยวธรรมชาติกันบ้าง ที่นี่คือ ภูเขาโมอิวะ มีความสูงประมาณ 531 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นภูเขาที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมืองมาตั้งแต่อดีต บนยอดเขาเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพเมืองซัปโปโรแบบพาโนรามา รวมถึงอาคารบ้านเรือนที่ทอดยาวไปจนถึงแนวภูเขาโดยรอบ ไฮไลต์อยู่ที่วิวยามค่ำคืนที่ทั้งเมืองซัปโปโรสว่างไสวด้วยแสงไฟ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 วิวยามค่ำคืนแห่งใหม่ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น (New Three Major Night Views of Japan) ร่วมกับเมืองนางาซากิและคิตะคิวชู การมาเที่ยวที่นี่จะได้ นั่งกระเช้า Mount Moiwa Ropeway ชมวิวป่าไม้และเมืองซัปโปโรจากมุมสูง ช่วงเวลาที่แนะนำคือ ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะจะได้ชมทั้งวิวเมืองช่วงกลางวัน แสงสีส้มของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และแสงไฟระยิบระยับของเมืองในยามค่ำคืน
เวลาเปิด–ปิด : 10:30 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม : ราคาแตกต่างกันตามจุดท่องเที่ยว
การเดินทาง : นั่งรถราง Sapporo Streetcar ลงสถานี Ropeway Iriguchi จากนั้นเดินต่อไปยังสถานีกระเช้าด้านล่าง
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/SPPskaEEJoqhK4iK8
6. สวนชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)
สาวกขนมหวานต้องถูกใจที่นี่แน่นอน! สวนชิโรอิ โคอิบิโตะ เป็นสวนธีมช็อกโกแลตของบริษัท ISHIYA ผู้ผลิตขนม Shiroi Koibito หรือคุกกี้แซนด์วิชสอดไส้ไวท์ช็อกโกแลตชื่อดังของฮอกไกโด โดดเด่นด้วยอาคารสไตล์ยุโรปคล้ายปราสาทในเทพนิยาย ตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ น้ำพุ และหอนาฬิกา ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ การเข้าชมกระบวนการผลิตขนม Shiroi Koibito ผ่านทางเดินชมโรงงาน พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของช็อกโกแลต และร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปทำขนมด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ให้ลิ้มลองขนมหวานและซอฟต์เสิร์ฟ รวมถึงร้านจำหน่ายของฝากยอดนิยมของฮอกไกโดให้ได้ละลายทรัพย์กันรัวๆ
เวลาเปิด–ปิด : 10:00 – 18:00 น.
ค่าเข้าชม : พื้นที่สวนและร้านค้า เข้าชมฟรี / ค่าเข้าชมกระบวนการผลิต ผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปีขึ้นไป) 1,200 เยน, เด็ก (อายุ 4 ขวบ – ระดับมัธยมต้น) 600 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าชมฟรี
เว็บไซต์ : https://www.shiroikoibitopark.jp/en/
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงสถานี Miyanosawa จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 650 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/pGLPJgTu8Q8s5Wcq8
7. ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)
ศาลเจ้าฮอกไกโด เป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเกาะฮอกไกโด ตั้งอยู่ในย่านมารุยามะ เมืองซัปโปโร ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1869 เพื่อประดิษฐานเทพเจ้าผู้คุ้มครองการบุกเบิกและพัฒนาฮอกไกโด ปัจจุบันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาสักการะและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล สุขภาพ และความสำเร็จในชีวิต ภายในศาลเจ้าโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม มีเสาโทริอิขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางเข้า พร้อมทางเดินที่ทอดยาวผ่านแนวต้นไม้สูงใหญ่ สร้างบรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับการเดินชมความงดงามของศาลเจ้าและสัมผัสวัฒนธรรมความเชื่อของชาวญี่ปุ่น
เวลาเปิด–ปิด : 07:00 – 16:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Maruyama Koen จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 850 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/n5v6f5PWA3JfHyEK9
8. สวนมารุยามะ (Maruyama Park)
ใครอยากพักจากบรรยากาศตัวเมือง พี่เห็ดแนะนำมาที่ สวนมารุยามะ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามารุยามะ โอบล้อมด้วยป่าไม้ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมือง ภายในสวนมีทางเดินชมธรรมชาติท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่ รวมถึงพื้นที่ป่าดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ทั้งยังมีต้นซากุระหลายสายพันธุ์กว่า 1,100 ต้น ผลิดอกสีชมพูและขาวสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณปลายเมษายน – ต้นพฤษภาคม หรือถ้ามาเที่ยวช่วงฤดูไม้ร่วง ประมาณกลางตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน ก็จะได้บรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี เป็นสีเหลือง ส้ม และแดง เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปท่ามกลางธรรมชาติ
เวลาเปิด–ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงสถานี Maruyama Koen จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 450 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/N8HioTLEDrkRE7XD9
9. สวนโมเอเรนุมะ (Moerenuma Park)
สวนโมเอเรนุมะ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร โดดเด่นด้วยการผสมผสานธรรมชาติเข้ากับศิลปะและสถาปัตยกรรม ออกแบบโดย อิซามุ โนกุจิ (Isamu Noguchi) ประติมากรชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิดการสร้างสวนทั้งแห่งให้เป็นประติมากรรมชิ้นเดียว ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ พีระมิดแก้วฮิดามาริ (Glass Pyramid Hidamari) อาคารกระจกขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของสวน และ ภูเขาโมเอเร (Mount Moere) เนินเขาจำลองที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวเมืองซัปโปโรได้แบบพาโนรามา นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีพื้นที่สีเขียวและผลงานศิลปะกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ เหมาะสำหรับการเดินเล่นพักผ่อนและถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
เวลาเปิด–ปิด : 07:00 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toho ลงสถานี Kanjo-dori Higashi จากนั้นต่อรถบัส Chuo Bus สาย Higashi 69 หรือ Higashi 79 ลงป้าย Moerenuma Koen Higashiguchi
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/QVnvMEPXf738A5hBA
10. ตลาดนิโจ (Nijo Market)
สายกินต้องไม่พลาด ตลาดนิโจ ตลาดอาหารทะเลเก่าแก่ใจกลางเมืองซัปโปโร มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสดใหม่จากทั่วฮอกไกโด ทั้งปูทาราบะ ปูขน หอยเชลล์ หอยเม่น และไข่ปลาแซลมอน รวมถึงผักผลไม้และของฝากท้องถิ่น มาถึงที่นี่ต้องไม่พลาด ข้าวหน้าทะเลสด ไคเซ็นด้ง (Kaisendon) เมนูยอดนิยมที่เสิร์ฟข้าวญี่ปุ่นพร้อมอาหารทะเลสดหลากหลายชนิด เช่น แซลมอน ทูน่า หอยเม่น และไข่ปลาแซลมอน นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลให้เลือกชิมมากมาย ทั้งปูยักษ์ย่าง หอยเชลล์ย่าง และซาชิมิสดๆ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ตลาดจะคึกคักไปด้วยร้านค้าและนักท่องเที่ยว ใครอยากลิ้มลองอาหารทะเลขึ้นชื่อของฮอกไกโด ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวซัปโปโร ที่ไม่ควรพลาด
เวลาเปิด–ปิด : 07:00 – 18:00 น.
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Sapporo Subway สาย Namboku, Toho หรือ Tozai มาลงที่สถานี Odori ทางออก 1 จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 300 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/sqcETibvgpMVDA7J6
11. มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University)
มหาวิทยาลัยฮอกไกโด เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่และมีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ภายในมหาวิทยาลัยมีพื้นที่สีเขียวกว้างขวาง อาคารเก่าแก่ และเส้นทางเดินที่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะ ถนนต้นแปะก๊วย (Ginkgo Avenue) ที่ทอดยาวประมาณ 380 เมตร มีต้นแปะก๊วยเรียงรายอยู่สองฝั่งถนนกว่า 70 ต้น ไฮไลต์อยู่ที่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ประมาณปลายตุลาคม – กลางพฤศจิกายน ต้นแปะก๊วยจะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง สร้างอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงาม และเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังของซัปโปโร
เวลาเปิด–ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Sapporo จากนั้นเดินต่อประมาณ 900 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/S9Eiv1dT2AutANex9
12. สวนฮิตสึจิกาโอกะ (Sapporo Hitsujigaoka Observation Hill)
เที่ยวซัปโปโร ไปเช็กอินจุดชมวิวธรรมชาติยอดนิยมของเมืองกันที่ สวนฮิตสึจิกาโอกะ โดดเด่นด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างใหญ่และฝูงแกะที่เลี้ยงอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ให้บรรยากาศชนบทของฮอกไกโด ไฮไลต์สำคัญคือ รูปปั้นดร.วิลเลียม เอส. คลาร์ก (Dr. William S. Clark) ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งวิทยาลัยเกษตรซัปโปโร โดยรูปปั้นมีท่าทางชี้มือไปข้างหน้าพร้อมคำขวัญอันโด่งดัง “Boys, be ambitious!” นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นโดยมีทุ่งหญ้าและวิวเมืองซัปโปโรเป็นฉากหลัง พร้อมชมฝูงแกะที่ออกมาเดินกินหญ้า
เวลาเปิด–ปิด :
– ตุลาคม – พฤษภาคม : 09:00 น. – 17:00 น.
– มิถุนายน – กันยายน : 09:00 น. – 18:00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมต้น 500 เยน / เด็กก่อนวัยเรียนฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toho Line ลงสถานี Fukuzumi จากนั้นต่อรถบัส Chuo Bus สาย Fuku 84 ลงป้าย Hitsujigaoka Tenbodai
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/tD4iBDFWm4mq1qY2A
13. สวนนากาจิมะ (Nakajima Park)
ถ้าอยากเดินเล่นพักผ่อนต้องมาที่ สวนนากาจิมะ ภายในสวนมีพื้นที่สีเขียวร่มรื่นและ สระน้ำโชบุ (Shobu Pond) ที่สามารถพายเรือชมธรรมชาติได้ รวมถึง อาคารโฮเฮคัง (Hoheikan) อาคารไม้สไตล์ตะวันตกสีฟ้าขาวที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1880 เพื่อใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกสำคัญ และ สวนญี่ปุ่น (Japanese Garden) ที่มีเรือนน้ำชาฮัสโซอัน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบเหมาะกับการเดินถ่ายรูป พักผ่อนชิลๆ โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกเมือง
เวลาเปิด–ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku ลงสถานี Nakajima Koen จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 700 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/xpd8yR5HJoFhMban6
14. หมู่บ้านประวัติศาสตร์ฮอกไกโด (Historical Village of Hokkaido)
ใครชอบบรรยากาศญี่ปุ่นย้อนยุค ต้องมาที่ หมู่บ้านประวัติศาสตร์ฮอกไกโด หรือที่รู้จักกันในชื่อ หมู่บ้านไคตาคุโนะมุระ (Kaitaku no Mura) เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1983 เพื่ออนุรักษ์อาคารเก่าแก่และถ่ายทอดวิถีชีวิตของผู้คนในฮอกไกโดช่วงยุคเมจิถึงต้นยุคโชวะ ภายในหมู่บ้านรวบรวมอาคารประวัติศาสตร์กว่า 50 หลัง ทั้งบ้านเรือน ร้านค้า โรงเรียน และอาคารราชการ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซน ได้แก่ ย่านเมือง หมู่บ้านชาวประมง หมู่บ้านเกษตรกรรม และหมู่บ้านบนภูเขา ให้บรรยากาศเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสฮอกไกโดในอดีต
เวลาเปิด–ปิด : 09:30 – 16:30 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป 1,000 เยน / นักเรียนมัธยมต้น และผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงสถานี Shin-Sapporo จากนั้นต่อรถบัส JR Hokkaido Bus สาย Shin 22 มาลงป้าย Kaitaku-no-Mura จากนั้นเดินตี่กประมาณ 100 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/kTWBKqvGbiHskPc97
15. โจซังเคออนเซ็น (Jozankei Onsen)
ปิดท้ายด้วย โจซังเคออนเซ็น ย่านน้ำพุร้อนชื่อดังในเขตซัปโปโรที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาและธรรมชาติ สามารถเดินทางจากใจกลางเมืองด้วยรถยนต์ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดดเด่นด้วยบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติและเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและสัมผัสวัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นแบบญี่ปุ่น เพลิดเพลินไปกับการแช่ออนเซ็นกลางแจ้งพร้อมชมวิวภูเขา เดินเล่นชมธรรมชาติริมแม่น้ำ และถ่ายรูปกับ สะพานแขวนฟุตามิ (Futami Suspension Bridge) สะพานสีแดงที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโจซังเค โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วง ประมาณกลาง-ปลายตุลาคม ป่าไม้ทั่วหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโด ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยวในเมืองมาพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติห้ามพลาดที่นี่เลย
เวลาเปิด–ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย Jotetsu Bus หมายเลข 7 และ 8 จาก Sapporo Station Bus Terminal และลงที่ป้าย Jozankei Onsen
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/iGw8zSSBPMzMD31A9
ซัปโปโรเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของฮอกไกโดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งแลนด์มาร์กสำคัญใจกลางเมือง อาคารประวัติศาสตร์ ศาลเจ้า สวนสาธารณะ จุดชมวิว และแหล่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ โดยทั้ง 15 ที่เที่ยวซัปโปโร ที่พี่เห็ดรวบรวมมาต่างก็มีเสน่ห์และเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ทั้งยังมีระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทำให้เดินทางสะดวกสบายมาก จะเลือกไปเที่ยวเอง หรือไป ทัวร์ซัปโปโร กับมัชรูมทราเวลก็สนุกฟินสุดๆ ไปเลย
