โยโกฮามะ (Yokohama) เมืองท่าบรรยากาศดีในจังหวัดคานากาว่า ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ไม่แพ้โตเกียว มีครบทั้งแลนด์มาร์กริมอ่าว จุดถ่ายรูปสวย แหล่งช้อปปิ้ง และของกินน่าสนใจ แถมยังเดินทางสะดวก จากโตเกียวนั่งรถไฟมาโยโกฮาม่าใช้เวลาประมาณ 25 นาทีเท่านั้น เหมาะมากสำหรับทริปแบบไปเช้า–เย็นกลับ ใครกำลังมองหา ที่เที่ยวโยโกฮาม่า สำหรับทริป เที่ยวญี่ปุ่น เส้นทางโตเกียว แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนดี บทความนี้พี่เห็ดจาก มัชรูมทราเวล รวบรวม 10 พิกัดเด็ด เที่ยวโยโกฮาม่า มาให้แบบเน้นๆ ทั้งที่กิน ที่ช้อป ที่เที่ยว และจุดชมวิว ตามพี่เห็ดไปปักหมุดกันได้เลยค่ะ
1. โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า (Yokohama Red Brick Warehouse)
เริ่มกันที่หนึ่งในแลนด์มาร์กที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่ามาถึงโยโกฮาม่าแล้ว นั่นก็คือ โกดังอิฐแดงริมอ่าว อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี สร้างขึ้นช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อใช้เป็นโกดังศุลกากรของท่าเรือ ก่อนจะได้รับการบูรณะและเปิดใหม่ในปี 2002 ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ พื้นที่จัดแสดง กิจกรรม แถมบริเวณรอบอาคารยังใช้จัดอีเวนต์ตามฤดูกาลอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึง 25 ธันวาคม จะมี ตลาดคริสต์มาสในโกดังอิฐแดง ที่บรรยากาศสนุกสนานและอบอุ่นสุดๆ นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น ถ่ายรูป ช้อปของฝาก นั่งชิล และชมวิวอ่าว ช่วงเย็นถึงค่ำตัวอาคารจะเปิดไฟทำให้บรรยากาศสวยและโรแมนติกกว่าเดิม
เวลาเปิด-ปิด : อาคาร 1 10:00–19:00 น. / อาคาร 2 11:00–20:00 น.
ค่าเข้าชม : พื้นที่ทั่วไปเข้าฟรี (กิจกรรมหรืออีเวนต์อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
เว็บไซต์ : https://www.yokohama-akarenga.jp/
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Minatomirai มาลงสถานี Bashamichi หรือ Nihon-Odori จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 600 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/QSQs6jXMsqwiyDWZA
2. โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ (Yokohama Chinatown)
สายกินต้องเผื่อท้องให้ ที่เที่ยวโยโกฮาม่า ที่นี่เลย โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ เป็นย่านไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยร้านอาหารจีน ร้านขนม และร้านค้า รวมกว่า 600 ร้าน ไฮไลต์จึงหนีไม่พ้นการตระเวนชิมอาหารจีน ทั้งติ่มซำ เสี่ยวหลงเปา ซาลาเปา เป็ดปักกิ่ง ของหวาน และสตรีทฟู้ดที่ซื้อเดินกินได้ตลอดทาง นอกจากนี้ยังมีร้านขายชา เครื่องเทศ และสินค้าสไตล์จีนให้เลือกช้อปอีกเพียบ บรรยากาศของย่านโดดเด่นด้วยถนนที่เต็มไปด้วยป้ายร้านสีสันสดใสและซุ้มประตูจีนที่ตกแต่งอย่างประณีตสวยงาม ช่วงเทศกาลตรุษจีนบอกเลยว่าคึกคักมาก
เวลาเปิด-ปิด : ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 11:00 – 21:00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
เว็บไซต์ : https://www.chinatown.or.jp/
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Minatomirai มาลงสถานี Motomachi-Chukagai จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 500 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/SREej1voopXJLFoc9
3. สวนยามาชิตะ (Yamashita Park)
เดินจากไชน่าทาวน์มาเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ สวนยามาชิตะ สวนริมทะเลที่ทอดยาวเลียบอ่าวเกือบ 700 เมตร เปิดให้บริการเมื่อปี 1930 โดยพื้นที่สวนส่วนหนึ่งเกิดจากการนำเศษซากอาคารจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในคันโตเมื่อปี 1923 มาถมทะเลเพื่อฟื้นฟูเมือง จนกลายเป็นสวนริมทะเลแห่งแรกของญี่ปุ่น เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศเปิดโล่งริมอ่าว ภายในมีสนามหญ้า น้ำพุ อนุสาวรีย์หลายแห่ง พร้อมด้วยไฮไลต์อย่าง Future Rose Garden สวนกุหลาบที่มีประมาณ 1,900 ต้น 160 สายพันธุ์ บานสะพรั่งทั้งในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เหมาะกับการมาเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งรับลมทะเล และชมวิว
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Minatomirai มาลงสถานี Motomachi-Chukagai จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 200 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/hD4vX9PpgP4QnrCE7
4. Cosmo Clock 21
Cosmo Clock 21 คือชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโยโกฮาม่าและย่านมินาโตะมิไร ความสูง 112.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 100 เมตร มีทั้งหมด 60 กระเช้า ใช้เวลาหมุนครบรอบประมาณ 15 นาที ระหว่างทางจะได้เห็นวิวแบบพาโนรามา ทั้งอ่าวโยโกฮาม่า ตึก และแลนด์มาร์กต่างๆ จากมุมสูง ทั้งยังมีกระเช้าแบบพื้นและผนังโปร่งใส (See-through Gondola) จำนวน 4 กระเช้า สำหรับคนที่อยากชมวิวแบบเต็มตายิ่งขึ้น นอกจากนี้บริเวณกลางวงล้อยังมีนาฬิกาดิจิทัลขนาดใหญ่ พร้อมระบบไฟประดับที่สร้างลวดลายและภาพเคลื่อนไหวต่างๆ บนตัวชิงช้าสวรรค์ ทำให้โยโกฮาม่ายามค่ำคืนมีสีสันกว่าเดิม
เวลาเปิด-ปิด : 11:00 – 22:00 น.
ค่าขึ้นชิงช้าสวรรค์ : 1,000 เยน
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Minatomirai มาลงสถานี Minatomirai จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 700 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/o3pQC1b94URTrLp68
5. กระเช้าลอยฟ้าโยโกฮาม่า (Yokohama Air Cabin)
เปิดประสบการณ์ เที่ยวโยโกฮาม่า ให้สนุกขึ้นด้วยการไปขึ้น กระเช้าลอยฟ้าโยโกฮาม่า เป็นกระเช้าลอยฟ้าในเมืองที่เชื่อมบริเวณหน้าสถานี JR Sakuragicho กับ Canal Park ในย่าน Shinko ระยะทางประมาณ 630 เมตร ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ระหว่างทางจะได้เห็นวิวจากมุมสูง ทั้งอาคาร ท่าเรือ และชิงช้าสวรรค์ แต่ถ้ามาตอนกลางคืนก็จะเห็นบรรยากาศแสงไฟเมือง สวยไปอีกแบบ ใครอยากเห็นวิวโยโกฮาม่าแบบ 360 องศาบอกเลยว่าห้ามพลาด
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 22:00 น.
ค่าโดยสาร :
– ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) : เที่ยวเดียว 1,000 เยน / ไปกลับ 1,800 เยน
– เด็ก (อายุ 3 – 11 ปี) : เที่ยวเดียว 500 เยน / ไปกลับ 900 เยน
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Negishi มาลงสถานี Sakuragicho ทางออก East จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 500 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/cHz5csfzN7jKtb2t5
6. พิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วยโยโกฮาม่า (Cup Noodles Museum Yokohama)
จากแลนด์มาร์กกลางแจ้งเปลี่ยนมา เที่ยวโยโกฮาม่า แนวพิพิธภัณฑ์กันบ้าง กับ พิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วยโยโกฮาม่า ถ่ายทอดเรื่องราวและแนวคิดของ โมโมฟุกุ อันโดะ (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้ง Nissin Foods และผู้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดแรกของโลก ภายในพิพิธภัณฑ์เล่าถึงกระบวนการคิดค้น ทดลอง และความคิดสร้างสรรค์เบื้องหลังบะหมี่ถ้วยที่กลายเป็นอาหารยอดนิยมไปทั่วโลก ไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดคือ My CUPNOODLES Factory กิจกรรมที่เราสามารถออกแบบลายบนถ้วยด้วยตัวเอง เลือกซุป และท็อปปิ้งต่างๆ เอง รวมถึง Chicken Ramen Factory ที่ให้ลองทำเส้นตั้งแต่ขั้นตอนนวดแป้ง รีด ตัดเส้น ไปจนถึงปรุงรส สายกิจกรรมถูกใจแน่นอน
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 18:00 น. (ปิดวันอังคาร)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน
เว็บไซต์ : https://www.cupnoodles-museum.jp/en/yokohama/
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Minatomirai มาลงสถานี Minatomirai หรือ Bashamichi จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 600 – 800 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/jQR5KagXa3Bp37CG7
7. ท่าเรือโอซันบาชิ (Osanbashi Pier)
ท่าเรือโอซันบาชิ หรือ Osanbashi Yokohama International Passenger Terminal เป็นท่าเรือสำราญนานาชาติที่สำคัญของโยโกฮาม่า มีความพิเศษตรงที่ ดาดฟ้าชมวิวขนาดใหญ่ Kujira no Senaka หรือ หลังวาฬ โดยมีการออกแบบเป็นทางเดินไม้โค้งลาดขึ้นลงคล้ายคลื่นทะเล พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียว ความยาวประมาณ 430 เมตร เปิดให้ขึ้นไปเดินเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากด้านบนสามารถชมวิวได้ไกลสุดสายตา มองเห็น ที่เที่ยวโยโกฮาม่า แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองรวมอยู่ในเฟรมเดียวกัน เป็นจุดยอดนิยมสำหรับเดินเล่น นั่งรับลม ถ่ายรูป และชมวิว ยิ่งช่วงเย็นๆ จะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินฟินสุดๆ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
เว็บไซต์ : https://osanbashi.jp/
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Minatomirai มาลงที่สถานี Nihon-Odori จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 650 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/xPjiMcSE5pz27qus8
8. สวนซันเคเอ็น (Sankeien Garden)
ใครอยากสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในโยโกฮาม่า ต้องมาที่ สวนซันเคเอ็น สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่กว่า 175,000 ตารางเมตร จุดเด่นคือการนำอาคารประวัติศาสตร์จากเกียวโต คามาคุระ และพื้นที่อื่นๆ ทั่วญี่ปุ่นมาจัดวางท่ามกลางสระน้ำ เนินเขา และต้นไม้ตามฤดูกาล ไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ เจดีย์สามชั้นแห่งวัดโทเมียวจิเดิม (Three-Story Pagoda of Former Tomyoji Temple) ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1457 และย้ายจากเกียวโตมาไว้ที่นี่ในปี ค.ศ. 1914 โดยถือเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดภายในสวน นอกจากนี้ยังเป็นสวนที่วิวทิวทัศน์เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทั้งดอกบ๊วย ซากุระ ดอกบัว และใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศไม่ซ้ำ เป็น ที่เที่ยวโยโกฮาม่า ที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป 900 เยน / นักเรียนประถมและมัธยมต้น 200 เยน
เว็บไซต์ : https://www.sankeien.or.jp/
การเดินทาง : จากสถานี Yokohama ทางออก East ขึ้นรถบัส Yokohama Municipal Bus สาย 8 หรือ 148 มาลงที่ป้าย Sankeien-Iriguchi จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 350 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/9pvu4mpnjm9vqL8h9
9. ถนนช้อปปิ้งโมโตมาจิ (Motomachi Shopping Street)
ถนนช้อปปิ้งโมโตมาจิ เป็นย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ของโยโกฮาม่า ความยาวประมาณ 600 เมตร ให้บรรยากาศแบบตะวันตก เนื่องจากเติบโตขึ้นพร้อมกับชุมชนชาวต่างชาติในบริเวณย่านยามาเตะซึ่งอยู่ติดกัน ที่นี่เต็มไปด้วยร้านแฟชั่นที่มีทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ไปจนถึงร้านของแต่งบ้าน และร้านอาหาร คาเฟ่ รวมกว่า 200 ร้าน เรียงต่อกันตลอดย่าน เดินเล่นได้แบบเพลินๆ ถ้ามาเที่ยวช่วงเดือนกุมภาพันธ์และกันยายน จะมีเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ประจำปี Motomachi Charming Sale ทำให้ถนนเส้นนี้คึกคักเป็นพิเศษ
เวลาเปิด-ปิด : แตกต่างกันไปในแต่ละร้าน (ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์)
ค่าเข้าชม : ฟรี
เว็บไซต์ : https://www.motomachi.or.jp/
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Minatomirai มาลงที่สถานี Motomachi-Chukagai จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 400 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/qPBkaXK9BYEUeNsr8
10. พิพิธภัณฑ์ราเมนชินโยโกฮาม่า (Shin-Yokohama Ramen Museum)
ปิดท้าย ที่เที่ยวโยโกฮาม่า ด้วยพิกัดที่สายราเมนน่าจะถูกใจ พิพิธภัณฑ์ราเมนชินโยโกฮาม่า เป็นสวนสนุกธีมราเมนแห่งแรกของโลก เปิดมาตั้งแต่ปี 1994 ด้วยแนวคิดที่อยากให้นักท่องเที่ยวสามารถชิมราเมนขึ้นชื่อจากหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นได้ในที่เดียวโดยไม่ต้องเดินทางไปตามแต่ละจังหวัด ไฮไลต์อยู่บริเวณชั้นใต้ดินที่จำลอง ถนนญี่ปุ่นในปี 1958 เอาไว้ ทั้งบ้านเรือน ร้านค้า ป้ายโฆษณา และแสงไฟในบรรยากาศย้อนยุค ทั้งยังเป็นปีที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดแรกของโลกถือกำเนิดขึ้นด้วย ภายในถนนจำลองที่มีร้านราเมนหลายร้านให้เลือกชิม ตั้งแต่ราเมนมิโสะ โชยุ ทงคตสึ ไปจนถึงราเมนท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยว ถ่ายรูป ตระเวนกินราเมน หรือจะลองทำราเมนเองก็ได้
เวลาเปิด-ปิด :
– วันจันทร์ – ศุกร์ 11:00 – 21:00 น.
– วันเสาร์ – อาทิตย์ 10:30 – 21:00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (อายุ 19 ปีขึ้นไป) 450 เยน / เด็ก (อายุ 6–18 ปี) 100 เยน / เด็กเล็ก (ต่ำกว่า 6 ปี) ฟรี
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดิน Yokohama Municipal Subway สาย Blue Line มาลงที่สถานี Shin-Yokohama จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 200 เมตร
เว็บไซต์ : https://www.raumen.co.jp/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/udemaDpGBKG8GFdv8
โยโกฮาม่าเหมาะกับคนที่อยากออกจากโตเกียวมาสัมผัสบรรยากาศเมืองท่าชิลๆ มีที่เที่ยวครบ ตั้งแต่โกดังอิฐแดง ไชน่าทาวน์ ถนนช้อปปิ้ง สวนญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑ์สำหรับสายกิน แถมเดินทางจากโตเกียวไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้สัมผัสอีกบรรยากาศแล้ว ใครวางแผนไป ทัวร์โตเกียว หรือไป ทัวร์ญี่ปุ่น แล้วมีฟรีเดย์ก็เลือกโยโกฮาม่าไว้ในแพลนได้เลย รับรองว่าเที่ยวสนุกไม่แพ้เมืองใหญ่เลย
