Mushroom Travel

วิว ดูไบ 5 วัน 2 คืน ทำอะไรได้บ้าง ?

รีวิว ดูไบ 5 วัน 2 คืน ทำอะไรได้บ้าง ?

“In Dubai we don’t wait for things to happen”

สงกรานต์นี้คุณผู้อ่านที่ชอบเที่ยวเมืองเก๋ๆ ไม่เหมือนใครลองมาเที่ยวที่นี่ดูค่ะกับ “ดูไบ” เมืองเล็กๆ ของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งดูไบเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บนชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้คือทะเลทรายอาหรับที่สวยงามแตกต่างจากทะเลทรายในส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีโอเอซิสตามธรรมชาติอยู่ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากดูไบมีอาณาเขตติดกับทะเลจึงทำให้ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกที่มีอัตราการเติบโตของเมืองสูงมาก โดยวันนี้เราจะ รีวิว ดูไบ แค่ 5 วัน 2 คืน กันค่ะว่าทำอะไรได้บ้าง

ซึ่งอันดับแรกเราต้องจองตั๋วก่อนค่ะ โดยเลือกวัน เวลา

ที่จะไป-กลับ โดยสายการบินที่บินตรงไปดูไบจากไทยมีแค่ 2 สายการบิน คือ Emirate airline และ การบินไทย ใช้เวลาบินประมาณ 6.50 ชั่วโมง แต่ขอแนะนำว่าบินกับ Emirate ดีที่สุด เพราะทางสายการบินจะเป็นสปอนเซอร์ในการยื่นขอวีซ่าให้เราด้วย คือว่าเราจะเดินดุ่มๆ ไปขอวีซ่าเองที่สถาณฑูต UAE เขาไม่ทำให้นะคะ การที่จะเข้าประเทศนี้ ต้องมีสปอนเซอร์ซึ่งก็คือสายการบินของ UAE หรือโรงแรมที่อยู่ใน UAE และหรือ คนที่รู้จักที่อาศัยอยู่ที่นู้น เป็นคนทำเรื่องให้เท่านั้นค่ะ ง่ายที่สุดก็คือการจองตั๋วกับ Emirate แล้วเขาจะทำเรื่องขอวีซ่าให้เราเลย สะดวกมากๆ

ในส่วนของการเตรียมเอกสารสำหรับยื่นขอวีซ่า

1. Flight Booking no. หรือ เอกสารการจองตั๋วของ Emirate Airline
2. รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว 1 ใบ (ใบหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่น พื้นหลังรูปต้องเป็นสีขาว)
3. Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
4. หนังสือรับรองการทำงาน จากสถานที่ทำงาน
5. Hotel Booking (สถานที่พักใน Dubai หากไม่ได้พักที่โรงแรม หรือมีที่พักกับเพื่อนหรือคนรู้จักที่นู่น ก็เตียมข้อมูลไปด้วย เพราะต้องใช้เวลากรอกเอกสารยื่นขอวีซ่า)
6. สำเนาบัตรประชาชน
7. สำเนา Passport (แบบสีนะค่ะ ถ่ายเอกสารตรงข้อมูลของผู้ถือ Passport และถ้าหากคุณเคยเดินทางไปประเทศไหนมาแล้วบ้าง มีกี่แสตมป์ใน Passport คุณ ขอแนะนำว่าถ่ายไปด้วยเลยค่ะ เพราะเขาจะได้พิจารณาได้ง่ายว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวจริง ไม่ได้โรบินฮู้ด)
8. สำเนาทะเบียนบ้าน
9. ค่าขอทำวีซ่า 3,860 บาท (ต้องเก็บใบเสร็จให้ดีนะค่ะ เพราะต้องใช้ตอนมารับวีซ่า)
** เอกสารทุกอย่าง เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง ยกเว้น เอกสาร Passport และ หนังสือรับรองการทำงาน**

เมื่อเตรียมเสร็จแล้วขอแนะนำว่าก่อนวันเดินทางสัก 15 วันค่อยทำเรื่องยื่นขอวีซ่าค่ะ โดยนำเอกสารทั้งหมด ไปที่ Emirate office @BB tower ชั้น 2 กทม. เมื่อได้วีซ่ามาแล้ว ตั๋วพร้อม ก็ไปเที่ยวดูไปกันเลยค่าาาา

หลังจากที่เราบินถึงดูไบแล้ว จะไปแวะเที่ยวที่เมืองอาบูดาบีก่อนค่ะ ไม่ว่าจะเป็น มัสยิดหลวง Sheikh Zayed, เอมิเรตส์เฮอร์ริเทจ, เอมิเรตส์พาเลซ แล้วจึงค่อยกลับมาเที่ยวที่ดูไบ ซึ่งที่ดูไบก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ไม่แพ้กันเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น บุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงกว่า 800 เมตร และมีจำนวนชั้นมากถึง 169 ชั้น ภายในประกอบด้วยโรงแรมหรูที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกอย่างจิออร์จิโอ อาร์มานี่ ชั้น 78 เป็นส่วนของสระว่ายกลางแจ้งขนาดใหญ่ ชั้นที่ 123-124 เขาเปิดให้เป็นจุดชมวิวประจำตึก

ระดับความน่าไป : ✰✰✰✰✰
แผนที่ :

รีวิว ดูไบ ต่อกันที่ ชายหาดจูไมร่าห์ เป็นหาดทรายสีขาวที่ทอดยาวไปตามชายฝั่งทางใต้ของย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้และมีพื้นที่ติดกับเกาะต้นปาล์มอันมีชื่อเสียงของดูไบ นอกจากนั้นยังเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุด ชายหาดเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงโรงแรม รีสอร์ท สวนน้ำ และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และทันสมัย จึงไม่แปลกใจเลยค่ะที่เราจะเห็นว่าทะเลอาหรับของอ่าวเปอร์เซียแห่งนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี สวย เคลิ้ม มาก ค่ะ !!
ระดับความน่าไป : ✰✰✰✰✰
แผนที่ :

ชมน้ำพุเต้นระบำ อันแสนจะเพลิดเพลินกันค่ะ ซึ่งเป็นน้ำพุที่สวยงามที่สุดติดอันดับต้นๆ ของโลกเลยนะเนี่ย พร้อมสัมผัสบรรยากาศ.. สุดแสนโรแมนติก ของทะเลสาบน้ำพุสีฟ้าคราม เปรียบเสมือนเวเนเชี่ยน..แห่งดูไบ อันงดงาม ซึ่งตั้งอยู่คู่กับ โรงแรมสุดหรู ถึง 2 แห่งคือ The Address Hotel และ Amani Hotel ซึ่งตั้งอยู่ในตึก Burj Khalifa หรือตึก Burj Dubai นั่นเอง

ระดับความน่าไป : ✰✰✰✰✰
แผนที่ :

เข้าชมพิพิธภัณฑ์ดูไบ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดในดินแดนตะวันออกกลาง สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 และมีการบูรณะใหม่หลายครั้ง ซึ่งที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชนชาติอาหรับเอมิเรตส์ เช่น การค้นพบผลงานทางศิลปะที่มีอายุมากกว่า 4,000 ปี รวมทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่างๆ นอกจากนั้นยังมีการฉายภาพในระบบที่ทันสมัยเพื่อพานักท่องเที่ยวย้อนเวลาไปชมวิถีชีวิตของชาวอาหารับในมัยโบราณ รวมถึงเมืองดูไบก่อนการพัฒนาดังเช่นที่เห็นในปัจจุบัน เป็นต้น
ระดับความน่าไป : ✰✰✰✰✰
แผนที่ :

เดอะ ดูไบ มอลล์ คือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังจากทั่วโลก อาทิ Waitrose และ Hamleys ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในตะวันออกกลางแล้ว ที่นี่ยังมีจุดน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งตลาดซื้อขายทองคำ ลานสเก็ตน้ำแข็งที่ได้มาตรฐานโอลิมปิก ไปจนถึงศูนย์รวมแฟชั่น นอกจากนั้นยังประกอบด้วยอควาเรียมที่ได้รับการบันทึกในระดับโลกว่าเป็นตู้กระจกอะคริลิกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ระดับความน่าไป : ✰✰✰✰✰
แผนที่ :

สถานที่สุดท้ายที่เราจะมา รีวิว ดูไบ กันในวันนี้ ก็คือ ตลาดทองคำ เป็นตลาดทองที่ใหญ่สุดในโลกซึ่งยังคงสภาพเดิม ในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ปรับโฉมเป็นห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสมัยใหม่ โดยที่ขายทุกอย่างที่เป็น JEWELRY เช่น มุก และอัญมณีต่างๆ โดยมีร้านทองมากมายกว่า 100 ร้าน ที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับลวดลายสวยงามแปลกตา และหลากหลายดีไซน์ให้ได้เลือกซื้อหา
ระดับความน่าไป : ✰✰✰✰
แผนที่ :

ดูไบเป็นเมืองที่เที่ยวเองก็สนุก เที่ยวทัวร์สะดวกสบาย ถ้าอยากเที่ยวสบายๆ ลองดูโปรแกรมทัวร์จากมัชรูมทราเวลดูสิคะ ชีวิตง่ายกว่ากันเยอะ คลิกเล้ย!!!
www.mushroomtravel.com


บทความแนะนำ ที่เกี่ยวข้อง

แนะนำ 8 แหล่งท่องเที่ยวสุดไฮเทคใน อาบูดาบี ดูไบ
พา เที่ยว อาบูดาบี ใช้ชีวิตฟุ้งๆ หรูๆ สักครั้งในชีวิต !

ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1.กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ดูไบให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

วิว ดูไบ 5 วัน 2 คืน ทำอะไรได้บ้าง ? was last modified: February 17th, 2017 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version