Mushroom Travel

เที่ยวฟูจิ พักสุดยอดเรียวกังแห่งทะเลสาบ Kawaguchiko Part1

. . . .ข อ เ ก ริ่ น สั ก นิ ด. . . .Review นี้ผมตัดมาแค่บางช่วงบางตอนของทริปตะลุยโตเกียว (8 วัน 7 คืน) นะครับ ซึ่งเป็น 2 วัน 1 คืน ที่ได้ไปเที่ยวเมือง Kawaguchiko โดยจองที่พักเรียวกัง Shuhoukaku Kogetsu ที่ต้องตัดเป็นตอนๆ เพราะทำทั้งหมดไม่ไหว รูปเยอะมว๊ากกกกกกก ยังไงฝากติดตามด้วยนะครับ ^^

พูดถึงเมืองเที่ยวรอบๆ โตเกียวแล้ว หลายๆ คนคงนึกถึง Kawaguchiko เพราะไปง่ายและไม่ไกลนักจากโตเกียว แถมได้เห็นวิวสวยๆ จากฟูจิซังแบบเต็มๆ ผมเดินทางไปช่วงกลางเดือนธันวา ซึ่งตอนนั้นอากาศแปรปรวนมาก เดี๋ยวบางวันก็ร้อน บางวันก็หนาวมากสุดๆ ยิ่งวันที่มีลมแรงๆ นะ บรื๋ยยยย .. มาเข้าเรื่องกันดีกว่าา

วั น แ ร ก : เที่ยวฟูจิ มุ่ ง ห น้ า สู่ K a w a g u c h i k o ! !

เช้าวันนี้ อากาศดี๊ดี เย็นสบาย ฟ้าใส.. ผมนั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Shinjuku เพื่อจะมาขึ้นรถบัสไป Kawaguchiko ครับ เช้าๆ แบบนี้ก็จะเห็นคนญี่ปุ่นเดินจ้ำเอาจ้ำเอา สงสัยรีบไปทำงานกัน สังเกตจะเห็นคนญี่ปุ่นใส่แต่ชุดสีดำ ส่วนใบไม้สีเหลืองก็ยังพอมีให้เห็นบ้าง

จากสถานีออกทาง West exit เดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับตึก Yodobashi ใหญ่ๆ เลยครับ แสดงว่ามาถูกทางแล้ว เพราะตำแหน่งที่ขึ้นรถบัสก็อยู่ตรงข้ามตึกนี้แหละครับ เป็นรถบัสของบริษัท Keio เห็นมะตึกอยู่ตรงข้ามกันเลย หาไม่ยาก

เข้ามาด้านในตึกก็จะเป็นเคาน์เตอร์ซื้อตั๋ว จะมาซื้อที่นี่ก็ได้ หรือจะจองตั๋วออนไลน์มาก่อนแล้วค่อยมาจ่ายเงินที่นี่ก็ได้ ผมจองออนไลน์มาแล้วจากเว็ปนี้ highway-buses.jp ก็แค่พริ้นท์ใบที่เราจองมาแล้วมายื่นหน้าเคาน์เตอร์จ่ายเงิน แล้วเขาก็จะให้ตั๋วจริงมาครับ

ได้ตั๋วแล้วก็รอเวลารถออกตามที่เราจองมาครับ ในตึกมีจัดที่นั่งชั้นใต้ดิน ไว้สำหรับนั่งรอนะครับ ถ้าใครไม่อยากออกไปเผชิญความหนาวด้านนอก แต่ผมไม่.. ออกไปเดินถ่ายรุปเล่นดีกว่า

เดินไป เดินมา เข้าเซเว่น เลยไปเจอไอศกรีมที่เห็นหลายๆ คนรีวิวว่าอร่อย ก็เลยลองจัดดูบ้าง รสชาติหวานๆ เค็มๆ เหมือนกินชีสเค้ก ก็อร่อยดีนะ (หนาวก็หนาว ยังจะกินไอติม -*-)

เดินเล่นได้สักพักก็ถึงเวลา รถมาแล้วววว! ตรงเวลาเป๊ะๆ ตอนนั้นของผมที่จองไว้รอบ 09:10 เราก็มายืนรอที่ป้ายสักประมาณ 9 โมง เพื่อเขาจะได้โหลดกระเป๋าเราใส่ใต้ท้องรถนะครับ จากนั้นก็ออกเดินทางโลดดดด ใช้เวลาจาก Shinjuku ไปยัง Kawaguchiko station ประมาณ 2 ชั่วโมง ลงที่สถานีปลายทางเลย เพราะฉะนั้นหลับได้ ไม่ต้องกลัวหลงครับ ส่วนใครที่อยากแวะสวนสนุก Fuji Q Highland ก็ลงก่อน Kawaguchiko 1 สถานีครับ รถจะแวะเข้าไปจอดหน้าทางเข้าสวนสนุกเลย

พอขึ้นรถมาสักพัก ก็ตั้งใจอยากดูวิวข้างทางอ่ะนะ แต่ไม่ไหวตื่นเช้าขอหลับสักงีบละกัน ZzzzZz..z..Z..zz….z หลับได้งีบใหญ่ๆ ตื่นมาก็ เอ๊ะ!! ถึงสวนสนุก Fuji Q แล้วววว เร็วเวอร์

สักพักเราก็จะเริ่มมองเห็นภูเขาไฟฟูจิแล้วครับ แต่วันนี้น่าเสียดาย มีหมู่มวลเมฆลอยระร่อง คอยปกปิดความสวยงามของนางอยู่

ในที่สุดก็มาถึง Kawagichiko Station ตอนนั้น 11:10 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. พอดิบพอดีเลย ด้านในสถานีก็จะเป็นสถานีรถไฟด้วย มีทั้งร้านอาหาร ห้องน้ำ และที่จำหน่ายตั๋ว Sight seeing bus หรือเรียกว่า Retro bus สำหรับนั่งชมเมืองของที่นี่ครับ

ตั๋วท่องเที่ยวจะมีแบบเดียวคือ 2 day pass สำหรับผู้ใหญ่ 1,200Y และเด็ก 600Y ซึ่งไปได้ทั้ง 2 เส้นทางนะครับ คือ Lake Saiko กับ Lake Kawaguchiko รายละเอียด Retro bus เส้นทางการเดินทาง รอบเวลา ยังไงลองไปศึกษาดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บนี้นะครับ >>> bus-en.fujikyu.co.jp

พอได้บัตร Retro bus เสร็จแล้วปุ๊บ ผมก็นึกขึ้นได้ “เฮ้ยจำได้ว่าตอนนั่งรถมา ฟูจิซังเขินอายนี่หว่า” เนื่องด้วยวันนั้นสภาพอากาศไม่ค่อยอำนวย ฟ้าไม่เปิดครับ ซึ่งผมคิดไปคิดมาแล้วว่า ถ้าเรานั่งกระเช้าขึ้นไปดูวิวก็คงไม่สวยแน่ๆ แล้วเวลาเหลือตั้งเยอะ (ตอนนั้นประมาณ 11:30) ทำอะไรดีล่ะ.. ก็เลยปิ๊งไอเดีย ณ เดี๋ยวนั้นเลย เอาวะ! ไปเล่น Fuji Q ก็ได้ เพราะเห็นตอนมาดูท่าทางคนไม่เยอะ เล่นเฉพาะอันเด็ดๆ ก็คงใช้เวลาไม่นาน..

กลับมาจาก Fuji-Q ก็มาขึ้น Retro bus ที่สถานี Kawaguchiko เหมือนเดิมครับ ในรูปเป็นสายสีเขียวไป Lake Saiko นะครับ ส่วนที่เราจะไปคือสายสีแดงลืมถ่ายมาครับ 55+ เพราะตอนนั้นจำได้ว่าปวดหัวทรมานมาก จากเครื่องเล่นไม่มีอารมณ์อยากถ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ไป Check In – Shuhoukaku Kogetsu กันดีกว่าครับ จาก Kawaguchiko Station ก็ขึ้น Red line มาลงที่สถานีเบอร์ 19 เรียวกังของเราก็จะตั้งอยู่ตรงป้ายนี้เลย เดินมาประมาณ 3 ก้าว อ้าวเจอแล้วววว เรียวกัง Shuhoukaku Kogetsu

เข้าไปด้านในก็จะมีพนักงานมาต้อนรับอย่างดีครับ ดีจนผมก็เกรงใจเขา ไม่กล้าหยุดถ่ายรูปบรรยากาศภายในเรียวกัง ได้แต่เดินตามพนักงานมาเรื่อยๆ จนถึงห้อง พอเปิดประตูไปปุ๊บ วิวที่อยู่ตรงหน้ากับความรู้สึกแรก “โหหหหหหหหหห” มันช่างยิ่งใหญ่ไรเช่นนี้ท่านฟูจิซัง

พอตั้งสติได้ก็เลยรีบถ่ายรูปห้อง (ก่อนห้องจะรกไปมากกว่านี้) ตอนแรกก็งงๆ ไหนอ่ะ นอนไหน ไหนที่นอน ไม่เห็นฟูกสักผืน ก็เลยถามพนักงาน เขาก็ตอบแบบภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ก็พยายามพูดสุดๆ จนเข้าใจว่า อ่ออออ เดี๋ยวเขาจะมีเสิร์ฟอาหารเย็นก่อน พอทานอะไรเสร็จเขาถึงจะมีที่นอนมาปูให้ครับ

สักพักพนักงานก็ออกไปและกลับเข้ามาพร้อมกับชุดน้ำชา ผมเรียกว่ามันเป็น Welcome drink ของที่นี่ละกันนะ ในเซ็ตก็จะมีน้ำชาเขียวอร่อยหอมๆ โมจิชาเขียวไส้ถั่วแดง 2 ชิ้น แต่ผมไม่ชอบอ่ะ และก็อีกอันไม่รู้อะไรแต่เหมือนจะเป็นมะเขือดองรึเปล่าไม่แน่ใจ ไม่ได้ลอง จิบชาไปดูวิวฟูจิไปเพลินๆ ทำให้อาการมึนหัวก็ค่อยๆ ดีขึ้น และถ้ามองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ทั้งๆ ที่ตอนนั้นผมจำได้ว่าเพิ่งจะ 4 โมงกว่าๆ เองอ่ะ

จาก Welcome drink จบไป Starter ก็เข้ามาแทนที่ครับ พอเห็นอาหารชุดแรกก็ถึงกับงงครับ เฮ้ย! อะไรเยอะแยะ จะกินอะไรก่อน ทำอะไรก่อนดีล่ะเนี่ย ชาบูก็มี ซุปกาก็มี แถมมีลูกพลับบนใบไม้แห้งด้วย แต่ขอบอกว่าไม่ต้องกลัวครับ พนักงานจะแนะนำเราเป็นอย่างดีว่าควรทานอะไรก่อนอะไรหลัง เราก็ทำตาม step ไปครับ

ชาบูที่นี่ผมว่าอร่อยดีนะ โดยเฉพาะน้ำจิ้มมัน แต่เสียดายให้หมูน้อยไปหน่อย

ลูกพลับอันนี้ก็อร่อยใช้ได้เลยนะ กรอบๆ หวาน หอม แถมการจัดจานนี่ดูดี๊ดูดี

แล้วก็จะมีสาเกให้คนละถ้วยครับ ไว้ทานคู่กับ strater ของเรา ยังไม่ทันกิน starter หมด (สงสัยมัวแต่ถ่ายรูป) ก็มีกำลังเสริมมาครับ ทะแด้นนนน!

เวลาในการทานเหมือนทางเรียวกังจะกะเวลามาแล้ว เพราะพอไฟชาบูมอดลง ไฟที่ต้มซุปกาดับ พนักงานก็จะเข้ามาถามประมาณว่าพร้อมสำหรับอาหารชุดต่อไปหรือยัง ห๊ะ!! มีอีก ใช่ครับที่ผ่านมามันก็แค่ออเดิร์ฟ.. มาแล้ว main course ของเรา มีข้าว ซุป และก็กับข้าวอีก 2 อย่าง ก็หมูสามชั้น แซลม่อนดิบวางบนแอปเปิ้ลที่น่าจะนึ่งมา เอ่อะ.. กินกับข้าวเนี่ยนะ ส่วนอีกอันนึงเป็นแซลมอนที่ทำสุกแล้ววางบนซอสครีมขาว และตบท้ายด้วยของหวานคล้าย panna cotta

ส รุ ป D i n n e r : เ รี ย ว กั ง S h u h o u k a k u K o g e t s u

ผมไม่รู้ว่าอาหารชุดนี้เป็นอาหารดั้งเดิมที่ใช้เสิร์ฟกันในเรียวกังของคนญี่ปุ่นหรือเปล่า และแต่ละฤดูไม่ทราบว่าเหมือนกันไหม แต่ไม่ค่อยถูกปากผมสักเท่าไรนัก รสชาติออกจะจืดชืดไปนิด แถมเลี่ยนด้วย ยกเว้นซาชิมิที่ปลาสดมาก ชาบูที่มีน้ำจิ้มรสชาติดีหน่อย กับของหวานที่เปรี้ยวๆ ช่วยตัดความเลี่ยนออกไป ผมเลยสรุปให้ตามนี้ละกันครับ ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

หลังจากทาน dinner เรียบร้อยแล้ว พนักงานก็จะเข้ามาเก็บกวาดโต๊ะอย่างรวดเร็วครับ ทำงานเป็นทีมเวิร์คมาก สักพักก็จะมีอีกทีมเข้ามาปูที่นอนให้ครับ พอผมเห็นที่นอนเท่านั้นแหละ โอ้ยอยากจะเทตัวลงนอน “เสน่ห์ของเรียวกัง” มันอยู่ที่นี่แหละครับ ห้องพักปูพื้นด้วยเสื่อทาทามิ มีชุดยูกาตะให้เปลี่ยน มีออนเซนให้แช่ แล้วก็มีที่นอนเป็นฟูตงหรือฟูกสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งฟูตงนี้ก็เป็นทั้งที่นอนและผ้าห่มภายในตัว ไหนๆ ก็มาญี่ปุ่นทั้งที พักที่เรียวกังก็เหมือนได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นจริงๆ เลยนะครับ

ด้านข้างหัวที่นอนจะมีการ์ดภาษาญี่ปุ่นวางไว้พร้อมกับดอกลาเวนเดอร์ ซึ่งทางพนักงานบอกว่าช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นครับ และถึงแม้ผมจะอ่านไม่ออก แต่พอได้เห็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทางเรียวกังใส่ใจเตรียมไว้ให้ มันก็รู้สึกประทับใจมากนะครับ สำหรับครั้งแรกในชีวิต! ฮือออซึ้ง แต่ภารกิจสำหรับคืนนี้ก็ยังไม่จบลงนะครับ มาเรียวกังทั้งทีก็ต้องขอแช่ออนเซนซะหน่อย เห็นเขาว่ามีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor เลย ว่าแล้วก็รีบเปลี่ยนชุดยูกาตะ แล้วอย่าลืมหยิบผ้าผืนจ้อยลงไปออนเซนด้วยนะครับ มันคือผ้าแห่งชีวิต(คนที่เคยแช่จะรู้ อิอิ)

ลืมบอกไป!!! เมื่อลงลิฟท์มาชั้น Lobby (ที่เรา check in) ก่อนทางเข้าออนเซนจะมีแจกเบียร์ฟรีนะครับ ดื่มเท่าไหร่ก็ได้ แต่จะมีเวลาแจกตามที่ทางเรียวกังกำหนด ผมลืมแล้วกี่โมงถึงกี่โมง แต่เป็นช่วง 1 ทุ่มนะครับตอนนั้น.. . ไปออนเซนดีกว่าาาา หลังจากแช่ออนเซนเสร็จ ตัวเบาหวิวเลยครับ สบายตัวมาก ที่สำคัญผมไม่เจอคนไทยด้วยกัน แถมคนก็น้อย เลยไม่ต้องเขินอายใครๆ ทั้งนั้น ออนเซนนี้เป็นของข้าาา!! จากนั้นผมก็เดินสำรวจโรงแรม ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยครับ พรุ่งนี้เช้าเราจะมาทานอาหารเช้ากันที่นี่ครับ

 

บริเวณ Lobby ก็จะมีร้านขายขนม ของฝาก ของที่ระลึกนะครับ สามารถซื้อฝากกันได้เลย ขนมน่ากินเพียบ มีชุดสำหรับหนูน้อยด้วยนะครับ

บรรยากาศหน้าเรียวกังยามค่ำคืนครับ

เดินเล่นได้สักพัก รู้สึกหิว เลยนึกขึ้นได้ว่าตอนนั่ง Retro bus มามันผ่าน Lawson ใหญ่ๆ อยู่ที่นึงนี่ เลยวิ่งไปถามพนักงานว่าจะไปยังไง เขาก็ตอบมาแค่ว่า “เดี๋ยวทางเราพาไปค่ะ” อ้าวเข้าทางเลยสิครับ ^^ แหมบริการทุกระดับประทับใจจริงๆ สุดท้ายก็นั่งรถตู้ของทางเรียวกังมาแบบ private สุดๆ

แต่ที่ประทับใจมากกว่านั้นคือ ผมเจอเจ้านี่แล้วว “Häagen-Dazs Mochi” ก่อนหน้านี้ผมเดินหาในโตเกียวหมดทุกที่เลย ปลื้มปริ่มมากก พอเจอ Häagen-Dazs Mochi ก็ลืมซื้อทุกสิ่งอย่าง ได้แต่เจ้านี่กลับมา 4 ถ้วย เลยขอลากันไปสำหรับวันแรกด้วยภาพนี้ละกันนะครับ มันอร่อยมากกกกก โออิชิ!

พูดคุยไลค์เพจได้ที่ www.facebook.com/pk.journey

ชม ทัวร์ญี่ปุ่น <== Click

เที่ยวฟูจิ พักสุดยอดเรียวกังแห่งทะเลสาบ Kawaguchiko Part1 was last modified: May 18th, 2022 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version