เตรียมเอกสารขอ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ไว้ครบแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจบแค่การรวบรวมเอกสารนะคะ เพราะก่อนยื่นจริงยังมีรายละเอียดเล็กๆ อีกหลายจุดที่ควรตรวจสอบให้ละเอียด โดยเฉพาะคนที่กำลัง ขอวีซ่าเชงเก้น ครั้งแรก พี่เห็ด มัชรูมทราเวล แนะนำให้มาลองเช็ก 10 จุดพลาดก่อนยื่นวีซ่าเชงเก้น กันก่อน จะได้ลดโอกาสเกิดปัญหาจากเอกสารที่ผิดพลาด หรือให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน เอาล่ะ! ไปเช็กทีละจุดพร้อมๆ กันเลย
1. ยื่นวีซ่าผิดประเทศ
ไปเที่ยวยุโรปหลายประเทศ ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลือกยื่นวีซ่ากับประเทศไหนก็ได้ตามสะดวกนะคะ หลักทั่วไปคือ หากเดินทางหลายประเทศในเขตเชงเก้น จะต้องยื่นกับประเทศที่เป็นจุดหมายหลัก หรือประเทศที่พักอยู่นานที่สุด และหากพักแต่ละประเทศเป็นจำนวนวันเท่ากัน จึงพิจารณาประเทศเชงเก้นที่เดินทางเข้าเป็นประเทศแรก
ตัวอย่างเช่น : เที่ยวฝรั่งเศส 5 คืน สวิตเซอร์แลนด์ 3 คืน และอิตาลี 2 คืน จุดหมายหลักคือ ฝรั่งเศส จึงควรยื่นวีซ่าผ่านฝรั่งเศส
2. แผนการเดินทางไม่สมเหตุสมผล
แม้จะเลือกประเทศที่ยื่น วีซ่าเชงเก้น ถูกต้องแล้ว แต่แผนเที่ยวก็ควรมีความสมเหตุสมผลและสามารถเดินทางได้จริง เช่น ไม่จัดหลายเมืองที่อยู่ไกลกันเกินไปในวันเดียว หรือมีเส้นทางย้อนกลับไปมาโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
ตัวอย่างเช่น : วางแผนเที่ยวปารีสช่วงเช้า แล้วไปเที่ยวอีกเมืองที่อยู่ไกลหลายร้อยกิโลเมตรในช่วงบ่าย ก่อนกลับมาพักปารีสคืนเดียวกัน
แผนแบบนี้อาจดูไม่สอดคล้องกับเวลาและการเดินทางจริง ก่อนยื่นควรเช็กว่า จำนวนเมือง ระยะทาง เวลาที่ใช้เดินทาง และจำนวนวันที่อยู่แต่ละเมือง เหมาะสมกันหรือไม่ เพื่อให้ภาพรวมของทริปดูเป็นไปได้จริงและสอดคล้องกับเอกสารประกอบ
3. วันที่ และข้อมูลในเอกสารแต่ละใบไม่ตรงกัน
อีกจุดที่ควรตรวจให้ละเอียดก่อนยื่นวีซ่าเชงเก้นคือ วันที่ในเอกสารทุกใบต้องสอดคล้องกับแผนการเดินทาง เพราะในการยื่น ขอวีซ่าเชงเก้น ไม่ได้ใช้แค่เอกสารแผนการเดินทางเท่านั้น แต่ยังมีเอกสารอื่นๆ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม ประกันการเดินทาง หนังสือรับรองการทำงานหรือการลา และแบบฟอร์มคำร้องวีซ่า
ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ มีการเปลี่ยนวันเดินทางหรือแก้แผนเที่ยวภายหลัง แต่แก้เอกสารไม่ครบทุกชุด เช่น ตั๋วเครื่องบินระบุเดินทางวันที่ 10 – 18 พฤษภาคม แต่ประกันเริ่มคุ้มครองวันที่ 11 พฤษภาคม หรือใบลางานระบุวันกลับเร็วกว่าวันที่เดินทางกลับจริง รวมถึงกรณีที่วันเช็กอิน – เช็กเอาต์โรงแรมไม่ตรงกับเมืองที่ระบุไว้ในแผนเที่ยว เป็นต้น ดังนั้นก่อนยื่นควรตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้อีกครั้ง
4. เตรียมหลักฐานการเงินโดยดูแค่ยอดเงินคงเหลือในบัญชี
อีกเรื่องที่หลายคนกังวลคือ ขอวีซ่าเชงเก้น ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่? แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดเงินคงเหลือในบัญชี เพราะหลักฐานทางการเงินใช้ประกอบการพิจารณาว่า ผู้สมัครมีความสามารถรองรับค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางหรือไม่ โดยเอกสารที่ใช้ประกอบอาจแตกต่างกันไปตามสถานะของผู้สมัคร เช่น พนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่มีผู้อื่นออกค่าใช้จ่ายให้ รวมถึงข้อกำหนดของประเทศที่ยื่นวีซ่า ดังนั้นควรเตรียมหลักฐานให้สามารถอธิบายที่มาของรายได้ และความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของทริปได้อย่างสมเหตุสมผล
หากมีเงินก้อนเข้าบัญชีใกล้วันยื่น หรือมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย ควรเตรียมเอกสารที่ช่วยอธิบายที่มาของเงิน รวมถึงความสัมพันธ์กับผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนตามข้อกำหนดของประเทศที่ยื่น
5. หลักฐานการทำงานหรือสถานะปัจจุบันไม่ชัดเจน
นอกจากการเงินแล้ว เอกสารเกี่ยวกับสถานะของผู้สมัครก็มีความสำคัญ เพราะช่วยอธิบายว่า ปัจจุบันเราทำอะไร มีรายได้จากไหน และมีความผูกพันอะไรกับประเทศไทย
– พนักงานประจำ อาจต้องเตรียมหนังสือรับรองการทำงานและหลักฐานรายได้
– เจ้าของธุรกิจ อาจใช้เอกสารจดทะเบียนบริษัท หรือหลักฐานประกอบกิจการ
– นักเรียนหรือนักศึกษา อาจใช้หนังสือรับรองจากสถานศึกษา
– ฟรีแลนซ์ อาจต้องรวบรวมหลักฐานการทำงาน รายได้ หรือสัญญาจ้างที่ช่วยอธิบายอาชีพของตัวเอง
รายละเอียดเอกสารอาจมีความแตกต่างกันไปตามประเทศและสถานะของผู้สมัคร จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องของประเทศที่จะยื่นทุกครั้ง
6. พาสปอร์ตมีอายุเหลือไม่พอ หรือมองข้ามเงื่อนไขเอกสารเดินทาง
พาสปอร์ตสำหรับการยื่นทั่วไปควรมีวันหมดอายุอย่างน้อย 3 เดือนหลังวันที่ออกจากพื้นที่เชงเก้น และต้องออกภายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ตัวอย่างเช่น : หากเดินทางออกจากเชงเก้นวันที่ 10 มิถุนายน วันหมดอายุของพาสปอร์ตก็ควรเลยจากช่วงดังกล่าวไปอย่างน้อย 3 เดือนตามหลักเกณฑ์
หากพาสปอร์ตใกล้หมดอายุ แนะนำให้ต่อพาสปอร์ตก่อนยื่นเอกสาร จะช่วยลดปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ข้อมูลหลายส่วนภายหลัง
7. ซื้อประกันเดินทาง แต่ความคุ้มครองไม่ตรงเงื่อนไข
การมีประกันเดินทางไม่ได้แปลว่าจะใช้ยื่น วีซ่าเชงเก้น ได้ทุกแบบ เพราะประกันต้องมีความคุ้มครองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยทั่วไปควรมีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 30,000 ยูโร ครอบคลุมการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน การเข้าโรงพยาบาล และการส่งตัวกลับประเทศ รวมถึงต้องคุ้มครองตลอดช่วงเวลาที่พำนักในเขตเชงเก้น
ดังนั้นก่อนซื้อควรเช็กให้ครบทั้ง วงเงินคุ้มครอง พื้นที่คุ้มครอง และวันที่เริ่ม – สิ้นสุดของกรมธรรม์ เพราะหากรายละเอียดไม่ตรงตามข้อกำหนด อาจต้องซื้อใหม่หรือส่งเอกสารเพิ่มเติมก่อนพิจารณาคำร้อง
8. ใช้ข้อมูลเดิมโดยไม่ตรวจข้อกำหนดล่าสุดก่อนยื่น
ใครที่เคยยื่นวีซ่าเชงเก้นมาก่อน หรือมีข้อมูลเดิมที่เพื่อนเคยใช้ ก็ไม่ควรนำเอกสารชุดเดิมมาเตรียมตามทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบอีกครั้ง เพราะรายละเอียดในการยื่นอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ประเภทการเดินทาง และสถานะของผู้สมัคร รวมถึงข้อกำหนดบางอย่างสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้
ก่อนเริ่มเตรียมเอกสารจึงควรเข้าไปตรวจเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ของสถานทูต สถานกงสุล หรือศูนย์รับคำร้องอย่างเป็นทางการของประเทศที่จะยื่น ว่าปัจจุบันต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง มีแบบฟอร์มใดที่ต้องใช้ เอกสารต้องออกภายในระยะเวลาเท่าไหร่ หรือต้องมีเอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้สมัครแต่ละประเภทหรือไม่
9. ยื่นใกล้วันเดินทางเกินไป คิดว่าวีซ่าออกทันแน่นอน
โดยทั่วไปควรยื่นคำร้องอย่างน้อย 15 วันก่อนเดินทาง และสามารถยื่นล่วงหน้าได้ไม่เกิน 6 เดือน แต่แนะนำว่าอย่าคำนวณเพียงเวลาพิจารณาวีซ่า เพราะก่อนถึงวันยื่นอาจมีขั้นตอนอื่น เช่น รอคิวนัดหมาย ขอหนังสือรับรองงาน ขอ Statement เตรียมเอกสารแปล แก้ Booking เตรียมเอกสารเพิ่มเติมตามสถานทูต
ดังนั้นหากรู้กำหนดเดินทางแล้ว ควรเริ่มเตรียมเอกสาร และหาคิวนัดหมายตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่ารอจนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์
10. เคยถูกปฏิเสธ แต่ยื่นใหม่โดยไม่ได้แก้เหตุผลเดิม
การเคยถูกปฏิเสธ วีซ่าเชงเก้น ไม่ได้หมายความว่าจะถูกปฏิเสธในครั้งต่อไปโดยอัตโนมัติ เพราะคำร้องใหม่จะถูกพิจารณาจากข้อมูลทั้งหมดที่มีในครั้งนั้น แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือ รีบยื่นใหม่ด้วยเอกสารชุดเดิม โดยไม่ได้ตรวจให้ชัดว่าครั้งก่อนถูกปฏิเสธเพราะเหตุใด
เมื่อวีซ่าถูกปฏิเสธ ผู้สมัครจะได้รับเอกสารแจ้งผลที่ระบุเหตุผลของการปฏิเสธ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนและระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์ หากต้องการยื่นใหม่ EU แนะนำให้พิจารณาเหตุผลจากครั้งก่อน และแก้ไขประเด็นที่จำเป็นก่อนส่งคำร้องใหม่
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าเชงเก้น
1. วีซ่าเชงเก้นยื่นประเทศไหน ถ้าเที่ยวหลายประเทศ?
โดยทั่วไปให้ยื่นประเทศที่เป็นจุดหมายหลักหรือพักนานที่สุด หากพักเท่ากันและไม่มีจุดหมายหลักอื่น ให้พิจารณาประเทศแรกที่เดินทางเข้า
2. วีซ่าเชงเก้นยื่นล่วงหน้าได้กี่เดือน?
โดยทั่วไปสามารถยื่นได้ล่วงหน้าไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันเดินทาง และควรยื่นอย่างน้อย 15 วันก่อนเดินทาง
3. เงินในบัญชีต้องมีเท่าไรถึงจะผ่านวีซ่าเชงเก้น?
ไม่มีตัวเลขที่รับประกันผลอนุมัติ ต้องดูข้อกำหนดของประเทศที่ยื่น ระยะเวลาทริป ค่าใช้จ่าย และสถานะทางการเงินของผู้สมัครร่วมกัน
4. ขอวีซ่าเชงเก้น ต้องซื้อประกันเดินทางไหม?
โดยทั่วไปต้องมีประกันสุขภาพสำหรับการเดินทางที่ตรงตามข้อกำหนด โดยวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำตาม Visa Code คือ 30,000 ยูโร
5. พาสปอร์ตต้องเหลืออายุกี่เดือน?
โดยทั่วไปวันหมดอายุควรเหลืออย่างน้อย 3 เดือนนับจากวันที่ออกจากพื้นที่เชงเก้น
6. เคยถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเก้น สามารถยื่นใหม่ได้ไหม?
สามารถยื่นใหม่ได้ แต่ควรตรวจเหตุผลในหนังสือแจ้งผล และแก้ประเด็นเดิมให้ชัดก่อนส่งคำร้องครั้งใหม่
7. เอกสารครบแล้ว แปลว่าจะได้วีซ่าแน่นอนไหม?
ไม่แน่นอน การมีเอกสารครบเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับการพิจารณาคำร้องและข้อมูลของผู้สมัครในแต่ละกรณี
8. ถ้าแผนเดินทางเปลี่ยนหลังยื่นวีซ่าควรทำอย่างไร?
หากเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ควรตรวจสอบคำแนะนำจากสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องที่รับผิดชอบ เพราะอาจมีผลต่อข้อมูลที่ใช้ประกอบคำร้อง
9. ทำวีซ่าเชงเก้นเองได้ไหม?
ทำเองได้ หากศึกษาข้อกำหนดและเตรียมเอกสารตามเงื่อนไขของประเทศที่จะยื่นอย่างครบถ้วน
สำหรับใครที่ไม่แน่ใจเรื่องรายละเอียดในการขอ วีซ่าเชงเก้น ไม่รู้ว่าเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ครบไหม ถูกต้องไหม ให้มัชรูมทราเวลช่วยอำนวยความสะดวกให้ได้นะคะ เรามี บริการยื่นวีซ่า โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการและให้คำปรึกษาทางด้านการขอวีซ่า ทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย โดยจะช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนการรับผลวีซ่าจากสถานทูต ใครกำลังวางแผนไปเที่ยว ทักหาพี่เห็ดได้เลย!
