โอกินาว่า เกาะทางใต้สุดของญี่ปุ่น ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสีฟ้า หาดทรายขาว และบรรยากาศเมืองตากอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายที่มีวัฒนธรรมอาหารต่างจากเมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่น หากเพื่อนๆ กำลังหาข้อมูลว่าไปเที่ยว โอกินาว่า กินอะไรดี ? ทริปนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล ขอบอกว่าเตรียมท้องให้ว่างไว้ได้เลย กับ 12 ของกินโอกินาว่า เมนูเด็ดเกาะใต้ที่ไม่ควรพลาด !!
1. โอกินาว่าโซบะ (Okinawa Soba)
มื้อแรกในโอกินาว่าพี่เห็ดแนะนำ โอกินาว่าโซบะ เลยค่ะ เพราะกินง่าย อิ่มสบาย แม้ชื่อจะมีคำว่าโซบะ แต่เส้นไม่ได้ทำจากแป้งบัควีตแบบโซบะญี่ปุ่นทั่วไป จุดเด่นคือเส้นข้าวสาลีหนานุ่ม เคี้ยวหนึบ อยู่ในน้ำซุปที่มักทำจากกระดูกหมูและปลาโอแห้ง รสกลมกล่อม ซดแล้วคล่องคอ ท็อปด้วยหมูสามชั้นตุ๋น ซี่โครงหมู หรือปลาแผ่น แล้วแต่สูตรของแต่ละร้าน รสชาติจะออกเค็มนัว หวานเบาๆ ไม่หนักเกินไป บางร้านมี Soki Soba เป็นเวอร์ชันที่ใส่ซี่โครงหมูตุ๋น คนรักหมูนุ่มๆ ห้ามพลาด
2. ทาโก้ไรซ์ (Taco Rice)
เวลามีคนถามว่า โอกินาว่า กินอะไรดี แบบกินง่าย อิ่มเร็ว และถูกใจสายฟิวชัน ทาโก้ไรซ์ คือคำตอบ เมนูนี้คือข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ โปะด้วยเนื้อสับปรุงรสสไตล์ทาโก้ ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ ชีส และซัลซา กินแล้วได้ทั้งความฉ่ำของซอส ความเค็มหอมของเนื้อ และความสดกรอบของผักในจานเดียว เป็นเมนูที่ผสมผสานระหว่างเม็กซิกันและญี่ปุ่น หากินง่าย มีขายแทบทุกร้าน แต่ถ้าอยากเพิ่มความฟิน ลองแบบโปะไข่นุ่มหรือชีสเยิ้มๆ จะยิ่งนัว
3. โกยะจัมปุรุ (Goya Champuru)
โกยะจัมปุรุ คือเมนูผัดมะระโอกินาว่ากับเต้าหู้ ไข่ และหมูหรือสแปม หน้าตาอาจดูคล้ายผัดมะระใส่ไข่ที่คนไทยคุ้นเคย แต่มะระโอกินาว่าจะมีรสขมอ่อนๆ เป็นเอกลักษณ์ ไม่ได้ขมจนกินยาก เมื่อผัดรวมกันจะได้รสชาติที่กลมกล่อมขึ้น มีทั้งความขมนิดๆ ของมะระ ความนุ่มของไข่ ความแน่นของเต้าหู้ และความเค็มหอมจากหมูหรือสแปม กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือเข้ากันมาก
4. ราฟุเตะ (Rafute)
ของกินโอกินาว่า ที่ต้องมีบนโต๊ะอาหารก็คือ ราฟุเตะ เมนูนี้คือหมูสามชั้นตุ๋นแบบโอกินาว่า ตุ๋นนานจนเนื้อหมูนุ่มละลายในปาก รสชาติหวานเค็ม หอมซอส กินกับข้าวสวยร้อนๆ ยิ่งฟินกว่าเดิม เมนูนี้ยิ่งตุ๋นนาน ยิ่งนุ่มเข้าเนื้อ มักมีขายอยู่ตามร้านอาหารโอกินาว่าแบบดั้งเดิมหรือร้านอิซากายะ หลายที่เสิร์ฟเป็นชิ้นหนาๆ กินคู่กับข้าว หรือบางร้านนำไปวางบนโอกินาว่าโซบะก็อร่อยไปอีกแบบ
5. ชาบูหมูอากู (Agu Buta)
ชาบูหมูอากู เป็น ของกินโอกินาว่า ที่คนรักหมูไม่ควรพลาด เพราะ หมูอากู หรือ อากูบูตะ (Agu Buta) เป็นหมูสายพันธุ์พื้นเมืองของเกาะที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ยุคริวกิว ขึ้นชื่อเรื่องรสหวาน และสัมผัสนุ่มละลายในปาก พอนำมาสไลซ์บางๆ แล้วจุ่มในน้ำซุปร้อนๆ แค่ไม่กี่วินาที เนื้อหมูก็จะสุกนุ่ม ละมุนลิ้น กินแล้วได้ทั้งความหวานธรรมชาติของหมู และความนัวจากน้ำซุปในคำเดียว เสิร์ฟพร้อมกับผักต่างๆ เช่น เห็ด เต้าหู้ แล้วจิ้มกับพอนสึรสเปรี้ยวสดชื่น หรือจิ้มซอสงาให้ได้ความหอมมันก็เข้ากันดีมาก
6. เนื้อวากิวย่าง (Ishigaki Wagyu)
สายเนื้อห้ามพลาด! กับเมนู เนื้อวากิวย่าง จุดเด่นของเนื้อชนิดนี้คือความนุ่ม ลายไขมันสวย และรสอูมามิเข้มข้นแบบวากิวญี่ปุ่น แถมยังมีคาแรกเตอร์ของเนื้อวัวจากเกาะใต้ที่เลี้ยงในสภาพแวดล้อมอบอุ่น รายล้อมด้วยธรรมชาติ สำหรับวิธีกินพี่เห็ดแนะนำแบบยากินิกุหรือสเต๊ก เพราะจะได้สัมผัสกลิ่นหอมตอนเนื้อโดนเตา ไขมันละลายนิดๆ และผิวด้านนอกเกรียมเบาๆ กินคำแรกจะรู้สึกถึงความฉ่ำ หวาน และนุ่มละลายในปาก
7. จูชิ (Jushi)
ต่อกันที่อีกหนึ่ง ของกินโอกินาว่า อย่าง จูชิ เป็นข้าวหุงปรุงรสสไตล์โอกินาว่า คล้ายข้าวอบหรือข้าวผัดแบบนุ่มๆ ที่หุงรวมกับน้ำซุป และวัตถุดิบต่างๆ เช่น หมู แครอท เห็ดหอม สาหร่ายฮิจิกิ หรือผักพื้นเมือง แล้วแต่สูตรของแต่ละบ้านหรือแต่ละร้าน รสชาติจะออกเค็มนัว หอมกลิ่นน้ำซุปและเครื่องที่หุงรวมกัน เม็ดข้าวมีความนุ่ม ไม่แห้ง กินเปล่าๆ ก็อร่อย หรือจะกินคู่กับโอกินาว่าโซบะ โกยะจัมปุรุ หรือราฟุเตะก็เข้ากันดีมาก
8. ข้าวปั้นสไตล์โอกินาว่า (Pork Tamago Onigiri)
ข้าวปั้นสไตล์โอกินาว่า หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า โพทามะ (Potama) หน้าตาคล้ายแซนด์วิชข้าว มีข้าวญี่ปุ่น สาหร่าย ไข่ และสแปม เป็นเมนูที่กินง่ายมาก เหมาะกับมื้อเช้า มื้อรองท้อง หรือซื้อไปกินระหว่างเดินเที่ยวก็ได้ จุดเด่นคือเค็มนิดๆ มันหน่อยๆ ตัดกับข้าวร้อนและสาหร่ายหอมๆ มีหลายไส้ให้เลือก ทั้งไส้ดั้งเดิม ไส้ปลา ไส้เต้าหู้ทอด ไส้หมูทอด ไส้อโวคาโด้ หรือไส้วัตถุดิบท้องถิ่นของแต่ละสาขา สายชอบของกินไว ถ่ายรูปสวย แนะนำเก็บเมนูนี้เข้าลิสต์เลย
9. Blue Seal Ice Cream
ต่อด้วยของหวานเย็นๆ ที่เหมาะกับอากาศโอกินาว่าสุดๆ กับ Blue Seal Ice Cream ไอศกรีมเจ้าดังที่หลายคนยกให้เป็นของหวานประจำทริป เป็นแบรนด์ไอศกรีมที่อยู่คู่โอกินาว่ามายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 มีให้เลือกชิมหลายรสชาติ ทั้งเบนิอิโม เกลือคุกกี้โอกินาว่า ชิกุวาซะ หรือรสนมชาแบบริวกิว กินแล้วสดชื่นมาก แถมเขายังทำสีสันออกมาน่ารัก ถ่ายรูปสวย เข้ากับบรรยากาศของเมืองสุดๆ
10. ทาร์ตมันม่วง (Beni-imo Tart)
ต่อกันที่อีกหนึ่งของหวานและของฝากดังจากโอกินาว่าอย่าง ทาร์ตมันม่วง ทาร์ตชิ้นเล็ก ฐานด้านล่างเป็นแป้งทาร์ตกรอบร่วน ด้านบนบีบมันม่วงเป็นลายสวย ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่ “เบนิอิโม” หรือมันม่วงโอกินาว่า วัตถุดิบท้องถิ่นที่นิยมนำมาทำขนมหลายชนิด รสชาติจะหวานนุ่ม หอมละมุน พอเอามาทำเป็นไส้ทาร์ตจะได้สัมผัสเนียนๆ คล้ายครีมมันม่วง ตัดกับฐานทาร์ตที่กรอบนิดๆ กินแล้วมีทั้งความหอม ความมัน และความหวานพอดีในคำเดียว จะกินแบบอบใหม่จากร้านก็อร่อย หรือจะซื้อแบบแพ็กกลับบ้านไปฝากผู้ใหญ่ก็ดูดี
11. ชินสุโกะ (Chinsuko)
โอกินาว่า กินอะไรดี พี่เห็ดแนะนำ ชินสุโกะ เป็นขนมดั้งเดิมของโอกินาว่า ลักษณะคล้ายคุกกี้หรือชอร์ตเบรดชิ้นเล็กๆ เนื้อร่วนกรอบ ละลายในปาก รสหวานมันกำลังดี คล้ายขนมกลีบลำดวนของไทยเรา ส่วนผสมหลักคือ แป้ง น้ำตาล และน้ำหมู ทำให้มีกลิ่นหอมและรสละมุน ปัจจุบันมีหลายรสชาติให้เลือก แตกต่างกันไปตามความครีเอทของแต่ละร้าน ทั้งยังเป็นของฝากคลาสสิกที่เจอได้แทบทุกย่านท่องเที่ยว เพราะกินง่าย ราคาไม่แรง แพ็กเกจสวย เหมาะแก่การซื้อกลับไปเป็นของฝากแบบสุดๆ
12. ซาตะอันดากิ (Sata Andagi)
ซาตะอันดากิ คือโดนัทสไตล์โอกินาว่า เป็นขนมที่กินง่ายมาก หน้าตาเป็นก้อนกลมๆ นำมาทอดจนผิวสีน้ำตาลทอง ด้านนอกกรอบนิดๆ ด้านในแน่น ฟู รสชาติหวานกำลังดี ทำจากแป้ง ไข่ และน้ำตาล เวลาทอดด้านหนึ่งจะแตกออกคล้ายดอกทิวลิปบาน เป็นเอกลักษณ์น่ารักๆ ของขนมชนิดนี้ ปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรออกมาหลากหลายรส เช่น น้ำตาลทรายแดง มันม่วง ฟักทอง ซิตรัส กินคู่กับชาร้อนคือฟิน
สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวโอกินาว่า พี่เห็ดแนะนำเลยว่าลิสต์ด้านบนนี้เป็นของกินที่ไม่ควรพลาด เป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์โอกินาว่า เลือกชิมเมนูที่ชอบได้เลย รับรองว่าทริปนี้ไม่ได้อิ่มแค่วิวทะเล แต่ยังอิ่มอร่อยไปกับ ของกินโอกินาว่า อีกด้วย ถ้าหาวันว่างได้แล้วก็ลองดูโปรแกรม ทัวร์โอกินาว่า จากมัชรูทราเวลได้เลย พี่เห็ดจะพาไปเก็บไฮไลต์สวยๆ พร้อมตามหาของอร่อยๆ ตลอดทั้งทริปเลย
