Mushroom Travel

ปักหมุด 10 จุดชม ซากุระ คิวชู ถ่ายรูปสวย ต้องไปให้ได้

ซากุระ คิวชู

เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ เชื่อว่าใครหลายคนคงกำลังตั้งหน้าตั้งตารอไป ทัวร์ญี่ปุ่นซากุระ กันอยู่แน่ๆ แต่ถ้าอยากเป็นคนพิเศษได้เห็นซากุระบานสะพรั่งก่อนใครเพื่อน ต้องไป เที่ยวคิวชู เลยค่ะ เพราะคิวชูเป็นภูมิภาคทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และอากาศอบอุ่นกว่าภูมิภาคอื่น ทำให้ช่วงปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงกลางเดือนเมษายน เราจะได้เห็นซากุระบานก่อนพื้นที่อื่นเล็กน้อย แถมแต่ละจังหวัดจะมีสวนซากุระสวยๆ อยู่มากมาย แน่นอนว่าไม่รอช้า พี่เห็ด มัชรูมทราเวล รวบรวม 10 จุดชม ซากุระ คิวชู ที่ทั้งบรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย จะมีพิกัดไหน จังหวัดไหนบ้าง? ตามมาดูกัน

ทำความรู้จักภูมิภาคคิวชู (Kyushu)

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักคิวชูกันค่ะ ภูมิภาคคิวชู เป็น 1 ใน 4 เกาะหลัก ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกลงไปทางใต้ของญี่ปุ่น มีทั้งหมด 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ (Fukuoka), ซากะ (Saga), นางาซากิ (Nagasaki), คุมาโมโตะ (Kumamoto), โออิตะ (Oita), มิยาซากิ (Miyazaki) และคาโกชิมะ (Kagoshima) มีภูมิอากาศที่อบอุ่น เพราะลักษณะภูมิประเทศสูงต่ำสลับกัน รายล้อมไปด้วยทะเลและภูเขา อุมดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม แถมยังมีแหล่งน้ำพุร้อนมากมาย อาหารการกินท้องถิ่นก็อร่อยจนต้องยกนิ้วให้ เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างและน่าเที่ยวมากๆ ต้องไปสักครั้ง

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่คิวชูก็มีจุดชมซากุระสวยๆ และมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่มากมาย พี่เห็ดรวบรวมมาให้แล้ว ไปปักหมุดตามไปชมกันได้เลย

1. ศาลเจ้าคามาโดะ (Kamado Shrine) – ฟุกุโอกะ

https://www.facebook.com/kamadojinja

เปิดทริป เที่ยวคิวชู ชมซากุระ ที่แรก ศาลเจ้าคามาโดะ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เชิงภูเขาโฮมัง (Homan) ซึ่งถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของเมืองดาไซฟุ (Dazaifu) ในจังหวัดฟุกุโอกะ ใครที่เป็นแฟนการ์ตูนเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร” ต้องคุ้นชื่อที่นี่เป็นอย่างดี เพราะชื่อของตัวละครหลักอย่าง คามาโดะ ทันจิโร่ ก็เหมือนกับชื่อของศาลเจ้า และคาดว่าเป็นบ้านเกิดของอาจารย์ “โคโยฮารุ โกโตเกะ” เจ้าของผลงานการ์ตูนเรื่องนี้อีกด้วย โดยศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรให้ช่วยขจัดสิ่งชั่วร้ายในชีวิต รวมถึงขอพรเรื่องคู่ครองและความรัก ไม่ใช่แค่เพียงชื่อเสียงความศักดิ์สิทธิ์ แต่ที่นี่ยังเป็นหนึ่งใน จุดชม ซากุระ คิวชู ที่สวยงาม รายล้อมด้วยป่าเขา เพิ่มมนต์เสน่ห์ให้สถานที่แห่งนี้มากขึ้นไปอีก

เวลาทำการ : 09.00 – 18.00 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Hakata ขึ้นรถไฟ Nishitetsu สาย Tenjin-Omuta ลงที่สถานี Nishitetsu-Futsukaichi จากนั้นต่อรถไฟสาย Dazaifu ลงที่สถานี Nishitetsu Gojo แล้วต่อรถบัส MahorobaGo มาลงป้าย Uchiyama (Kamado Jinja-Mae)
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/nC7KzZXDEZAev4fd6

2. สวนไมซุรุ (Maizuru Park) – ฟุกุโอกะ

Credit : ANUJAK JAIMOOK / shutterstock.com

พาไปเดินเล่นชิลๆ กันที่ สวนไมซุรุ สวนสาธารณะและจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุกุโอกะ อยู่ในพื้นที่ของซากปราสาทฟุกุโอกะที่มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี ซึ่งในอดีตเคยเป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม แต่ก็ได้ถูกทำลายลงไป ในช่วงที่ฤดูใบไม้ผลิเมื่อมองจากมุมสูงจะได้เห็นทะเลซากุระที่บานสะพรั่งเป็นสีชมพู ที่นี่มีซากุระประมาณ 1,000 ต้น กว่า 20 สายพันธุ์ และก็ยังมีดอกไม้และต้นไม้นานาชนิด ผลัดกันผลิดอกออกใบประชันความงามกันตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงเทศกาลจะคึกคักเป็นพิเศษ มีการจัดแสดงไฟประดับ มีร้านค้าต่างๆ ออกบูธ รวมถึงมีอีเว้นท์พิเศษอีกด้วย

การเดินทาง : รถไฟใต้ดิน ลงสถานี Akasaka หรือ Ohori Park จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/7usADVT3Yi6z3hzU6

3. แม่น้ำโออิตะ (Oita River) – โออิตะ

Credit : kai keisuke / shutterstock.com

ข้ามจังหวัดพาไปเดินเล่นแนวทางเดินริม แม่น้ำโออิตะ ในเมืองยูฟุอิน เมืองเล็กๆ แห่งจังหวัดโออิตะ ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยดอกซากุระบานสะพรั่งตลอดริมแม่น้ำ และยังมี ดอกนาโนะฮานะ สีเหลืองเหลืองสดใส ตัดกับสีชมพูได้อย่างสวยงาม พร้อมกับอากาศเย็นๆ บรรยากาศชิลๆ มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่ เดินถ่ายรูปกันได้เพลินๆ เลย

การเดินทาง : รถไฟใต้ดินลงที่สถานี Yufuin จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/W6RNNpPPt42Xp6GM7

4. วัดอิชชินจิ (Isshin-ji Temple) – โออิตะ

Credit : issinnji.jp

เปลี่ยนบรรยากาศไปชม ซากุระ คิวชู ในป่ากันที่ วัดอิชชินจิ ตั้งอยู่ในหุบเขาแห่งจังหวัดโออิตะ เป็นพื้นที่ราบระหว่างภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นซากุระกว่า 8,000 ต้น จาก 15 สายพันธุ์ บานสะพรั่งอยู่ในพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ถ้าขึ้นไปด้านบนเขาและมองลงมาจะมองเห็นทั่วบริเวณของวัดที่ถูกปกคลุมไปด้วยสีชมพู ในช่วงต้นเดือนเมษายนจะมีการจัดเทศกาล โบตันซากุระ มัตสึริ (Botan Sakura Matsuri) ที่มีการออกร้านต่างๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม และร้านของที่ระลึก แถมตกกลางคืนจะมีการประดับไฟ ทำให้บรรยากาศสวยงามเป็นพิเศษ ชวนให้รู้สึกโรแมนติกกว่าที่เคย

การเดินทาง : รถไฟ JR ลงสถานี Oita ต่อรถบัสสายที่วิ่งไปทาง Tokiwa Wasada Town นั่งไปประมาณ 20 นาที แล้วลงที่ป้าย จากนั้นต่อแท็กซี่ประมาณ 10 นาที
ค่าเข้าชม : ช่วงกลางวัน ผู้ใหญ่ 800 เยน, เด็กต่ำกว่า 12 ปี 200 เยน / ช่วงกลางคืน ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, เด็กต่ำกว่า 12 ปี 300 เยน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/CnGhts1fxgj7fX4k7

5. ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) – คุมาโมโตะ

Credit : kumamoto.guide

อีกหนึ่งจุดชม ซากุระ คิวชู ที่สวยงามได้บรรยากาศญี่ปุ่นก็คือ ปราสาทคุมาโมโตะ แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดคุมาโมโตะ ปราสาทเก่าแก่ที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญต่างๆ มายาวนานกว่า 400 ปี และยังเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเมืองอีกต่างหาก บริเวณรอบๆ ปราสาทมีต้นซากุระประมาณ 800 กว่าต้น ทำให้ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเต็มไปด้วยดอกซากุระที่ผลิบานสดใส นอกจากนี้ยังได้ชมความอลังการของสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

เวลาทำการ : 09.00 – 16.30 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kumamoto นั่งรถรางมาลงที่สถานี Kumamotojo-Shiyakusho Mae จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาที
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 800 เยน, เด็ก 300 เยน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Z9B8KR2fuwzmjLJv5

6. สวนเซ็นกังเอ็น (Sengan-En) – คาโกชิมะ

Credit : senganen.jp

ไปเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของจังหวัดคาโกชิมะกันที่ สวนเซ็นกังเอ็น สวนสาธารณะที่อดีตเคยเป็นบ้านพักตากอากาศของตระกูลชิมาสึ ไฮไลต์ของที่นี่ก็คือ เป็นจุดที่มองเห็นวิว ภูเขาไฟซากุระจิมะ (Sakura-jima) ได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวยอดเยี่ยม แถมสวนแห่งนี้ยังมีดอกไม้นานาชนิดให้ชมกันตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระของที่นี่จะออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยงาม มีหลากหลายสายพันธุ์ รับรองได้ว่าจะเห็นภาพซากุระสีชมพูที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟสวยงาม เก็บไว้ในความทรงจำอย่างแน่นอน

เวลาทำการ : 09.00 – 17.00 น.
การเดินทาง : รถไฟสาย JR ลงสถานี Kagoshima-Chuo จากนั้นขึ้นรถบัสต่อประมาณ 20 นาที ลงที่ป้าย  Senganen-mae
ค่าเข้าชม :
– เข้าชมบริเวณสวน พิพิธภัณฑ์ และบ้านประจำตระกูล ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 1,300 เยน, เด็ก (6-15 ปี) 650 เยน
– เข้าชมบริเวณสวน และพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 1,000 เยน, เด็ก (6-15 ปี) 500 เยน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/a8yFYMPsrrU5JVqn7

7. สวนโอมุระ (Omura Park) – นางาซากิ

Credit : discover-nagasaki.com

เดินทางมากันที่จังหวัดนางาซากิ เพื่อชมซากุระสายพันธุ์พิเศษที่มีแค่ สวนโอมุระ ที่เดียวเท่านั้น! ที่นี่ติดอันดับเป็นหนึ่งใน 100 อันดับแรกของจุดชมซากุระที่ญี่ปุ่น มีต้นซากุระประมาณ 2,000 ต้น มากถึง 21 สายพันธุ์ ที่พิเศษไปกว่านั้นเราจะได้เห็น “โอมุระซากุระ” (Omurazakura) ซากุระสายพันธุ์ที่มีกลีบซ้อนดอกใหญ่กว่า 60-100 กลีบต่อดอก ต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ ที่มีเพียง 5 กลีบต่อดอกเท่านั้น ถือเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยมีโอกาสเห็นกันได้ง่ายๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าช่วงดอกซากุระบานเต็มที่จะสวยงามละลานตาขนาดไหน

การเดินทาง : รถไฟ JR สาย Omura ลงสถานี Omura จากนั้นขึ้นรถบัสไปลงที่ป้าย Shiyakusho-Mae
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/utFxeD89SNgmPvCA7

8. สวนมิฟุเนะยามะราคุเอ็น (Mifuneyama-Rakuen) – ซากะ

Credit : mifuneyamarakuen.jp

ไปต่อกันที่จังหวัดซากะ ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน ที่ สวนมิฟุเนะยามะราคุเอ็น ก็สวยงามสดใส เพราะสวนสาธารณะแห่งนี้มีขนาดใหญ่ถึง 50 เฮกเตอร์ มีซากุระกว่า 2,000 ต้น และกุหลาบพันปีที่มีมากกว่า 2 แสนต้น! ทิวทัศน์สวยงามดั่งในจินตนาการ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีเทศกาลชมดอกไม้ มีการจัดแสดงไฟประดับที่ต้นซากุระและกุหลาบพันปี รวมถึงยังมี ดอกวิสทีเรีย และฮารุโมมิจิ ที่จะสลับหมุนเวียนกันแต่ละเดือน สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืนจริงๆ

เวลาทำการ : 08.00 – 17.00 น.
การเดินทาง : รถไฟจากสถานี Hakata ไปลงสถานี Takeo-Onsen จากนั้นนั่งแท็กซี่ต่อประมาณ 5 นาที
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 300 เยน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/6SsoJYvGMq3ShVuP6

9. สุสานโบราณไซโตะบารุ (Saitobaru Burial Mounds) – มิยาซากิ

Credit : miyazaki-city.tourism.or.jp

เช็กอินจุดชม ซากุระ คิวชู พร้อมกับวิวเมืองสุดสายตากันที่ สุสานโบราณไซโตะบารุ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองไซโตะ (Saito) จังหวัดมิยาซากิ เป็นสุสานโบราณที่มีลานกว้าง ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเราจะได้เห็นบรรยากาศของดอกไม้ต่างๆ ในคราวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ต้นซากุระกว่า 2,000 ต้น ดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสด และดอกคอสมอสสีชมพู ที่มีอยู่เต็มสวนอีกกว่า 300,000 ต้น ที่เด็ดไปกว่านั้น ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน จะมีการจัดงาน เทศกาลดอกไม้ไซโตะบารุ (Saitobaru Hana Matsuri) ที่มีการจัดแสดงไฟประดับและชมดอกซากุระในช่วงกลางคืนอีกด้วย ถ้าใครอยากเห็นวิวแบบสุดลูกหูลูกตาก็ต้องแวะมาที่นี่แล้วล่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR ลงสถานี Miyazaki จากนั้นเดินประมาณ 10 นาที เพื่อไปขึ้นรถบัสที่ป้าย Miyako tachibana-dori shitenmae มุ่งหน้าไปยัง Saito Bus Center ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนั่งแท็กซี่ต่อไปอีกประมาณ 10 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/CWpB4jcxSgMj7RcCA

10. สวนดารุมิซุ (Darumizu Park) – มิยาซากิ

Credit : miyazaki-city.tourism.or.jp

ปิดท้ายแนะนำจุดชม ซากุระ คิวชู ไปชมความงดงามของอุโมงค์ดอกซากุระยาว 2 กิโลเมตร ที่ สวนดารุมิซุ สวนสาธารณะในเมืองมิยาซากิ ที่มีต้นซากุระกว่า 3,500 ต้น เรียงรายสองข้างทางจนเหมือนเป็นอุโมงค์ หรือที่เรียกกันว่า ถนนสายซากุระ (Cherry Road) ให้เราได้เดินชมดอกซากุระบานได้อย่างเต็มที่ โดยในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลชมดอกซากุระ บรรยากาศคึกคักไปด้วยคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว ส่วนช่วงกลางคืนตลอดเส้นทางจะประดับไปด้วยแสงไฟ สวยงามโรแมนติกสุดๆ

การเดินทาง : รถไฟสาย JR ไปลงสถานี Miyazaki จากนั้นนั่งแท็กซี่ต่อประมาณ 40 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/3afwwx4voSpkFxTH6

ใครชอบเที่ยวธรรมชาติและอยากไปชมซากุระที่ญี่ปุ่น อีกหนึ่งภูมิภาคที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจก็คือ คิวชู นี่แหละค่ะ ถ้าชอบเที่ยวญี่ปุ่นก็ต้องไปให้ครบทุกภูมิภาคนะคะ อีกทั้งบางจุดชม ซากุระ คิวชู ยังมีสายพันธุ์เฉพาะ ที่ใครอยากเห็นก็ต้องมาที่นี่เท่านั้น ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา พี่เห็ดอยากให้เพื่อนๆ ได้ไป เที่ยวคิวชู สักครั้ง แล้วจะติดใจความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จนอยากมาซ้ำในทริปต่อๆ ไปแน่นอน


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่นซากุระ ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

ปักหมุด 10 จุดชม ซากุระ คิวชู ถ่ายรูปสวย ต้องไปให้ได้ was last modified: March 11th, 2024 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version