ใครไป เที่ยวสิงคโปร์ ช่วงนี้แล้วไม่ปักหมุด Singapore Oceanarium ถือว่าพลาดมาก! เพราะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชื่อดังแห่งนี้เพิ่งผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ อลังการกว่าเดิมหลายเท่า! พร้อมพาทุกคนดำดิ่งลงไปสำรวจโลกใต้ทะเลแบบล้ำๆ ตื่นตาตื่นใจไปกับกองทัพสัตว์ทะเลนับพันในโซนจัดแสดงที่มีลูกเล่นสนุกๆ ไม่น่าเบื่อ แถมยังมีกิจกรรมที่แฮปปี้ได้ทุกวัย ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ มากับครอบครัว พาลูกเที่ยว หรือมากับเพื่อนและคนรู้ใจ ก็เอนจอยได้เต็มที่ ตามพี่เห็ด มัชรูมทราเวล ไปดูกันดีกว่าว่าด้านในอควาเรียมแห่งสิงคโปร์นี้จะมีไฮไลต์อะไรที่น่าสนใจรออยู่บ้าง…
ทำความรู้จัก Singapore Oceanarium
Singapore Oceanarium คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในรีสอร์ทเวิลด์เซ็นโตซ่า (Resorts World Sentosa) บนเกาะเซ็นโตซ่า แห่งสิงคโปร์ เดิมมีชื่อว่า S.E.A. Aquarium เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2012 หลายคนที่เคยมา เที่ยวสิงคโปร์ ก็อาจจะเคยมาเช็กอินที่นี่กันบ้างแล้ว แต่บอกเลยว่าตอนนี้น่าเที่ยวกว่าเดิมขึ้นไปอีก เพราะเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมาได้มีการปรับโฉมใหม่ครั้งใหญ่ ขยายพื้นที่ให้กว้างกว่าเดิมถึง 3 เท่า พร้อมจัดเต็มด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟสุดล้ำ ทั้งแสง เสียง สี และเทคนิคต่างๆ เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้ชม
ภายในประกอบด้วยโซนจัดแสดงที่สมจริงถึง 22 โซน มีอุโมงค์ใต้น้ำ ตู้กระจกยักษ์ โซนจำลองระบบนิเวศต่างๆ และสัตว์ทะเลกว่า 800 สายพันธุ์ จำนวนมากกว่า 100,000 ตัว รวมถึงสัตว์หายากและสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ใครจะมาเที่ยวแนะนำให้เผื่อเวลาไว้เลยสัก 2 – 3 ชั่วโมง เพราะดีเทลในแต่ละโซนทำถึงมาก มาทั้งทีต้องเก็บให้ครบ!
ไฮไลต์น่าเที่ยวใน Singapore Oceanarium
อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่า Singapore Oceanarium โฉมใหม่โอ่อ่าอลังการกว่าเดิมมาก มีการเพิ่มโซนนิทรรศการให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มี 10 โซน ตอนนี้มีมากถึง 22 โซน วันนี้พี่เห็ดเลยคัด 10 โซนเด็ดๆ ที่ไม่ควรพลาดมาให้ ดังนี้
1. Ocean Wonders
Ocean Wonders เป็นโซนแรกๆ ที่ทุกคนจะได้เจอเมื่อก้าวเข้ามาใน Singapore Oceanarium และเป็นบ้านของ แมงกะพรุนพระจันทร์ (Moon Jellies) กว่า 5,000 ตัวที่ลอยล่องอยู่ในตู้ Kreisel Tank ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6.8 เมตร ซึ่งถือเป็นตู้แมงกะพรุนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ยังมีตู้กระจก 360 องศา ที่สามารถชมแมงกะพรุนหายากได้อย่างใกล้ชิด เช่น แมงกะพรุนไฟแอตแลนติก แมงกะพรุนไข่ดาว ท่ามกลางแสงสีเสียงแบบมัลติเซนเซอร์ เหมือนแมงกะพรุนเหล่านี้กำลังเต้นระบำอยู่เลยค่ะ
2. Ancient Waters
มาย้อนเวลากลับสู่ยุคดำบรรพ์กันบ้างใน โซน Ancient Waters ที่จะพาไปสำรวจวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของท้องทะเลในอดีต พบกับโมเดลจำลองขนาดเท่าตัวจริงของเหล่านักล่าที่สูญพันธุ์ไปนานหลายร้อยล้านปี เช่น ดังเคิลออสเตียส (Dunkleosteus) และซิแฟกตินัส (Xiphactinus) กลุ่มปลากินเนื้อขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีพลังกัดมหาศาล รวมถึงฟอสซิลหายาก และสัตว์สายพันธุ์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน เช่น ปลาปอดออสเตรเลีย, ปลาอะราไพม่า, ฉลามกบ เป็นต้น
3. Spirit of Exploration
Spirit of Exploration เป็นโซนจัดแสดง Jewel of Muscat เรือใบโบราณของอาหรับ ซึ่งจำลองแบบมาจากเรือเบลิตุงที่ชาวอาหรับใช้เดินทางข้ามมาเอเชียในศตวรรษที่ 9 มีขนาดยาว 18 เมตรเท่าของจริง ใช้วิธีสร้างแบบดั้งเดิมโดยไม้ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โดยเรือจำลองที่สร้างขึ้นใหม่นี้ยังเคยใช้ล่องจากโอมานมายังสิงคโปร์ด้วยเส้นทางเดียวกับในอดีตที่นักภูมิศาสตร์เคยบันทึกไว้ด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีโซน Pier Adventure ให้เดินบนตาข่ายเพื่อชมเรือจากมุมสูง และ Explorer’s Nook คาเฟ่ที่มีขนมธีมสัตว์ทะเลน่ารักๆ ให้นั่งพักเหนื่อยด้วย
4. Singapore’s Coast
Singapore’s Coast โซนที่จำลองบรรยากาศมาจากป่าชายเลนของสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศท้องถิ่น เป็นโซนที่จะได้พบความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตสุดถึก เพราะต้องปรับตัวให้อยู่รอดในสภาพน้ำที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมถึงปลาเจ้าถิ่นอย่าง ปลาเสือพ่นน้ำ ที่มีสกิลยิงน้ำแม่นระดับโอลิมปิก และ ปลาตีนครีบประขาว ที่ใช้ครีบเดินบนดินได้เหมือนสัตว์บก นอกจากนี้ยังมีการนำเทคนิค Projection Mapping มาฉายภาพสัตว์ชายฝั่งที่กำลังคืบคลานไปตามแนวโขดหินด้วย
5. Shark Seas
อีกหนึ่งไฮไลต์ของ Singapore Oceanarium คือ โซน Shark Seas อาณาจักรของนักล่าแห่งท้องทะเล มีทั้งอุโมงค์ใต้น้ำที่มีฉลามตัวใหญ่ยักษ์หลากหลายสายพันธุ์โฉบไปมาอยู่เหนือศีรษะและรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็น ฉลามเสือทราย, ฉลามหัวค้อนหยัก, ฉลามครีบดำ, ฉลามสันทราย ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถหยิบมือถือขึ้นมาสแกนผ่านเทคโนโลยี AR เพื่อเรียนรู้เรื่องการดำรงชีวิต การสืบพันธุ์ การเอาตัวรอดของฉลามที่ทั้งสนุกและเข้าใจง่ายได้ด้วย
6. Coral Gardens
เปลี่ยนบรรยากาศมาชมปะการังสวยๆ ที่ โซน Coral Gardens กันบ้าง โซนนี้มีทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน และหอยมือเสือยักษ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญต่อท้องทะเล เพราะเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ที่หลบภัย และเครื่องกรองน้ำธรรมชาติ ทำให้ทะเลใสสะอาด ไฮไลต์ห้ามพลาดคือ อุโมงค์ปลาไหลมอเรย์ ที่สามารถมุดเข้าไปชมปลาไหลที่กำลังแหวกว่ายผ่านโขดหินได้แบบระยะประชิดเลย
7. Open Ocean
Open Ocean เป็นโซนที่ใหญ่ที่สุดใน Singapore Oceanarium มีแท็งก์น้ำขนาดมหึมาความจุ 18 ล้านลิตร พร้อมกระจกใสบานใหญ่กว้าง 36 เมตร ที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับโลกใต้น้ำแบบเต็มตาเหมือนดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเลด้วยตัวเอง ด้านในมีทั้งกระเบนราหู, กระเบนนก, ฉลามเสือดาว และสัตว์น้ำนานาชนิดอีกนับพันตัวว่ายวนไปมา และในทุกวันอังคาร – พฤหัสบดี และเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 16:00 น. จะมีโชว์ให้อาหารให้ได้ชม และถ้าเดินเล่นจนเริ่มเหนื่อย โซนนี้ก็มีมุม Ocean Bites ให้แวะพักเติมพลังด้วยขนมอร่อยๆ พร้อมชมวิวใต้น้ำแบบเพลินๆ
8. Benthos
Benthos โซนนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ก้นมหาสมุทร เพราะโลกใต้น้ำไม่ได้มีแค่ปลาที่ว่ายผ่านไปมา แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในดินโคลน ทราย โขดหิน และแนวปะการัง เช่น ปลาไหลมอเรย์สีเขียว ปูยักษ์แทสเมเนีย ปลาขี้ตังเหลือง ปลาอมไข่ครีบยาว นอกจากนี้ยังมี Art-quarium โต๊ะระบบสัมผัสแบบอินเตอร์แอคทีฟที่เพื่อนๆ สามารถเอาลักษณะเด่นของปลาแต่ละชนิดมาออกแบบเป็นปลาของตัวเองได้ด้วย เป็นกิจกรรมที่ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่แน่นอน
9. Whale Fall and Seamount
โซน Whale Fall and Seamount เป็นโซนที่จะพาทุกคนลงไปสำรวจท้องทะเลในจุดที่แทบไม่มีแสงส่องถึง และทำความรู้จักกับ Whale Fall ปรากฏการณ์ซากวาฬจมลงสู่ก้นมหาสมุทร และกลายเป็นแหล่งอาหารที่หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ได้นานหลายทศวรรษ โดยมีทั้งโครงกระดูกวาฬจำลอง โชว์โปรเจกชันที่ค่อยๆ เล่าให้เห็นว่าซากวาฬชิ้นใหญ่ถูกย่อยสลายอย่างไร และส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำลึก เช่น ไอโซพอดญี่ปุ่น, กุ้งอาคาซะทะเลลึก, ฉลามผีออสเตรเลีย บอกเลยว่าหาชมตามธรรมชาติยากมากๆ
10. Deep Ocean Exploration
โซน Deep Ocean Exploration ออกแบบมาเพื่อพาผู้ชมไปสำรวจโลกใต้ทะเลลึกที่มืดมิดและเต็มไปด้วยแรงดันมหาศาล ไฮไลต์คือ เรือดำน้ำจำลองขนาดเท่าของจริงจาก Triton Submarines ที่ใช้ในการดำสำรวจใต้ทะเล โดยมีเทคโนโลยีภาพฉายและสื่อเสมือนจริงที่ถ่ายทอดทั้งการสำรวจซากเรือและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก พร้อมเล่าเรื่องการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนได้ร่วมภารกิจสำรวจโลกที่ยังไม่ถูกค้นพบ พี่เห็ดบอกเลยว่าเป็นโซนที่ทั้งลึกลับ ได้ความรู้ และดูเพลินแบบไม่รู้ตัว
รายละเอียดเพิ่มเติม
เวลาทำการ : จันทร์ – ศุกร์ 10:00 – 19:00 น. / เสาร์ – อาทิตย์ 09:00 – 21:00 น.
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 55 SGD / เด็ก (อายุ 4 – 12) และผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) 43 SGD
การเดินทาง :
1. รถไฟใต้ดิน (MRT) ขึ้นรถไฟสาย North-East (สีม่วง) หรือสาย Circle (สีเหลือง) ลงสถานี HarbourFront ทางออก E เดินต่อไปยังห้าง VivoCity ชั้น 3 เพื่อต่อรถไฟ Sentosa Express ไปลงสถานี Resorts World จากนั้นเดินต่อประมาณ 250 เมตร
2. รถบัส นั่งรถบัสสาย RWS8 จากป้ายรถเมล์หมายเลข 14141 ที่หน้า VivoCity หรือป้ายหมายเลข 14121 ที่หน้า Merrill Lynch (HarbourFront) ลงที่จุดจอดรับ – ส่ง Resorts World Sentosa จากนั้นเดินต่อประมาณ 450 เมตร
เว็บไซต์หลัก : https://www.singaporeoceanarium.com/en.html
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/agesj6s5Jq3wJQ5m7
เพื่อนๆ คนไหนกำลังจะจัดทริปไป เที่ยวสิงคโปร์ ก็อย่าลืมใส่ Singapore Oceanarium ไว้ในแพลนกันนะคะ ใครได้มาต้องร้องว้าวแน่นอน เป็นอควาเรียมที่จัดแสดงแต่ละโซนได้แบบอลังการและน่าสนใจ จัดเต็มสุดๆ ได้สัมผัสทั้งความงดงามของธรรมชาติ และค้นพบความลับของโลกใต้ทะเลลึกในแบบที่สนุกและได้ความรู้ไปพร้อมกัน ที่สำคัญเดินทางไม่ยาก อยู่ใกล้กับสวนสนุก Universal Studio Singapore แบบเดินถึง จัดทริปรวมกันในวันเดียวได้เลย
