Mushroom Travel

สตรอเบอร์รี่ (อิจิโกะ) ลูกโต เก็บกินให้ฟินอินเซนได

สตรอเบอร์รี่ลูกแดงสดรสชุ่มฉ่ำ
ใครล่ะจะปฏิเสธลง
ว่าแล้วเราไปตะลุยกินสตรอเบอร์รี่ลูกโตของ”เซนได”กันดีกว่า

สตรอเบอร์รี่ ฉันล่ะยี้เธอจริงๆ ~ อะแฮ่มๆ แหะๆ ขอโทษที่นะจ้ะ ร้องเพลงบอกออายุไปนี๊ด ก็แหมวันนี้จะพาทุกคนไปเก็บสตรอเบอร์รี่สดๆ กินกันทั้งทีก็ต้องอารมณ์ดีเป็นธรรมดา เพราะที่ว่าสดๆนั้นไม่ใช่สดๆจากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตร้านไหนหรอกนะจ้ะ แต่จะไปตะลุยกันถึงฟาร์ม กินกันให้พุงกางไปข้างนึงเลยต่างหากล่ะจ้ะ วะฮ่าฮ่าฮ่า แค่คิดก็ฟินไปถึงดาวอังคารแล้ว คิดถึงรสหวานอมเปรี้ยว กัดลงไปก็มีกลิ่นหวานหอมกระจายไปทั่วปากพร้อมน้ำชุ่มฉ่ำที่ปริแตกออกมา

นั่นสิ แค่คิดถึงก็เปรี้ยวปากจนอยากหาพริกเกลือมากินแกล้มด้วยแล้ว

ถ้าไปเดินตลาดสดหรือตลาดนัดช่วงนี้ก็จะเห็นว่ามีสตรอเบอร์รี่ทยอยมาวางขายแล้ว แต่มันช่างเป็นสตรอเบอร์รี่จิ๋วเสียจริงๆ แถมบางที่ยังมาทั้งที่ยังขาวจั๊วะ กัดไปทีนี่…เปรี้ยวจนเข็ดฟัน เราเลยจะพาไปชิมสตรอเบอร์รีลูกโต รสหวานฉ่ำแบบไม่ง้อพริกเกลือกันที่ญี่ปุ่นดีกว่า เริ่มจากข้อมูลพื้นฐานก่อนเลยอย่างฤดูที่อิจิโกะทั้งหลายออกลูกกัน นั่นก็คือช่วงเดือนธันวาคม (ช่างเข้ากันกับหลากหลายเทศกาลเสียนี่กระไร ทั้งคริสต์มาส, ปีใหม่, วาเลนไทน์, ตรุษจีน โอ้ย…ฟิน) จนถึงช่วงเดือนพฤษภาคม (บางที่นี่ลากยาวไปถึงเดือนมิถุนายนเลยล่ะค่ะ)
สตรอเบอร์รี่ที่เราเห็นกันในประเทศไทยนั้น จะเป็นสตรอเบอร์รี่ลูกเล็ก แต่ของญี่ปุ่นจะมีการปลูกแบบหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่ติดตาติดใจจนสตรอเบอร์รี่มาเนียทั้งหลายอยากจะลิ้มลองคงเป็นสตรอเบอร์รี่ลูกโตขนาดเท้าอุ้งมือเรานั่นเองค่ะ แค่ได้ฟังเสียงลือสียงเล่าอ้างมาว่ามันหวานหอมไม่มีรสเปรี้ยวแหลมแสบลิ้นมากวนใจด้วยแล้ว ยิ่งกระตุ้นให้เกิดความอยากกินจนอดใจไม่ไหวจริงๆ เพราะโดยส่วนตัวแล้วสารภาพเลยว่าไม่ถูกปากกับผลไม้รสเปรี้ยวทั้งหลายอย่างมาก จนเมื่อได้มาลิ้มรสอิจิโกะผลโตรสหวานนี่แหละ บอกเลยว่าละลาย

สายพันธุ์ที่หลากหลายของสตรอเบอร์รี่ญี่ปุ่นนั่นบางสายพันธุ์เป็นพันธุ์หายากที่ไม่มีส่งขายตามตลาดทั่วไปด้วยซ้ำ แล้วถ้าเกิดอยากกินขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง…?! คำตอบก็คือฟาร์มสตรอเบอร์รี่นี่แหละดีงาม เด็ดกินจากต้นสดๆไม่มีสารพิษตกค้าง กินเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่อยู่ในเวลาที่กำหนด (ส่วนมากจะ 30 นาที) ในราคาที่จะว่าแพงก็แพง แต่ถ้าคิดว่าได้กินผลไม้สดเกรดเอก็คุ้มค่าน่าเสียเงินสุดๆ (ราคาของฟาร์มแต่ละที่แตกต่างกันไปมีตั้งแต่ (800 เยนถึงประมาณ 1,600 เยน ตามแต่ขนาด สายพันธุ์ ช่วงเวลาที่ไปและการตั้งราคาของแต่ละฟาร์ม)

มาพูดถึงสายพันธุ์กันบ้าง สายพันธุ์สตรอเบอร์รี่ในญี่ปุ่นมีทั้ง โทโยะโนกะ ที่มีรสหวานนำ, เนียะโฮะ เปรี้ยวอมหวานสีแดงสด, อากิฮิเมะ เปรี้ยวน้อย, อากะเนะฮิเม ลูกโต, ฮัทสึโคอิ โนะ คาโอริ สตรอเบอร์รี่กลายพันธุ์ทีมีผลสีขาวกลิ่นหอมหวาน ส่วนพันธุ์ที่เราจะพาไปรู้จักกันนี้เป็นสายพันธุ์ที่มีมากในเซนได เลยถูกเรียกว่าเป็นสตรอเบอร์รี่เซนไดนั่นเอง ถามว่าทำไมต้องเซนได ก็เพราะว่าสตรอเบอร์รี่เซนได จังหวัดมิยางินั้น ถือป็นสุดยอดสถานที่ปลูกสตรอเบอร์รี่อันดับหนึ่งของภูมิภาคโทโฮกุเลย ส่วนสายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากก็คือ ไรโฮ เป็นสายพันธุ์ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานผสานกันอย่างลงตัว กินมากก็ไม่เลี่ยน ตัวผลมีความแข็งไม่นุ่มเล็กทำให้เก็บไว้ได้หลายวัน แถมจุดเด่นที่สำคัญก็คือสามารถปลูกได้ตลอดปีนั่นเอง…ว้าว!!!

แต่แน่นอนว่าถ้าได้มีโอกาสไปที่ฟาร์มเราอยากให้ลองชิมหลายๆสายพันธุ์เลยนะ ส่วนวิธีกินที่เป็นนิปปอนสไตล์ตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นก็คือการจุ่มกับนมข้นนั่นเอง ซึ่งจากที่เคยทานมาแล้วบอกเลยว่าฟินมากจนไม่คิดว่ามันจะเข้ากันขนาดนี้ ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นเพราะสตรอเบอร์รี่ญี่ปุ่นอร่อย (คือกินเปล่าๆก็อร่อยกว่าของไทยมากกกกกกกจริงๆแหละนะ) ก็เลยจับเอาสตรอเบอรี่ไทยมาทดลองทั้งจิ้มพริกเกลือน้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำปลาหวาน (ก็เข้ากันดีนะอันนี้เค็มปะแล่มๆ ดี) จนมาเจอกับนมข้นแล้วคือมันใช่มาก อร่อยมาก รสเปรี้ยวเวลาเจอกับนมข้นหวานๆหอมๆมันมีความเค็มนิดๆที่ทำให้อร่อยจนเผลอซัดไปครึ่งโลแบบไม่เกรงใจคอลเลสเตอรอลเลยจริงๆ นะ แต่ยังห่างกันไกลก็สตรอเบอร์รี่สดๆ ส่งตรงจากต้นในฟาร์มของญี่ปุ่นจริงๆ…แต่แหม…ก็กินแก้ขัดให้หายคิดถึงญี่ปุ่นไปได้ก่อนก็โอเค๊

ไหนๆ ช่วงนี้ก็มีทั้งสตรอเบอร์รี่ไทย อิจิโกะญี่ปุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาขนาดนี้แล้ว เราอยากท้าให้ไปชิมเทียบกันเลยจริงๆ รับรองว่าจะเป็นมื้อที่สุขล้นไม่รู้ลืมเลยแหละ รออะไรล่ะจ้ะ หาตั๋ว…เล็งทัวร์กันเถอะ อิจิโกะจังทั้งหลายสายพันธุ์รอเราอยู่ 😛

—————
Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id: @mushroomtravel

สตรอเบอร์รี่ (อิจิโกะ) ลูกโต เก็บกินให้ฟินอินเซนได was last modified: May 17th, 2022 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version