ใครกำลังจัดกระเป๋าเตรียมบินไป ทัวร์โอซาก้า แต่ยังไม่มีแพลนเที่ยวสำหรับวันฟรีเดย์บ้าง? ขอบอกเลยว่าไม่ต้องนั่งเหงาอยู่แถวโรงแรม เพราะสามารถออกไปเช็กอิน ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า ได้ไม่ยาก พิกัดไม่ใกล้ไม่ไกลเต็มไปด้วยเมืองน่าเที่ยวทั้งนั้น ที่สำคัญเดินทางสะดวกมาก แค่กระโดดขึ้นรถไฟไม่กี่ชั่วโมง ก็จะได้สัมผัสกับวิวธรรมชาติ วัฒนธรรมเก่าแก่ ไปจนถึงบรรยากาศริมทะเลที่ให้ฟีลเหมือนหลุดไปอีกทริปเลยทีเดียว ตามมาดูกันเลย พี่เห็ด มัชรูมทราเวล มาแจกพิกัด 10 เมืองใกล้โอซาก้า นั่งรถไฟเที่ยวชิลๆ ไปเช้า-เย็นกลับแบบสบายๆ แถมเก็บที่เที่ยวไฮไลต์ได้ครบ เตรียมแพลนให้พร้อมแล้วออกเดินทางไปพร้อมกันเลย
1. เกียวโต (Kyoto)
ถ้าโอซาก้าคือความคึกคัก แสงสี และเสียงหัวเราะ เกียวโต ก็คือขั้วตรงข้ามที่มีความสุขุม นิ่งสงบ เป็นเมืองหลวงเก่าแก่อายุกว่าพันปี นั่งรถไฟจากโอซาก้าแค่ประมาณ 30 นาที เมืองนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต คงรูปแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม อย่างบ้านเรือนไม้เก่า หรือเสียงระฆังวัดโบราณที่แทรกตัวอยู่กับคาเฟ่ชิคๆ ได้อย่างลงตัว นี่แหละเป็นเสน่ห์ของเมืองเกียวโต ยิ่งถ้าไปช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือซากุระบาน ที่นี่ถือเป็นหมุดหมายที่ต่อให้คนเยอะแค่ไหน ก็ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในเกียวโต
– ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) : แลนด์มาร์กอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงนับหมื่นต้น ที่ทอดยาวเลียบไปตามแนวเขาอินาริ ทางเดินสวยขลัง ถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นกล้อง แถมมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกผู้ส่งสารของเทพเจ้าให้ได้ไหว้ขอพร
– วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu-dera) : หรือ วัดน้ำใส วัดเก่าแก่ที่มีอาคารระเบียงไม้ขนาดใหญ่ยื่นออกจากเนินเขา สร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว มองเห็นวิวเมืองเกียวโตแบบพาโนรามา ช่วงปลายพฤศจิกายน-ต้นธันวาคมมีวิวใบไม้เปลี่ยนสีอลังการสุดๆ ที่หน้าทางเข้าวัดมีถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านขนมและของฝากซื้อกลับบ้านได้
– ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove) : ทางเดินสายธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยลำไผ่เขียวขจีสูงตระหง่าน ลมพัดมาแต่ละทีจะได้ยินเสียงใบไผ่เสียดสีกันฟังดูผ่อนคลายสุดๆ เดินต่ออีกนิดก็เจอสะพานโทเก็ตสึเคียว และคาเฟ่ริมแม่น้ำให้นั่งชิล
การเดินทางจากโอซาก้า : เกียวโตห่างจากโอซาก้าประมาณ 40 – 50 กิโลเมตร สามารถนั่งรถไฟ JR สาย Kyoto จากสถานี Osaka ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือนั่งรถไฟสาย Hankyu หรือ Keihan ใช้เวลาประมาณ 45–50 นาที เรียกว่านั่งงีบยังไม่ทันหลับสนิทก็ถึงแล้ว
2. นารา (Nara)
เมืองใกล้โอซาก้า ที่มีแต่ความน่ารักคงหนีไม่พ้น นารา เมืองที่รวมมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 40 นาที บรรยากาศค่อนข้างสงบ รายล้อมด้วยสวนสีเขียว วัดเก่าแก่ และศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทั้งยังมีไฮไลต์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก นั่นก็คือ “กวาง” สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อชินโต กว่าพันตัวที่เดินเล่น ข้ามถนน นอนอาบแดดอย่างอิสระปะปนกับผู้คนแบบไม่กลัวใคร นอกจากการให้อาหารกวางและถ่ายรูปกับน้องๆ แล้ว ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาของญี่ปุ่นผ่านสถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วยนะ
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในนารา
– สวนนารา (Nara Park) : สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง แหล่งรวมฝูงกวางน้อยใหญ่ที่ออกมาทักทายนักท่องเที่ยว เป็นจุดแวะซื้อขนมเซมเบ้ป้อนกวางและถ่ายรูปคู่แบบใกล้ชิดสุดๆ
– วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple) : หนึ่งในอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุตสึสำริดองค์มหึมา
– ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ (Kasuga Taisha) : ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ท่ามกลางผืนป่าทึบ โดดเด่นด้วยโคมไฟหินและโคมไฟทองเหลืองโบราณนับพันดวงที่แขวนเรียงรายตลอดแนวทางเดิน ให้บรรยากาศลึกลับ มีมนต์ขลัง และร่มรื่นเงียบสงบ
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 35 กิโลเมตร สามารถนั่งรถไฟสาย Kintetsu จากสถานี Osaka-Namba ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ไปยังสถานี Kintetsu-Nara เดินออกจากสถานีไม่กี่ก้าวก็เจอน้องกวางมารอต้อนรับแล้ว
3. โกเบ (Kobe)
ไปเที่ยวกันต่อที่ โกเบ เมืองท่าสุดโรแมนติกที่ผสมผสานกลิ่นอายตะวันตกเข้ากับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างมีระดับ นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 25 นาที โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่ด้านหลังพิงภูเขาร็อคโค ส่วนด้านหน้าเปิดรับวิวอ่าวทะเลกว้างใหญ่ ทำให้บรรยากาศของเมืองนี้ดูชิล โปร่งสบาย และมีความอินเตอร์แบบผู้ดี มีย่านบ้านเรือนโบราณสไตล์ฝรั่ง คาเฟ่เก๋ๆ และโรงคั่วกาแฟแทรกตัวอยู่ตามเนินเขา แต่ที่พลาดไม่ได้คือ “เนื้อโกเบ” ลายหินอ่อนละลายในปาก ที่มาถึงถิ่นแล้วต้องจัดแบบกระทะร้อนเทปันยากิสักมื้อ ปิดท้ายวันด้วยการชมวิวแสงไฟระยิบระยับริมอ่าวโกเบ ยามค่ำคืนสวยติดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนมู้ดจากเมืองประวัติศาสตร์มาชิลริมทะเลแบบพรีเมียม
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในโกเบ
– ย่านคิตาโนะ อิจินคัง (Kitano Ijinkan) : ย่านบ้านเรือนสไตล์ตะวันตกบนเนินเขา อดีตเคยเป็นที่พักของพ่อค้าและนักการทูตต่างชาติ บ้านแต่ละหลังตกแต่งสวยงามแปลกตา ถ่ายรูปเพลิน และยังมี Starbucks สาขาบ้านไม้โบราณที่คลาสสิกสุดๆ
– โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) : จุดเช็กอินริมอ่าวโกเบ แหล่งรวมห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ เป็นมุมยอดฮิตสำหรับนั่งรับลมทะเล มองเห็น Kobe Port Tower หอคอยชมวิวริมทะเล สีแดงสดสัญลักษณ์ของเมือง และชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติก
– สวนสมุนไพรและกระเช้า (Kobe Nunobiki Herb Gardens & Ropeway) : สวนสมุนไพรและสวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนเนินเขา ที่สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปชมวิวเมืองโกเบจากมุมสูงได้
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าเพียง 30 กิโลเมตร สามารถนั่งรถไฟ JR สาย Kobe จากสถานี Osaka มุ่งหน้าไปลงสถานี Sannomiya ใช้เวลาประมาณ 25 นาที หรือถ้าขึ้นสาย Hankyu หรือ Hanshin จากฝั่งอุเมดะก็ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
4. อุจิ (Uji)
อีกหนึ่ง ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า ที่แนะนำว่าควรไป เพราะ อุจิ เป็นเมืองหลวงแห่งชาเขียวมัทฉะ เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำทางตอนใต้ของเกียวโต นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมง บรรยากาศเงียบสงบ สโลว์ไลฟ์ และอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของใบชาคั่วตั้งแต่ก้าวขาออกจากสถานีรถไฟ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านชาโบราณที่เปิดมานานนับร้อยปี นำมัทฉะแท้ๆ มารังสรรค์เป็นทั้งเครื่องดื่มเข้มข้น ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ขนมพาร์เฟต์ ไปจนถึงราเมนและโซบะชาเขียว นอกจากนี้อุจิ ยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ทำให้มีเสน่ห์น่าสนใจไม่แพ้เมืองใหญ่ๆ เลย
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในอุจิ
– วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) : วัดพุทธที่มีชื่อเสียงจากวิหารฟีนิกซ์ (Phoenix Hall) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสำคัญของญี่ปุ่น และยังเป็นภาพที่ปรากฏอยู่บนเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่นอีกด้วย
– ถนนเบียวโดอิน โอโมเตะซันโดะ (Byodoin Omotesando) : ถนนสายชาเขียวระยะทางประมาณ 300 เมตร สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยร้านค้าจำหน่ายใบชา ขนมมัทฉะ ซอฟต์เสิร์ฟโรยผงชาเขียวแบบล้นๆ และของฝากเกี่ยวกับชาให้แวะชิมกันตลอดทาง
– สะพานอุจิและแม่น้ำอุจิ (Uji Bridge & Uji River) : สะพานไม้ข้ามแม่น้ำที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เป็นจุดชมวิวสายน้ำ ภูเขา และต้นไม้เขียวขจี อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย สามารถเดินข้ามไปเกาะกลางแม่น้ำ เพื่อปิกนิก หรือนั่งจิบชาชิลๆ พักขาได้
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 45 กิโลเมตร นั่งรถไฟสาย Keihan จากสถานี Yodoyabashi หรือ Kyobashi ไปเปลี่ยนขบวนเป็นสาย Keihan Uji ที่สถานี Chushojima ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง หรือนั่งรถไฟ JR จากสถานี Osaka ไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี Kyoto แล้วต่อรถไฟ JR สาย Nara มาลงที่สถานี Uji ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเช่นกัน
5. ฮิเมจิ (Himeji)
เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่ มาเดินชมสถาปัตยกรรมและเรียนรู้เรื่องราวของญี่ปุ่นในอดีตที่ ฮิเมจิ เมืองประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่า สบายตา และสง่างาม นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมง มาถึงก็ได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยมีปราสาทฮิเมจิเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ปราสาทดั้งเดิมที่รอดพ้นจากภัยสงครามและภัยพิบัติมาได้หลายร้อยปี จนได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่น ใครที่ชอบสถาปัตยกรรมโบราณ หรืออยากได้ภาพวิวปราสาทญี่ปุ่นแท้ๆ แบบไม่มีตึกสูงมาบดบังสายตา ฮิเมจิถือเป็นคำตอบที่คุ้มค่าตั๋วรถไฟที่สุด
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในฮิเมจิ
– ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) : แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองและมรดกโลก UNESCO ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีของญี่ปุ่น จนได้รับฉายาว่า “ปราสาทนกกระสาขาว” ยิ่งช่วงซากุระบานรอบคูน้ำ บอกเลยว่าสวยตะลึง
– สวนโคโคเอ็น (Koko-en Garden) : สวนญี่ปุ่นดั้งเดิมขนาดใหญ่อยู่ติดกับตัวปราสาท แบ่งออกเป็น 9 สวนย่อยตามสไตล์บ้านซามูไร มีทั้งสระน้ำปลาคาร์ป น้ำตกจำลอง ป่าไผ่ และโรงน้ำชาโบราณ บรรยากาศร่มรื่น
– วัดเอ็นเกียวจิ ภูเขาโชฉะ (Shoshazan Engyoji Temple) : วัดพุทธโบราณอายุกว่าพันปีที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึกบนยอดเขา
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 85 – 90 กิโลเมตร ถ้าอยากประหยัดเวลาแนะนำให้นั่ง Shinkansen จากสถานี Shin-Osaka ใช้เวลาแค่ 30 นาที แต่ถ้าอยากประหยัดเงิน แนะนำให้นั่งรถไฟธรรมดาอย่าง JR Special Rapid Service จากสถานี Osaka ยิงยาวมายังถึงสถานี Himeji ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลับตาพักสายตาหน่อยก็ถึงแล้ว
6. วาคายามะ (Wakayama)
ลงใต้ไปสัมผัสบรรยากาศของ วาคายามะ เมืองใกล้โอซาก้า ริมชายฝั่งทะเลที่อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย และมีจังหวะชีวิตที่สโลว์ไลฟ์มากๆ นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเมืองที่รวมธรรมชาติขุนเขา ท้องทะเล ศิลปวัฒนธรรม และความน่ารักนุบนิบเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จุดเด่นของเมืองนี้คือของกินสดใหม่จากท้องทะเล และเป็นเมืองที่มีเรื่องราวน่ารักอย่าง “นายสถานีแมวเหมียวที่สถานีคิชิ” คอยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อยากหนีความวุ่นวายจากใจกลางเมืองโอซาก้า แนะนำเมืองนี้เลย
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในวาคายามะ
– ปราสาทวาคายามะ (Wakayama Castle) : ปราสาทสำคัญที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมือง อดีตฐานที่มั่นของตระกูลโทกูงาวะ ด้านบนเปิดให้ชมวิวเมืองแบบ 360 องศา รอบปราสาทมีสวนสวยและคูน้ำโบราณ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี หรือซากุระบานเป็นจุดชมวิวที่สวยและสงบมาก
– ตลาดคุโรชิโอะ (Kuroshio Market) : ตลาดอาหารทะเลริมอ่าววาคายามะ มีการแสดงโชว์แล่ปลาทูน่ายักษ์สดๆ ให้ชมวันละ 3 รอบ สามารถเลือกซื้อซาชิมิ ซูชิ หรืออาหารทะเลสดๆ ไปกินริมทะเลได้แบบฟินๆ
– สถานีคิชิ รถไฟสายทามะ (Kishi Station) : จุดเช็กอินสุดน่ารักสำหรับทาสแมว สถานีรถไฟท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ตรงตัวอาคารที่สร้างเป็นรูปหน้าแมว และมีนายสถานีสี่ขาอย่างแมวสามสีสุดน่ารักคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 65 – 70 กิโลเมตร นั่งรถไฟด่วน Limited Express Kuroshio ของ JR จากสถานี Shin-Osaka หรือ Tennoji ไปลงที่สถานี Wakayama ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจะเลือกนั่งรถไฟสาย Nankai Main (ขบวน Limited Express Southern) จากสถานี Namba ไปลงที่สถานี Wakayamashi ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เดินทางง่ายต่อเดียวถึงเช่นกัน
7. โอสึ (Otsu)
พาไปพักใจกันที่ โอสึ เมืองริมทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) ในจังหวัดชิกะ (Shiga) นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 40 นาที ด้วยความที่ตั้งอยู่ขนาบข้างทะเลสาบบิวะ ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น บรรยากาศของเมืองจึงเต็มไปด้วยความสดชื่น โปร่งโล่ง สบายตา และมีลมพัดเย็นตลอดวัน วิวผืนน้ำสีฟ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาตัดกับแนวทิวเขา ทำให้รู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนตากอากาศริมทะเลสาบสไตล์ยุโรป ทั้งยังมีกิจกรรมให้ทำเพียบ ไม่ว่าจะล่องเรือสำราญชมวิว ไหว้พระบนยอดเขา หรือลิ้มลองเนื้อโอมิ (Omi Beef) หนึ่งในสามสุดยอดเนื้อวากิวระดับตำนานของญี่ปุ่น
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในโอสึ
– วัดมิอิเดระ (Miidera Temple) : วัดพุทธนิกายเทนไดเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี โดดเด่นด้วยหอระฆังโบราณ วิหารไม้ขนาดใหญ่ และจุดชมวิวที่มองเห็นตัวเมืองโอสึคู่กับทะเลสาบบิวะ
– วัดเอ็นเรียคุจิ (Enryaku-ji Temple) : มรดกโลกและศูนย์กลางพุทธศาสนานิกายเทนไดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาฮิเอ (Mount Hiei) อากาศเย็นสบายตลอดปี ด้านในมีวิหารไม้โบราณที่จุดเปลวไฟนิรันดร์ ไม่เคยดับมานานกว่า 1,200 ปี
– ท่าเรือโอสึและเรือสำราญมิชิแกน (Otsu Port & Michigan Cruise) : เรือกลไฟย้อนยุคสีแดงสดใสสไตล์อเมริกันใต้ที่จะพานักท่องเที่ยวล่องทะเลสาบบิวะ บนเรือมีดาดฟ้าเปิดโล่งรับลม ชมวิวภูเขาและผืนน้ำแบบ 360 องศา พร้อมการแสดงดนตรีและร้านอาหารบนเรือ
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 50 – 55 กิโลเมตร นั่งรถไฟ JR Special Rapid Service จากสถานี Osaka ยิงยาวต่อเดียวถึงสถานี Otsu ใช้เวลาเพียงแค่ 35 – 40 นาทีเท่านั้น
8. มิโนะ (Minoh)
ถ้าอยากหาธรรมชาติสีเขียวฉ่ำๆ หรือจุดสูดอากาศบริสุทธิ์แบบไม่ต้องเดินทางไกล ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า อย่าง มิโนะ คือคำตอบ เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของโอซาก้า นั่งรถไฟไปประมาณ 35 นาที เป็นพิกัดฟอกปอดชั้นดี เพราะเป็นพื้นที่หุบเขาและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และมีกลิ่นอายธรรมชาติแท้ๆ นักท่องเที่ยวสายเดินป่าต่างรู้กันดีว่าขึ้นชื่อในเส้นทางเดินเทรล เดินง่ายมาก ไม่เหนื่อย ลัดเลาะเลียบไปตามลำธารน้ำใสที่มีสะพานแดงและบ้านไม้โบราณตลอดทาง ปลายทางมีน้ำตกสูงใหญ่คอยต้อนรับ ยิ่งถ้าไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือที่สุด แถมมีของกินแปลกอย่าง “เทมปุระใบเมเปิล” ขนมทอดกรอบสูตรโบราณให้เคี้ยวเพลินๆ ด้วย
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในมิโนะ
– น้ำตกมิโนะ (Minoh Waterfall) : น้ำตกธรรมชาติที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม สายน้ำไหลลงมากระทบแอ่งน้ำใสแจ๋วเบื้องล่าง มีสะพานสีแดงทอดผ่านด้านหน้าน้ำตก เป็นจุดถ่ายรูปแลนด์มาร์กที่สวยงามทั้งฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง
– วัดเรียวอันจิ (Ryuanji Temple) : วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางเดินในอุทยานมิโนะ โดดเด่นด้วยสะพานสีแดงสดข้ามลำธาร และมีประวัติศาสตร์น่าทึ่งเพราะเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของลอตเตอรี่ในญี่ปุ่นสมัยโบราณ
– วัดคัตสึโอจิ (Katsuo-ji Temple) : วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องตุ๊กตาดารุมะ (Daruma) เรียงรายอยู่เต็มวัด ซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องชัยชนะและความสำเร็จ
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากใจกลางโอซาก้าประมาณ 20 กิโลเมตร นั่งรถไฟสาย Hankyu Takarazuka จากสถานี Osaka-Umeda ไปลงที่สถานี Ishibashi handai-mae แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Hankyu Minoh ไปลงสุดสายที่สถานี Minoh รวมเวลาเดินทางประมาณ 35 นาที
9. อาคาชิ (Akashi)
พุ่งตรงไปหาของกินอร่อยๆ ที่ อาคาชิ เมืองท่าชายฝั่งทะเลที่อากาศสดชื่นมาก อบอวลไปด้วยกลิ่นอายวิถีชีวิตชาวประมงแท้ๆ นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 40 นาที เมืองนี้ตั้งอยู่ติดกับช่องแคบอาคาชิ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่กระแสน้ำไหลเชี่ยว ทำให้สัตว์น้ำที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสด แน่น และอร่อยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ “ปลาหมึกยักษ์” (Tako) และ “ปลากะพงแดง” (Tai) มาถึงแล้วต้องไม่พลาดชิม “อาคาชิยากิ” (Akashiyaki) ขนมลูกกลมๆ ต้นตำรับทาโกะยากิที่เอาไปจุ่มในน้ำซุปดาชิร้อนๆ รสชาติละมุนลิ้น แถมยังสามารถเดินเล่นรับลมทะเลเพลินๆ เป็นเมืองชิลๆ ปล่อยใจสุดๆ
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในอาคาชิ
– สวนปราสาทอาคาชิ (Akashi Park & Castle Ruins) : สวนขนาดใหญ่ที่มีซากปราสาทเก่าแก่ ป้อมปราการและกำแพงหินหลงเหลือให้ชม เป็นจุดเดินเล่นพักผ่อนที่มีดอกซากุระบานสวยในช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วย
– ถนนช้อปปิ้งและตลาดปลาอุโนะทานะ (Uonotana Shopping Street) : ตลาดสดและย่านการค้าเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เต็มไปด้วยร้านขายอาหารทะเลสดๆ และร้านค้าราว 100 ร้าน แวะชิมของอร่อย หรือเลือกซื้อของกินกลับเป็นของฝากก็ได้
– สะพานอากาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) : สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก เชื่อมระหว่างเมืองโกเบกับเกาะอาวะจิ ช่วงเย็นถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 50 กิโลเมตร นั่งรถไฟ JR Special Rapid Service จากสถานี Osaka ต่อเดียวถึงสถานี Akashi ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเท่านั้น นั่งรถไฟเลยโกเบไปแค่อึดใจเดียวก็ถึงแล้ว
10. คุราชิกิ (Kurashiki)
ปิดท้ายทริปเที่ยว เมืองใกล้โอซาก้า ด้วย คุราชิกิ ในจังหวัดโอคายาม่า (Okayama) ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เวนิสแห่งญี่ปุ่น” มีคลองเล็กๆ สายน้ำใสสะอาด สองฝั่งคลองเรียงรายไปด้วยโกดังเก็บข้าวโบราณสมัยเอโดะ ทุกซอกซอยให้ความรู้สึกคลาสสิก อบอุ่น และโรแมนติกอย่างน่าประหลาดใจ ที่นี่ไม่ได้มีแค่วิวสวยโบราณ แต่ยังผสมผสานศิลปะสมัยใหม่เข้าไปได้อย่างลงตัว ใครชอบถ่ายรูป เดินชมเมืองเก่าชิคๆ ชิมขนมพาเฟต์ผลไม้สดๆ บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการนั่งรถไฟมาเยือนแบบเกินร้อย
พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในคุราชิกิ
– ย่านประวัติศาสตร์คุราชิกิบิคัง (Kurashiki Bikan Historical Quarter) : ย่านเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีตั้งแต่สมัยเอโดะ ทางเดินเลียบคลองโบราณที่สามารถล่องเรือพายไม้ดั้งเดิม ชมเมือง ถ่ายรูปกับสะพานหิน และชมสถาปัตยกรรมโกดังโบราณ
– พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Museum of Art) : อาคารสไตล์กรีกโบราณที่ตั้งเด่นอยู่กลางย่านเมืองเก่า เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกส่วนบุคคลแห่งแรกของญี่ปุ่น ด้านในจัดแสดงผลงานของศิลปินระดับโลกอย่าง Monet, Picasso และ El Greco
– ถนนยีนส์คุราชิกิ (Kurashiki Denim Street) : พิกัดช้อปปิ้งของคนรักยีนส์ รวบรวมเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับที่ตัดเย็บจากผ้ายีนส์แท้ของท้องถิ่น
การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 160 กิโลเมตร แม้จะดูไกลแต่เดินทางสะดวกและเร็วมาก แค่นั่ง Shinkansen จากสถานี Shin-Osaka ไปลงที่สถานี Okayama ใช้เวลาประมาณ 50 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟ JR สาย San-yo นั่งไปลงที่สถานี Kurashiki ใช้เวลาประมาณ 15 นาที รวมเวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้น
เปลี่ยนบรรยากาศออกไปเที่ยว เมืองใกล้โอซาก้า ที่มีดีมากกว่าการช้อปปิ้ง หรือกินทาโกะยากิในเมืองเท่านั้น แค่นั่งรถไฟออกมาไม่กี่อึดใจ ก็ได้เปิดวาร์ปไปเจอทั้งปราสาทเก่าแก่อลังการ ป่าเขียวฉ่ำๆ คลองโบราณสุดโรแมนติก หรือจะแวะไปซดน้ำซุปอาคาชิยากิร้อนๆ แกล้มปลาหมึกสดริมทะเลก็ฟินสุดๆ ใครมีแพลนไป ทัวร์โอซาก้า อย่าลืมแบ่งเวลาสักวันออกไปสำรวจเมืองรอบๆ กันนะ รับรองว่าได้เติมสีสันให้ทริปญี่ปุ่นสนุกยิ่งขึ้นแน่นอน
