Mushroom Travel

10 เมืองใกล้โอซาก้า พร้อมพิกัดไฮไลต์ เที่ยวเองได้แบบ One Day Trip

เมืองใกล้โอซาก้า

ใครกำลังจัดกระเป๋าเตรียมบินไป ทัวร์โอซาก้า แต่ยังไม่มีแพลนเที่ยวสำหรับวันฟรีเดย์บ้าง? ขอบอกเลยว่าไม่ต้องนั่งเหงาอยู่แถวโรงแรม เพราะสามารถออกไปเช็กอิน ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า ได้ไม่ยาก พิกัดไม่ใกล้ไม่ไกลเต็มไปด้วยเมืองน่าเที่ยวทั้งนั้น ที่สำคัญเดินทางสะดวกมาก แค่กระโดดขึ้นรถไฟไม่กี่ชั่วโมง ก็จะได้สัมผัสกับวิวธรรมชาติ วัฒนธรรมเก่าแก่ ไปจนถึงบรรยากาศริมทะเลที่ให้ฟีลเหมือนหลุดไปอีกทริปเลยทีเดียว ตามมาดูกันเลย พี่เห็ด มัชรูมทราเวล มาแจกพิกัด 10 เมืองใกล้โอซาก้า นั่งรถไฟเที่ยวชิลๆ ไปเช้า-เย็นกลับแบบสบายๆ แถมเก็บที่เที่ยวไฮไลต์ได้ครบ เตรียมแพลนให้พร้อมแล้วออกเดินทางไปพร้อมกันเลย

1. เกียวโต (Kyoto)

Credit : lkunl / shutterstock.com

ถ้าโอซาก้าคือความคึกคัก แสงสี และเสียงหัวเราะ เกียวโต ก็คือขั้วตรงข้ามที่มีความสุขุม นิ่งสงบ เป็นเมืองหลวงเก่าแก่อายุกว่าพันปี นั่งรถไฟจากโอซาก้าแค่ประมาณ 30 นาที เมืองนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต คงรูปแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม อย่างบ้านเรือนไม้เก่า หรือเสียงระฆังวัดโบราณที่แทรกตัวอยู่กับคาเฟ่ชิคๆ ได้อย่างลงตัว นี่แหละเป็นเสน่ห์ของเมืองเกียวโต ยิ่งถ้าไปช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือซากุระบาน ที่นี่ถือเป็นหมุดหมายที่ต่อให้คนเยอะแค่ไหน ก็ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต

Credit : lkunl / shutterstock.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในเกียวโต

– ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) : แลนด์มาร์กอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงนับหมื่นต้น ที่ทอดยาวเลียบไปตามแนวเขาอินาริ ทางเดินสวยขลัง ถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นกล้อง แถมมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกผู้ส่งสารของเทพเจ้าให้ได้ไหว้ขอพร
– วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu-dera) : หรือ วัดน้ำใส วัดเก่าแก่ที่มีอาคารระเบียงไม้ขนาดใหญ่ยื่นออกจากเนินเขา สร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว มองเห็นวิวเมืองเกียวโตแบบพาโนรามา ช่วงปลายพฤศจิกายน-ต้นธันวาคมมีวิวใบไม้เปลี่ยนสีอลังการสุดๆ ที่หน้าทางเข้าวัดมีถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านขนมและของฝากซื้อกลับบ้านได้
– ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove) : ทางเดินสายธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยลำไผ่เขียวขจีสูงตระหง่าน ลมพัดมาแต่ละทีจะได้ยินเสียงใบไผ่เสียดสีกันฟังดูผ่อนคลายสุดๆ เดินต่ออีกนิดก็เจอสะพานโทเก็ตสึเคียว และคาเฟ่ริมแม่น้ำให้นั่งชิล

การเดินทางจากโอซาก้า : เกียวโตห่างจากโอซาก้าประมาณ 40 –  50 กิโลเมตร สามารถนั่งรถไฟ JR สาย Kyoto จากสถานี Osaka ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือนั่งรถไฟสาย Hankyu หรือ Keihan ใช้เวลาประมาณ 45–50 นาที เรียกว่านั่งงีบยังไม่ทันหลับสนิทก็ถึงแล้ว


2. นารา (Nara)

Credit : Richie Chan / shutterstock.com

เมืองใกล้โอซาก้า ที่มีแต่ความน่ารักคงหนีไม่พ้น นารา เมืองที่รวมมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 40 นาที บรรยากาศค่อนข้างสงบ รายล้อมด้วยสวนสีเขียว วัดเก่าแก่ และศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทั้งยังมีไฮไลต์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก นั่นก็คือ “กวาง” สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อชินโต กว่าพันตัวที่เดินเล่น ข้ามถนน นอนอาบแดดอย่างอิสระปะปนกับผู้คนแบบไม่กลัวใคร นอกจากการให้อาหารกวางและถ่ายรูปกับน้องๆ แล้ว ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาของญี่ปุ่นผ่านสถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วยนะ

Credit : weniliou / shutterstock.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในนารา

– สวนนารา (Nara Park) : สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง แหล่งรวมฝูงกวางน้อยใหญ่ที่ออกมาทักทายนักท่องเที่ยว เป็นจุดแวะซื้อขนมเซมเบ้ป้อนกวางและถ่ายรูปคู่แบบใกล้ชิดสุดๆ
– วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple) : หนึ่งในอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุตสึสำริดองค์มหึมา
– ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ (Kasuga Taisha) : ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ท่ามกลางผืนป่าทึบ โดดเด่นด้วยโคมไฟหินและโคมไฟทองเหลืองโบราณนับพันดวงที่แขวนเรียงรายตลอดแนวทางเดิน ให้บรรยากาศลึกลับ มีมนต์ขลัง และร่มรื่นเงียบสงบ

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 35 กิโลเมตร สามารถนั่งรถไฟสาย Kintetsu จากสถานี Osaka-Namba ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ไปยังสถานี Kintetsu-Nara เดินออกจากสถานีไม่กี่ก้าวก็เจอน้องกวางมารอต้อนรับแล้ว


3. โกเบ (Kobe)

Credit : f11photo / shutterstock.com

ไปเที่ยวกันต่อที่ โกเบ เมืองท่าสุดโรแมนติกที่ผสมผสานกลิ่นอายตะวันตกเข้ากับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างมีระดับ นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 25 นาที โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่ด้านหลังพิงภูเขาร็อคโค ส่วนด้านหน้าเปิดรับวิวอ่าวทะเลกว้างใหญ่ ทำให้บรรยากาศของเมืองนี้ดูชิล โปร่งสบาย และมีความอินเตอร์แบบผู้ดี มีย่านบ้านเรือนโบราณสไตล์ฝรั่ง คาเฟ่เก๋ๆ และโรงคั่วกาแฟแทรกตัวอยู่ตามเนินเขา แต่ที่พลาดไม่ได้คือ “เนื้อโกเบ” ลายหินอ่อนละลายในปาก ที่มาถึงถิ่นแล้วต้องจัดแบบกระทะร้อนเทปันยากิสักมื้อ ปิดท้ายวันด้วยการชมวิวแสงไฟระยิบระยับริมอ่าวโกเบ ยามค่ำคืนสวยติดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนมู้ดจากเมืองประวัติศาสตร์มาชิลริมทะเลแบบพรีเมียม

Credit : Sean Pavone / shutterstock.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในโกเบ

– ย่านคิตาโนะ อิจินคัง (Kitano Ijinkan) : ย่านบ้านเรือนสไตล์ตะวันตกบนเนินเขา อดีตเคยเป็นที่พักของพ่อค้าและนักการทูตต่างชาติ บ้านแต่ละหลังตกแต่งสวยงามแปลกตา ถ่ายรูปเพลิน และยังมี Starbucks สาขาบ้านไม้โบราณที่คลาสสิกสุดๆ
– โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) : จุดเช็กอินริมอ่าวโกเบ แหล่งรวมห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ เป็นมุมยอดฮิตสำหรับนั่งรับลมทะเล มองเห็น Kobe Port Tower หอคอยชมวิวริมทะเล สีแดงสดสัญลักษณ์ของเมือง และชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติก
– สวนสมุนไพรและกระเช้า (Kobe Nunobiki Herb Gardens & Ropeway) : สวนสมุนไพรและสวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนเนินเขา ที่สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปชมวิวเมืองโกเบจากมุมสูงได้

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าเพียง 30 กิโลเมตร สามารถนั่งรถไฟ JR สาย Kobe จากสถานี Osaka มุ่งหน้าไปลงสถานี Sannomiya ใช้เวลาประมาณ 25 นาที หรือถ้าขึ้นสาย Hankyu หรือ Hanshin จากฝั่งอุเมดะก็ใช้เวลาประมาณ 30 นาที


4. อุจิ (Uji)

Credit : Sean Pavone / shutterstock.com

อีกหนึ่ง ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า ที่แนะนำว่าควรไป เพราะ อุจิ เป็นเมืองหลวงแห่งชาเขียวมัทฉะ เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำทางตอนใต้ของเกียวโต นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมง บรรยากาศเงียบสงบ สโลว์ไลฟ์ และอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของใบชาคั่วตั้งแต่ก้าวขาออกจากสถานีรถไฟ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านชาโบราณที่เปิดมานานนับร้อยปี นำมัทฉะแท้ๆ มารังสรรค์เป็นทั้งเครื่องดื่มเข้มข้น ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ขนมพาร์เฟต์ ไปจนถึงราเมนและโซบะชาเขียว นอกจากนี้อุจิ ยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ทำให้มีเสน่ห์น่าสนใจไม่แพ้เมืองใหญ่ๆ เลย

Credit : Taromon / shutterstock.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในอุจิ

– วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) : วัดพุทธที่มีชื่อเสียงจากวิหารฟีนิกซ์ (Phoenix Hall) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสำคัญของญี่ปุ่น และยังเป็นภาพที่ปรากฏอยู่บนเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่นอีกด้วย
– ถนนเบียวโดอิน โอโมเตะซันโดะ (Byodoin Omotesando) : ถนนสายชาเขียวระยะทางประมาณ 300 เมตร สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยร้านค้าจำหน่ายใบชา ขนมมัทฉะ ซอฟต์เสิร์ฟโรยผงชาเขียวแบบล้นๆ และของฝากเกี่ยวกับชาให้แวะชิมกันตลอดทาง
– สะพานอุจิและแม่น้ำอุจิ (Uji Bridge & Uji River) : สะพานไม้ข้ามแม่น้ำที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เป็นจุดชมวิวสายน้ำ ภูเขา และต้นไม้เขียวขจี อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย สามารถเดินข้ามไปเกาะกลางแม่น้ำ เพื่อปิกนิก หรือนั่งจิบชาชิลๆ พักขาได้

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 45 กิโลเมตร นั่งรถไฟสาย Keihan จากสถานี Yodoyabashi หรือ Kyobashi ไปเปลี่ยนขบวนเป็นสาย Keihan Uji ที่สถานี Chushojima ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง หรือนั่งรถไฟ JR จากสถานี Osaka ไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี Kyoto แล้วต่อรถไฟ JR สาย Nara มาลงที่สถานี Uji ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเช่นกัน


5. ฮิเมจิ (Himeji)

Credit : Richie Chan / shutterstock.com

เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่ มาเดินชมสถาปัตยกรรมและเรียนรู้เรื่องราวของญี่ปุ่นในอดีตที่ ฮิเมจิ เมืองประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่า สบายตา และสง่างาม นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมง มาถึงก็ได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยมีปราสาทฮิเมจิเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ปราสาทดั้งเดิมที่รอดพ้นจากภัยสงครามและภัยพิบัติมาได้หลายร้อยปี จนได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่น ใครที่ชอบสถาปัตยกรรมโบราณ หรืออยากได้ภาพวิวปราสาทญี่ปุ่นแท้ๆ แบบไม่มีตึกสูงมาบดบังสายตา ฮิเมจิถือเป็นคำตอบที่คุ้มค่าตั๋วรถไฟที่สุด

Credit : Javen / shutterstock.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในฮิเมจิ

– ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) : แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองและมรดกโลก UNESCO ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีของญี่ปุ่น จนได้รับฉายาว่า “ปราสาทนกกระสาขาว” ยิ่งช่วงซากุระบานรอบคูน้ำ บอกเลยว่าสวยตะลึง
– สวนโคโคเอ็น (Koko-en Garden) : สวนญี่ปุ่นดั้งเดิมขนาดใหญ่อยู่ติดกับตัวปราสาท แบ่งออกเป็น 9 สวนย่อยตามสไตล์บ้านซามูไร มีทั้งสระน้ำปลาคาร์ป น้ำตกจำลอง ป่าไผ่ และโรงน้ำชาโบราณ บรรยากาศร่มรื่น
– วัดเอ็นเกียวจิ ภูเขาโชฉะ (Shoshazan Engyoji Temple) : วัดพุทธโบราณอายุกว่าพันปีที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึกบนยอดเขา

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 85 – 90 กิโลเมตร ถ้าอยากประหยัดเวลาแนะนำให้นั่ง Shinkansen จากสถานี Shin-Osaka ใช้เวลาแค่ 30 นาที แต่ถ้าอยากประหยัดเงิน แนะนำให้นั่งรถไฟธรรมดาอย่าง JR Special Rapid Service จากสถานี Osaka ยิงยาวมายังถึงสถานี Himeji ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลับตาพักสายตาหน่อยก็ถึงแล้ว


6. วาคายามะ (Wakayama)

Credit : Sean Pavone / shutterstock.com

ลงใต้ไปสัมผัสบรรยากาศของ วาคายามะ เมืองใกล้โอซาก้า ริมชายฝั่งทะเลที่อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย และมีจังหวะชีวิตที่สโลว์ไลฟ์มากๆ นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเมืองที่รวมธรรมชาติขุนเขา ท้องทะเล ศิลปวัฒนธรรม และความน่ารักนุบนิบเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จุดเด่นของเมืองนี้คือของกินสดใหม่จากท้องทะเล และเป็นเมืองที่มีเรื่องราวน่ารักอย่าง “นายสถานีแมวเหมียวที่สถานีคิชิ” คอยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อยากหนีความวุ่นวายจากใจกลางเมืองโอซาก้า แนะนำเมืองนี้เลย

Credit : japantravel.navitime.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในวาคายามะ

– ปราสาทวาคายามะ (Wakayama Castle) : ปราสาทสำคัญที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมือง อดีตฐานที่มั่นของตระกูลโทกูงาวะ ด้านบนเปิดให้ชมวิวเมืองแบบ 360 องศา รอบปราสาทมีสวนสวยและคูน้ำโบราณ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี หรือซากุระบานเป็นจุดชมวิวที่สวยและสงบมาก
– ตลาดคุโรชิโอะ (Kuroshio Market) : ตลาดอาหารทะเลริมอ่าววาคายามะ มีการแสดงโชว์แล่ปลาทูน่ายักษ์สดๆ ให้ชมวันละ 3 รอบ สามารถเลือกซื้อซาชิมิ ซูชิ หรืออาหารทะเลสดๆ ไปกินริมทะเลได้แบบฟินๆ
– สถานีคิชิ รถไฟสายทามะ (Kishi Station) : จุดเช็กอินสุดน่ารักสำหรับทาสแมว สถานีรถไฟท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ตรงตัวอาคารที่สร้างเป็นรูปหน้าแมว และมีนายสถานีสี่ขาอย่างแมวสามสีสุดน่ารักคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 65 – 70 กิโลเมตร นั่งรถไฟด่วน Limited Express Kuroshio ของ JR จากสถานี Shin-Osaka หรือ Tennoji ไปลงที่สถานี Wakayama ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจะเลือกนั่งรถไฟสาย Nankai Main (ขบวน Limited Express Southern) จากสถานี Namba ไปลงที่สถานี Wakayamashi ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เดินทางง่ายต่อเดียวถึงเช่นกัน


7. โอสึ (Otsu)

Credit : beibaoke / shutterstock.com

พาไปพักใจกันที่ โอสึ เมืองริมทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) ในจังหวัดชิกะ (Shiga) นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 40 นาที ด้วยความที่ตั้งอยู่ขนาบข้างทะเลสาบบิวะ ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น บรรยากาศของเมืองจึงเต็มไปด้วยความสดชื่น โปร่งโล่ง สบายตา และมีลมพัดเย็นตลอดวัน วิวผืนน้ำสีฟ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาตัดกับแนวทิวเขา ทำให้รู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนตากอากาศริมทะเลสาบสไตล์ยุโรป ทั้งยังมีกิจกรรมให้ทำเพียบ ไม่ว่าจะล่องเรือสำราญชมวิว ไหว้พระบนยอดเขา หรือลิ้มลองเนื้อโอมิ (Omi Beef) หนึ่งในสามสุดยอดเนื้อวากิวระดับตำนานของญี่ปุ่น

Credit : the-kansai-guide.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในโอสึ

– วัดมิอิเดระ (Miidera Temple) : วัดพุทธนิกายเทนไดเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี โดดเด่นด้วยหอระฆังโบราณ วิหารไม้ขนาดใหญ่ และจุดชมวิวที่มองเห็นตัวเมืองโอสึคู่กับทะเลสาบบิวะ
– วัดเอ็นเรียคุจิ (Enryaku-ji Temple) : มรดกโลกและศูนย์กลางพุทธศาสนานิกายเทนไดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาฮิเอ (Mount Hiei) อากาศเย็นสบายตลอดปี ด้านในมีวิหารไม้โบราณที่จุดเปลวไฟนิรันดร์ ไม่เคยดับมานานกว่า 1,200 ปี
– ท่าเรือโอสึและเรือสำราญมิชิแกน (Otsu Port & Michigan Cruise) : เรือกลไฟย้อนยุคสีแดงสดใสสไตล์อเมริกันใต้ที่จะพานักท่องเที่ยวล่องทะเลสาบบิวะ บนเรือมีดาดฟ้าเปิดโล่งรับลม ชมวิวภูเขาและผืนน้ำแบบ 360 องศา พร้อมการแสดงดนตรีและร้านอาหารบนเรือ

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 50 – 55 กิโลเมตร นั่งรถไฟ JR Special Rapid Service จากสถานี Osaka ยิงยาวต่อเดียวถึงสถานี Otsu ใช้เวลาเพียงแค่ 35 – 40 นาทีเท่านั้น


8. มิโนะ (Minoh)

Credit : anek.soowannaphoom / shutterstock.com

ถ้าอยากหาธรรมชาติสีเขียวฉ่ำๆ หรือจุดสูดอากาศบริสุทธิ์แบบไม่ต้องเดินทางไกล ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า อย่าง มิโนะ คือคำตอบ เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของโอซาก้า นั่งรถไฟไปประมาณ 35 นาที เป็นพิกัดฟอกปอดชั้นดี เพราะเป็นพื้นที่หุบเขาและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และมีกลิ่นอายธรรมชาติแท้ๆ นักท่องเที่ยวสายเดินป่าต่างรู้กันดีว่าขึ้นชื่อในเส้นทางเดินเทรล เดินง่ายมาก ไม่เหนื่อย ลัดเลาะเลียบไปตามลำธารน้ำใสที่มีสะพานแดงและบ้านไม้โบราณตลอดทาง ปลายทางมีน้ำตกสูงใหญ่คอยต้อนรับ ยิ่งถ้าไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือที่สุด แถมมีของกินแปลกอย่าง “เทมปุระใบเมเปิล” ขนมทอดกรอบสูตรโบราณให้เคี้ยวเพลินๆ ด้วย

Credit : sow-chika / shutterstock.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในมิโนะ

– น้ำตกมิโนะ (Minoh Waterfall) : น้ำตกธรรมชาติที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม สายน้ำไหลลงมากระทบแอ่งน้ำใสแจ๋วเบื้องล่าง มีสะพานสีแดงทอดผ่านด้านหน้าน้ำตก เป็นจุดถ่ายรูปแลนด์มาร์กที่สวยงามทั้งฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง
– วัดเรียวอันจิ (Ryuanji Temple) : วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางเดินในอุทยานมิโนะ โดดเด่นด้วยสะพานสีแดงสดข้ามลำธาร และมีประวัติศาสตร์น่าทึ่งเพราะเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของลอตเตอรี่ในญี่ปุ่นสมัยโบราณ
– วัดคัตสึโอจิ (Katsuo-ji Temple) : วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องตุ๊กตาดารุมะ (Daruma) เรียงรายอยู่เต็มวัด ซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องชัยชนะและความสำเร็จ

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากใจกลางโอซาก้าประมาณ 20 กิโลเมตร นั่งรถไฟสาย Hankyu Takarazuka จากสถานี Osaka-Umeda ไปลงที่สถานี Ishibashi handai-mae แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Hankyu Minoh ไปลงสุดสายที่สถานี Minoh รวมเวลาเดินทางประมาณ 35 นาที


9. อาคาชิ (Akashi)

Credit : Sean Pavone / shutterstock.com

พุ่งตรงไปหาของกินอร่อยๆ ที่ อาคาชิ เมืองท่าชายฝั่งทะเลที่อากาศสดชื่นมาก อบอวลไปด้วยกลิ่นอายวิถีชีวิตชาวประมงแท้ๆ นั่งรถไฟจากโอซาก้าประมาณ 40 นาที เมืองนี้ตั้งอยู่ติดกับช่องแคบอาคาชิ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่กระแสน้ำไหลเชี่ยว ทำให้สัตว์น้ำที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสด แน่น และอร่อยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ “ปลาหมึกยักษ์” (Tako) และ “ปลากะพงแดง” (Tai) มาถึงแล้วต้องไม่พลาดชิม “อาคาชิยากิ” (Akashiyaki) ขนมลูกกลมๆ ต้นตำรับทาโกะยากิที่เอาไปจุ่มในน้ำซุปดาชิร้อนๆ รสชาติละมุนลิ้น แถมยังสามารถเดินเล่นรับลมทะเลเพลินๆ เป็นเมืองชิลๆ ปล่อยใจสุดๆ

Credit : japantravel.navitime.com

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในอาคาชิ

– สวนปราสาทอาคาชิ (Akashi Park & Castle Ruins) : สวนขนาดใหญ่ที่มีซากปราสาทเก่าแก่ ป้อมปราการและกำแพงหินหลงเหลือให้ชม เป็นจุดเดินเล่นพักผ่อนที่มีดอกซากุระบานสวยในช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วย
– ถนนช้อปปิ้งและตลาดปลาอุโนะทานะ (Uonotana Shopping Street) : ตลาดสดและย่านการค้าเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เต็มไปด้วยร้านขายอาหารทะเลสดๆ และร้านค้าราว 100 ร้าน แวะชิมของอร่อย หรือเลือกซื้อของกินกลับเป็นของฝากก็ได้
– สะพานอากาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) : สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก เชื่อมระหว่างเมืองโกเบกับเกาะอาวะจิ ช่วงเย็นถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 50 กิโลเมตร นั่งรถไฟ JR Special Rapid Service จากสถานี Osaka ต่อเดียวถึงสถานี Akashi ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเท่านั้น นั่งรถไฟเลยโกเบไปแค่อึดใจเดียวก็ถึงแล้ว


10. คุราชิกิ (Kurashiki)

Credit : Sanga Park / shutterstock.com

ปิดท้ายทริปเที่ยว เมืองใกล้โอซาก้า ด้วย คุราชิกิ ในจังหวัดโอคายาม่า (Okayama) ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เวนิสแห่งญี่ปุ่น” มีคลองเล็กๆ สายน้ำใสสะอาด สองฝั่งคลองเรียงรายไปด้วยโกดังเก็บข้าวโบราณสมัยเอโดะ ทุกซอกซอยให้ความรู้สึกคลาสสิก อบอุ่น และโรแมนติกอย่างน่าประหลาดใจ ที่นี่ไม่ได้มีแค่วิวสวยโบราณ แต่ยังผสมผสานศิลปะสมัยใหม่เข้าไปได้อย่างลงตัว ใครชอบถ่ายรูป เดินชมเมืองเก่าชิคๆ ชิมขนมพาเฟต์ผลไม้สดๆ บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการนั่งรถไฟมาเยือนแบบเกินร้อย

Credit : okayama-japan.jp

พิกัดไฮไลต์ห้ามพลาดในคุราชิกิ

– ย่านประวัติศาสตร์คุราชิกิบิคัง (Kurashiki Bikan Historical Quarter) : ย่านเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีตั้งแต่สมัยเอโดะ ทางเดินเลียบคลองโบราณที่สามารถล่องเรือพายไม้ดั้งเดิม ชมเมือง ถ่ายรูปกับสะพานหิน และชมสถาปัตยกรรมโกดังโบราณ
– พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ (Ohara Museum of Art) : อาคารสไตล์กรีกโบราณที่ตั้งเด่นอยู่กลางย่านเมืองเก่า เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกส่วนบุคคลแห่งแรกของญี่ปุ่น ด้านในจัดแสดงผลงานของศิลปินระดับโลกอย่าง Monet, Picasso และ El Greco
– ถนนยีนส์คุราชิกิ (Kurashiki Denim Street) : พิกัดช้อปปิ้งของคนรักยีนส์ รวบรวมเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับที่ตัดเย็บจากผ้ายีนส์แท้ของท้องถิ่น

การเดินทางจากโอซาก้า : ห่างจากโอซาก้าประมาณ 160 กิโลเมตร แม้จะดูไกลแต่เดินทางสะดวกและเร็วมาก แค่นั่ง Shinkansen จากสถานี Shin-Osaka ไปลงที่สถานี Okayama ใช้เวลาประมาณ 50 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟ JR สาย San-yo นั่งไปลงที่สถานี Kurashiki ใช้เวลาประมาณ 15 นาที รวมเวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้น

เปลี่ยนบรรยากาศออกไปเที่ยว เมืองใกล้โอซาก้า ที่มีดีมากกว่าการช้อปปิ้ง หรือกินทาโกะยากิในเมืองเท่านั้น แค่นั่งรถไฟออกมาไม่กี่อึดใจ ก็ได้เปิดวาร์ปไปเจอทั้งปราสาทเก่าแก่อลังการ ป่าเขียวฉ่ำๆ คลองโบราณสุดโรแมนติก หรือจะแวะไปซดน้ำซุปอาคาชิยากิร้อนๆ แกล้มปลาหมึกสดริมทะเลก็ฟินสุดๆ ใครมีแพลนไป ทัวร์โอซาก้า อย่าลืมแบ่งเวลาสักวันออกไปสำรวจเมืองรอบๆ กันนะ รับรองว่าได้เติมสีสันให้ทริปญี่ปุ่นสนุกยิ่งขึ้นแน่นอน


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————
Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์โอซาก้า ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

10 เมืองใกล้โอซาก้า พร้อมพิกัดไฮไลต์ เที่ยวเองได้แบบ One Day Trip was last modified: November 6th, 2026 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version