ชวนไป เที่ยวซินเจียง กันนน… !! ซินเจียง อุยกูร์ หรือชื่อเต็มๆ ว่า “เขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ซินเจียง” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน มีพื้นที่รวมกว่า 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร หรือใหญ่กว่าประเทศไทยเกือบ 3 เท่า!! อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม (Silk Road) ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญสมัยโบราณที่เชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ทำให้ ซินเจียง มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
พื้นที่ซินเจียงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ซินเจียงตอนเหนือ (Northern Xinjiang) และ ซินเจียงตอนใต้ (Southern Xinjiang) ประชากรของซินเจียงประกอบด้วยหลากหลายชนชาติ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งส่งอิทธิพลต่อวิถีชีวิต อาหารการกิน วัฒนธรรม ไปจนถึงสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศของ ซินเจียง จึงคล้ายกับประเทศในเอเชียกลางที่มีพรมแดนติดกัน อีกทั้งยังโด่งดังในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามตระการตา เพราะมีภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้า ป่าสน ทะเลสาบ ไปจนถึงทะเลทราย อากาศอบอุ่นและแห้ง
ซินเจียงเหนือ vs ซินเจียงใต้ ต่างกันยังไง?
1. ซินเจียงเหนือ : โซนนี้ถือเป็นภาพจำของซินเจียงที่หลายคนคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบสีฟ้าใส ภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้ากว้าง หมู่บ้านกลางหุบเขา และใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ
เหมาะกับใคร : คนที่ชอบเที่ยวธรรมชาติ ชอบถ่ายรูปวิวสวยๆ และอยากเห็นความอลังการของซินเจียงแบบเต็มตา
2. ซินเจียงใต้ : เป็นโซนที่มีเสน่ห์เรื่องวัฒนธรรม เมืองเก่า ตลาดพื้นเมือง วิถีชีวิตชาวอุยกูร์ เส้นทางสายไหม ทะเลทราย และภูมิประเทศแบบที่ราบสูง
เหมาะกับใคร : คนที่ชอบเส้นทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิวทะเลทรายมากกว่าวิวทุ่งหญ้าเขียวๆ
เที่ยวซินเจียง เดือนไหนดี?
สภาพอากาศในแถบซินเจียง แต่ละฤดูอุณหภูมิต่างกันมาก แบ่งได้เป็น 4 ฤดู คือ
1. ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม) : เหมาะแก่การเที่ยวชมดอกไม้ ธรรมชาติเริ่มฟื้นตัว
2. ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน – สิงหาคม) : เหมาะแก่การเที่ยวทุ่งหญ้า ทะเลสาบ ดอกไม้
3. ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน – พฤศจิกายน) : เหมาะแก่การเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี ถ่ายรูป
4. ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์) : เหมาะแก่การเที่ยวหิมะ หมู่บ้านหิมะ สกี
โดยสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู ช่วงเวลาแนะนำในการเที่ยวซินเจียง คือ เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เพราะสภาพอากาศกำลังดี ธรรมชาติสวย ต้นไม้ดอกไม้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ประมาณเดือนกันยายนจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอีกด้วย พี่เห็ดรวมข้อมูลช่วงเวลาน่าเที่ยวไว้ให้แล้ว อ่านต่อได้ที่ >> เที่ยวซินเจียง เดือนไหนดี ?
ใครชอบการผจญภัย อยากไปสัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และชมธรรมชาติที่สวยงาม มาเที่ยวซินเจียงแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน และวันนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล ได้คัด 20 พิกัด เที่ยวซินเจียง เด็ดๆ มาแนะนำ แบ่งตามพื้นที่ซินเจียงเหนือ ซินเจียงใต้ และพิกัดที่เชื่อมต่อทั้งสองโซน รับรองว่าสวยจนเห็นแล้วอดใจไม่ไหว อยากเก็บกระเป๋าออกเดินทางตอนนี้เลย !
ที่เที่ยวซินเจียงเหนือ
1. แกรนด์แคนยอนอันจิไห่ (Anjihai Grand Canyon)
มา เที่ยวซินเจียง กันต่อที่ แกรนด์แคนยอนอันจิไห่ หนึ่งในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาเทียนซาน จนกลายเป็นหุบเขาความยาวประมาณ 30 กิโลเมตร ลึก 400 เมตร นอกจากนี้การชะล้าง ทับถม ของดิน ตะกอน และแร่ธาตุต่างๆ ยังทำให้เกิดหินรูปร่างแปลกตา และลวดลายสีสันสวยงาม ทั้งสีแดง ส้ม เหลือง ม่วง เทา สลับกันไป เวลาแสงแดดส่องลงมากระทบจะเป็นประกายระยิบระยับ สวยงามเหมือนภาพวาดเลย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/HG9mZUMeiWsfCRHY6
2. อุทยานคานาสือ (Kanas)
อุทยานคานาสือ ถือเป็นไฮไลต์ของการมา เที่ยวซินเจียง เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่สวยงามที่สุดของจีน มีพื้นที่รวมกว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ร่มรื่นไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด มีทั้งป่าสน ทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และทะเลสาบคานาสือ สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ที่น้ำใสดุจคริสตัล และจะเปลี่ยนสีไปตามสภาพอากาศ ตั้งแต่สีน้ำเงินเข้มไปจนถึงสีเขียวมรกต มีจุดชมวิวสวยๆ เยอะมาก เช่น คุ้งน้ำแสงจันทร์ (Moon Bay), คุ้งน้ำเทพยดา (Fairy Bay), ศาลาชมปลา (Guanyu Pavilion), หมู่บ้านถูหว่า (Tuva Villages) เป็นต้น ช่วงเวลาน่าเที่ยวที่สุดคือ เดือนกันยายน ที่จะได้ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากๆ ใครอยากไปเที่ยวที่นี่พี่เห็ดรวบรวมข้อมูล >> อุทยานคานาสือ ไว้ให้แล้ว
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/BD6h3BoSo785evYDA
3. หมู่บ้านเหอมู่ชุ่น (Hemu Village)
พิกัดต่อไปเราไปชมวิถีชีวิต สัมผัสวัฒนธรรมของคนในพื้นที่กันบ้าง กับ หมู่บ้านเหอมู่ชุ่น หมู่บ้านที่ได้ชื่อว่ามีวิวทิวทัศน์สวยที่สุดในหุบเขาอัลไต ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบคานาสือ ล้อมรอบด้วยเขาสูงตระหง่าน และป่าไม้สีเขียวขจี ชาวบ้านที่นี่ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่เรียบง่าย ส่วนใหญ่เลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพ อาศัยในบ้านไม้มุงหลังคาแหลมสูงแบบดั้งเดิม ตรงข้ามโซนที่อยู่อาศัยจะมี แม่น้ำเหอมู่ ที่น้ำเย็นฉ่ำตลอดปี และยังมีสะพานที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามไปชมวิวได้ด้วย สายถ่ายรูปไม่ควร ฤดูกาลที่คนนิยมมาเที่ยวจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะจะเห็นภาพบ้านเรือนที่มีวิวด้านหลังเป็นใบไม้สีเหลืองทอง ท่ามกลางหมอกบางๆ สวยงามราวกับภาพวาดสีน้ำมัน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/UgVr6sdi8BuRKVrx6
4. เมืองปีศาจอูเอ่อเหอ (Urho Ghost City)
ต่อกันที่อีกหนึ่งที่เที่ยวธรรมชาติน่าอัศจรรย์อย่าง เมืองปีศาจอูเอ่อเหอ หรือ แพะเมืองผี เป็นจุดชมวิวที่อยู่ในเมืองคาราเมย์ (Karamay) หรือ เค่อลาหม่าอี (Kelamayi) มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า ยาร์แดง (Yardang) ขนาดใหญ่ เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำ ทำให้ภูเขาหินทรายผุกร่อนจนมีรูปร่างแปลกตา เหมือนประติมากรรมธรรมชาติ บ้างก็เป็นเสาหิน บ้างก็เป็นเหมือนปราสาท หอคอย เจดีย์ ตามแต่จะจินตนาการ สาเหตุที่ได้ชื่อนี้ไม่ใช่เพราะมีปีศาจอยู่จริง แต่มาจากเวลาลมพัดแล้วเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงโหยหวนของปีศาจ ตอนกลางคืนจึงมีบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวเข้าไปอีก
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/eTo6cSVZWdnfiWbU8
5. ตลาดแกรนด์บาซาร์นานาชาติซินเจียง (International Grand Bazaar)
ขาช้อปแนะนำให้มาที่ ตลาดแกรนด์บาซาร์นานาชาติ ในเมืองอุรุมชี (Urumqi) เป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีสถาปัตยกรรมอิสลามแบบดั้งเดิม การค้าขายของชนเผ่า เปิดทำการครั้งแรกเมื่อปี 2003 ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 100,000 คนต่อวัน มีร้านค้ามากกว่า 3,000 ร้าน จำหน่ายทุกอย่าง ทั้งของกิน ของใช้ ผลไม้ อาหารพื้นเมือง เครื่องประดับ เครื่องดนตรี ของที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีโรงละครขนาดใหญ่ รวมถึงหอชมวิวความสูงประมาณ 100 เมตร แต่ละชั้นมีการแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเส้นทางสายไหมในอดีตรวมทั้งมีการแสดงต่างๆ ให้ได้ชม ตอนกลางคืนเปิดไฟสว่างไสวสวยงามมาก
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/8JFL4h2N8XcFVzLg7
6. ธารน้ำห้าสี (Five Colored Beach)
ธารน้ำห้าสี หรือ หาดห้าสี ที่เที่ยวระดับ 4A ตั้งอยู่ในเมืองปู้เอ่อจิน (Buerqin) เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านกลางทะเลทรายโกบี และเป็นแม่น้ำเพียงสายเดียวของจีนที่ไหลลงสู่มหาสมุทรอาร์กติก มีชื่อเสียงเรื่องทัศนียภาพอันงดงาม เพราะแร่ธาตุในหินที่ทำปฏิกิริยากับน้ำและอากาศ ทำให้หินมีสีสันที่แตกต่างกัน ทั้งสีแดง เขียว เหลือง ขาว ดำ และสีอื่นๆ มากมาย มีสะพานไม้ และจุดชมวิวหลายแห่ง ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าต้นหูหยางที่อุดมสมบูรณ์ หากใครอยากเก็บภาพสวยๆ แนะนำให้มาช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก จะเป็นช่วงที่หาดแห่งนี้สวยงามที่สุด
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Mq4eyUiKk56MC83S9
7. ทะเลสาบไซลีมู (Sayram หรือ Sailimu Lake)
ทะเลสาบไซลีมู เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่สูงที่สุดในซินเจียง มีพื้นที่ถึง 454 ตารางกิโลเมตร และอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,073 เมตร ทอดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาเทียนซานด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของการมา เที่ยวซินเจียง ในช่วงฤดูร้อน จะได้ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่สวยราวกับดินแดนในเทพนิยาย น้ำทะเลสาบเย็นจัดตลอดทั้งปี สีฟ้าสดใส ตัดกับสีเขียวขจีของทุ่งหญ้า และดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ มองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นวิวภูเขาหิมะและป่าสนด้วย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/BA8uHKFztzRzeUKY7
8. ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น (Kalajun grassland)
ทุ่งหญ้าคาลาจุ้น ที่เที่ยวระดับ 5A เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่งดงามและมีความสำคัญทางนิเวศวิทยา เนื่องจากเต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ป่าไม้ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและพืชพรรณหลากหลายชนิด ทำให้ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งยังโดดเด่นด้วยวิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ตั้งแต่สีเขียวสดใสในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงสีทองอร่ามในฤดูร้อน จะได้ชมทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่และดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่งในบรรยากาศเงียบสงบ พร้อมด้วยฉากหลังที่เป็นภูเขาหิมะสุดยิ่งใหญ่ ถือเป็นที่ เที่ยวซินเจียง ที่ช่วยเติมเต็มจิตใจให้สดชื่นและผ่อนคลายได้อย่างลงตัว
ค่าเข้าชม : 140 หยวน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/NGWdBhZSSyGQqJ2C6
9. ทุ่งหญ้านาลาถี (Nalati Grassland)
ต่อกันที่อีกหนึ่งที่เที่ยว 5A อย่าง ทุ่งหญ้านาลาถี แหล่งธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยผืนหญ้าที่กว้างใหญ่สีเขียวสดใส ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,848 ตารางกิโลเมตร โดยจะเปลี่ยนโฉมไปตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบและความสวยงามของดอกไม้ป่าที่คลุมทั่วผืนทุ่งได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ทุ่งหญ้านาลาถียังเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวมองโกลในท้องถิ่น มีการเลี้ยงสัตว์ เช่น ม้า แพะ แกะ เป็นต้น ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงามทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับผู้ที่มาสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง
ค่าเข้าชม : 95 หยวน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/dLB2JGqoqFW9jP8g7
10. สะพานกั่วจื่อโกว (Guozigou Bridge)
เพิ่มความตื่นเต้นด้วยการไปเช็กอินที่ สะพานกั่วจื่อโกว เป็นสะพานแขวนที่ยาวและสูงที่สุดแห่งหนึ่งในซินเจียง มีความสูงมากกว่า 200 เมตร เชื่อมเส้นทางระหว่างเมืองอี้หนิง และอุทยานเทียนซาน โดยสะพานแห่งนี้ทอดยาวผ่านหุบเขากั่วจื่อโกว (Guozigou Valley) ที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันงดงาม โอบล้อมด้วย เทือกเขาเทียนซาน ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี และป่าสนเขียวครึ้ม ในฤดูร้อนทิวทัศน์จะเต็มไปด้วยสีสันสดใส ส่วนในฤดูหนาวภูเขารอบๆ จะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนราวกับแดนมหัศจรรย์ ซึ่งสะพานแห่งนี้ไม่เพียงเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดชมวิวสุดอลังการที่นักเดินทางไม่ควรพลาด!
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/bMj2zvRaSne9dqUJ9
ที่เที่ยวซินเจียงใต้
1. อาเค่อซู (Aksu City)
อาเค่อซู เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาเทียนซาน จึงมีน้ำจากหิมะบนภูเขาที่ละลายไหลลงมา ทำให้มีแหล่งโอเอซิสหลายแห่งที่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงภาคเกษตร ของขึ้นชื่อของที่นี่จึงเป็นผลไม้ต่างๆ เช่น แอปริคอต ลูกฟิก แอปเปิล สุดหวานฉ่ำ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม ล้อมรอบไปด้วยทิวทัศน์อันน่าทึ่ง มีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย เช่น แม่น้ำทาริม (Tarim River) แม่น้ำสายสำคัญของซินเจียง, สวนตัวหลาง (Duolang Park) สถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ , หุบเขาทัวมู่เอ่อร์ (Tomur Peak Canyon) ที่มีลักษณะภูมิประเทศถึง 5 แบบ และถ้ำพระพุทธเจ้าพันพระองค์คิซิล (Kizil Thousand Buddha Caves) ชมภาพวาดบนผนัง
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/QKnxv9nRqDf7G42i6
2. ทะเลทรายทากลามากัน (Taklamakan Desert)
ทะเลทรายทากลามากัน เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นหนึ่งในทะเลทรายที่สวยที่สุด มีพื้นที่รวมประมาณ 330,000 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่พอๆ กับประเทศนิวซีแลนด์ และยังเป็นทะเลทรายที่มีการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีลมพัดแรง มีเนินทรายกระจายตัวอยู่มากมายเหมือนลอนคลื่น และมีความสูงเพิ่มขึ้นได้อีกเรื่อยๆ ทั้งยังมีฝนตกน้อย มีความแห้งแล้งมาก สามารถขับรถชมความสวยงามของทะเลทรายจากริมถนนได้ แค่มาชมบรรยากาศ สัมผัสกับความเวิ้งว้างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาของผืนทะเลทรายที่ทอดยาวจรดขอบฟ้าสักครั้ง ก็ถือว่าคุ้มแล้ว
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/iFKLftnK11pc7wMJ7
3. สวนต้นหูหยาง (Tarim Populus Euphratica Forest Park)
ซินเจียง มีต้นหูหยางเยอะมาก เพราะเป็นต้นไม้ที่ทนต่อสภาพอากาศ และความแห้งแล้งได้ดี หากใครมา เที่ยวซินเจียง ในฤดูใบไม้ร่วง จะได้เห็นต้นหูหยางที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มทั้งต้น ซึ่งจะมีสวนที่มีต้นหูหยางปลูกอยู่หลายแห่ง จุดท่องเที่ยวแนะนำเลยก็คือ สวนต้นหูหยางขนาดใหญ่ริมแม่น้ำทาริม มีพื้นที่กว้างถึง 100 ตารางกิโลเมตร สามารถเพลิดเพลินกับความสวยงามของต้นหูหยางที่สะท้อนกับน้ำในแม่น้ำได้อย่างเต็มอิ่ม จะเดินเล่นไปตามอุโมงค์ต้นหูหยางสีเหลืองทอง นั่งรถไฟชมวิวรอบๆ หรือขึ้นไปชมวิวมุมสูงจากบนหอคอยก็สวยงามไม่แพ้กัน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/3cFixod5xs8eQHVRA
4. คัชการ์ (Kashgar)
ต่อด้วย คัชการ์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของประเทศ ถือเป็นเมืองสุดท้ายก่อนสิ้นสุดเส้นทางสายไหม เป็นเมืองโบราณอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ที่รัฐบาลพัฒนาให้มีความทันสมัย สะดวกสบายมากขึ้น บรรยากาศคึกคัก นักท่องเที่ยวเยอะ จะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย ชมบรรยากาศของเมืองที่มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยอาคารดินที่สร้างจากอิฐโคลน และสถาปัตยกรรมที่ตกแต่งอย่างประณีต เหมือนได้เดินชมงานศิลปะไปตลอดทาง อีกทั้งยังมีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ให้ได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง และช้อปของฝากกลับบ้านด้วย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/fyPPK7W6yjp5CSuo7
5. สุสานสนมเซียง (Tomb of the Fragrant Concubine)
สำหรับใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ขอแนะนำ สุสานสนมเซียง หรือ สุสานพระนางเซียงเฟย สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในเมืองคัชการ์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1640 โดยที่นี่เป็นที่ฝังร่างของพระนางเซียงเฟย สนมเอกแห่งจักรพรรดิเฉียนหลง แห่งราชวงศ์ชิง ซึ่งเลื่องลือในความงามและกลิ่นกายหอมตามธรรมชาติ สุสานแห่งนี้โดดเด่นด้วย สถาปัตยกรรมอิสลามผสมผสานศิลปะอุยกูร์ ตัวอาคารตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเขียวและลวดลายอันประณีต ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และได้ดื่มด่ำกับความงามของศิลปะอันทรงคุณค่าของซินเจียงอีกด้วย
เวลาเปิด – ปิด : 08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : 30 หยวน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/KBe8ee1VqqKaQstx8
6. ทะเลสาบไป๋ซาหู (Baisha Lake)
หนึ่งในที่ เที่ยวซินเจียง ระดับ 5A ที่งดงามและเงียบสงบที่สุด ต้องยกให้ ทะเลสาบไป๋ซาหู ตั้งอยู่บนที่ราบสูงปามีร์ (Pamir) สูงจากระดับน้ำทะเล 3,300 เมตร เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่การตัดกันของทะเลสาบสีฟ้าครามกับเนินทรายสีขาว ทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม สร้างบรรยากาศที่แปลกตาและน่าหลงใหลให้กับผู้ที่พบเห็น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การถ่ายภาพ และการพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศสงบเงียบ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Z4hphp7VV76YKbQdA
7. มัสยิดอิดคาห์ (Id Kah Mosque)
มัสยิดอิดคาห์ ตั้งอยู่ในเมืองคัชการ์ มีพื้นที่ 16,800 ตารางเมตร ถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดใน ซินเจียง โดยที่นี่เป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวอุยกูร์มานานหลายศตวรรษ และเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่สำคัญของศาสนาอิสลาม ความโดดเด่นของมัสยิดคือ สถาปัตยกรรมแบบอุยกูร์ ที่มีโครงสร้างอิฐสีเหลือง ประตูโค้งขนาดใหญ่ และลวดลายฉลุที่ละเอียดอ่อน นอกจากความยิ่งใหญ่ของตัวอาคารแล้ว บรรยากาศรอบๆ ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมความสวยงามของสถาปัตยกรรม ซึมซับบรรยากาศของชุมชนรอบๆ และเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอิสลามในซินเจียงได้อย่างใกล้ชิด
เวลาเปิด – ปิด : 10.30 – 19.30 น. (ปิดช่วง 14.00 – 16.30 น.)
ค่าเข้าชม : 45 หยวน (ชาวมุสลิมเข้าฟรี)
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/WCXuczPpSU2N2dor9
8. ถนนโบราณผานหลง (Pamir Plateau Sky Road)
ถนนโบราณผานหลง (Panlong Ancient Road) หรือ ผานหลงกู่เต้า เป็นหนึ่งในเส้นทางที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในซินเจียง ถนนสายนี้มีความยาว 75 กิโลเมตร ทอดยาวไปตามที่ราบสูงปามีร์ คดเคี้ยวไปตามไหล่เขากว่า 600 โค้ง มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ พร้อมวิวพาโนรามาของภูเขาสูงตระหง่าน ทุ่งหญ้ากว้างและหุบเขาลึก ในฤดูหนาวจะมีหิมะขาวโพลนปกคลุม สำหรับนักเดินทางสายแอดเวนเจอร์และคนรัก Road Trip ถนนสายนี้คือความท้าทายที่เมื่อมา เที่ยวซินเจียง ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง แต่ก็อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัย ขับขี่อย่างระมัดระวังด้วยนะคะ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/UbrvcJHL6edsBZX66
พิกัดที่เชื่อมต่อซินเจียงเหนือและซินเจียงใต้
1. ภูเขาเทียนซาน (Tianshan Mountain หรือ Heavenly Mountain)
ภูเขาเทียนซาน เทือกเขาที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นเส้นแบ่งระหว่างซินเจียงเหนือและซินเจียงใต้ ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ในมณฑลซินเจียง เสน่ห์ของที่นี่คือยอดเขาสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี ตัดกับทุ่งหญ้าเขียวขจี และทะเลสาบสีมรกตที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขา หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ทะเลสาบเทียนฉือ (Heavenly Lake) ทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มีทัศนียภาพสวยงามเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับการคัดเลือกจาก National Geographic Traveler ในปี ค.ศ. 2006 ให้ติด 1 ใน 50 สถานที่ที่ควรไปเยี่ยมชมในชีวิต ช่วงฤดูร้อนจะมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่งทั่วทุ่งหญ้า ขณะที่ฤดูหนาวจะเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นโลกแห่งหิมะและน้ำแข็ง ใครที่ต้องการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ทิวทัศน์อลังการ และวัฒนธรรมชนเผ่า ที่นี่คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/DAZTqL3tymatR7AW9
2. ถนนตู๋คู่ (Duku Highway)
ถนนตู๋คู่ หรือ ทางหลวงตู๋คู่ คือหนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในจีน เป็นเส้นทางที่เชื่อมเมืองตู้หลู่ (Dushanzi) ทางตอนเหนือ เข้ากับเมืองคู่เชอ (Kuqa) ทางตอนใต้ มีความยาว 561 กิโลเมตร เปิดให้สัญจรช่วงประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคมเท่านั้น ทุกโค้งถนนเต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยราวกับภาพวาด ไม่ว่าจะเป็น ทุ่งหญ้าเขียวขจี ดอกไม้ป่าสีสันสดใส ธารน้ำใสที่ไหลลดเลี้ยวผ่านหุบเขา และหินรูปร่างแปลกตาที่ถูกกัดเซาะจากธรรมชาติ เหมาะสำหรับสาย Road Trip ที่อยากสัมผัสความงดงามของซินเจียงแบบใกล้ชิด ขับรถไปตามทางคดเคี้ยว แวะชมหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวพื้นเมือง และดื่มด่ำกับบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่ไหน พี่เห็ดบอกเลยว่าฟิน!
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/C5cw3aQNy5FrF13d7
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวซินเจียง
1. เที่ยวซินเจียงครั้งแรก ควรไปซินเจียงเหนือหรือซินเจียงใต้ ?
แนะนำให้เริ่มจากซินเจียงเหนือ เพราะเป็นเส้นทางที่มีไฮไลต์รวมชาติเยอะ เที่ยวง่ายกว่า ส่วนซินเจียงใต้เหมาะกับคนที่ชอบเมืองเก่า วัฒนธรรม เส้นทางสายไหม ทะเลทราย และวิวที่ราบสูง
2. เที่ยวเหนือกับใต้รวมกันได้ไหม ?
สามารถเที่ยวรวมกันได้ แต่ต้องมีเวลามากพอ เพราะซินเจียงมีพื้นที่กว้างมาก และแต่ละเมืองอยู่ไกลกัน การเที่ยวแบบรวมเหนือ-ใต้จึงเหมาะกับทริปที่มีเวลาประมาณ 10-12 วันขึ้นไป หากมีเวลาน้อยกว่านั้น แนะนำให้เลือกเที่ยวทีละโซนจะดีกว่า เพราะจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป และมีเวลาเก็บไฮไลต์แต่ละจุดได้เต็มที่กว่า
3. เที่ยวซินเจียงกี่วันดี ?
ถ้าเที่ยวซินเจียงแบบไม่เร่งเกินไป แนะนำประมาณ 8-10 วันสำหรับการเที่ยวโซนเดียว เพราะแต่ละสถานที่อยู่ค่อนข้างไกลกัน หากต้องการเที่ยวรวมทั้งซินเจียงเหนือและซินเจียงใต้ ควรมีเวลาประมาณ 10-12 วันขึ้นไป เพื่อให้เก็บไฮไลต์ได้ครบและไม่เหนื่อยเกินไป
4. เที่ยวซินเจียงต้องนั่งรถนานไหม ?
ต้องนั่งรถค่อนข้างนาน เพราะซินเจียงเป็นพื้นที่ใหญ่มาก และสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งอยู่ห่างกันมาก บางเส้นทางอาจใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงต่อวัน แต่ข้อดีคือระหว่างทางมีวิวธรรมชาติสวย ทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ ทะเลทราย และหมู่บ้านท้องถิ่นให้ได้ชม
5. ซินเจียงเหมาะกับผู้สูงอายุไหม ?
ผู้สูงอายุสามารถเที่ยวซินเจียงได้ แต่ควรเลือกโปรแกรมที่ไม่แน่นเกินไป และต้องเผื่อเวลาเดินทาง เพราะบางวันอาจนั่งรถนานหลายชั่วโมง แนะนำเลือกเส้นทางที่มีจุดพักเหมาะสม โรงแรมดี และไม่ต้องเดินเยอะเกินไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องเข่า ความดัน หรือแพ้ความสูง ควรเตรียมตัวล่วงหน้า
6. ซินเจียงใบไม้เปลี่ยนสีเดือนไหนสวยที่สุด ?
มักสวยที่สุดในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม โดยเฉพาะซินเจียงเหนือ เช่น คานาสือ และ หมู่บ้านเหอมู่ ที่มีทั้งป่าสน แม่น้ำ ทะเลสาบ และหมู่บ้านไม้ท่ามกลางวิวสีเหลืองทอง
7. เที่ยวซินเจียงเองหรือไปกับทัวร์ดีกว่า ?
ถ้าเคยเที่ยวจีนเอง มีเวลาวางแผน และรับมือเรื่องการเดินทางไกลได้ การเที่ยวเองก็ทำได้ แต่ค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากซินเจียงเป็นเขตปกครองพิเศษ มีด่านเยอะ เส้นทางค่อนข้างไกล การเดินทางซับซ้อน และบางจุดต้องอาศัยการวางแผนเรื่องรถ ที่พัก เวลาเข้าชม และฤดูกาล ดังนั้นการไปกับทัวร์จะสะดวกกว่า ช่วยลดความยุ่งยากและควบคุมเวลาได้ดีกว่า
เป็นยังไงกันบ้าง น่าเที่ยวอย่างที่พี่เห็ดบอกเลยใช่ไหมล่ะ แต่ ซินเจียง เป็นพื้นที่ที่กว้างใหญ่มากจริงๆ และที่เที่ยวแต่ละแห่งก็อยู่ห่างกัน หากจะเก็บแลนด์มาร์กเด็ดๆ ให้ครบ ถ้าไปเที่ยวเองก็ควรเช่ารถขับ หรือถ้าจะให้เที่ยวแบบสะดวกสบายก็จองทัวร์ไปเที่ยวกับพี่เห็ด มัชรูมทราเวล ได้เลย เรามีโปรแกรม ทัวร์จีน หลากหลายเส้นทาง ไม่ต้องวางแผนเอง มีหัวหน้าทัวร์พร้อมรถรับส่งอย่างดีตลอดทริป เที่ยวได้แบบฟินๆ การันตีได้เลยว่าทริปซินเจียงจะเป็นอีกทริปที่ทำให้เพื่อนๆ ประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน !
