Mushroom Travel

ยอดเขาจุงเฟรา เที่ยวสวิสต้องได้พิชิต Top of Europe !!

ยอดเขาจุงเฟรา

ถ้าพูดถึงประเทศที่มีวิวธรรมชาติและยอดเขาที่สวยงามเหมือนอยู่เมืองในฝัน ก็ต้องยกให้ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งหนึ่งในยอดเขาที่เป็นแลนด์มาร์คสุดไฮไลท์แบบต้องเอาปากกามาวงไว้เลยก็คือ ยอดเขาจุงเฟรา ที่ได้ชื่อว่าเป็น Top Of Europe และยังเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ถ้าอยากรู้ว่าที่นี่สวยงามแค่ไหน ตามพี่เห็ด มัชรูมทราเวล ไป ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ พิชิตจุงเฟรากันเลยค่ะ

ทำความรู้จัก ยอดเขาจุงเฟรา สัมผัสจุดสูงสุดแห่งทวีปยุโรป

Credit : swisshippo / canva.com

ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) หรือ จุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) เป็นส่วนหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ในรัฐแบร์น ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป และยังได้รับการขนานนามว่าเป็น Top of Europe ที่เราสามารถขึ้นไปเที่ยวได้ โดยส่วนยอดสูงสุดของจุงเฟรามีความสูงถึง 4,158 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ด้านบนมีหิมะปกคลุมตลอดเวลา และยังได้รับการยกย่องให้เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรปจาก UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 2001 อีกด้วย ซึ่งคำว่า จุงเฟรา ในภาษาเยอรมันมีความหมายน่ารักๆ ว่า สาวน้อย เปรียบภูเขาเป็นสาวน้อยที่สวยงาม จนใครๆ ก็หลงรัก

ยอดเขาจุงเฟราจัดเป็นที่เที่ยวไฮไลท์ 1 ใน 7 ยอดเขา สวิตเซอร์แลนด์ ที่มีความสวยงาม ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง โดยด้านบนของยอดเขาจุงเฟรามีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวเทือกเขาหิมะได้ไกลสุดลูกหูลูกตา และยังเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป นั่นก็คือ สถานีจุงเฟรายอค (Jungfraujoch) อยู่ที่ความสูง 3,454 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

วิธีเดินทางขึ้นยอดเขาจุงเฟรา

Credit : jungfrau.ch

สำหรับการเดินทางขึ้นไปยังสถานีสูงสุดบนยอดเขาจุงเฟรา สามารถเลือกได้ 2 วิธี คือ นั่งรถไฟ และ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ซึ่งระหว่างทางก็จะได้ชมวิวธรรมชาติในบรรยากาศที่แตกต่างกันไป แต่บอกเลยว่าวิวสวยทั้งคู่ จากนั้นการเดินทางทั้งสองแบบจะไปเจอกันที่จุดหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนไปนั่งรถไฟขบวนสีแดง ซึ่งเป็นรถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก ไปยังสถานีปลายทางบนยอดเขาจุงเฟรานั่นเอง รายละเอียดการเดินทางคร่าวๆ ของทั้งสองแบบเป็นดังนี้

– นั่งรถไฟ
Credit : Jichanamont / canva.com

การเดินทางขึ้นยอดเขาจุงเฟราด้วยการนั่งรถไฟ เริ่มต้นที่ สถานี Interlaken OST สามารถเลือกเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ ไปทาง เมืองกรินเดลวาลด์ (Grindelwald) กับไปทาง เมืองเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) และจะไปเจอกันที่ สถานีไคลน์ไซเด็ก (Kleine Scheidegg) จากนั้นก็เปลี่ยนขบวนไปนั่งรถไฟสีแดงเพื่อเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟราที่สถานี จุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สำหรับเส้นทางขึ้นยอดเขาจุงเฟราด้วยรถไฟ สามารถวางแผนได้ตามนี้เลยค่ะ

เส้นทาง เมืองกรินเดลวาลด์ (Grindelwald)
ลำดับเส้นทาง :
Interlaken-Ost – Zweilütschinen – Grindelwald – Kleine Scheidegg – Jungfraujoch

เส้นทาง เมืองเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen)
ลำดับเส้นทาง :
Interlaken-Ost – Zweilütschinen – Lauterbrunnen เปลี่ยนรถไฟสาย Wengernalpbahn – Wengen – Kleine Scheidegg – Jungfraubahn

– ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Eiger Express
Credit : jungfrau.ch

อีกหนึ่งวิธีที่สะดวกสบายและช่วยประหยัดเวลาในการขึ้นยอดเขาจุงเฟราไปได้เยอะ นั่นก็คือ การขึ้นกระเช้าไฟฟ้า Eiger Express เริ่มต้นที่ สถานีกรินเดลวาลด์ กรุนด์ (Grindelwald Grund) เดินทางสู่ สถานีไอเกอร์เกลตเชอร์ (Eigergletcher) โดยใช้เวลาเพียง 15 นาที จากนั้นค่อยเปลี่ยนไปนั่งรถไฟขบวนสีแดงขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟราที่สถานีสุดท้าย จุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) รวมเวลาการเดินทางทั้งหมดแค่ 45 นาทีเท่านั้น แถมยังได้ชมวิวภูเขาจากมุมสูงอีกด้วย

ศึกษาเส้นทางกันไปแล้ว ก่อนเดินทางไป เที่ยวจุงเฟรา เรามาเตรียมตัวให้พร้อมกันค่ะ ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ ที่ต้องเดินทางไกลและขึ้นที่สูงขนาดนี้ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดีระวังจะเที่ยวได้ไม่เต็มที่เอาได้ มาเริ่มสำรวจตัวเองกันก่อนเลยค่ะ

การแต่งกายเที่ยวจุงเฟรา

Credit : Saturdaybliss / shutterstock.com

เห็นตัวเลขความสูงของยอดเขาจุงเฟราแล้ว ด้านบนอากาศหนาวแน่นอน อุณหภูมิบนยอดเขาจุงเฟราโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -10 ถึง 9 องศาเซลเซียส และมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ใครไม่อยากโดนแช่แข็งอยู่ด้านบนก็ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม พี่เห็ดแนะนำประมาณนี้เลย

– ส่วนบน แนะนำให้ใส่เสื้อผ้า 2-3 ชั้น โดยชั้นที่สำคัญที่สุดก็คือ ชั้นแรกที่สัมผัสกับตัวเรา ควรเลือกเป็นเสื้อ Heat Tech ที่เนื้อไม่หนามากแต่กันหนาวได้ดี หรือเป็นชุดลองจอนที่ด้านในบุด้วยขนนิ่มๆ สวมทับด้วยเสื้อไหมพรมกันหนาวอีกที ส่วนชั้นนอก ควรเป็นเสื้อกันหนาวที่กันลมและกันน้ำได้ด้วย เวลาเจอหิมะจะได้ไม่ซึมเข้าข้างใน แนะนำเป็นเสื้อขนเป็ดที่น้ำหนักเบาแต่ใส่แล้วอุ่นสุดๆ ส่วนเครื่องกันหนาวเพิ่มเติม แนะนำให้มีหมวกไหมพรม หรือใส่เสื้อกันหนาวที่มีฮู้ด จะช่วยกันความหนาวบริเวณหูได้ค่ะ
– ส่วนล่าง บางคนใส่กางเกงยีนส์ขายาวตัวเดียวก็เอาอยู่ แต่ถ้าใครไม่ไหวก็ใส่ลองจอนข้างในอีกชั้นก็ได้
– รองเท้า แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบายและคลุมส่วนเท้าทั้งหมด จะเป็นแบบบุขนด้านในเพื่อความอบอุ่นด้วยก็ได้ ถ้าไม่ได้ออกไปเดินลุยหิมะนานๆ จะใส่รองเท้าผ้าใบกับถุงเท้าหนาๆ ก็โอเคแล้วค่ะ และควรเป็นรองเท้าที่พื้นหนาและกันลื่นได้ดีด้วยนะ

นอกจากเครื่องแต่งกายหัวจรดเท้าแล้ว ควรมีผ้าพันคอกับถุงมือด้วย เวลาไปที่หนาวๆ บอกเลยว่าถุงมือสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นมือจะแข็งและแดงเนื่องจากอากาศหนาวจัด หยิบจับอะไรไม่ได้ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คืออาการชาจนไร้ความรู้สึก

พี่เห็ดแนะนำให้ทุกคนเตรียมร่างกายให้พร้อม เนื่องจากอากาศด้านบน ยอดเขาจุงเฟรา นั้นเบาบางมากๆ ด้วยความสูงทะลุเมฆ บางคนขึ้นไปแล้วเดินไปไหนไม่ได้เพราะจะเป็นลม หายใจไม่ออก แน่นหน้าอกก็มี ก่อนการเดินทางเราควรพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และก็พกยาดมติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉิน นอกจากนี้เวลาอยู่ด้านบนยอดเขา ให้พยายามทำอะไรช้าๆ ไม่ต้องรีบ อย่างเช่น เดินให้ช้าลง จะช่วยให้เราหายใจได้ดีขึ้น ก็จะไม่เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมล้มพับไปค่ะ

เตรียมพร้อมก่อน เที่ยวจุงเฟรา เรียบร้อย คราวนี้มาดูกันว่า ด้านบนยอดเขาจุงเฟรา มีจุดน่าสนใจที่ไหนบ้าง..?

สิ่งห้ามพลาดบนยอดเขาจุงเฟรา

1. ชมวิว Top of Europe ที่อาคารสังเกตการณ์ Sphinx

Credit : jungfrau.ch

เดินทางไต่ระดับความสูงขึ้นมาไกล พอมาถึงจุดนี้รับรองว่าฟินจนหายเหนื่อยแน่นอน เพราะเราจะได้สัมผัสกับวิวยอดเขา Top of Europe หรือจุดสูงสุดในทวีปยุโรปแบบเต็มๆ ตากันที่ Sphinx หอชมวิวแบบ 360 องศา อยู่ที่ระดับความสูง 3,571 เมตร ในวันที่อากาศดีๆ ยังสามารถออกไปสัมผัสหิมะและธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ได้ด้วย

2. เที่ยวชมถ้ำน้ำแข็งพันปี Ice Palace

Credit : jungfrau.ch

เป็นอีกจุดที่พลาดไม่ได้เลยกับ Ice Palace ถ้ำน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย เกิดจากการขุดเจาะใต้ธารน้ำแข็ง Glacier ลึกลงไป 30 เมตร ภายในจะมีผลงานศิลปะเป็นน้ำแข็งแกะสลักอยู่ตามจุดต่างๆ ให้เรามาเดินชมพร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

3. ชมวิวเหมือนจริงแบบ 360 อาศา Jungfrau Panorama

Credit : jungfrau.ch

จุดนี้เป็นห้องฉายภาพยนตร์สั้นๆ เกี่ยวกับยอดเขาจุงเฟราแบบพาโนรามา 360 องศา นอกจากจะทำให้รู้จักยอดเขาแห่งนี้มากขึ้นแล้ว ในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือมีเมฆเยอะจะไม่สามารถออกไปชมวิวข้างนอกได้ ก็มาชมวิวเหมือนจริงของยอดเขาจุงเฟราได้ที่ห้องนี้ค่ะ

4. เรียนรู้ความเป็นมาของการบุกเบิกท่องเที่ยวจุงเฟรา ที่ Alpine Sensation

Credit : jungfrau.ch

กว่าจะมาเป็นที่เที่ยวสวยๆ ให้เราขึ้นไปเที่ยวได้ง่ายๆ แบบนี้ก็ต้องผ่านอะไรกันมาเยอะ ที่โซนนี้เราจะได้พบกับเรื่องราวการบุกเบิกการท่องเที่ยวยอดเขาจุงเฟราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งการสร้างทางรถไฟและอาคารบนเขาที่แสนยากลำบาก และยังมีรูปปั้นน่ารักๆ รวมถึงสโนว์โกลบขนาดใหญ่ให้ถ่ายรูปกันด้วยค่ะ

5. ซื้อของที่ระลึกและส่งโปสการ์ดจากไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลก

Credit : jungfrau.ch

ฟินกับบรรยากาศสวยๆ ของยอดเขากันไปแล้ว ก็ได้เวลาช้อปปิ้งแล้วค่ะ ด้านบนนี้มีร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับยอดเขาจุงเฟรามากมาย และยังเป็นที่ตั้งของตู้ไปรษณีย์ที่อยู่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย เลือกโปสการ์ดสวยๆ สักใบ เขียนส่งให้ตัวเองหรือเพื่อนๆ เก็บไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเราก็เคยพิชิตยอดเขา Top of Europe แล้วนะ

เป็นไงบ้างค่ะ… ทัวร์ยุโรป ครั้งนี้ พี่เห็ดบอกเลยว่าฟินมาก ได้ขึ้นไปสัมผัส ยอดเขาจุงเฟรา ที่เป็น Top of Europe อ่านอย่างเดียวอาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่าที่นั่นทั้งสูง ทั้งสวย แล้วก็หนาวขนาดไหน ออกไป ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ เที่ยวจุงเฟรา กันด้วยตัวเองเลยดีกว่า รับรองว่าจะได้เจอกับประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น่าประทับใจแน่นอน


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————
Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ , ทัวร์ยุโรป ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

ยอดเขาจุงเฟรา เที่ยวสวิสต้องได้พิชิต Top of Europe !! was last modified: August 25th, 2023 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version