ญี่ปุ่นเป็นประเทศสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงเกือบ 30% ของทั้งประเทศ ทำให้หลายเมืองมีการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นลิฟต์ ทางลาด ห้องน้ำสาธารณะ จุดนั่งพัก รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกและตรงเวลา ช่วยให้การเดินทางภายในเมืองต่างๆ ทำได้ง่ายและสบายมากขึ้น เหมาะแก่การ พาพ่อแม่เที่ยวญี่ปุ่น
แม้ญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบาย แต่หลายเมืองก็ยังต้องอาศัยการเดินพอสมควร โดยเฉพาะตามสถานีรถไฟขนาดใหญ่หรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ดังนั้นใครกำลังวางแผนไป เที่ยวญี่ปุ่น กับผู้สูงอายุ ควรจัดตารางแบบไม่แน่น เลือกเมืองที่เดินทางง่าย และมีช่วงเวลาพักระหว่างวันด้วย เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกเหนื่อยจนเกินไป บทความนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล มี 10 เมือง พาพ่อแม่เที่ยวญี่ปุ่น แบบชิล ๆ มาแนะนำ มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และบรรยากาศสุดผ่อนคลาย ตามไปดูกันเลย!
1. โตเกียว (Tokyo)
โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นในภูมิภาคคันโตทางฝั่งตะวันออกของประเทศ ถือเป็นเมืองใหญ่ที่ผสมผสานทั้งความทันสมัย วัฒนธรรมดั้งเดิม ธรรมชาติ และแหล่งช้อปปิ้งไว้ได้อย่างลงตัว อีกทั้งระบบขนส่งสาธารณะของโตเกียวยังมีความสะดวกมาก โดยมีทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟ JR และรถบัส อีกทั้งหลายสถานที่ยังมีลิฟต์ บันไดเลื่อน จุดนั่งพัก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ จึงเหมาะกับการพาผู้สูงอายุเที่ยวแบบไม่ต้องเปลี่ยนเมืองบ่อยหรือเดินทางไกลมากในแต่ละวัน
ที่เที่ยวไฮไลต์ในโตเกียว
– วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji) วัดเก่าแก่ชื่อดังในย่านอาซากุสะ โดดเด่นด้วยประตูคามินาริกับโคมแดงยักษ์ บรรยากาศคลาสสิก บริเวณรอบๆ มีร้านขายของฝากและสตรีทฟู้ดจำนวนมากให้ได้ช้อปเพลินๆ
– สวนอุเอโนะ (Ueno Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง มีทั้งพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ และที่นั่งให้นั่งพักตลอดทางโดยช่วงปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายนที่นี่ถือเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมของโตเกียวเลยค่ะ
– โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) จุดชมวิวเมืองโตเกียวชื่อดังที่สามารถขึ้นลิฟต์ไปชมวิวมุมสูง ภายในมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และห้างสรรพสินค้า เหมาะกับวันที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องเดินเยอะ แต่ก่อนขึ้นอย่าลืมประเมินสุขภาพของผู้สูงอายุที่กลัวความสูงด้วยนะคะ
– โอไดบะ (Odaiba) ย่านท่องเที่ยวริมอ่าวโตเกียว บรรยากาศค่อนข้างชิล เดินเล่นสบาย มีทั้งห้าง ร้านอาหาร และจุดชมวิวทะเล ช่วงเย็นสามารถมานั่งชมพระอาทิตย์ตกและวิวสะพานสายรุ้งได้แบบเพลินๆ
2. โอซาก้า (Osaka)
โอซาก้า เมืองใหญ่ในภูมิภาคคันไซทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งเมืองยอดนิยมที่เหมาะสำหรับ พาพ่อแม่เที่ยวญี่ปุ่น เพราะมีบรรยากาศคึกคักแต่ไม่เร่งรีบเท่าโตเกียว เดินทางสะดวกด้วยรถไฟและรถไฟใต้ดิน อีกทั้งหลายที่เที่ยวยังอยู่ไม่ไกลกันมาก ทำให้วางแผนเที่ยวแบบสบายๆ ได้ในแต่ละวัน เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ผู้คนเป็นกันเอง และมีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง จุดชมวิว ปราสาท สวนสาธารณะ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ให้เลือกเที่ยวได้หลากหลาย
ที่เที่ยวไฮไลต์ในโอซาก้า
– ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ 8 ชั้น จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของปราสาทโอซาก้าและโบราณวัตถุต่างๆ พร้อมจุดชมวิวด้านบนปราสาทที่สามารถมองเป็นวิวเมืองได้แบบ 360 องศา และยังเป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอีกด้วย
– โดทงโบริ (Dotonbori) ย่านของกินและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโอซาก้า เต็มไปด้วยร้านอาหาร ป้ายไฟสีสันสดใส และร้านช้อปปิ้งจำนวนมาก เหมาะกับการมาเดินเล่นช่วงเย็นแบบสบายๆ
– พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) มีการจำลองระบบนิเวศของมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านแท็งก์น้ำสูง 9 เมตร ซึ่งมีสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดประมาณ 30,000 ตัว รวมกว่า 600 ชนิด รวมถึงฉลามวาฬ แวกว่ายไปมาให้ชมอย่างใกล้ชิด
– ชินเซไก (Shinsekai) ย่านเก่าแก่ของโอซาก้าที่มีบรรยากาศย้อนยุค เต็มไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่นและร้านกินเล่นชื่อดัง พร้อมจุดเช็กอินดังอย่าง หอคอยซึเทนคาคุ (Tsutenkaku Tower)
3. เกียวโต (Kyoto)
เกียวโต เป็นเมืองเก่าแห่งวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซทางฝั่งตะวันตกของประเทศ โดดเด่นด้วยบรรยากาศเงียบสงบ เต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า บ้านไม้แบบดั้งเดิม และสวนญี่ปุ่นที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นโบราณเอาไว้ แม้บางจุดในเกียวโตจะมีทางลาดหรือเนินค่อนข้างเยอะ แต่หลายสถานที่สามารถนั่งรถบัสหรือแท็กซี่เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งบรรยากาศของเมืองค่อนข้างเงียบ ไม่วุ่นวายมาก
ที่เที่ยวไฮไลต์ในเกียวโต
– วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) หรือ วัดน้ำใส วัดชื่อดังที่โดดเด่นด้วยระเบียงไม้ขนาดใหญ่บนเนินเขา สามารถมองเห็นวิวเมืองเกียวโตได้อย่างกว้างไกล ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีประมาณเดือนพฤศจิกายน บรรยากาศรอบวัดจะเต็มไปด้วยสีแดงส้ม สวยงามและโรแมนติกมาก
– ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) เป็นศาลเจ้าสำคัญเกี่ยวกับเทพแห่งการค้าขายและความโชคดี ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาไหว้ขอพรตลอดทั้งปี และมีอุโมงค์เสาโทริอิสีแดงนับหมื่นต้นเป็นจุดเช็กอินถ่ายรูปอีกด้วย
– ย่านกิออน (Gion) เป็นย่านเมืองเก่าและย่านเกอิชาชื่อดังของเกียวโต มีทั้งบ้านไม้แบบดั้งเดิม ร้านชา และร้านอาหารญี่ปุ่นโบราณ ช่วงเย็นน่าเดินเล่นมาก เพราะจะได้เห็นโคมไฟเปิดตามถนน และบางครั้งอาจมีโอกาสพบเกอิชาหรือไมโกะเดินผ่านภายในย่านด้วย
4. ยามานาชิ (Yamanashi)
พาพ่อแม่มาเที่ยว ยามานาชิ จังหวัดท่องเที่ยวธรรมชาติในภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว และสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟหรือรถบัส จุดเด่นของที่นี่คือวิวภูเขาไฟฟูจิแบบใกล้ๆ บรรยากาศเงียบสงบ อากาศดี เต็มไปด้วยทะเลสาบ และหมู่บ้านเล็กๆ อีกทั้ง ที่เที่ยวญี่ปุ่น หลายแห่งในยามานาชิยังตั้งอยู่ไม่ไกลกันมาก โดยเฉพาะโซนรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ ทำให้พาผู้สูงอายุมาเที่ยวได้แบบชิลๆ ทั้งนั่งรถชมวิว แวะคาเฟ่ หรือพักเรียวกังพร้อมออนเซ็นสุดผ่อนคลาย
ที่เที่ยวไฮไลต์ในยามานาชิ
– ทะเลสาบคาวากุจิ (Lake Kawaguchi) จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สามารถมองเห็นยอดฟูจิสะท้อนกับผืนน้ำได้แบบสวยงาม รอบทะเลสาบมีทั้งคาเฟ่ จุดนั่งพัก และเส้นทางเดินเล่นแบบสบายๆ
– หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai) หมู่บ้านเล็กๆ บรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 8 บ่อ ที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิ ภายในหมู่บ้านมีร้านของฝาก ขนมท้องถิ่น และวิวฟูจิให้ชม
– สวนโออิชิ (Oishi Park) สวนดอกไม้ริมทะเลสาบคาวากุจิโกะ เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวฟูจิยอดนิยม เพราะเห็นทั้งภูเขาฟูจิ ทะเลสาบ และทุ่งดอกไม้ในภาพเดียว โดยแต่ละฤดูจะมีดอกไม้แตกต่างกันไป เช่น ชิบะซากุระช่วงฤดูใบไม้ผลิ ลาเวนเดอร์ช่วงหน้าร้อน และโคเคียช่วงฤดูใบไม้ร่วง
– เจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda) อีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของยามานาชิ เป็นจุดชมวิวชื่อดังที่สามารถมองเห็นเจดีย์สีแดงคู่กับภูเขาไฟฟูจิได้ในมุมเดียว โดยช่วงซากุระบาน และใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศและวิวจะสวยเป็นพิเศษ
5. ฮอกไกโด (Hokkaido)
ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่ทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ป่าไม้ อีกทั้งในช่วงหน้าหนาวยังมีหิมะนุ่มฟูคุณภาพดีระดับโลกอีกด้วย หลายเมืองในฮอกไกโดเดินทางสะดวก มีถนนกว้าง คนไม่หนาแน่นเท่าโตเกียวหรือโอซาก้า และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถนั่งรถเที่ยวหรือเดินชมได้แบบสบายๆ หลายแห่ง
ที่เที่ยวไฮไลต์ในฮอกไกโด
– คลองโอตารุ (Otaru Canal) คลองเก่าแก่ชื่อดังที่โดดเด่นด้วยอาคารอิฐสไตล์ยุโรปเรียงรายตลอดสองฝั่งคลอง บรรยากาศช่วงเย็นค่อนข้างโรแมนติก โดยเฉพาะฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมและมีการเปิดไฟริมคลองสวยงามมาก
– ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) ฟาร์มดอกไม้ชื่อดังแห่งเมืองฟุราโนะที่มีทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงกว้างสุดสายตาในช่วงเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ยังมีดอกไม้หลากสีในฤดูอื่นๆ และคาเฟ่ของหวานให้แวะพักผ่อน
– สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) สวนสัตว์ชื่อดังที่ออกแบบให้สามารถชมพฤติกรรมสัตว์ได้ใกล้ชิดมากขึ้น ไฮไลต์คือขบวนเพนกวินเดินบนหิมะที่มีให้ชมในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น
– หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower) อาคารไม้สไตล์ตะวันตกอายุกว่า 100 ปี ภายในมีจัดแสดงประวัติความเป็นมาของเมือง และสามารถเดินเที่ยวต่อในย่านใจกลางเมืองได้แบบเพลินๆ
6. ฟุกุโอกะ (Fukuoka)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่ถัดมาพี่เห็ดขอแนะนำ ฟุกุโอกะ เมืองใหญ่ในภูมิภาคคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสุดชิล ไม่เร่งรีบ และอาหารอร่อย โดยเฉพาะราเมงฮากาตะเมนูขึ้นชื่อของเมือง ทั้งยังมีสนามบินอยู่ใกล้ตัวเมือง ทำให้นั่งรถไฟเข้าเมืองได้สะดวก หลายสถานที่ท่องเที่ยวก็อยู่ไม่ไกลกันมาก แถมยังเป็นเมืองที่ผสมผสานทั้งความทันสมัย ธรรมชาติ และวัฒนธรรมเอาไว้ได้อย่างลงตัว มีทั้งสวนสาธารณะริมทะเล ศาลเจ้าชื่อดัง ห้างสรรพสินค้า และย่านอาหารท้องถิ่น พี่เห็ดบอกเลยว่าเที่ยวได้ครบทุกรสชาติในเมืองเดียว!
ที่เที่ยวไฮไลต์ในฟุกุโอกะ
– ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู (Dazaifu Tenmangu) ศาลเจ้าชื่อดังที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพแห่งการศึกษา โดดเด่นด้วยสะพานสีแดงและอาคารไม้สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จะมีดอกบ๊วยบานสวยทั่วบริเวณศาลเจ้า สวยงามราวกับภาพวาดญี่ปุ่นโบราณเลยทีเดียว
– คาแนลซิตี้ ฮากาตะ (Canal City Hakata) ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีคลองน้ำพาดผ่านกลางอาคาร โดดเด่นด้วยโชว์น้ำพุที่จัดแสดงร่วมกับแสง สี เสียง และดนตรีทุกๆ ชั่วโมง ภายในเป็นแหล่งรวมทั้งร้านอาหาร ร้านช้อปปิ้ง คาเฟ่ และโรงละคร สามารถแวะมาพักผ่อนหย่อนใจและช้อปปิ้งได้
– โมโมจิซีไซด์พาร์ก (Momochi Seaside Park) ชายหาดและสวนริมทะเลชื่อดังของฟุกุโอกะ เหมาะกับการมาเดินเล่นชมวิวทะเลช่วงเย็นชิลๆ พร้อมมองเห็นวิวเมืองและฟุกุโอกะทาวเวอร์ที่อยู่ด้านหลัง
7. โออิตะ (Oita)
ถ้าใครอยาก พาพ่อแม่เที่ยวญี่ปุ่น แบบผ่อนคลาย พี่เห็ดขอแนะนำที่ โออิตะ เลยค่ะ ที่นี่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวชื่อดังบนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องเมืองออนเซ็นและบรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะสำหรับพาผู้สูงอายุมาแช่ออนเซ็น ชมวิวภูเขา แวะคาเฟ่ หรือเดินเล่นในเมืองเล็กสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม อีกทั้งเมืองนี้ยังมีไลฟ์สไตล์แบบสโลว์ไลฟ์ ทำให้สามารถเที่ยวพักผ่อนได้แบบสบายๆ และใช้เวลากับครอบครัวได้เต็มที่ตลอดทั้งทริป
ที่เที่ยวไฮไลต์ในโออิตะ
– เบปปุออนเซ็น (Beppu Onsen) เมืองออนเซ็นชื่อดังที่มีบ่อน้ำพุร้อนกระจายอยู่ทั่วเมือง และมีให้เลือกหลายรูปแบบทั้งกลางแจ้ง อบไอน้ำ และทรายร้อน สามารถแช่พร้อมชมวิวธรรมชาติได้แบบฟินๆ
– บ่อนรกเบปปุ (Hells of Beppu) จุดท่องเที่ยวชื่อดังที่รวบรวมบ่อน้ำพุร้อนสีสันแปลกตาหลายรูปแบบตามแร่ธาตุชนิดต่างๆ เช่น บ่อสีฟ้า บ่อสีแดง และบ่อโคลนเดือด โดยแต่ละบ่อสามารถเดินถึงกันได้ไม่ไกลมาก
– ยูฟุอิน (Yufuin) เมืองเล็กบรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางภูเขา โดดเด่นด้วยร้านคาเฟ่ ร้านขนม และถนนคนเดินสไตล์ญี่ปุ่น
– ทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake) ทะเลสาบเล็กชื่อดังของยูฟุอินที่มีไฮไลต์เป็นหมอกบางลอยเหนือผิวน้ำในช่วงเช้า บรรยากาศรอบทะเลสาบค่อนข้างเงียบสงบและเหมาะกับการมาเดินเล่นเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติ
8. นาโกย่า (Nagoya)
นาโกย่า เมืองใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดไอจิ แห่งภูมิภาคชูบุ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างโตเกียวและโอซาก้า ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะสำหรับพาผู้สูงอายุเที่ยว เพราะบรรยากาศค่อนข้างสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ และยังผสมผสานประวัติศาสตร์ซามูไร วัฒนธรรมดั้งเดิม และนวัตกรรมอุตสาหกรรมระดับโลกเอาไว้ได้อย่างลงตัว สามารถเที่ยวได้ครบแบบไม่ต้องเดินทางไกลหรือเดินเยอะมาก และยังเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับไปเที่ยวสถานที่หรือเมืองอื่นๆ ใกล้เคียงได้สะดวก เช่น คามิโคจิ, หมู่บ้านชิราคาวาโกะ และอีกมากมาย
ที่เที่ยวไฮไลต์ในนาโกย่า
– ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) ปราสาทชื่อดังที่โดดเด่นด้วยหลังคาสีเขียวและรูปปั้นปลาหัวเสือสีทองบนยอดปราสาท ภายในมีการจัดแสดงประวัติศาสตร์และข้าวของโบราณของเมืองนาโกย่าให้ศึกษาได้แบบลึกซึ้ง
– ย่านซากาเอะ (Sakae) ย่านกลางเมืองนาโกย่าที่มีทุกอย่างครบ ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และยังมี Oasis 21 แลนด์มาร์กสุดไอคอนิก, Chubu Electric Power MIRAI TOWER หอคอยสูงใจกลางเมือง, ห้าง Matsuzakaya อายุกว่า 100 ปี รวมถึง ชิงช้าสวรรค์ Sunshine Sakae
– ศาลเจ้าอัตสึตะ (Atsuta Shrine) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,900 ปี และเป็นสถานที่ประดิษฐานดาบคุซานางิ 1 ใน 3 เครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น
– พิพิธภัณฑ์รถไฟ SCMAGLEV and Railway Park (SCMAGLEV and Railway Park) จัดแสดงรถไฟชินคันเซ็นและรถไฟความเร็วสูงหลายรุ่น ภายในมีโซนจำลองและนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยีรถไฟของญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
– ย่านช้อปปิ้งโอสึ (Osu Shopping District) ย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม และร้านขายของท้องถิ่น กว่า 1,200 ร้าน เหมาะกับการมาเดินเล่นหาของกินและซื้อของฝากก่อนกลับ
9. กิฟุ (Gifu)
พาพ่อแม่เที่ยวญี่ปุ่น กันต่อที่ กิฟุ จังหวัดท่องเที่ยวในภูมิภาคชูบุที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศเมืองเก่า ธรรมชาติ และหมู่บ้านญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยเฉพาะโซนชิราคาวาโกะและทาคายาม่าที่ขึ้นชื่อเรื่องบ้านไม้โบราณ วิวภูเขา และบรรยากาศเงียบสงบ อีกทั้งหลายพื้นที่ในกิฟุยังมีอากาศค่อนข้างดี คนไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่อยากพักผ่อน ชมธรรมชาติ และเดินเล่นในเมืองเล็กๆ
ที่เที่ยวไฮไลต์ในกิฟุ
– หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) หมู่บ้านมรดกโลกชื่อดังที่โดดเด่นด้วยบ้านหลังคาทรงกัสโชสึคุริ ซึ่งออกแบบให้คล้ายพนมมือเพื่อรองรับหิมะในฤดูหนาว สวยงามทุกฤดู เที่ยวได้ทั้งปี
– เมืองเก่าทาคายาม่า (Takayama Old Town) ย่านเมืองเก่าที่ยังคงเต็มไปด้วยบ้านไม้ ร้านสาเก และร้านค้าสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม เหมาะกับการมาเดินเล่นชมวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นโบราณ
– ตลาดเช้ามิยากาวะ (Miyagawa Morning Market) ตลาดเช้าเก่าแก่ริมแม่น้ำที่เต็มไปด้วยของกินท้องถิ่น ผัก ผลไม้ และของฝากพื้นเมือง สามารถมาเดินชิล ช้อปของฝาก พร้อมชมบรรยากาศเมืองเก่าได้
– ฮิดะโนะซาโตะ (Hida no Sato) พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านพื้นบ้านกลางแจ้งที่รวบรวมบ้านโบราณสไตล์ฮิดะเอาไว้ท่ามกลางธรรมชาติ สามารถเดินชมสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและวิวธรรมชาติได้ในที่เดียว
10. เซนได (Sendai)
เซนได ตั้งอยู่ในจังหวัดมิยางิ เป็นเมืองใหญ่ของภูมิภาคโทโฮคุทางตอนเหนือของญี่ปุ่นที่ได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งต้นไม้” เพราะภายในเมืองเต็มไปด้วยถนนสายต้นไม้และสวนสีเขียวจำนวนมาก ทั้งยังผสมผสานประวัติศาสตร์ซามูไรและอาหารเลิศรสเอาไว้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะเมนูขึ้นชื่ออย่าง ต้นตำรับลิ้นวัวย่าง ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มและรสชาติหอมจากการย่างถ่าน จนกลายเป็นอาหารที่นักท่องเที่ยวหลายคนตั้งใจมาลองเมื่อมาเยือนเซนได แถมบรรยากาศโดยรวมของเมืองยังค่อนข้างร่มรื่น และนักท่องเที่ยวไม่แออัดเหมือนในเมืองใหญ่อีกด้วย
ที่เที่ยวไฮไลต์ในเซนได
– อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima) จุดชมวิวชื่อดังที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 วิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเกาะเล็กน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วอ่าว สามารถนั่งเรือชมวิวทะเลได้
– ซากปราสาทเซนได (Sendai Castle Ruins) จุดชมวิวเมืองเซนไดบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบกว้างขวาง มีรูปปั้นดาเตะ มาซามุเนะ ขุนศึกคนสำคัญของเมือง เป็นจุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกัน
– ถนนโจเซ็นจิโดริ (Jozenji-dori Avenue) ถนนสายต้นไม้ชื่อดังของเซนไดที่เต็มไปด้วยต้นเซลโควาญี่ปุ่นเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน บรรยากาศร่มรื่นและเหมาะกับการมาเดินเล่นพักผ่อน โดยช่วงเดือนธันวาคมจะมีการประดับไฟ Sendai Pageant of Starlight สวยงามมาก
ใครกำลังวางแผน พาพ่อแม่เที่ยวญี่ปุ่น แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นจากเมืองไหนดี ก็ลองเลือกจาก 10 เมืองที่พี่เห็ดคัดมาแนะนำได้เลย เพราะแต่ละเมืองล้วนมีสถานที่เที่ยวและระบบขนส่งที่เอื้ออำนวยต่อผู้สูงอายุ ทำให้เที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย แต่ถ้าใครไม่อยากวางแผนเอง หรือกังวลเรื่องเส้นทาง การเดินทาง และตารางเที่ยว การเลือกไปกับทัวร์ก็อาจเป็นตัวเลือกที่สะดวกมาก เพราะช่วยดูแลทั้งเรื่องที่พัก การเดินทาง ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างครบ ทำให้เที่ยวญี่ปุ่นได้แบบสบายใจ ไม่ต้องเหนื่อยจัดการทุกอย่างเอง แถมได้มีเวลาโฟกัสกับการพักผ่อนและใช้เวลากับครอบครัวได้เต็มที่มากขึ้นอีกด้วย
