เปิดมาก็น้ำลายไหลเลย เพราะวันนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล จะพาไปรู้จักของอร่อยกันที่ เวียดนาม ประเทศท่องเที่ยวใกล้เมืองไทย นอกจากจะมีที่เที่ยวเยอะ เดินทางง่ายแล้ว เรื่องอาหารการกินก็อร่อย และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้ที่อื่นเลย แถมยังทานได้แบบไม่ต้องกังวล เพราะอุดมไปด้วยสารอาหาร ถ้าพร้อมแล้วก็ไปชม 20 เมนู อาหารเวียดนาม ยอดฮิต ทานง่าย พร้อมร้านเด็ดที่คนไปเวียดนามห้ามพลาด !!
1. เฝอ (Pho)
เฝอ หรือ ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม เป็น ของกินเวียดนาม ยอดนิยมที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งในชามนี้จะประกอบไปด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีลักษณะเป็นเส้นกลมๆ สีขาว ขนาดใหญ่กว่าเส้นขนมจีนเล็กน้อย ในน้ำซุปเนื้อวัวหอมกลิ่นเครื่องเทศ แต่สำหรับคนไม่กินเนื้อวัวก็มีไก่ หรือหมูให้เลือกด้วยนะ จากนั้นก็โรยหน้าด้วยหัวหอม ต้นหอมซอย ผักชี ถั่วงอก ฯลฯ ส่วนเครื่องปรุงที่แตกต่างจากเมืองไทยก็เห็นจะเป็นซอสพริก ที่ให้รสกลมกล่อมมากๆ ยิ่งกินคู่กับสารพัดผักในจานเปลที่เสิร์ฟมาให้ยิ่งเข้ากันมากๆ ทั้งถั่วฝักยาว ผักสลัด ใบสะระแหน่ เป็นต้น รับรองว่าอร่อยและได้สารอาหารดีๆ แน่นอน
2. พิซซ่าเวียดนาม (Banh Trang Nuong)
ต่อด้วยสตรีทฟู้ดยอดนิยมอย่าง พิซซ่าเวียดนาม หรือ บั่นแจ๊งนึ้ง แป้งเวียดนามแผ่นบางที่นำมาปิ้งไฟอ่อนๆ ตอกไข่และทาบนแผ่นแป้ง ท็อปปิ้งด้วยไส้ต่างๆ เช่น หมูสับ ไส้กรอก หมูยอ กุนเชียง โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี และราดด้วยซอสพริก ซอสมะเขือเทศ มีความคล้ายกับโตเกียวบ้านเรา เมื่อกัดลงไปจะสัมผัสได้ถึงตัวแป้งบางกรอบ ได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศ รสชาติครบรส หอมกลิ่นเตาถ่าน อร่อยฟินสุดๆ ไปเลย ใครไป ทัวร์เวียดนาม มีเวลาเดินเล่นชิลๆ ต้องหาชิมเมนูนี้ดูนะ
3. บั๋นหมี่ (Banh Mi)
ไปอิ่มอร่อยกันต่อกับแซนด์วิชเวียดนามแท้ๆ อย่าง บั๋นหมี่ อาหารเวียดนาม ที่ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศส เป็นการนำ ขนมปังบาเก็ต (Baguette) หรือขนมปังฝรั่งเศส มาปรับสูตรให้มีความนุ่มกว่าเดิม นำมาผ่ากลางและยัดไส้ลงไป มีทั้งผัก เนื้อสัตว์ รวมถึงซอสต่างๆ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันในแต่ละสูตร แต่ละภูมิภาค หรือขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคน สามารถหาทานได้ทั่วไปในเวียดนาม และเป็นเมนูอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
4. บั๋นห์แบ่ว (Banh Beo)
ไปต่อกันที่เมนูทานเล่นกันบ้าง กับ บั๋นห์แบ่ว เมนูนี้จะคล้ายๆ กับขนมถ้วยบ้านเรา เป็นการนำแป้งข้าวจ้าวโม่สดๆ ละลายน้ำ และนำไปนึ่งในถ้วย จากนั้นนำมาปรุงรส และโรยหน้าด้วยเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆ อย่าง หมูสับ กุ้งสับ กุ้งแห้ง หมูย่าง แคปหมู เป็นต้น ทานคู่กับน้ำจิ้มรสหวานๆ เค็มๆ หรือจะเพิ่มความแซ่บด้วยการใส่พริกลงไปด้วยก็ได้ เวลาทานจะแซะทานเป็นคำๆ ถือเป็นของว่างของเวียดนามที่สามารถทานได้เรื่อยๆ อร่อยแบบวางไม่ลงเลยทีเดียว
5. บุ๋นบ่อเหว (Bun Bo Hue)
ไปกันต่อกับอีกหนึ่ง อาหารเวียดนาม ยอดฮิตอย่าง บุ๋นบ่อเหว เมนูนี้มีต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองเว้ (Hue) เป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นขนมจีนที่มีความหนาเหนียวนุ่ม มาพร้อมน้ำซุปเข้มข้นรสเผ็ดจัดจ้าน กลิ่นหอมสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมกับเนื้อหมูที่หั่นเป็นชิ้นๆ เลือดหมู และมะเขือเทศ โรยหน้าด้วยผักชี หอมใหญ่ ทานคู่กับผักต่าง ๆ ใครที่ชอบอาหารรสจัดรับรองว่าถูกใจ ทานซ้ำได้ไม่มีเบื่อแน่นอน
6. ก่าเฟจิ๋ง (Ca Phe Trung)
ถัดมากับเมนูไวรัลอย่าง ก่าเฟจิ๋ง กาแฟใส่ไข่สูตรเฉพาะของชาวฮานอย ที่รสชาติเข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ เมนูนี้มีที่มาจากการขาดแคลนนมในช่วงสงคราม เหงียน วัน เกียง บาร์เทนเดอร์ของโรงแรมแห่งหนึ่งจึงได้ประยุกต์ด้วยการนำไข่แดงมาตีกับน้ำตาลจนฟูนุ่มละเอียด แล้วนำไปโปะบนกาแฟดำ เมื่อทานด้วยกันจะได้รสชาติที่หอมหวานละมุนเหมือนทานคาราเมลคัสตาร์ด ทำให้เมนูนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่ชาวต่างชาติที่ไปเที่ยวฮานอย
7. เกาเหลาเวียดนาม (Cao Lau)
อาหารเวียดนาม ชามนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวเช่นกันค่ะ เกาเหลาเวียดนาม เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูอาหารประจำเมืองฮอยอัน ที่ลักษณะเส้นจะแตกต่างจากเฝอ คือจะคล้ายกับเส้นอุด้งมากกว่า และมีน้ำซุปคล้ายๆ น้ำพะโล้ราดมาพอขลุกขลิก ส่วนข้างบนจะโปะหน้าด้วยข้าวเกรียบ เกี๊ยวทอดกรอบ หมูแผ่นชิ้นใหญ่ ผักสลัด ถั่วงอก และผักท้องถิ่น เวลาทานไม่มีเครื่องปรุงให้ แต่จะมีเต้าหู้ยี้และพริกให้จิ้มกินคู่กันด้วยค่ะ เมนูนี้ค่อนข้างหาทานได้ง่ายในฮอยอัน ถ้าใครไปเที่ยวอย่าลืมลองชิมกันนะคะ
8. ก๋อย ก้วน (Goi Cuon)
ก๋อย ก้วน หรือ ปอเปี๊ยะสด จริงๆ แล้วเป็นเมนูที่สามารถทำทานได้ง่ายมากๆ เพียงแค่มีส่วนประกอบสำคัญอย่าง แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะเวียดนาม เราก็สามารถรังสรรค์เปาะเปี๊ยะสดสารพัดไส้ได้เองแล้ว แต่ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปกินเมนูนี้ที่เวียดนาม ไส้ที่เขานิยมกินกันส่วนใหญ่จะเป็นกุ้งที่ใส่มาทั้งตัว กัดไปแต่ละคำคือได้เนื้อกุ้งเต็มๆ นอกจากเนื้อสัตว์แล้ว ไส้ข้างในจะประกอบไปด้วยผักสดหลายชนิด ทั้งผักกาดหอม โหระพา สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง แครอท แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือขนมจีน เวลาทานจะมีน้ำจิ้มคู่กัน รสชาติจะออกหวานนำเปรี้ยวตามเล็กน้อย เป็น ของกินเวียดนาม ที่กินแล้วไม่หนักท้อง เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักเลยล่ะ
9. บั๋นข็อต (Banh Khot)
บั๋นข็อต หรือ ขนมครกเวียดนาม อาหารประจำจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่า ลักษณะก็คล้ายๆ กับขนมครกบ้านเรา แต่เป็นของคาวนะไม่ใช่ของหวาน ตัวขนมครกทำจากแป้งข้าวจ้าว นำไปทอดจนเหลืองกรอบด้านนึง ส่วนอีกด้านที่เป็นหลุมจะมีเนื้อกุ้ง มันกุ้งสีแดง และต้นหอม เสิร์ฟพร้อมกับผักสด และน้ำจิ้มซอสกะปิ รสชาติดี แป้งกรอบๆ กับน้ำจิ้มเค็มนิดๆ เข้ากันดีกับผักสด
10. บั๊นก๊วน (Banh Cuon)
จริงๆ แล้ว บั๊นก๊วน หรือ ปากหม้อญวน เป็นเมนูที่หาทานได้ง่ายมากๆ ตามจังหวัดทางภาคอีสานตอนบน แต่ถ้าใครอยากลองรสชาติแบบดั้งเดิมแท้ๆ ที่ยังไม่ได้ปรับสูตรให้ถูกปากถูกลิ้นคนไทย ก็ต้องลองไปกินที่เวียดนามดูค่ะ รูปร่างหน้าตาค่อนข้างแตกต่างจากปากหม้อของไทยตรงที่มีขนาดใหญ่กว่า แป้งหนาและนุ่มกว่า ส่วนไส้จะเป็นพวกหมูสับ หมูยอ นำไปผัดกับต้นหอม รับประทานคู่กับน้ำจิ้มคล้ายๆ กับน้ำจิ้มเปาะเปี๊ยะสด และผักสดจำพวกสะระแหน่ ผักกาดหอม พริกสด รสชาติออกเค็มนิดๆ จากไส้ปากหม้อ บวกความหวานเล็กน้อยจากน้ำจิ้ม อร่อยมาก
11. บ่อลุกลัก (Bo Luc Lac)
บ่อลุกลัก เป็นเมนูเนื้อวัวที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารฝรั่งเศส โดยวิธีทำเขาจะหั่นเนื้อวัวเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า จากนั้นนำไปหมักกับกระเทียม น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วดำ น้ำมันหอย แล้วนำไปผัดกับหอมหัวใหญ่ด้วยไฟแรงให้สุก รับประทานคู่กับผักสดตามแบบฉบับ อาหารเวียดนาม ที่ประกอบไปด้วย ผักกาดหอม หอมดอง กระเทียมดอง ฯลฯ หรือจะทานคู่กับข้าวผัดหรือข้าวสวยก็เข้ากันดีค่ะ รสชาติกลมกล่อม นัวกำลังดี
12. บู๊นจ๋า (Bun Cha)
บู๊นจ๋า เมนูนี้ลักษณะและหน้าตาคล้ายๆ กับขนมจีนของบ้านเรา โดยเวลาเสิร์ฟจะใส่เส้นขนมจีนลงในจาน โปะมาด้วยหมูย่างหรือหมูทอดที่หอมกลิ่นคาราเมล เวลาทานจะราดหน้าด้วยซอสรสออกเค็มๆ หวานๆ พร้อมกับผักดอง อย่างเช่น เส้นมะละกอดอง เส้นแครอทดอง รวมถึงผักสดชนิดอื่นๆ ที่นิยมก็มีจำพวกผักกาดหอม ผักชี แตงกวา กะหล่ำปลี ถั่วงอก อาหารจานนี้หาทานได้ง่ายที่ฮานอย รับรองว่ามีให้เลือกกินแทบจะทุกตรอกซอกซอยเลยล่ะ
13. บั๋นแซ่ว (Bánh Xèo)
บั๋นแซ่ว เป็น อาหารเวียดนาม ที่หน้าตาคล้ายแพนเค้กหรือขนมเบื้องบ้านเรา โดยใช้แป้งข้าวเจ้าผสมขมิ้นและกะทิเล็กน้อย แล้วนำลงไปทอดในกระทะจนบางกรอบ จากนั้นใส่ไส้ เช่น หมูสามชั้น กุ้งสด และถั่วงอก เมื่อแป้งสุกได้ที่แล้วจะพับครึ่งก่อนยกเสิร์ฟ ทำให้ได้ทั้งความกรอบของแป้ง และความฉ่ำของไส้ในคำเดียว ซึ่งวิธีกินแบบออริจินอลคือ ฉีกแป้งบั๋นแซ่วเป็นชิ้นเล็กๆ ห่อด้วยผักสด และแผ่นแป้งเวียดนาม จากนั้นจิ้มน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวานเค็มแบบกลมกล่อม รสชาติโดยรวมจะมีความกรอบมันจากแป้ง มีกลิ่นหอมของขมิ้น ความหวานจากเนื้อสัตว์ ตัดด้วยความสดชื่นของผักและน้ำจิ้ม พี่เห็ดบอกเลยว่ากินได้เพลินๆ แบบไม่เลี่ยนเลยค่ะ
14. บู๊นโบ๋นัมโบ๋ (Bún Bò Nam Bộ)
บู๊นโบ๋นัมโบ๋ เป็นเมนูเส้นของเวียดนามที่เสิร์ฟแบบไม่ใส่น้ำซุป ลักษณะคล้ายก๋วยเตี๋ยวแห้งบ้านเรา โดยมีเส้นข้าวเจ้าเนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมเนื้อวัวผัดกับตะไคร้ด้วยไฟแรงจนหอม ตามด้วยถั่วงอก ผักสด ถั่วลิสงคั่ว หอมเจียว และน้ำราดรสเปรี้ยวหวานเค็มตามสไตล์เวียดนาม เมื่อคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะได้รสชาติกลมกล่อม ความหวานนุ่มของเนื้อวัว ผสานกับความหอมมันของถั่วลิสงและหอมเจียว ให้ความรู้สึกคล้ายยำเส้นแบบไทย แต่รสชาติจะนุ่มนวลกว่า จึงเป็นอีกหนึ่งเมนู อาหารเวียดนาม ที่คนไทยทานได้สบายและได้รับความนิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว
15. เนมหลุ่ย (Nem Lụi)
เนมหลุ่ย เป็นหมูบดปรุงรสเสียบไม้ แล้วนำไปย่างบนเตาถ่านจนสุกและส่งกลิ่นหอม เนื้อหมูจะมีความแน่น นุ่ม ฉ่ำ และรสหวานเค็มกำลังดี มักเสิร์ฟพร้อมแผ่นแป้งบาง เส้นขนมจีน น้ำจิ้ม และผักสดหลากชนิด เช่น ผักกาด ใบสะระแหน่ และสมุนไพรพื้นเมือง เวลาทานจะนำหมูย่างวางบนแผ่นแป้ง ใส่เส้นขนมจีน และผักสด จากนั้นม้วนให้พอดีคำแล้วจิ้มน้ำจิ้มรสเข้มข้น จะได้รสชาติที่กลมกล่อมและมีกลิ่นปิ้งเตาถ่านโดดขึ้นมาเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นเมนูกินเล่นที่ทานง่าย อร่อย และรสชาติไม่จัดมากจนเกินไป ทานง่ายเลยค่ะ
16. เช่ (Chè)
มาถึงของหวานกันบ้างกับเมนู เช่ ของหวานสไตล์เวียดนามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูยอดนิยมของไต้หวัน โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่าง มันเทศ เป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้ได้สีสันตามธรรมชาติหลากหลาย เช่น สีม่วง สีขาว สีเหลือง โดยไม่ต้องพึ่งสีหรือกลิ่นสังเคราะห์ ตัวมันมีเนื้อหนึบ นุ่ม เคี้ยวเพลิน ผสมผสานกับท็อปปิ้งอย่าง ไข่มุก วุ้น สาหร่ายเฉาก๊วย ถั่วแดง และถั่วดำ ราดด้วยกะทิหอมมัน เพิ่มมิติรสชาติด้วยกลิ่นขิงอ่อนๆ และความหวานละมุนจากน้ำตาลกรวด หรือน้ำตาลโตนด สามารถเลือกทานได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ให้รสชาติสดชื่น ไม่หวานจัด เหมาะเป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหารหรือทานคลายร้อนระหว่างวันก็ได้เช่นกัน
17. จ่าก๋าลาหว่อง (Cha Ca La Vong)
จ่าก๋าลาหว่อง เป็น ของกินเวียดนาม ขึ้นชื่อของกรุงฮานอย และถือเป็นหนึ่งในเมนูคลาสสิกที่ไปถึงเวียดนามเหนือแล้วต้องลอง ตัวเมนูทำจากปลาน้ำจืดหั่นชิ้นพอดีคำ หมักกับขมิ้น กระเทียม และเครื่องเทศ จากนั้นนำไปย่างหรือผัดจนสุกแล้วเสิร์ฟแบบร้อนๆ พร้อมผักสมุนไพรสด เช่น ผักชีลาว ต้นหอม และใบสะระแหน่ ซึ่งนิยมทานกับข้าวหรือขนมจีน แล้วราดน้ำจิ้มที่ทำจากกะปิผสมมะนาวและพริก รสชาติโดยรวมจะหอมและมีความมันจากเนื้อปลา ตัดด้วยความสดของสมุนไพรและรสนัวของน้ำจิ้ม ใครชอบเมนูแซ่บนัวกำลังดีต้องลองเลย ส่วนใครไม่กินเผ็ดจะกินคู่กับน้ำจิ้ม Nuoc Mam Cham ที่ทำจากน้ำปลา น้ำตาล มะนาว กระเทียม และพริกก็ได้ รสชาติเบากว่า แต่อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ
18. แบ๊งห์จึง (Banh Chung)
แบ๊งห์จึง เป็นอาหารที่มีความผูกพันกับวัฒนธรรมและเทศกาลสำคัญโดยเฉพาะช่วงตรุษเวียดนาม (Tet) มีลักษณะเป็นข้าวเหนียวห่อใบตองทรงสี่เหลี่ยม ภายในสอดไส้ถั่วเขียวบดและหมูสามชั้น ปรุงรสเค็มอ่อนๆ แล้วนำไปต้มเป็นเวลานานจนข้าวเหนียวนุ่มแน่นและซึมซับรสชาติของไส้ เมื่อหั่นออกมาจะเห็นชั้นข้าวเหนียว ถั่ว และหมูเรียงตัวสวยงาม รสชาติโดยรวมจะออกมัน นุ่ม กลมกล่อมจากข้าวเหนียวและหมูสามชั้น ซึ่งนิยมทานคู่กับผักดองหรือแตงกวาดองเพื่อตัดเลี่ยน ถือเป็นหนึ่งเมนูออริจินอลที่ควรหาลองสักครั้งเมื่อไปเยือนเวียดนาม
19. เกิมตั๋ม (Com tam)
ต่อด้วย เกิมตั๋ม อาหารจานเดียวสไตล์เวียดนามใต้ที่พบได้ทั่วไปโดยเฉพาะในโฮจิมินห์ซิตี้ โดยจุดเด่นของเมนูนี้คือการใช้ข้าวหักเมล็ดสั้นที่เมื่อหุงแล้วจะมีเนื้อร่วน นุ่ม และไม่แฉะ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงหลากหลาย เช่น หมูย่าง หมูสับ ไข่ดาว หรือหมูอบน้ำปลา รสชาติจะกลมกล่อมจากหมูย่างหอมๆ กินคู่กับข้าวหักและน้ำราดรสเค็มหวานแบบเวียดนาม เสริมด้วยผักดอง แตงกวา และน้ำปลาหวาน ทำให้ได้รสชาติครบทั้งเค็ม หวาน และสดชื่น ใครมองหา อาหารเวียดนาม ที่กินง่ายและอิ่มท้องนาน ต้องลองเมนูนี้เลยค่ะ
20. ขนมจีนน้ำจิ้มกะปิ (Bun Dau Mam Tom)
ปิดท้ายกันด้วย ของกินเวียดนาม แซ่บๆ อย่าง ขนมจีนน้ำจิ้มกะปิ เมนูนี้ประกอบด้วยเส้นขนมจีนสีขาว เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงหลากหลาย ทั้งหมูสามชั้นต้ม เต้าหู้ทอดสีเหลืองทอง หมูยอ และผักสดอย่าง แตงกวา ใบสะระแหน่ รวมถึงผักสมุนไพรพื้นเมือง และที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือ น้ำจิ้มกะปิหมักคุณภาพดี ที่ให้รสเผ็ด เค็ม นัว และมีกลิ่นเฉพาะตัวค่อนข้างชัด เวลากินจะนำเส้นขนมจีนและเครื่องเคียงต่างๆ จิ้มลงในน้ำจิ้ม ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นจากกะปิตัดกับความมันของหมูและเต้าหู้ ตบท้ายด้วยผักสดช่วยเพิ่มความสมดุลของรสชาติทำให้กินเล่นได้เพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น
แจกพิกัด 5 ร้านอาหารเวียดนาม ชื่อดังที่ควรไปลอง
1. ร้าน Vietnam House Restaurant
ร้านอาหารเวียดนามที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศเรียบหรู อบอุ่น สไตล์โคโลเนียล ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ เป็นร้านที่นำอาหารเวียดนามมาตีความใหม่ในระดับไฟน์ไดนิ่ง ภายใต้การดูแลของเชฟ Luke Nguyen เชฟชื่อดังเชื้อสายเวียดนาม – ออสเตรเลีย โดยมีการผสานรากฐานอาหารเวียดนามดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการปรุงสมัยใหม่ได้อย่างประณีต ทำให้แต่ละเมนูมีรสชาติซับซ้อนแต่สมดุล สะท้อนทั้งเอกลักษณ์และความร่วมสมัยของอาหารเวียดนามได้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับมื้อพิเศษ โอกาสสำคัญ หรือผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์อาหารเวียดนามระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง
เวลาเปิด-ปิด :
– รอบกลางวัน 11.00 – 14.30 น.
– รอบอาหารเย็น 17.00 – 22.00 น.
เว็บไซต์ : https://vietnamhousesaigon.com/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/1WbhVCbxfntkkins6
2. ร้าน Banh Cuon Ba Hoanh
Banh Cuon Ba Hoanh เป็นร้าน อาหารเวียดนาม ท้องถิ่นชื่อดังในย่าน Old Quarter กรุงฮานอย ขึ้นชื่อเรื่องบั๋นก๋วน โดยร้านจะทำแป้งแบบสดใหม่ต่อหน้าลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการนึ่งแป้งไปจนถึงการจัดเสิร์ฟอย่างพิถีพิถัน โดยเมนูจะเสิร์ฟแบบเป็นชุด ประกอบด้วยแป้งนึ่งสด หมูสับ เห็ด หอมใหญ่ และเครื่องเคียงต่างๆ พร้อมน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของร้าน ลูกค้าสามารถนำวัตถุดิบต่างๆ มาห่อในแป้งแล้วม้วนทานเองได้อย่างเพลิดเพลิน ช่วยเพิ่มอรรถรส ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสทั้งรสชาติและเสน่ห์ของอาหารเวียดนามดั้งเดิมอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
เวลาเปิด-ปิด : 06.00 – 20.00 น.
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/VDc1DteN3gbL3gAw8
3. ร้าน Propaganda Restaurant
Propaganda Restaurant เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในโฮจิมินห์ซิตี้ โดดเด่นด้วยอาหารเวียดนามท้องถิ่นสไตล์ไซ่ง่อน ที่นี่มีเมนูเด็ดน่าลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกุ้งอบในกะลามะพร้าว, ปลาตุ๋นหม้อดิน, เฝอร้อนๆ หรือเมนูที่ใช้ปลาน้ำจืดกับสมุนไพรสดที่มีรสชาติเข้มข้นและเผ็ดร้อนกว่าอาหารเวียดนามเหนือชัดเจน นอกจากนี้ตัวร้านยังมีเอกลักษณ์ด้านการตกแต่งในสไตล์บิสโทรโทนสีแดง – เหลือง พร้อมงานศิลป์และโปสเตอร์ Propaganda ที่สะท้อนวัฒนธรรมเวียดนามได้อย่างน่าหลงใหล ตอบโจทย์ทั้งสายชิม ชิล และสายถ่ายภาพเช็กอินได้ในคราวเดียวกัน
เวลาเปิด-ปิด : 07.30 – 23.00 น.
เว็บไซต์ : https://propagandabistros.com/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/n9B3oBfZjG5a4vGR9
4. ร้าน Morning Glory Restaurant
ต่อกันที่ Morning Glory Restaurant ร้าน อาหารเวียดนาม ชื่อดังในเมืองเก่าฮอยอัน โดดเด่นด้วยอาหารเวียดนามร่วมสมัย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสตรีทฟู้ด แบ่งออกเป็น Morning Glory Original ที่เน้นอาหารแบบดั้งเดิม อาหารท้องถิ่น ให้กลิ่นอายความเป็นเวียดนามแท้ๆ และ Morning Glory Signature ที่มีอาหารเมนูใหม่ๆ ดัดแปลงจากเมนูดั้งเดิม แต่ยังคงรักษาแก่นแท้ของอาหารเวียดนามเอาไว้ พร้อมบรรยากาศน่านั่ง โดยมีที่นั่งทั้งโซนด้านนอกท่ามกลางโคมไฟสีสันสดใส และโซนด้านในที่ให้ความรู้สึกสบายเป็นส่วนตัว ทุกเมนูปรุงสดใหม่ในครัวเปิดให้เห็นทุกขั้นตอน ช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินและความมั่นใจในคุณภาพอาหารตลอดการรับประทาน โดยเมนูเด็ดที่แนะนำคือ เฝอเนื้อใส่มะละกอดอง, White Rose Dumpling และเนื้อย่างรสชาติเข้มข้น เพราะเป็นเมนูที่สะท้อนเอกลักษณ์อาหารพื้นถิ่นของฮอยอันได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านรสชาติ วัตถุดิบ และการปรุงแบบพิถีพิถัน
เวลาเปิด-ปิด :
– Morning Glory Original 11.00 – 23.00 น.
– Morning Glory Signature 11.00 – 14.00 น. และ 17.30 – 23.00 น.
แผนที่ :
– Morning Glory Original : https://maps.app.goo.gl/JcyG4yGVDLhwwrg5A
– Morning Glory Signature : https://maps.app.goo.gl/45fVCdAQkoG7Vge87
5. ร้าน My Quang 24/7
My Quang 24/7 อีกหนึ่งร้าน ของกินเวียดนาม ท้องถิ่นในดานังที่มีเมนูขึ้นชื่อให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หมี่กว๋างกุ้งกับซี่โครงหมู, หมี่กว๋างเนื้อ, หมี่กว๋างไก่, หมี่กว๋างปูกบ/กบ, หรือเมนูเส้นอื่นๆ ที่ปรุงด้วยน้ำซุปหอมเครื่องเทศและผักสดตามแบบดั้งเดิมของเวียดนามกลาง ร้านนี้โดดเด่นทั้งเรื่องรสชาติเข้มข้น วัตถุดิบคุณภาพดี ผักสดใหม่ และปริมาณคุ้มราคา ทั้งยังได้รับรีวิวเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นร้านที่ต้องแวะไปซ้ำเมื่อกลับมาเที่ยวดานัง!
เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 20.00 น.
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/xkVrg7DWtvt4EAf37
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ ของกินเวียดนาม ที่พี่เห็ดนำมาฝาก บอกเลยว่าทุกเมนูที่แนะนำนอกจากจะเป็นเมนูฮิตแล้ว ยังรสชาติอร่อย แถมวัตถุดิบที่ใช้ก็มีผักเป็นส่วนประกอบ ไม่ต้องกังวลเรื่องหุ่น เรื่องน้ำหนักเลย ใครที่มีแพลนจะไป เที่ยวเวียดนาม แต่ยังไม่รู้ว่าเมนูไหนฮิต เมนูไหนต้องลอง ก็จดรายชื่อเมนูเหล่านี้ไว้ได้เลย พอเครื่องลงปุ๊บ จะได้ทานของอร่อยๆ ได้อย่างเต็มที่
