Loading...
ทัวร์อิตาลี

ค้นหา

รหัสสินค้าMUSH170082

ทัวร์อิตาลี เกาะเวนิส โครเอเชีย สโลวีเนีย เซตินเย มอนเตเนโกร 10วัน7คืน บิน Austrian Airlines

ราคาเริ่มต้นที่:

84,900 บาท
จองเดี๋ยวนี้
ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

วันที่เดินทาง

เม.ย.
9-18
  • เที่ยว: เกาะเวนิส-จตุรัสเซนต์มาร์โค-พระราชวังดอจจ์ ถ้ำโพสทอยน่า (สโลวีเนีย)ลุบเบลียน่า-ซาเกรบ (โครเอเชีย)-อุทยานแห่งชาติพริตวิเซ่-ซาร์ดาร์-ซิบินิคมหาวิหารเซนต์จาคอบ-โทรเกียร์-สปริท-พระราชวังดิโอคลีเธี่ยน-ดูบลอฟนิคพระราชวังเรคเตอร์-กอเตอร์ (มอนเตเนโกร)-บุดวาโบสถ์เซ็นต์จอห์น-พอดกอรีตซาเซตินเย
  • 1 Day
  • 10.00 น.

    พร้อมกันที่: สนามบินสุวรรณภูมิ

  • 10.00 น.

    พร้อมกันที่: สนามบินสุวรรณภูมิ

  • 13.00 น.

    ออกเดินทางสู่: กรุงเวียนนา โดยสายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS 16

  • 13.00 น.

    ออกเดินทางสู่: กรุงเวียนนา โดยสายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS 16

  • 18.55 น.

    เดินทางถึง: กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (แวะเปลี่ยนเครื่อง)

  • 18.55 น.

    เดินทางถึง: กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (แวะเปลี่ยนเครื่อง)

  • 20.15 น.

    ออกเดินทางสู่: สนามบินเวนิส (VCE) โดยเที่ยวบิน OS527

  • 20.15 น.

    ออกเดินทางสู่: สนามบินเวนิส (VCE) โดยเที่ยวบิน OS527

  • 21.25 น.

    เดินทางถึง: สนามบินเวนิส

  • 21.25 น.

    เดินทางถึง: สนามบินเวนิส

  • ที่พัก Mercure Venezia Marghera **** หรือเทียบเท่า

  • ที่พัก Mercure Venezia Marghera **** หรือเทียบเท่า

  • 2 Day
  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินทางสู่: เมือง เวนิส

    เวนิส..เป็นหมู่เกาะเล็กๆ เหมือนตาข่ายมีประมาณ 100 กว่าเกาะ ตั้งอยู่บนทะเลอะเดรียติก มีคลองเล็กคลองน้อยน้ำเค็มกว่า 150 คลอง และมีสะพานอีกกว่า 400 สะพานให้เดินเชื่อมถึงกันหมด ตามตรอกซอกซอยก็ยังอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่าแก่ แตกต่างจากเมืองอื่นในโลก ด้วยเหตุนี้เมืองเวนิสจึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองมรดกโลก ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า สุดแสนโรแมนติคของอิตาลีด้วยบรรยากาศของ คลองเล็ก-คลองน้อย-สะพานมากมายที่เชื่อมเกาะต่างๆหรือแม้แต่เรือกอนโดล่า รวมทั้งบ้านเรือนที่ซับซ้อนในซอยแคบๆ

  • นำท่านเดินทางสู่: เมือง เวนิส

    เวนิส..เป็นหมู่เกาะเล็กๆ เหมือนตาข่ายมีประมาณ 100 กว่าเกาะ ตั้งอยู่บนทะเลอะเดรียติก มีคลองเล็กคลองน้อยน้ำเค็มกว่า 150 คลอง และมีสะพานอีกกว่า 400 สะพานให้เดินเชื่อมถึงกันหมด ตามตรอกซอกซอยก็ยังอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่าแก่ แตกต่างจากเมืองอื่นในโลก ด้วยเหตุนี้เมืองเวนิสจึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองมรดกโลก ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่า สุดแสนโรแมนติคของอิตาลีด้วยบรรยากาศของ คลองเล็ก-คลองน้อย-สะพานมากมายที่เชื่อมเกาะต่างๆหรือแม้แต่เรือกอนโดล่า รวมทั้งบ้านเรือนที่ซับซ้อนในซอยแคบๆ

  • นำท่านนั่งเรือสู่: เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย

    เกาะเวนิส (Venice) หรือ เวเนเซีย (Venezia) เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges) และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำปลาวี

  • นำท่านนั่งเรือสู่: เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย

    เกาะเวนิส (Venice) หรือ เวเนเซีย (Venezia) เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges) และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำปลาวี

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • นำท่านชม: จัตุรัสซานมาร์โค

    จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco หรือ Saint Mark Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเวนิส ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรมอันงดงาม มีโบสถ์ซานมาร์โค หรือ โบสถ์เซนต์มาร์ก เป็นจุดเด่นของลานกว้าง บริเวณรอบๆ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ไว้คอยบริการมากมาย และรอบๆ จัตุรัสยังมีอาคารที่สำคัญสองแห่งคือ หอระฆัง และหอนาฬิกา อีกด้วย

  • นำท่านชม: จัตุรัสซานมาร์โค

    จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco หรือ Saint Mark Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเวนิส ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรมอันงดงาม มีโบสถ์ซานมาร์โค หรือ โบสถ์เซนต์มาร์ก เป็นจุดเด่นของลานกว้าง บริเวณรอบๆ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ไว้คอยบริการมากมาย และรอบๆ จัตุรัสยังมีอาคารที่สำคัญสองแห่งคือ หอระฆัง และหอนาฬิกา อีกด้วย

  • นำท่านชม: พระราชวังดอจส์

    พระราชวังดอจส์ เป็นที่ทำการของรัฐบาลเวนิสและที่พำนักของผู้ดำรงตาแหน่งเจ้าเมืองในอดีต ตัวอาคารกะทัดรัดในแบบโกธิค เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มากว่า 800 ปีมาแล้ว เมื่อสมัยเวนิสยังเป็นสาธารณรัฐอิสระ ซึ่งเคยร่ำรวยและมีอำนาจมหาศาลและเคยส่งให้มาร์โคโปโลเดินทางไปเมืองจีน เชิญเยียมชมพระราชวังเก่าโบราณเวนิส และเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตในอดีต

  • นำท่านชม: พระราชวังดอจส์

    พระราชวังดอจส์ เป็นที่ทำการของรัฐบาลเวนิสและที่พำนักของผู้ดำรงตาแหน่งเจ้าเมืองในอดีต ตัวอาคารกะทัดรัดในแบบโกธิค เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มากว่า 800 ปีมาแล้ว เมื่อสมัยเวนิสยังเป็นสาธารณรัฐอิสระ ซึ่งเคยร่ำรวยและมีอำนาจมหาศาลและเคยส่งให้มาร์โคโปโลเดินทางไปเมืองจีน เชิญเยียมชมพระราชวังเก่าโบราณเวนิส และเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตในอดีต

  • นำท่านผ่านชมและแวะถ่ายรูป: สะพานสะอื้น

    สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนาม “คาสโนว่า” ซึ่งเขาเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ปัจจุบันวังแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญของเมือง

  • นำท่านผ่านชมและแวะถ่ายรูป: สะพานสะอื้น

    สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนาม “คาสโนว่า” ซึ่งเขาเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ปัจจุบันวังแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญของเมือง

  • อิสระให้ท่านได้แวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์มาร์โค (San Marco Basilica):

  • อิสระให้ท่านได้แวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์มาร์โค (San Marco Basilica):

  • อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูป: จตุรัสเซนต์มาร์ค

    จตุรัสเซนต์มาร์ค..ชุมชนที่ยิ่งใหญ่สุดของเวนิซ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเวนิส และเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพมากที่สุดในโลก ในระหว่างวันเต็มไปด้วยผู้คน กิจกรรมยอดฮิตที่นี่ คือ การให้อาหารนก นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจต่าง ๆ เชิญเดินเที่ยวชมตามอัธยาศรัย เช่น สะพานสะอื้นที่ทอดเชื่อมระหว่างศาลและคุกหลวง,พิพิธภัณฑ์-ดอร์ด,วิหารเซนต์มาร์คที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยศิลปะยุคโมเสส,สะพานริอัลโต ที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส,ช้อปปิ้งของที่ระลึกต่างๆ และสินค้าแบรน์ดเนมชื่อดัง

  • อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูป: จตุรัสเซนต์มาร์ค

    จตุรัสเซนต์มาร์ค..ชุมชนที่ยิ่งใหญ่สุดของเวนิซ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเวนิส และเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายภาพมากที่สุดในโลก ในระหว่างวันเต็มไปด้วยผู้คน กิจกรรมยอดฮิตที่นี่ คือ การให้อาหารนก นอกจากนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจต่าง ๆ เชิญเดินเที่ยวชมตามอัธยาศรัย เช่น สะพานสะอื้นที่ทอดเชื่อมระหว่างศาลและคุกหลวง,พิพิธภัณฑ์-ดอร์ด,วิหารเซนต์มาร์คที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยศิลปะยุคโมเสส,สะพานริอัลโต ที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส,ช้อปปิ้งของที่ระลึกต่างๆ และสินค้าแบรน์ดเนมชื่อดัง

  • นำท่านนั่งเรือเพื่อเดินทางกลับสู่ฝั่งเวนิสเมสเตร์

  • นำท่านนั่งเรือเพื่อเดินทางกลับสู่ฝั่งเวนิสเมสเตร์

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย

  • ที่พัก Mercure Venezia Marghera **** หรือเทียบเท่า

  • ที่พัก Mercure Venezia Marghera **** หรือเทียบเท่า

  • 3 Day
  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินทางโดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองข้างทาง มุ่งหน้าสู่ ถ้ำโพสทอยน่า

  • นำท่านเดินทางโดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสองข้างทาง มุ่งหน้าสู่ ถ้ำโพสทอยน่า

  • นำท่านเข้าชมความงามของ: ถ้ำโพสทอยน่า

    ถ้ำโพสทอยน่า อยู่ในประเทศสโลเวเนีย เป็นถ้ำสวยที่สุดในยุโรปแห่งหนึ่ง อายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี มีความยาว ภายในถ้ำถึง 27 ก.ม. เชิญเยี่ยมชมภายในถ้ำโดยขบวนรถรางไฟฟ้า วิ่งผ่านลำธาร เขื่อนเก็บน้ำใต้ดินภายในถ้ำตลอดระยะทาง 5 ก.ม.ภายในถ้ำมีหินอกหินย้อยหลากหลายแบบและสีสันสวยงามสุดพรรณนา มีห้องต่างๆ มากมายภายในถ้ำลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ราวกับวิมานเนรมิต

  • นำท่านเข้าชมความงามของ: ถ้ำโพสทอยน่า

    ถ้ำโพสทอยน่า อยู่ในประเทศสโลเวเนีย เป็นถ้ำสวยที่สุดในยุโรปแห่งหนึ่ง อายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปี มีความยาว ภายในถ้ำถึง 27 ก.ม. เชิญเยี่ยมชมภายในถ้ำโดยขบวนรถรางไฟฟ้า วิ่งผ่านลำธาร เขื่อนเก็บน้ำใต้ดินภายในถ้ำตลอดระยะทาง 5 ก.ม.ภายในถ้ำมีหินอกหินย้อยหลากหลายแบบและสีสันสวยงามสุดพรรณนา มีห้องต่างๆ มากมายภายในถ้ำลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ราวกับวิมานเนรมิต

  • นำท่านชมความแปลกของปลามนุษย์ (Human fish) หรือ Olm สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำพอสทอยน่า

  • นำท่านชมความแปลกของปลามนุษย์ (Human fish) หรือ Olm สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำพอสทอยน่า

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • นำท่านเดินทางสู่: เมือง ลุบเบลียนา

    ลุบเบลียนา..เมืองหลวงเล็กๆของประเทศสโลวาเนีย ที่มีบรรยากาศเรียบง่าย สงบเรียบร้อย เป็นระเบียบ มีจัตุรัสกลางเมืองเพรเซเรน เป็นจัตุรัสบันไดสเปนในกรุงโรม ใจกลางจัตุรัสเป็นรูปหล่อของ ฟรานซ์ เพรเซเรน กวีมีชื่อของสโลวาเนีย สัญลักษณ์ของคนที่รักชาติสุดใจขาดดิ้น รักเสรีภาพ เป็นประพันธ์เพลงชาติ ที่นี่..มีสะพานมังกร สร้างปี ค.ศ.1901 เป็นสะพานแห่งแรกๆ ที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ของยุโรป ที่หัวสะพานทั้งสองฝั่งจะมีรูปมังกรใน แบบอาร์ตนูโว อยู่ฝั่งละ 2 ตัว รวมเป็น 4 ตัว

  • นำท่านเดินทางสู่: เมือง ลุบเบลียนา

    ลุบเบลียนา..เมืองหลวงเล็กๆของประเทศสโลวาเนีย ที่มีบรรยากาศเรียบง่าย สงบเรียบร้อย เป็นระเบียบ มีจัตุรัสกลางเมืองเพรเซเรน เป็นจัตุรัสบันไดสเปนในกรุงโรม ใจกลางจัตุรัสเป็นรูปหล่อของ ฟรานซ์ เพรเซเรน กวีมีชื่อของสโลวาเนีย สัญลักษณ์ของคนที่รักชาติสุดใจขาดดิ้น รักเสรีภาพ เป็นประพันธ์เพลงชาติ ที่นี่..มีสะพานมังกร สร้างปี ค.ศ.1901 เป็นสะพานแห่งแรกๆ ที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ของยุโรป ที่หัวสะพานทั้งสองฝั่งจะมีรูปมังกรใน แบบอาร์ตนูโว อยู่ฝั่งละ 2 ตัว รวมเป็น 4 ตัว

  • นำท่านชมสะพานมังกร ผ่านชมและแวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง มหาวิหารเซนต์ นิโคลัส :

  • นำท่านชมสะพานมังกร ผ่านชมและแวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง มหาวิหารเซนต์ นิโคลัส :

  • นำท่านเข้าชม: ปราสาทเมืองเก่าลุบเบลียนา

    ปราสาทเมืองเก่าลุบเบลียนา ตั้งอยู่บนเนินสูง ปราสาทแห่งนี้สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 ในศิลปะสไตล์บาร๊อค และได้ทำการบูรณะใหม่ในปี 1990 โดยได้บูรณะหอสูงในลักษณะสถาปัตกรรมแบบโกธิค ณ จุดนี้ท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบของเมืองลุบเบลียน่าในระยะไกล

  • นำท่านเข้าชม: ปราสาทเมืองเก่าลุบเบลียนา

    ปราสาทเมืองเก่าลุบเบลียนา ตั้งอยู่บนเนินสูง ปราสาทแห่งนี้สร้างในสมัยศตวรรษที่ 11 ในศิลปะสไตล์บาร๊อค และได้ทำการบูรณะใหม่ในปี 1990 โดยได้บูรณะหอสูงในลักษณะสถาปัตกรรมแบบโกธิค ณ จุดนี้ท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบของเมืองลุบเบลียน่าในระยะไกล

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองซาเกร็บ

    เมืองซาเกร็บเป็นเมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของที่ราบแพนโนเนีย ซึ่งเชื่อมโยงกับเทือกเขาแอลป์ เทือกเขาไดนาริกแอลป์ ทะเลเอเดรียติก นี่จึงทำให้ซาเกร็บเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญกับภูมิภาคยุโรปกลางและทางทะเลเอเดรียติก นอกจากนี้ซาเกร็บยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการศึกษาของประเทศอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ซาเกร็บยังโดดเด่นทางด้านการท่องเที่ยวด้วยเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าที่มีความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมอีกด้วย

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองซาเกร็บ

    เมืองซาเกร็บเป็นเมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของที่ราบแพนโนเนีย ซึ่งเชื่อมโยงกับเทือกเขาแอลป์ เทือกเขาไดนาริกแอลป์ ทะเลเอเดรียติก นี่จึงทำให้ซาเกร็บเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งที่สำคัญกับภูมิภาคยุโรปกลางและทางทะเลเอเดรียติก นอกจากนี้ซาเกร็บยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการศึกษาของประเทศอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ซาเกร็บยังโดดเด่นทางด้านการท่องเที่ยวด้วยเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าที่มีความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมอีกด้วย

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารแบบเอเชีย

  • ที่พัก DUBROVNIK HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • ที่พัก DUBROVNIK HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • 4 Day
  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านแวะถ่ายรูป: มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น

    มหาวิหารเซนต์สตีเฟนตั้งอยู่ในเมืองซาเกร็บ และเป็นวิหารอันมีอายุเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปี 1093 แต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะใหม่ในสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิค หลังจากถูกกองทัพมองโกลทำลายในปี 1242 โดยมีลักษณะเป็นหอคอยแฝดปลายแหลมสีทอง ที่มีความแปลกคือขนาดความสูงที่ไม่เท่ากัน ส่วนภายในวิหารนั้นประดิษฐานรูปปั้นนักบุญที่สำคัญ ทั้งเซนต์ปีเตอร์ และเซ็นต์ปอลล์ นอกจากนั้นยังมีความโดดเด่นอีกอย่างคือหลังคาวิหารที่ปูกระเบื้องเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของกองกำลังทหารในยุคกลางนั่นเอง

  • นำท่านแวะถ่ายรูป: มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น

    มหาวิหารเซนต์สตีเฟนตั้งอยู่ในเมืองซาเกร็บ และเป็นวิหารอันมีอายุเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปี 1093 แต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะใหม่ในสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิค หลังจากถูกกองทัพมองโกลทำลายในปี 1242 โดยมีลักษณะเป็นหอคอยแฝดปลายแหลมสีทอง ที่มีความแปลกคือขนาดความสูงที่ไม่เท่ากัน ส่วนภายในวิหารนั้นประดิษฐานรูปปั้นนักบุญที่สำคัญ ทั้งเซนต์ปีเตอร์ และเซ็นต์ปอลล์ นอกจากนั้นยังมีความโดดเด่นอีกอย่างคือหลังคาวิหารที่ปูกระเบื้องเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของกองกำลังทหารในยุคกลางนั่นเอง

  • นำท่านเที่ยวชม: ตลาดโดเเลค

    ตลาดโดแลคเป็นตลาดเกษตรกรที่ตั้งอยู่ในเมืองซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย และอยู่ไม่ไกลจากจัสตุรัสกลางเมืองมากนัก ซึ่งตลาดโดแลคถือว่าเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากมันเป็นตลาดเก่าแก่ในการซื้อขายสินค้าทางด้านการเกษตรมาตั้งแต่ปี 1926 โดยในอดีตชาวเกษตรกรที่อยู่หมู่บ้านรอบๆ บริเวณนี้จะนำผลผลิตของพวกเขาออกมาวางขาย ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้สดๆ รวมถึงอาหารในสไตล์โฮมเมด แต่ในปัจจุบันสินค้าของที่นี่ยังครอบคลุมไปถึงสินค้าประเภทอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสินค้าทางเกษตร

  • นำท่านเที่ยวชม: ตลาดโดเเลค

    ตลาดโดแลคเป็นตลาดเกษตรกรที่ตั้งอยู่ในเมืองซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย และอยู่ไม่ไกลจากจัสตุรัสกลางเมืองมากนัก ซึ่งตลาดโดแลคถือว่าเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากมันเป็นตลาดเก่าแก่ในการซื้อขายสินค้าทางด้านการเกษตรมาตั้งแต่ปี 1926 โดยในอดีตชาวเกษตรกรที่อยู่หมู่บ้านรอบๆ บริเวณนี้จะนำผลผลิตของพวกเขาออกมาวางขาย ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้สดๆ รวมถึงอาหารในสไตล์โฮมเมด แต่ในปัจจุบันสินค้าของที่นี่ยังครอบคลุมไปถึงสินค้าประเภทอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสินค้าทางเกษตร

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับวิหารเซนต์มาร์ก (St. Marks Church) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าซาเกรบ:

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับวิหารเซนต์มาร์ก (St. Marks Church) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าซาเกรบ:

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ: โบสถ์เซนต์แคทเธอรีน

    โบสถ์สไตล์บาร๊อคที่สวยงามที่สุดในเมืองซาเกรบ ถูกสร้างขึ้นโดย Jesuits ช่วงระหว่างปี 1620 ถึง 1632 ภายในมีการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามทั้งบริเวณเพดาน เสา และผนังโดยรอบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของศิลปะในสมัยนั้น นอกจากนี้ก็ยังมีรูปปั้นที่แกะสลักอย่างประณีตประดับอยู่ทั่วบริเวณโบสถ์ รวมทั้งซึ่งมีการจัดแสดงภาพวาดของเซนต์แคทเธอรีนด้วย

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ: โบสถ์เซนต์แคทเธอรีน

    โบสถ์สไตล์บาร๊อคที่สวยงามที่สุดในเมืองซาเกรบ ถูกสร้างขึ้นโดย Jesuits ช่วงระหว่างปี 1620 ถึง 1632 ภายในมีการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามทั้งบริเวณเพดาน เสา และผนังโดยรอบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของศิลปะในสมัยนั้น นอกจากนี้ก็ยังมีรูปปั้นที่แกะสลักอย่างประณีตประดับอยู่ทั่วบริเวณโบสถ์ รวมทั้งซึ่งมีการจัดแสดงภาพวาดของเซนต์แคทเธอรีนด้วย

  • นำท่านเที่ยวชม: จัตุรัสเยลาซิค

    จัตุรัสเยลาซิคตั้งอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางเมืองซาเกร็บ โดยตั้งอยู่ด้านล่างของเขตเมืองเก่าซาเกร็บ และอยู่ทางทิศใต้ของตลาดโดแลค ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางที่แท้จริงของซาเกร็บเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเต็มไปด้วยคาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารมากมาย ดังนั้นทั้งชาวโครแอตเองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงมักมารวมตัวกันอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นสิ่งที่ยิ่งเสริมให้ที่นี่มีจุดเด่นมากยิ่งขึ้นก็คือคืออนุสาวรีย์เยลาซิคที่นั่งอยู่บนหลังม้าอันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชาตินิยมอย่างสมบูรณ์แบบ

  • นำท่านเที่ยวชม: จัตุรัสเยลาซิค

    จัตุรัสเยลาซิคตั้งอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางเมืองซาเกร็บ โดยตั้งอยู่ด้านล่างของเขตเมืองเก่าซาเกร็บ และอยู่ทางทิศใต้ของตลาดโดแลค ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางที่แท้จริงของซาเกร็บเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเต็มไปด้วยคาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารมากมาย ดังนั้นทั้งชาวโครแอตเองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงมักมารวมตัวกันอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นสิ่งที่ยิ่งเสริมให้ที่นี่มีจุดเด่นมากยิ่งขึ้นก็คือคืออนุสาวรีย์เยลาซิคที่นั่งอยู่บนหลังม้าอันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชาตินิยมอย่างสมบูรณ์แบบ

  • นำท่านชม: อนุสาวรีย์ Ban Josip Jelacic

    อนุสาวรีย์ Ban Josip Jelacic (Ban Josip Jelacic Monument) อนุสาวรีย์แห่งนี้มีที่ใจกลางจัตุรัสหลักของ jelacic ในซาเกร็บ ตั้งอยู่บนฐานสูงภูมิใจ สำหรับคนท้องถิ่นเป็นรูปปั้นของประวัติศาสตร์ นายพลผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความอิสระจากชาวฮังการี เมื่อปี ค.ศ. 1848 ซึ่งเป็นจัตุรัสหลักในเมือง ประกอบไปด้วยร้านค้า และย่านช้อปปิ้ง ด้านหลัง และด้านหน้าของอนุสาวรีย์แห่งนี้มีร้านกาแฟ และร้านอาหาร อีกมากมายเลยทีเดียว

  • นำท่านชม: อนุสาวรีย์ Ban Josip Jelacic

    อนุสาวรีย์ Ban Josip Jelacic (Ban Josip Jelacic Monument) อนุสาวรีย์แห่งนี้มีที่ใจกลางจัตุรัสหลักของ jelacic ในซาเกร็บ ตั้งอยู่บนฐานสูงภูมิใจ สำหรับคนท้องถิ่นเป็นรูปปั้นของประวัติศาสตร์ นายพลผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความอิสระจากชาวฮังการี เมื่อปี ค.ศ. 1848 ซึ่งเป็นจัตุรัสหลักในเมือง ประกอบไปด้วยร้านค้า และย่านช้อปปิ้ง ด้านหลัง และด้านหน้าของอนุสาวรีย์แห่งนี้มีร้านกาแฟ และร้านอาหาร อีกมากมายเลยทีเดียว

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • นำท่านเดินทางสู่: อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า

    อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่ามีต้นกำเนิดมาจากน้ำในภูเขามาลา คาเปลาที่กัดเซาะชั้นหินปูนและก้อนหินโดโลไมท์มาเป็นระยะเวลานานหลายพันปี จนก่อเกิดเป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้าเทอร์ควอยซ์แวววาวภายในอุทยานถึง 16 แห่ง โดยเป็นสีที่เกิดจากการผสมผสานกันของแร่ธาตุต่างๆ และน้ำพุร้อนใต้ผืนดินแห่งนี้ ซึ่งแต่ละแห่งเชื่อมต่อกันด้วยสะพานไม้ที่ลัดเลาะผ่านผืนน้ำ ต้นไม้ใหญ่ที่เขียวชอุ่ม และเนินเขาน้อยใหญ่ที่รายล้อมอุทยาน จึงทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งในโครเอเชีย

  • นำท่านเดินทางสู่: อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า

    อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่ามีต้นกำเนิดมาจากน้ำในภูเขามาลา คาเปลาที่กัดเซาะชั้นหินปูนและก้อนหินโดโลไมท์มาเป็นระยะเวลานานหลายพันปี จนก่อเกิดเป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้าเทอร์ควอยซ์แวววาวภายในอุทยานถึง 16 แห่ง โดยเป็นสีที่เกิดจากการผสมผสานกันของแร่ธาตุต่างๆ และน้ำพุร้อนใต้ผืนดินแห่งนี้ ซึ่งแต่ละแห่งเชื่อมต่อกันด้วยสะพานไม้ที่ลัดเลาะผ่านผืนน้ำ ต้นไม้ใหญ่ที่เขียวชอุ่ม และเนินเขาน้อยใหญ่ที่รายล้อมอุทยาน จึงทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งในโครเอเชีย

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • ที่พัก JEZERO HOTEL *** หรือเทียบเท่า

  • ที่พัก JEZERO HOTEL *** หรือเทียบเท่า

  • 5 Day
  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเข้าชมความงามของอุทยาน โดยล่องเรือข้าม: ทะเลสาบคอสจัค

    ทะเลสาบคอสจัคเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดและลึกที่สุดในบรรดา 16 ทะเสาบซึ่งตั้งอยู่ภายในอุทยานอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า ประเทศโครเอเชีย นั่นคือมีความกว้างถึง 81.5 เอเคอร์ และลึกกว่า 46 เมตร อีกทั้งยังเป็นทะเสาบที่ตั้งอยู่ด้านบนของเทือกเขา โดยมีน้ำตกมิลาโน่วัคซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 20 เมตร นำพาน้ำจากทะเลสาบคอสจัคไหลลงมาสู่ทะเลสาบที่อยู่ชั้นล่างลงมา นั่นก็คือทะเลสาบมิลาโน่วัค

  • นำท่านเข้าชมความงามของอุทยาน โดยล่องเรือข้าม: ทะเลสาบคอสจัค

    ทะเลสาบคอสจัคเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดและลึกที่สุดในบรรดา 16 ทะเสาบซึ่งตั้งอยู่ภายในอุทยานอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า ประเทศโครเอเชีย นั่นคือมีความกว้างถึง 81.5 เอเคอร์ และลึกกว่า 46 เมตร อีกทั้งยังเป็นทะเสาบที่ตั้งอยู่ด้านบนของเทือกเขา โดยมีน้ำตกมิลาโน่วัคซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 20 เมตร นำพาน้ำจากทะเลสาบคอสจัคไหลลงมาสู่ทะเลสาบที่อยู่ชั้นล่างลงมา นั่นก็คือทะเลสาบมิลาโน่วัค

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองซาดาร์

    เมืองซาดาร์ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศโครเอเชีย ซึ่งในอดีตนั้นที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของภูมิภาคดัลเมเชียมาก่อน และมีบทบาทเป็นเมืองท่าที่สำคัญของคาบสมุทรเอเดรียติคมาตั้งแต่ในช่วงสมัยอยู่ภายใต้การปกครองของโรมัน และในปัจจุบันซาร์ดาร์กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่และยาวนานมากกว่า 3,000 ปี ซึ่งสามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมในแบบโรมาเนสก์และโกธิค ให้แพ็กกระเป๋าเดินทางมาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองซาดาร์

    เมืองซาดาร์ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศโครเอเชีย ซึ่งในอดีตนั้นที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของภูมิภาคดัลเมเชียมาก่อน และมีบทบาทเป็นเมืองท่าที่สำคัญของคาบสมุทรเอเดรียติคมาตั้งแต่ในช่วงสมัยอยู่ภายใต้การปกครองของโรมัน และในปัจจุบันซาร์ดาร์กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่และยาวนานมากกว่า 3,000 ปี ซึ่งสามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมในแบบโรมาเนสก์และโกธิค ให้แพ็กกระเป๋าเดินทางมาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

  • นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์สำคัญประจำเมือง: โบสถ์อนาสตาเชีย

    โบสถ์โรมันคาทอลิกประจำเมืองซาดาร์ และถือว่าเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคดัลมัลเชียซึ่งเป็นภูมิภาคทางชายฝั่งทะเลของโครเอเชีย โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 5-6 โดยใช้ศิลปะแบบโรมัน และได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมดในศตวรรษที่ 13 เนื่องจากได้รับความเสียหายจากการโจมตีของชาวเวนิสในช่วงสงครามศาสนา นอกจากนี้ โบสถ์อนาสตาเชียยังมีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์เพราะเคยเป็นสถานที่ที่พระสันตปาปา ถึง 2 พระองค์คือ พระสันตปาปาอเล็กซานพระสันตปาปาจอห์นพอลที่ 2 เคยเสด็จมาเยือน

  • นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์สำคัญประจำเมือง: โบสถ์อนาสตาเชีย

    โบสถ์โรมันคาทอลิกประจำเมืองซาดาร์ และถือว่าเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคดัลมัลเชียซึ่งเป็นภูมิภาคทางชายฝั่งทะเลของโครเอเชีย โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 5-6 โดยใช้ศิลปะแบบโรมัน และได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมดในศตวรรษที่ 13 เนื่องจากได้รับความเสียหายจากการโจมตีของชาวเวนิสในช่วงสงครามศาสนา นอกจากนี้ โบสถ์อนาสตาเชียยังมีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์เพราะเคยเป็นสถานที่ที่พระสันตปาปา ถึง 2 พระองค์คือ พระสันตปาปาอเล็กซานพระสันตปาปาจอห์นพอลที่ 2 เคยเสด็จมาเยือน

  • นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์ โดแนท และโรมันฟอรัมหรือย่านชุมชนของโรมันเมื่อสองพันปีก่อนที่:

  • นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์ โดแนท และโรมันฟอรัมหรือย่านชุมชนของโรมันเมื่อสองพันปีก่อนที่:

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  • ที่พัก CLUB FUMINATION BORIK HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • ที่พัก CLUB FUMINATION BORIK HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • 6 Day
  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองซีเบนิค

    เมืองซีเบนิคคือเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งของโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ โดยทอดตัวยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ซึ่งหากมองจากระยะไกลก็จะเห็นถึงความคลาสสิกของเมืองแห่งนี้ด้วยอาคารบ้านเรือนที่มุงหลังคากระเบื้องสีส้มสไตล์เรเนซองส์ทอดยาวริมฝั่งทะเล นอกจากนั้นซีเบนิคยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยภูมิทัศน์อันงดงาม รวมทั้งอนุสาวรีย์ทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของมลรัฐหมู่เกาะชีเบนิค-คนีนอีกด้วย

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองซีเบนิค

    เมืองซีเบนิคคือเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งของโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ โดยทอดตัวยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ซึ่งหากมองจากระยะไกลก็จะเห็นถึงความคลาสสิกของเมืองแห่งนี้ด้วยอาคารบ้านเรือนที่มุงหลังคากระเบื้องสีส้มสไตล์เรเนซองส์ทอดยาวริมฝั่งทะเล นอกจากนั้นซีเบนิคยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยภูมิทัศน์อันงดงาม รวมทั้งอนุสาวรีย์ทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของมลรัฐหมู่เกาะชีเบนิค-คนีนอีกด้วย

  • นำท่านเข้าชม มหาวิหารเซนต์จาคอบ สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ. 1431-1535:

  • นำท่านเข้าชม มหาวิหารเซนต์จาคอบ สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ. 1431-1535:

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองโทรเกียร์

    โทรเกียร์คือเมืองเล็กๆ บนเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากแผ่นดินใหญ่มากนัก ทั้งยังเป็นเมืองเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคกรีกและโรมัน และผ่านการปกครองจากเชื้อชาติต่างๆ มาหลายยุคหลายสมัย นั่นจึงทำให้โทรเกีย์กลายเป็นอีกเมืองประวัติศาสตร์ของโครเอเชีย ด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ อันเป็นผลิตผลจากการปกครองของอาณาจักรเวนิสในยุคเวนิเชียน ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ หรืออาคารบ้านเรือนในสถาปัตยกรรมแบบเรเนซองก์และบาโร้ก และนี่เองที่ส่งเสริมให้โทรเกียร์กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าจนได้รับการรับรองให้เป็นอีกหนึ่งมรดกของโลก

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองโทรเกียร์

    โทรเกียร์คือเมืองเล็กๆ บนเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากแผ่นดินใหญ่มากนัก ทั้งยังเป็นเมืองเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคกรีกและโรมัน และผ่านการปกครองจากเชื้อชาติต่างๆ มาหลายยุคหลายสมัย นั่นจึงทำให้โทรเกีย์กลายเป็นอีกเมืองประวัติศาสตร์ของโครเอเชีย ด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ อันเป็นผลิตผลจากการปกครองของอาณาจักรเวนิสในยุคเวนิเชียน ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ หรืออาคารบ้านเรือนในสถาปัตยกรรมแบบเรเนซองก์และบาโร้ก และนี่เองที่ส่งเสริมให้โทรเกียร์กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าจนได้รับการรับรองให้เป็นอีกหนึ่งมรดกของโลก

  • นำท่านเที่ยวชม: เขตเมืองเก่าโทรเกียร์

    เขตเมืองเก่าโทรเกียร์ (trogir old town) มีสถาปัตยกรรมในสไตล์ กรีก – โรมันโบราณ อาทิเช่น ประตูเมืองที่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อศตวรรษที่ 16 หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยที่ 14 ผ่านชมมหาวิหารเซ็นต์ลอร์เลนซ์ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี ที่มีความงดงามด้วยกรอบและบานประตูหินแกะสลัก ที่มีรูปปั้นสิงโต อดัม & อีฟและรูปสลักนักบุญองค์สำคัญ

  • นำท่านเที่ยวชม: เขตเมืองเก่าโทรเกียร์

    เขตเมืองเก่าโทรเกียร์ (trogir old town) มีสถาปัตยกรรมในสไตล์ กรีก – โรมันโบราณ อาทิเช่น ประตูเมืองที่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อศตวรรษที่ 16 หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยที่ 14 ผ่านชมมหาวิหารเซ็นต์ลอร์เลนซ์ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี ที่มีความงดงามด้วยกรอบและบานประตูหินแกะสลัก ที่มีรูปปั้นสิงโต อดัม & อีฟและรูปสลักนักบุญองค์สำคัญ

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ: มหาวิหารเซ็นต์ลอร์เลนซ์

    มหาวิหารเซ็นต์ลอร์เลนซ์ เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โรมาเนสก์ประจำเมืองโทรเกียร์ ก่อสร้างหลายร้อยกว่าปีตั้งแต่ในศต12-17 มีสิงโต อดัม&อีฟและรูปสลักนักบุญองค์สำคัญต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแรงบึกบึน เชิญชมผลงานสถาปัตยกรรมการก่อสร้างซุ้มประตูที่งดงามของสถาปนิกชั้นครูชาวโครเคเชียนนามว่า'ราโดแวน',ชมห้องเก็บสมบัติโบราณภายในวิหาร,หอระฆังสูงตระหง่าน มองเห็นวิวทิวทัศน์ทั้งตัวเมืองโทรเกียร์ วิหารนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของโทรเกียร์ที่ได้รับการประกาศคุ้มครองให้เป็นมรดกโลก

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ: มหาวิหารเซ็นต์ลอร์เลนซ์

    มหาวิหารเซ็นต์ลอร์เลนซ์ เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โรมาเนสก์ประจำเมืองโทรเกียร์ ก่อสร้างหลายร้อยกว่าปีตั้งแต่ในศต12-17 มีสิงโต อดัม&อีฟและรูปสลักนักบุญองค์สำคัญต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแรงบึกบึน เชิญชมผลงานสถาปัตยกรรมการก่อสร้างซุ้มประตูที่งดงามของสถาปนิกชั้นครูชาวโครเคเชียนนามว่า'ราโดแวน',ชมห้องเก็บสมบัติโบราณภายในวิหาร,หอระฆังสูงตระหง่าน มองเห็นวิวทิวทัศน์ทั้งตัวเมืองโทรเกียร์ วิหารนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของโทรเกียร์ที่ได้รับการประกาศคุ้มครองให้เป็นมรดกโลก

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ: โบสถ์เซนต์มาร์ค

    โบสถ์เซนต์มาร์ค ตั้งอยู่ในเขตที่ทำการรัฐบาล มีหลังคาสีสันสวยงาม ไม่เหมือนใคร โดดเด่นด้วยหลังคากระเบื้องที่ปูเป็น รูปตราของกองทหารแห่งยุคกลาง เช่น ตราหมากรุกสีแดง-ขาว หมายถึง โครเอเชีย ส่วนหัวลีโอพาร์ด 3 ตัว แทนแคว้นดัลเมเทีย แถบสีแดง ฟ้า ขาว หมายถึง สโลวาเนีย และตราฝั่งขวามือ คือ ตราของกองกำลังแห่งซาเกร็บรอบๆ จัตุรัส กำแพงหินโบราณ ยุคศตวรรษที่ 13 ที่สร้างรายล้อมเมืองเก่า ซึ่งยังคงความอัศจรรย์ของภาพพระแม่มารีที่ไม่ถูกเผาทำลายเมื่อไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1731

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ: โบสถ์เซนต์มาร์ค

    โบสถ์เซนต์มาร์ค ตั้งอยู่ในเขตที่ทำการรัฐบาล มีหลังคาสีสันสวยงาม ไม่เหมือนใคร โดดเด่นด้วยหลังคากระเบื้องที่ปูเป็น รูปตราของกองทหารแห่งยุคกลาง เช่น ตราหมากรุกสีแดง-ขาว หมายถึง โครเอเชีย ส่วนหัวลีโอพาร์ด 3 ตัว แทนแคว้นดัลเมเทีย แถบสีแดง ฟ้า ขาว หมายถึง สโลวาเนีย และตราฝั่งขวามือ คือ ตราของกองกำลังแห่งซาเกร็บรอบๆ จัตุรัส กำแพงหินโบราณ ยุคศตวรรษที่ 13 ที่สร้างรายล้อมเมืองเก่า ซึ่งยังคงความอัศจรรย์ของภาพพระแม่มารีที่ไม่ถูกเผาทำลายเมื่อไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1731

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองสปลิต

    เมืองสปลิตเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโครเอเชีย รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเมืองท่าที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวของประเทศ เนื่องจากในแต่ละปีนั้นนักเดินทางจากทั่วโลกต่างมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่นี่ไม่น้อยกว่าล้านคน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเสน่ห์อันล้นเหลือของสปลิต ไม่ว่าจะเป็นในฐานะของเมืองโบราณอันเก่าแก่และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและการบริหารในศตวรรษที่ 15 และก่อเกิดสิ่งก่อสร้างอันทรงคุณค่าต่างๆ ตามมา อย่างเช่นพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน หนึ่งในพระราชวังที่ถูกการรับรองให้เป็นมรดกของโลก

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองสปลิต

    เมืองสปลิตเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโครเอเชีย รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเมืองท่าที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวของประเทศ เนื่องจากในแต่ละปีนั้นนักเดินทางจากทั่วโลกต่างมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่นี่ไม่น้อยกว่าล้านคน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเสน่ห์อันล้นเหลือของสปลิต ไม่ว่าจะเป็นในฐานะของเมืองโบราณอันเก่าแก่และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและการบริหารในศตวรรษที่ 15 และก่อเกิดสิ่งก่อสร้างอันทรงคุณค่าต่างๆ ตามมา อย่างเช่นพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน หนึ่งในพระราชวังที่ถูกการรับรองให้เป็นมรดกของโลก

  • นำท่านเที่ยวชมเมืองสปริท ประกอบด้วย ศาลาว่าการเมืองสไตล์ และชมย่าน People Square:

  • นำท่านเที่ยวชมเมืองสปริท ประกอบด้วย ศาลาว่าการเมืองสไตล์ และชมย่าน People Square:

  • นำท่านเข้าชม: พระราชวังไดโอคลีเชียน

    พระราชวังไดโอคลีเชียนตั้งอยู่ที่เมืองสปลิทประเทศโครเอเชีย โดยพระราชวังแห่งนี้สร้างโดยพระราชประสงค์ของจักรพรรดิไดโอคลีเชียนแห่งจักรวรรดิโรมัน เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับในบั้นปลายชีวิต เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4ลักษณะภายนอกเป็นพระราชวังขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ หลายส่วนนับตั้งแต่ทางเข้าหลัก อย่างเช่นมหาวิหารเทพเจ้าจูปิเตอร์ โบสถ์แห่งเทพวีนัส และวิหารโดมนิอุส เป็นต้น จึงทำให้พระราชวังแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่อันทรงคุณค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1979

  • นำท่านเข้าชม: พระราชวังไดโอคลีเชียน

    พระราชวังไดโอคลีเชียนตั้งอยู่ที่เมืองสปลิทประเทศโครเอเชีย โดยพระราชวังแห่งนี้สร้างโดยพระราชประสงค์ของจักรพรรดิไดโอคลีเชียนแห่งจักรวรรดิโรมัน เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับในบั้นปลายชีวิต เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4ลักษณะภายนอกเป็นพระราชวังขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ หลายส่วนนับตั้งแต่ทางเข้าหลัก อย่างเช่นมหาวิหารเทพเจ้าจูปิเตอร์ โบสถ์แห่งเทพวีนัส และวิหารโดมนิอุส เป็นต้น จึงทำให้พระราชวังแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่อันทรงคุณค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1979

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • ที่พัก ATRIUM HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • ที่พัก ATRIUM HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • 7 Day
  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองดูบรอฟนิค

    เมืองดูบรอฟนิคเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศโครเอเชีย และมีพรมแดนติดกับประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีน่า ในอดีตในช่วงศตวรรษที่ 13 เมืองนี้เคยเป็นเมืองที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจทางทะเล โดยครอบคลุมพื้นที่ทะเลเอเดรียติคและทะเลเมดิเตอเรเนียนทั้งหมด และเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในยุคนั้นจนก่อให้เกิดปัญหาตามมา แต่ในปัจจุบันดูบรอฟนิคกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของโครเอเชีย และได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองเก่าที่สวยที่สุดในทวีปยุโรป จนทำให้ได้รับฉายาว่าเป็นไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติค

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองดูบรอฟนิค

    เมืองดูบรอฟนิคเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศโครเอเชีย และมีพรมแดนติดกับประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีน่า ในอดีตในช่วงศตวรรษที่ 13 เมืองนี้เคยเป็นเมืองที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจทางทะเล โดยครอบคลุมพื้นที่ทะเลเอเดรียติคและทะเลเมดิเตอเรเนียนทั้งหมด และเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในยุคนั้นจนก่อให้เกิดปัญหาตามมา แต่ในปัจจุบันดูบรอฟนิคกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของโครเอเชีย และได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองเก่าที่สวยที่สุดในทวีปยุโรป จนทำให้ได้รับฉายาว่าเป็นไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติค

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • นำท่านชมทัศนียภาพของเมืองดูบรอฟนิค ที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งทะเลเอเดรียติค

  • นำท่านชมทัศนียภาพของเมืองดูบรอฟนิค ที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งทะเลเอเดรียติค

  • นำท่านชม: ประตูหลักเมืองดูบรอฟนิค

    หรือ ประตูปิเล เป็นทางเข้าหลักของเมือง ที่เชื่อมอยู่กับสะพานหินที่มีอายุย้อนถึงปีค.ศ.1537 ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของย่านเขตเมืองเก่าดูบรอฟนิค เพื่อปกป้องเมืองภัยจากศัตรู เช่น พวกอาหรับ เวเนเชียน มาชีโดเนียนและเซิร์บ ซึ่งต้องเดินทางผ่านทางสะพานไม้ อันเป็นสะพานที่สามารถยกขึ้นทุกเย็น แล้วประตูเมืองจึงจะปิดล็อคเอง เหนือประตูปิเล มีรูปปั้นของนักบุญเบลส ซึ่งเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเมือง ซึ่งฝังตัวอยู่ในโค้งของประตูเมือง ออกแบบโดย Ivan Mestrovic นักประติมากรในศตวรรษ 20

  • นำท่านชม: ประตูหลักเมืองดูบรอฟนิค

    หรือ ประตูปิเล เป็นทางเข้าหลักของเมือง ที่เชื่อมอยู่กับสะพานหินที่มีอายุย้อนถึงปีค.ศ.1537 ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของย่านเขตเมืองเก่าดูบรอฟนิค เพื่อปกป้องเมืองภัยจากศัตรู เช่น พวกอาหรับ เวเนเชียน มาชีโดเนียนและเซิร์บ ซึ่งต้องเดินทางผ่านทางสะพานไม้ อันเป็นสะพานที่สามารถยกขึ้นทุกเย็น แล้วประตูเมืองจึงจะปิดล็อคเอง เหนือประตูปิเล มีรูปปั้นของนักบุญเบลส ซึ่งเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเมือง ซึ่งฝังตัวอยู่ในโค้งของประตูเมือง ออกแบบโดย Ivan Mestrovic นักประติมากรในศตวรรษ 20

  • นำท่านชม: น้ำพุโอโนฟริโอ

    หรือ น้ำพุโบราณทรงกลม เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญมีชื่อเสียงของเมืองดูบรอฟนิค สร้างโดย โอโนฟริโอ้ เดลลา คาว่า ในปีคศ.1438 เพื่อใช้หล่อเลี้ยงประชากรในยามมีศึกสงคราม และเป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำประปาห่างจากบ่อ12กม ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญต่างๆ แต่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวในคศ.1667 เหลือน้ำพุงเพียง16แห่งเท่านั้นไหลลงไปในสระว่ายน้ำเพื่อระบายน้ำ รอบๆน้ำพุ มีงานปูนปั้นสวยงามแสดงเป็นรูปหน้าของสัตว์ต่างๆ,หอระฆัง,น้ำพุขนาดเล็กๆตั้งอยู่ในจตุรัสลูซ่า ที่นี่..ท่านสามารถดื่มน้ำได้ด้วย

  • นำท่านชม: น้ำพุโอโนฟริโอ

    หรือ น้ำพุโบราณทรงกลม เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญมีชื่อเสียงของเมืองดูบรอฟนิค สร้างโดย โอโนฟริโอ้ เดลลา คาว่า ในปีคศ.1438 เพื่อใช้หล่อเลี้ยงประชากรในยามมีศึกสงคราม และเป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำประปาห่างจากบ่อ12กม ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญต่างๆ แต่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวในคศ.1667 เหลือน้ำพุงเพียง16แห่งเท่านั้นไหลลงไปในสระว่ายน้ำเพื่อระบายน้ำ รอบๆน้ำพุ มีงานปูนปั้นสวยงามแสดงเป็นรูปหน้าของสัตว์ต่างๆ,หอระฆัง,น้ำพุขนาดเล็กๆตั้งอยู่ในจตุรัสลูซ่า ที่นี่..ท่านสามารถดื่มน้ำได้ด้วย

  • นำท่านเข้าชม The Cathedral หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองเก่า และแวะถ่ายรูปกับหอนาฬิกาโบราณ:

  • นำท่านเข้าชม The Cathedral หนึ่งในโบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองเก่า และแวะถ่ายรูปกับหอนาฬิกาโบราณ:

  • นำท่านเข้าชม: เรคเตอร์พาเลซ

    เป็นตึกที่มีประตูโค้งพร้อมด้วยบัวหัวเสาแกะสลักสวยงาม สถาปัตยกรรมโกธิกผสมเรอเนสซองส์และบารอค อดีตเป็นที่ทำการรัฐบาล ในศต15ตัวตึกถูกทำลายโดยระเบิดและได้สร้างใหม่โดย โอโนฟริโอ้ เดลลา คาวา แบบโกธิค ส่วนหัวเสาได้รับการแกะสลักในสไตล์เรเนซองส์ ต่อมาถูกทำลายอีกโดยระเบิดในปี1463ทำให้ส่วนหน้าของตึกเกิดความเสียหาย ซึ่งจูราจ ดัลเมทินัคและมิเชลอซโซ่แห่งฟลอเรนซ์ ได้เข้ามาซ่อมแซมภายหลัง ปัจจุบัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวต่างของเมือง รวบรวมสมบัติล้ำค่าไว้มากมาย และยังใช้เป็นทีแสดงคอนเสิร์ตด้วย

  • นำท่านเข้าชม: เรคเตอร์พาเลซ

    เป็นตึกที่มีประตูโค้งพร้อมด้วยบัวหัวเสาแกะสลักสวยงาม สถาปัตยกรรมโกธิกผสมเรอเนสซองส์และบารอค อดีตเป็นที่ทำการรัฐบาล ในศต15ตัวตึกถูกทำลายโดยระเบิดและได้สร้างใหม่โดย โอโนฟริโอ้ เดลลา คาวา แบบโกธิค ส่วนหัวเสาได้รับการแกะสลักในสไตล์เรเนซองส์ ต่อมาถูกทำลายอีกโดยระเบิดในปี1463ทำให้ส่วนหน้าของตึกเกิดความเสียหาย ซึ่งจูราจ ดัลเมทินัคและมิเชลอซโซ่แห่งฟลอเรนซ์ ได้เข้ามาซ่อมแซมภายหลัง ปัจจุบัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวต่างของเมือง รวบรวมสมบัติล้ำค่าไว้มากมาย และยังใช้เป็นทีแสดงคอนเสิร์ตด้วย

  • นำท่านแวะชมและถ่ายรูปกับ: สปอนซ่าพาเลซ

    ตึกนี้ถือเป็นแหล่งผลิตเหรียญกษาปณ์และเก็บอาวุธ สร้างขึ้นในศต16 ในสไตล์โกธิคเรเนซองค์ ออกแบบโดย Paskoje Milicevic เดิมเป็นพระราชวังและหอจดหมายเหตุที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นเมืองท่าการค้าขายทางทะเลในอดีต ที่นี่..มีงานแกะสลักสวยงามด้วย สร้างโดยพี่น้อง อันดริจิค และในศต17ใช้เป็นที่พบปะของสมาชิกนักปราชญ์ที่มาทำการถกเถึยงในด้านอักษรศาสตร์ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ ปัจจุบัน สปอนซ่าพาเลซใช้เป็นที่เก็บรักษาหนังสือสำคัญที่ถือว่ามากที่สุดในยุโรป

  • นำท่านแวะชมและถ่ายรูปกับ: สปอนซ่าพาเลซ

    ตึกนี้ถือเป็นแหล่งผลิตเหรียญกษาปณ์และเก็บอาวุธ สร้างขึ้นในศต16 ในสไตล์โกธิคเรเนซองค์ ออกแบบโดย Paskoje Milicevic เดิมเป็นพระราชวังและหอจดหมายเหตุที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นเมืองท่าการค้าขายทางทะเลในอดีต ที่นี่..มีงานแกะสลักสวยงามด้วย สร้างโดยพี่น้อง อันดริจิค และในศต17ใช้เป็นที่พบปะของสมาชิกนักปราชญ์ที่มาทำการถกเถึยงในด้านอักษรศาสตร์ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ ปัจจุบัน สปอนซ่าพาเลซใช้เป็นที่เก็บรักษาหนังสือสำคัญที่ถือว่ามากที่สุดในยุโรป

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • ที่พัก VALAMAR LACROMA HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • ที่พัก VALAMAR LACROMA HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • 8 Day
  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองกอเตอร์

    เมืองชายฝั่งทะเลที่มีมนต์เสน่ห์ด้วยความงดงามของทัศนียภาพริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกเมืองหนึ่งของมอนเตเนโกร อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย ตัวเมืองถูกสร้างขึ้นภายในกำแพงสูงที่แบ่งเมืองออกเป็น 2 โซน คือ โซนเมืองเก่า และโซนเมืองใหม่ โดยกำแพงเมืองแห่งนี้สร้างโดยชาวเวนิส ในช่วงที่เข้ามายึครองระหว่างปี 1420 และ 1797 ยิ่งไปกว่านั้นงานสถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่ก็ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเวนิสด้วยเช่นเดียวกัน

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองกอเตอร์

    เมืองชายฝั่งทะเลที่มีมนต์เสน่ห์ด้วยความงดงามของทัศนียภาพริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกเมืองหนึ่งของมอนเตเนโกร อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย ตัวเมืองถูกสร้างขึ้นภายในกำแพงสูงที่แบ่งเมืองออกเป็น 2 โซน คือ โซนเมืองเก่า และโซนเมืองใหม่ โดยกำแพงเมืองแห่งนี้สร้างโดยชาวเวนิส ในช่วงที่เข้ามายึครองระหว่างปี 1420 และ 1797 ยิ่งไปกว่านั้นงานสถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่ก็ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเวนิสด้วยเช่นเดียวกัน

  • นำท่านชม: โบสถ์เซ็นต์ไทรฟอน

    อีกหนึ่งโบสถ์สำคัญและมีชื่อเสียงของเมืองกอเตอร์ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยใช้ศิลปะแบบโรมัน ต่อมาในศตวรรษที่ 17 เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทำให้ตัวโบสถ์ทางด้านทิศตะวันตกได้รับความเสียหาย จึงมีการสร้างหอระฆังสไตล์บาร๊อคจำนวน 2 หอขึ้นมาแทนที่ ภายในโบสถ์มีการตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังมากมายซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางศิลปะรวมทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ด้วย

  • นำท่านชม: โบสถ์เซ็นต์ไทรฟอน

    อีกหนึ่งโบสถ์สำคัญและมีชื่อเสียงของเมืองกอเตอร์ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยใช้ศิลปะแบบโรมัน ต่อมาในศตวรรษที่ 17 เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงทำให้ตัวโบสถ์ทางด้านทิศตะวันตกได้รับความเสียหาย จึงมีการสร้างหอระฆังสไตล์บาร๊อคจำนวน 2 หอขึ้นมาแทนที่ ภายในโบสถ์มีการตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังมากมายซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางศิลปะรวมทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ด้วย

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองบุดวา

    เมืองโบราณริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ทางตอนใต้ของมอนเตเนโก ซึ่งถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 5 เป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ อันน่าหลงใหลด้วยธรรมชาติอันงดงาม ทั้งหาดทรายขาว อ่าวน้อยใหญ่ที่มีน้ำทะเลใสเหมือนกระจก รวมทั้งเกาะต่างๆอีกมากมาย นอกจากนี้ เมืองบุดวา ยังเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และอารยธรรมสไตล์เวนิส เนื่องจากบุดวาเคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาวเวนิสนานถึง 400 ปี ในเมืองจึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเวนิสที่ยังคงหลงเหลืออยู่

  • นำท่านเดินทางสู่: เมืองบุดวา

    เมืองโบราณริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ทางตอนใต้ของมอนเตเนโก ซึ่งถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 5 เป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ อันน่าหลงใหลด้วยธรรมชาติอันงดงาม ทั้งหาดทรายขาว อ่าวน้อยใหญ่ที่มีน้ำทะเลใสเหมือนกระจก รวมทั้งเกาะต่างๆอีกมากมาย นอกจากนี้ เมืองบุดวา ยังเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และอารยธรรมสไตล์เวนิส เนื่องจากบุดวาเคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาวเวนิสนานถึง 400 ปี ในเมืองจึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเวนิสที่ยังคงหลงเหลืออยู่

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ: โบสถ์เซ็นต์จอห์น

    ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าของบุดวา ถือเป็นหนึ่งในโบสถ์คาทอลิคที่มีชื่อเสียงและมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน แต่ก็ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ระบุแน่ชัดว่าโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อใด ตัวโบสถ์ถูกสร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมแบบนีโอ - โกธิค ซึ่งเป็นรูปแบบงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในช่วงศตวรรษที่ 19 บริเวณหน้าต่างมีการใช้ศิลปะแบบโกธิค คือ มีการใช้กระจกชิ้นเล็กหลากสีสันในการประดับตกแต่งซึ่งมีความงดงาม และมีมนต์เสน่ห์ นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีงานประติมากรรมที่น่าสนใจอีกด้วยซึ่งก็คือภาพของพระแม่มารี

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับ: โบสถ์เซ็นต์จอห์น

    ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าของบุดวา ถือเป็นหนึ่งในโบสถ์คาทอลิคที่มีชื่อเสียงและมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน แต่ก็ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ระบุแน่ชัดว่าโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อใด ตัวโบสถ์ถูกสร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมแบบนีโอ - โกธิค ซึ่งเป็นรูปแบบงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในช่วงศตวรรษที่ 19 บริเวณหน้าต่างมีการใช้ศิลปะแบบโกธิค คือ มีการใช้กระจกชิ้นเล็กหลากสีสันในการประดับตกแต่งซึ่งมีความงดงาม และมีมนต์เสน่ห์ นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีงานประติมากรรมที่น่าสนใจอีกด้วยซึ่งก็คือภาพของพระแม่มารี

  • นำท่านเดินทางสู่: เมือง พอดกอรีตซา

    เมืองหลวงของประเทศมอนเตเนโกร และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศซึ่งมีภูมิประเทศทั้งแบบชายฝั่งทะเล และเทือกเขาสูง ทำให้เมือง พอดกอรีตซา มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งทะเล ชายหาด ภูเขา ลานสกี และในเมืองก็ยังมีน้ำหลายสายไหลผ่านทำให้มีสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจนเกินไป นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว เมืองพอดกอรีตซา ยังเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมต่างๆที่สะท้อนให้เห็นถึงงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ตั้งแต่อดีตของชาวเมืองพอดกอรีตซาด้วย

  • นำท่านเดินทางสู่: เมือง พอดกอรีตซา

    เมืองหลวงของประเทศมอนเตเนโกร และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศซึ่งมีภูมิประเทศทั้งแบบชายฝั่งทะเล และเทือกเขาสูง ทำให้เมือง พอดกอรีตซา มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งทะเล ชายหาด ภูเขา ลานสกี และในเมืองก็ยังมีน้ำหลายสายไหลผ่านทำให้มีสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจนเกินไป นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว เมืองพอดกอรีตซา ยังเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมต่างๆที่สะท้อนให้เห็นถึงงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ตั้งแต่อดีตของชาวเมืองพอดกอรีตซาด้วย

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • ค่ำ

    อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • ที่พัก RAMADA HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • ที่พัก RAMADA HOTEL **** หรือเทียบเท่า

  • 9 Day
  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • เช้า

    อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

  • นำท่านชมความงามของเมืองพอดกอรีซา

  • นำท่านชมความงามของเมืองพอดกอรีซา

  • นำท่านผ่านชม: อนุสาวรีย์กษัตริย์นิโคลา

    กษัตริย์นิโคลา คือ กษัตริย์องค์สุดท้ายของมอนเตเนโกร พระองค์ทรงมีความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านการเมืองการปกครอง และทางด้านการประพันธ์บทกวีอันแสนไพเราะ อนุสาวรีย์ของพระองค์ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะตรงข้ามกับอาคารรัฐสภา รูปปั้นของพระองค์มีความสูงถึง 4 เมตรอยู่ในอิริยาบทนั่งบนหลังม้าอย่างสง่างาม ซึ่งยืนอยู่บนแท่นหินอ่อนสีแดง

  • นำท่านผ่านชม: อนุสาวรีย์กษัตริย์นิโคลา

    กษัตริย์นิโคลา คือ กษัตริย์องค์สุดท้ายของมอนเตเนโกร พระองค์ทรงมีความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านการเมืองการปกครอง และทางด้านการประพันธ์บทกวีอันแสนไพเราะ อนุสาวรีย์ของพระองค์ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะตรงข้ามกับอาคารรัฐสภา รูปปั้นของพระองค์มีความสูงถึง 4 เมตรอยู่ในอิริยาบทนั่งบนหลังม้าอย่างสง่างาม ซึ่งยืนอยู่บนแท่นหินอ่อนสีแดง

  • นำท่านสู่: จัตุรัส Trg Republike

    จัตุรัส Trg Republike ซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมือง ศูนย์รวมร้านค้าต่างๆ มากมาย

  • นำท่านสู่: จัตุรัส Trg Republike

    จัตุรัส Trg Republike ซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมือง ศูนย์รวมร้านค้าต่างๆ มากมาย

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์: The Cathedral of the Resurrection of Christ

    โบสถ์ The Cathedral of the Resurrection of Christ ซึ่งเป็นโบสถ์ออโทด็อกซ์ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี 1993 โดยความร่วมมือระหว่างประเทศมอนเตเนโกร และ เซอร์เบีย

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์: The Cathedral of the Resurrection of Christ

    โบสถ์ The Cathedral of the Resurrection of Christ ซึ่งเป็นโบสถ์ออโทด็อกซ์ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปี 1993 โดยความร่วมมือระหว่างประเทศมอนเตเนโกร และ เซอร์เบีย

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • เที่ยง

    อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

  • 12.30 น.

    นำท่านเดินทางสู่ สนามบินพอตกอรีซา

  • 12.30 น.

    นำท่านเดินทางสู่ สนามบินพอตกอรีซา

  • 15.00 น.

    ออกเดินทางจากสนามบินพอดกอรีซาสู่ สนามบินเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ OS728

  • 15.00 น.

    ออกเดินทางจากสนามบินพอดกอรีซาสู่ สนามบินเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ OS728

  • 16.40 น.

    เดินทางถึง กรุงเวียนนา แวะเปลี่ยนเครื่อง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งใน DUTY FREE SHOP ภายในสนามบิน

  • 16.40 น.

    เดินทางถึง กรุงเวียนนา แวะเปลี่ยนเครื่อง อิสระให้ท่านช้อปปิ้งใน DUTY FREE SHOP ภายในสนามบิน

  • 23.20 น.

    ออกเดินทางสู่: กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS 025

  • 23.20 น.

    ออกเดินทางสู่: กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS 025

  • 10 Day
  • 14.20 น.

    เดินทางถึง: สนามบินสุวรรณภูมิ

  • 14.20 น.

    เดินทางถึง: สนามบินสุวรรณภูมิ

บริษัท มัชรูมทราเวล จำกัด ทำงานด้านการท่องเที่ยวมานาน ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียในเรื่องนี้ เพราะเราซื่อสัตย์ จริงใจ และที่สำคัญเรามีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/07541 ได้รับการรับรองจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประเภท Outbound คือบริษัททัวร์ที่สามารถจัดทัวร์นำเที่ยวได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
มัชรูมทราเวล มีทั้งจัดแพ็กเกจทัวร์เองในนาม มัชรูมทราเวล และจัดทัวร์ร่วมกับกลุ่มบริษัทพันธมิตร (Partner) เพื่อให้ลูกค้าได้มีโปรแกรมท่องเที่ยวตามความต้องการและเหมาะสมกับลูกค้ามากที่สุด
สามารถแจ้งจองแพ็กเกจทัวร์ที่ต้องการได้หลายช่องทาง เช่น จองทาง เช่น website, Call Center, email, สื่อ Social media ต่างๆ  ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อท่านเพื่อยืนยันที่นั่งพร้อมแจ้งชำระเงินค่าจองทัวร์
ช่องทางการชำระเงิน มีหลายช่องทาง ดังนี้
  • 1. ชำระด้วยเงินสด หรือ เช็คเงินสด ที่ บริษัท มัชรูมทราเวล จำกัด  คลิกดูแผนที่บริษัท 
  • ชำระด้วยการโอนเงินผ่านธนาคาร ชื่อบัญชี บริษัท มัชรูมทราเวล จำกัด   คลิกดูรายชื่อธนาคาร
  • 3. ชำระด้วยบัตรเครดิต ชำระโดยตรงได้ที่บริษัท มัชรูมทราเวล จำกัด หรือแจ้งพนักงานขายของท่าน (โดยมีค่าธรรมเนียมการใช้บัตรจ่ายธนาคาร 3.5% ของมูลค่าสินค้า)
หลังจากลูกค้าแจ้งชำระเงินมัดจำค่าทัวร์ และการบริการอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว พนักงานขายจะติดต่อกลับเพื่อยืนยันที่นั่งอีกครั้ง พร้อมส่งเอกสารการยืนยันสำรองที่นั่ง
จำเป็น!  เพื่อให้พนักงานขายรับทราบและตัดสำรองที่นั่งให้ท่านได้อย่างรวดเร็ว ท่านสามารถแจ้งผ่านทาง e-mail ของพนักงานขาย , Line ของพนักงานขาย หรือทางแฟกซ์หมายเลข 02 745 6258  โดยส่งหลักฐานการโอนเงินแนบประกอบมาด้วย
สามารถขอยกเลิกการเดินทาง และขอเงินคืนได้ไหมนั้น ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการจอง ขอให้สอบถามกับพนักงานขายที่บริการท่านหรือดูรายละเอียดในเอกสารรายการทัวร์  แต่โดยส่วนใหญ่จะไม่สามารถขอยกเลิกหรือขอคืนเงินได้หลังจากได้ทำการจ่ายเงินแล้ว
เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 7 วันหากมีผู้เดินทางไม่ครบตามกำหนด และบริษัท ยินดีคืนเงินเต็มจำนวนให้ท่าน

มัชรูมทราเวล ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ 
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
กรุณาติดต่อ แผนกทัวร์  โทร. 02 105 6234 กด 1

อัตราค่าบริการนี้รวม:

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบินOS (กระเป๋าเดินทาง น.น. ไม่เกิน 20 ก.ก./ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน, ภาษีน้ำมัน, ประกันภัยทางอากาศ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท
  • ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี)
  • ค่าภาษีในประเทศอิตาลี-โครเอเชีย-สโลวีเนีย-มอนเตเนโกร
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่
  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม:

  • ค่าทิปพนักงานขับรถ ท่านละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8 วัน เท่ากับ 16 ยูโร)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ท่านละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน (คิดเป็น 8 วัน เท่ากับ 16 ยูโร)
  • ค่าวีซ่าเชงเก้นอิตาลี (ประมาณ 2,800 บาท **อัตราค่าวีซ่าอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด, โทรศัพท์-แฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

หมายเหตุ:

  • กรณีกรุ๊ปทัวร์ไม่ออกเดินทาง Mushroom Travel ยินดีคืนเงินให้ท่านภายใน 7 วันทำการ
  • กรณีต้องยื่นวีซ่า เราบริการ รับ-ส่ง เอกสารครั้งแรกฟรี เฉพาะในกรุงเทพฯ ยกเว้นเขตหนองจอก
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง(หากจำนวนลูกค้าในคณะไม่ถึง 20 ท่าน ราคาทัวร์ เพิ่มท่านละ 4,000 บาท)
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน การนัดหยุดงาน การประท้วง ภัยธรรมชาติ การก่อจราจล อุบัติเหตุ ปัญหาการจราจร ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฎิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฎิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
ไปด้านบนสุด