ฮอกไกโด ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนธรรมชาติของญี่ปุ่นที่เที่ยวได้สวยทุกฤดู แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อน ไฮไลต์ที่ทำให้หลายคนอยากบินไปสักครั้งก็คือ ภาพของ ทุ่งลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด สีม่วงกว้างสุดสายตา ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ภูเขา ท้องฟ้าใส และบรรยากาศบ้านเมืองที่ผ่อนคลาย โดยเฉพาะในโซนเมืองฟุราโนะ บิเอ และบางจุดใกล้ซัปโปโร ที่เหมาะทั้งกับคนเที่ยวเองและคนที่อยากไปกับทัวร์แบบสะดวกสบาย บทความนี้ พี่เห็ด มัชรูมทราเวล จะพาไปเช็กว่า ลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด ควรไปช่วงไหน ถึงจะสวยที่สุด มีพิกัดไหนน่าไปบ้าง จะได้เก็บความสวยงามของฮอกไกโดหน้าร้อนได้คุ้มที่สุดในทริปนี้
ทุ่งลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด ไปเดือนไหนดี สวยที่สุด ?
โดยทั่วไป ช่วงชมลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดจะเริ่มตั้งแต่ ปลายเดือนมิถุนายนไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม โดยแต่ละพื้นที่จะมีช่วงบานแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของดอกลาเวนเดอร์ สภาพอากาศในปีนั้นๆ และกำหนดการเก็บเกี่ยวของแต่ละสวน
ถ้าอยากเห็นทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงบานสวยที่สุด แนะนำให้วางแผนเดินทางช่วง ต้น – กลางเดือนกรกฎาคม โดยเฉพาะโซนยอดนิยมอย่าง ฟุราโนะ นากะฟุราโนะ และคามิฟุราโนะ เพราะเป็นช่วงที่ลาเวนเดอร์หลายสายพันธุ์เริ่มบานเต็มที่ ให้บรรยากาศสวยคลาสสิกแบบที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงฮอกไกโดหน้าร้อน โดยช่วงที่สวยพีคที่สุดก็คือ กลางเดือนกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์ในหลายพื้นที่กำลังสวย สีแน่น และเหมาะกับการถ่ายรูปที่สุด
สรุปก็คือ
– โดยทั่วไปลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดชมได้ตั้งแต่ ปลายเดือนมิถุนายน – ต้นเดือนสิงหาคม
– ถ้าอยากเห็นทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงบานสวยที่สุด แนะนำช่วง ต้น – กลางเดือนกรกฎาคม
– ถ้าอยากได้ช่วงพีค สีม่วงแน่น ถ่ายรูปสวย แนะนำ กลางเดือนกรกฎาคม
– ส่วนช่วงปลายมิถุนายน และปลายกรกฎาคมถึงต้นสิงหาคม ยังมีโอกาสชมได้บางพื้นที่ แต่ควรเช็กสถานะดอกไม้ของแต่ละสวนก่อนเดินทาง
9 ทุ่งลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด พิกัดไฮไลต์ในพิกัดฟุราโนะ บิเอ ซัปโปโร
จุดชมลาเวนเดอร์ยอดนิยมในฮอกไกโด หลักๆ จะกระจายอยู่ในโซน ฟุราโนะ นากะฟุราโนะ คามิฟุราโนะ บิเอ รวมถึงบางจุดใกล้ ซัปโปโร แต่ละแห่งมีเสน่ห์ต่างกัน มาเช็กกันว่าที่ไหนเหมาะกับแผนเที่ยวของคุณที่สุด
1. ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) – นากะฟุราโนะ
ถ้าพูดถึง ทุ่งลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด ที่โด่งดังที่สุดก็ต้องนึกถึง ฟาร์มโทมิตะ แลนด์มาร์กยอดนิยมในเมืองนากะฟุราโนะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงเรียงตัวสวยในพื้นที่กว้างใหญ่ มีภูเขาและบรรยากาศชนบทแบบฮอกไกโดแท้ๆ เป็นฉากหลัง มีโซนดอกไม้ให้ชมถึง 14 โซน ที่แนะนำเลยก็คือ Traditional Lavender Field โซนทุ่งลาเวนเดอร์ดั้งเดิม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของฟาร์ม, Irodori Field ทุ่งดอกไม้สีรุ้ง ที่เป็นภาพจำของฟาร์ม, Sakiwai Field ทุ่งลาเวนเดอร์เปิดโล่ง มองเห็นภูเขาและท้องฟ้าเป็นฉากหลัง และอีกมากมาย เดินถ่ายรูปได้หลายมุม และยังมีดอกไม้อีกหลายชนิดให้ชมได้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ยังมีร้านขายของฝากจากลาเวนเดอร์ รวมถึงเมนูขึ้นชื่ออย่าง ซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์ ที่ไม่ลองชิมเหมือนมาไม่ถึงฟาร์มโทมิตะเลยนะ
จุดเด่น : ทุ่งลาเวนเดอร์ชื่อดังของฮอกไกโด มีโซนทุ่งดอกไม้ 14 โซน โซนยอดนิยมคือ Irodori Field ทุ่งดอกไม้สีรุ้งบนเนินเขา
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ปลายเดือนมิถุนายน – ต้นเดือนสิงหาคม
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : ต้น – กลางเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 08:30 – 18:00 น. (เวลาเปิด-ปิดขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในแต่ละฤดูกาล)
เว็บไซต์ : https://www.farm-tomita.co.jp/
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Sapporo ขึ้น JR Limited Express Super Kamui (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที) ไปลงที่สถานี Asahikawa จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้น JR Furano Line (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที) แล้วไปลงที่สถานี Nakafurano
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/gXA8gZpAhNXWnjnA7
2. Farm Tomita Lavender East – คามิฟุราโนะ
ใครอยากชมทุ่งลาเวนเดอร์แบบได้วิวกว้างสุดสายตา แนะนำที่ Farm Tomita Lavender East อยู่ในเขตคามิฟุราโนะ เป็นพื้นที่ลาเวนเดอร์อีกแห่งของฟาร์มโทมิตะ ห่างจากฟาร์มหลักประมาณ 4 กิโลเมตร และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น จุดเด่นคือบรรยากาศโล่งกว้าง มองเห็นแถวลาเวนเดอร์ทอดยาวเป็นผืนสีม่วงแบบเต็มตา พร้อมฉากหลังเป็นวิวภูเขาโทคาจิ ให้ฟีลชนบทฮอกไกโดที่สงบและสวยงาม โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงที่ลาเวนเดอร์บานเท่านั้น หรือประมาณ ปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ยังมีรถบัสพาชมทั่วพื้นที่อีกด้วย
จุดเด่น : หนึ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น มองเห็นทุ่งสีม่วงแบบเต็มตา ฉากหลังเป็นวิวภูเขาและท้องฟ้า เปิดช่วงลาเวนเดอร์บานเท่านั้น
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ปลายเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม (กำหนดเปิดในปี 2569 วันที่ 20 มิถุนายน – 20 กรกฎาคม)
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : ต้น – กลางเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 09:30 – 16:30 น.
เว็บไซต์ : https://www.farm-tomita.co.jp/
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Sapporo ขึ้น JR Limited Express Super Kamui (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที) ไปลงที่สถานี Asahikawa จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้น JR Furano Line (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที) แล้วไปลงที่สถานี Nakafurano จากนั้นต่อแท็กซี่
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/jJYGndnHyMMRJrbcA
3. สวนชิกิไซโนะโอกะ (Shikisai no oka) – บิเอ
ไปสัมผัสสีสันแห่งฮอกไกโดกันต่อที่ สวนชิกิไซโนะโอกะ พิกัดชมดอกไม้ชื่อดังของเมืองบิเอ ที่เราจะได้เห็นวิวฮอกไกโดหน้าร้อนแบบสีสันจัดเต็ม จุดเด่นของที่นี่ไม่ใช่แค่ลาเวนเดอร์ แต่คือทุ่งดอกไม้หลากสีที่ปลูกเรียงเป็นแถวยาวบนเนินเขา มองไกลๆ เหมือนพรมดอกไม้สีรุ้งพาดผ่านภูมิประเทศแบบลูกคลื่น ภายในสวนมีดอกไม้หมุนเวียนให้ชมตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง เช่น ลาเวนเดอร์ ลูพิน ซัลเวีย ทานตะวัน และอื่นๆ ทำให้แม้ไม่ได้มาตรงช่วงลาเวนเดอร์พีค ก็ยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เดินชมได้หลายจุด ไฮไลต์ยอดนิยมคือการนั่ง Shikisai Norokko รถแทรกเตอร์บัสชมสวนแบบช้าๆ ผ่านเส้นทางดอกไม้ พร้อมจุดแวะถ่ายรูปในสวน เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวสบาย ไม่ต้องเดินเยอะ นอกจากนี้ยังมีฟาร์มอัลปาก้า กิจกรรมขับรถ ATV และร้านขายอาหารกับผักผลไม้สดๆ จากเมืองบิเอให้เลือกซื้อด้วย
จุดเด่น : ทุ่งดอกไม้หลากสี ปลูกเรียงเป็นแถวยาวบนเนินเขาลูกคลื่นเหมือนพรมสีรุ้ง
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ปลายเดือนมิถุนายน – ต้นเดือนสิงหาคม
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : กลาง – ปลายเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : เดือนตุลาคม-มิถุนายน เข้าชมฟรี และจะเก็บค่าเข้าชมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม–กันยายน
– ผู้ใหญ่ / นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป : 800 เยน
– เด็กประถม–มัธยมต้น : 500 เยน
– เด็กเล็กก่อนวัยเรียน : เข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด :
– ม.ค. 08:40 – 16:30 น.
– ก.พ. – เม.ย. 09:10 – 17:00 น.
– พ.ค. และ ต.ค. 08:40 – 17:00 น.
– มิ.ย. – ก.ย. 08:40 – 17:30 น.
– พ.ย. – ธ.ค. 09:10 – 16:30 น.
เว็บไซต์ : https://www.shikisainooka.jp/
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Furano มาลงที่สถานี Bibaushi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 25 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/YXi3SZV8CKHFP7YG7
4. ทุ่งลาเวนเดอร์โฮคุเซยามะ (Hokuseiyama Lavender Fields) หรือ โชเอ ลาเวนเดอร์ฟาร์ม (Choei Lavender Farm) – นากะฟุราโนะ
ไปชมวิวทุ่งลาเวนเดอร์ในมุมมองที่แตกต่างกันที่ Hokuseiyama Lavender Fields หรือ Choei Lavender Farm เป็นอีกหนึ่งพิกัดชมลาเวนเดอร์ที่น่าไปมากในเมืองนากะฟุราโนะ จุดเด่นของที่นี่คือทุ่งลาเวนเดอร์ที่ปลูกไล่ระดับอยู่บนเนินเขา ทำให้ได้มุมมองแตกต่างจากฟาร์มดอกไม้ทั่วไป ไฮไลต์สำคัญคือ การนั่งลิฟต์ ขึ้นไปชมวิวจากมุมสูง ระหว่างทางจะได้เห็นทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงอยู่ด้านล่าง พร้อมวิวเมืองนากะฟุราโนะ และแนวเทือกเขาโทคาจิดาเกะอยู่ไกลๆ ได้ภาพทุ่งลาเวนเดอร์แบบมีมิติ ไม่ใช่แค่เดินถ่ายรูปในแปลงดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีดอกไม้อื่นๆ เช่น ซัลเวีย ดาวเรือง และทานตะวัน ช่วยเพิ่มสีสันให้พื้นที่ดูสดใสขึ้น
จุดเด่น : ทุ่งลาเวนเดอร์ปลูกไล่ระดับบนเนินเขา สามารถนั่งลิฟต์ขึ้นไปชมวิวจากมุมสูง ได้ภาพทุ่งลาเวนเดอร์ไม่เหมือนสวนไหน
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ปลายเดือนมิถุนายน – ต้นเดือนสิงหาคม
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : ต้น – กลางเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : พื้นที่สวน เข้าชมฟรี / มีค่านั่งลิฟต์ ไป-กลับ ผู้ใหญ่ (ตั้งแต่นักเรียนม.ปลายขึ้นไป) 700 เยน, เด็ก (ประถมและนักเรียนมัธยมต้น) 350 เยน, เด็กเล็ก ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:00 น. (ขึ้นลิฟต์รอบสุดท้าย 16:40 น.)
เว็บไซต์ : https://www.town.nakafurano.lg.jp/
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Furano Line มาลงที่สถานี Nakafurano จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/ABKhmA9kx3n1m8bF9
5. สวนลาเวนเดอร์ฮิโนเดะ (Hinode Lavender Garden) – คามิฟุราโนะ
Hinode Lavender Garden หรือ Hinode Park Lavender Garden ตั้งอยู่ที่เมืองคามิฟุราโนะ เป็นสวนลาเวนเดอร์บนเนินเขาที่มีพื้นที่ประมาณ 4.2 เฮกตาร์ จุดเด่นคือวิวทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงที่ไล่ระดับไปตามเนินเขา มีมุมชมวิวจากมุมสูงที่จะมองเห็นฝั่งหนึ่งเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ ส่วนอีกฝั่งคือเทือกเขาโทคาจิ และยังมีจุดถ่ายรูปยอดนิยมอย่าง Bell of Love ซุ้มระฆังสีขาวบนเนินเขาที่มักใช้เป็นมุมถ่ายภาพคู่รักหรือพรีเวดดิ้ง โดยที่นี่ปลูกลาเวนเดอร์สายพันธุ์ Okamurasaki เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่บานค่อนข้างช้า ทำให้ยังมีโอกาสชมวิวสวยๆ ได้แม้เดินทางช้ากว่าช่วงพีคเล็กน้อย และในเดือนกรกฎาคมยังมีงาน Lavender Festival ด้วย
จุดเด่น : ทุ่งลาเวนเดอร์บนเนินเขา มีจุดชมวิวมุมสูง มองเห็นวิวเมือง และจุดถ่ายรูปเหมาะกับคู่รัก
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ปลายเดือนมิถุนายน – ต้นเดือนสิงหาคม
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : กลาง – ปลายเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เข้าชมได้ตลอด พื้นที่ส่วนหลักเปิดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนตุลาคม และฤดูหนาวอาจปิดพื้นที่บางส่วน ควรเช็กข้อมูลก่อนเดินทาง
เว็บไซต์ : https://www.town.kamifurano.hokkaido.jp/
การเดินทาง : นั่งรถไฟ ลงที่สถานี JR Kamifurano Station จากนั้นเดินต่อประมาณ 15 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/zcdtFLcCJQnyp83N7
6. ฟลาวเวอร์แลนด์ คามิฟุราโนะ (Flower Land Kamifurano) – คามิฟุราโนะ
อีกหนึ่ง ทุ่งลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด ที่ชมดอกไม้ได้สวยจุใจก็คือ Flower Land Kamifurano เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ในเมืองคามิฟุราโนะ จุดเด่นคือวิวทุ่งดอกไม้กว้างแบบพาโนรามา โดยมีเทือกเขาโทคาจิเป็นฉากหลัง ให้ฟีลทุ่งดอกไม้บนเนินเขา มองเห็นวิวธรรมชาติเต็มตา นอกจากลาเวนเดอร์ในช่วงเดือนกรกฎาคมแล้ว ที่นี่ยังมีดอกไม้ตามฤดูกาลหลายชนิด เช่น ลูพิน แคทมินต์ ดาวเรือง ซัลเวีย และดาห์เลีย ทำให้เที่ยวได้ยาวตั้งแต่ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง ได้วิวดอกไม้หลากสีบานสะพรั่งไล่เรียงอยู่บนเนินเขา อีกไฮไลต์คือ รถแทรกเตอร์บัสชมสวน เหมาะกับคนที่อยากชมวิวหลายมุมแบบไม่ต้องเดินเยอะ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที และให้บริการช่วงกรกฎาคม–กันยายน เป็นกิจกรรมที่ให้เราได้ชมดอกไม้แบบไม่มีเบื่อ
จุดเด่น : ทุ่งดอกไม้พาโนรามาพร้อมวิวเทือกเขาโทคาจิ มีรถแทรกเตอร์บัสชมสวน
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ปลายเดือนมิถุนายน – ปลายเดือนกรกฎาคม
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : กลาง – ปลายเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี แต่มีค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมภายในสวน เช่น รถแทรกเตอร์บัส
เวลาเปิด-ปิด :
– มีนาคม-เมษายน และ พฤศจิกายน 09:00 – 16:00 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด)
– พฤษภาคม-มิถุนายน และ กันยายน-ตุลาคม 09:00 – 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
– กรกฎาคม-สิงหาคม 09:00 – 17:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 17:15 น.)
– พฤศจิกายน 09:00 – 16:00 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด)
– ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ปิดทำการ
เว็บไซต์ : https://flower-land.co.jp/
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Furano มาลงสถานี Kimifurano แล้วต่อแท็กซี่อีกประมาณ 10 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/6DewmLUwWvTjsm5q7
7. ไฮแลนด์ ฟุราโนะ (Highland Furano) – ฟุราโนะ
Highland Furano หรือ Highland Furano Lavender Forest เป็นพิกัดชมลาเวนเดอร์ในเมืองฟุราโนะที่ต่างจากฟาร์มดอกไม้ทั่วไป เพราะที่นี่เป็นทั้งที่พัก ออนเซ็น และจุดชมลาเวนเดอร์ในที่เดียว จุดเด่นคือทุ่งลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ด้านหน้าโรงแรม ที่พอเข้าช่วงหน้าร้อนพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตรก็จะบานสะพรั่งเป็นทะเลสีม่วงที่สวยสะดุดตา เป็นหนึ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟุราโนะ บรรยากาศสบายๆ คนไม่พลุกพล่านเท่าฟาร์มยอดนิยมแห่งอื่น เหมาะกับคนที่อยากถ่ายรูปทุ่งลาเวนเดอร์ในบรรยากาศผ่อนคลาย หรืออยากต่อด้วยการแช่ออนเซ็น เพราะที่นี่มีบ่ออาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นวิวทุ่งลาเวนเดอร์ในช่วงหน้าร้อน และวิวภูเขาหิมะในฤดูหนาว
จุดเด่น : ทุ่งลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ มีโรงแรม และออนเซ็น เหมาะกับคนที่อยากชมลาเวนเดอร์ในบรรยากาศสงบ
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ปลายเดือนมิถุนายน – ปลายเดือนกรกฎาคม
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : กลาง – ปลายเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : พื้นที่ Highland Furano Lavender Forest เข้าชมฟรี และมีค่าใช้จ่ายบริการอื่นๆ เช่น ออนเซ็น ร้านอาหาร และที่พัก
เวลาเปิด-ปิด : ในช่วงเปิดสวน พื้นที่สวนลาเวนเดอร์เข้าชมได้ตลอดวัน ส่วนบริการออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับเปิด 06:00–23:00 น. รับรอบสุดท้ายถึง 22:00 น.
เว็บไซต์ : https://www.highland-furano.jp/
การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Furano แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นมาลงที่ Highland Furano ป้ายสุดท้าย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/bBui7HW2NJV3Q8dV6
8. เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า (Hill of The Buddha) – ซัปโปโร
ที่นี่คือ เนินเขาแห่งพระพุทธเจ้า (Hill of The Buddha) หรือ Atama Daibutsu ตั้งอยู่ภายใน Makomanai Takino Cemetery เมืองซัปโปโร เป็นหนึ่งในพิกัด ทุ่งลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด ที่มีเอกลักษณ์มากที่สุด เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่ทุ่งดอกไม้ แต่ยังเป็นสถาปัตยกรรมกลางธรรมชาติที่ออกแบบโดย ทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) สถาปนิกชื่อดังของญี่ปุ่น โดยมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่สูงประมาณ 13.5 เมตร น้ำหนัก 1,500 ตัน ซ่อนอยู่ภายในเนินเขา เห็นเพียงเศียรพระโผล่ขึ้นมาเหนือทุ่งลาเวนเดอร์ ให้ภาพที่แปลกตา สงบ และถ่ายรูปสวยมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมที่ลาเวนเดอร์ราว 150,000 ต้น บานปกคลุมเนินเขาเป็นสีม่วง
ในอดีตพระพุทธรูปองค์นี้ตั้งอยู่บนเนินเขาแบบโดดๆ มานานกว่า 15 ปี และต่อมาได้มีการปรับปรุงพื้นที่โดยการสร้างเนินเขาขึ้นมาโอบล้อมพระพุทธรูป พร้อมด้วยทุ่งลาเวนเดอร์ ทำให้บรรยากาศแตกต่างไปจากที่อื่น ผู้เข้าชมจะได้เดินผ่านทางเดินและอุโมงค์คอนกรีต ก่อนเข้าสู่โถงเปิดโล่งที่มองเห็นองค์พระจากด้านใน เป็นประสบการณ์ที่ผสมระหว่างธรรมชาติ ศิลปะ และความสงบได้อย่างลงตัว
จุดเด่น : ทุ่งลาเวนเดอร์บนเนินเขา ด้านในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งอยู่กลางธรรมชาติ งานสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ตั้งอยู่ใกล้ซัปโปโร
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ปลายเดือนมิถุนายน – ต้นเดือนสิงหาคม
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : กลาง – ปลายเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / เด็ก (อายุต่ำกว่า 12 ปี) เข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เมษายน – ตุลาคม 09:00 – 16:00 น. / พฤศจิกายน – มีนาคม 10:00 – 15:00 น.
เว็บไซต์ : https://www.takinoreien.com/
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Namboku มาลงที่สถานี Makomanai แล้วต่อรถบัส สาย 106 หรือ 108 อีกประมาณ 23 นาที ลงที่ป้าย Makomanai Takino Cemetery
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Mi95jMXBT1TCZx2A9
9. สวนลาเวนเดอร์โฮโรมิโตเกะ (Horomi Pass Lavender Garden) – ซัปโปโร
หากใครไม่มีเวลาไปถึงฟุราโนะ หรือเที่ยวอยู่ในซัปโปโรเป็นหลัก แต่อยากชมทุ่งลาเวนเดอร์ แนะนำให้ไปที่ Horomi Pass Lavender Garden หรือHoromitoge Lavender Garden เป็นทุ่งลาเวนเดอร์ใกล้ตัวเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ที่เขตชูโอ จุดเด่นของที่นี่คือทุ่งลาเวนเดอร์บนเนินเขาที่มองเห็นวิวเมืองซัปโปโรได้จากด้านบน บรรยากาศสวยงามในมุมที่ต่างออกไปจากทุ่งลาเวนเดอร์ในโซนฟุราโนะที่เป็นวิวชนบทและภูเขา นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวยอดฮิต โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืนที่สามารถมองเห็นแสงไฟเมืองได้ เป็นทุ่งลาเวนเดอร์ใกล้เมืองที่เดินทางไม่ไกล และสามารถจัดทริปครึ่งวันจากซัปโปโรได้
จุดเด่น : ทุ่งลาเวนเดอร์บนเนินเขาพร้อมวิวเมืองซัปโปโร เหมาะสำหรับคนที่อยากชมลาเวนเดอร์ใกล้เมือง ไม่ต้องเดินทางไกลถึงฟุราโนะ
ช่วงเวลาชมลาเวนเดอร์ : ต้น – ปลายเดือนกรกฎาคม
ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : กลางเดือนกรกฎาคม
ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี (มีค่าจอดรถ 500 เยน)
เวลาเปิด-ปิด : 09:00–17:00 น.
เว็บไซต์ : https://www.yumekoubousatou.com/index.htm
การเดินทาง :
– นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Maruyama Koen จากนั้นต่อแท็กซี่หรือรถยนต์ประมาณ 10 นาที
– นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Makomanai Subwayจากนั้นต่อแท็กซี่หรือรถยนต์ประมาณ 20 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/2BszNzRedu1hRJuK7
ฮอกไกโด หน้าร้อน เป็นอีกฤดูที่น่าเที่ยวมาก โดยเฉพาะช่วงที่ทุ่งลาเวนเดอร์บานสะพรั่ง ใครอยากช่วงที่สวยที่สุด แนะนำวางแผนเดินทางช่วงต้น–กลางเดือนกรกฎาคม พร้อมเช็กข้อมูลของแต่ละสวนก่อนเดินทาง เพราะช่วงเวลาที่ดอกไม้บานอาจเปลี่ยนตามสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเที่ยวเองหรือไปกับทัวร์ การได้เห็นทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงท่ามกลางธรรมชาติของฮอกไกโด รับรองว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์หน้าร้อนที่คุ้มค่าแก่การไปเยือนแน่นอน ใครสนใจไปเที่ยวทักหาพี่เห็ด มัชรูมทราเวล ได้เลย
