Mushroom Travel

Winter in NAGANO : NAGANO & MATSUMOTO – กินขนม ชมวัด สัมผัสปราสาทอีกาดำ

เที่ยว Nagano

ครั้งนี้มัชรูมทราเวลได้รับเกียรติจาก Guest สุดพิเศษ คุณ LET SUNNY TAKE YOU THERE ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์ เที่ยว Nagano และ Matsumoto ประเทศญี่ปุ่น ในฤดูหนาว พร้อมพากิน พาเที่ยวญี่ปุ่น ตามไปชมกัน

สามารถชมรีวิวเที่ยว Nagano ทั้ง 3 ตอน ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้ค่ะ
ตอนที่ 1 Winter in NAGANO : NAGANO & MATSUMOTO – กินขนม ชมวัด สัมผัสปราสาทอีกาดำ
ตอนที่ 2 Winter in NAGANO : SNOW MONKEY – ดูลิงแช่ออนเซน
ตอนที่ 3 Winter in NAGANO : ABURAYA TOUSEN – นอนเล่นในเรียวกัง


Winter in NAGANO : NAGANO & MATSUMOTO – กินขนม ชมวัด สัมผัสปราสาทอีกาดำ

สวัสดีจ้าาาาา ^ ^

ซันนี่อ้วนพีน่ารักคนเดิมกลับมาแล้ว หายหน้าไปนาน ไม่ได้ไปไหน แค่เล่นตัวนิดหน่อย ไม่อยากรีวิวบ่อย เดี๋ยวคนเบื่อ (จริงๆคือ ขี้เกียจตัวเป็นขน ก้นเป็นเซลลูไลท์)

มีทริปดองไว้มากมาย อยากจะเขียนรีวิวให้อ่านกัน แต่ความขี้เกียจนั้นมันเกาะกินอยู่ทั่วทุกอณูของร่างกาย 555 วันนี้ กว่าจะลากสังขารอ้วนๆ มาเขียนรีวิวได้ ก็แทบจะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของชีวิตแล้ว 5555

เอาเป็นว่า มาเข้าเรื่องกันดีกว่า จริงๆแล้ว วันนี้ ที่จะรีวิว เที่ยว NAGANO เนี่ย เป็นผลต่อเนื่องมาจากทริปใบไม้แดงแห่ง Kansai เมื่อปลายปีก่อนครับ ตอนแรก จอง TG ไว้ กะจะไปดูใบไม้แดงปลายเดือน พ.ย. แต่ด้วยความที่อากาศเล่นตัวเกินไป มีแต่รีวิวว่า ใบไม้แดงเร็วมากตอนปีก่อน เลยนอยด์ ไปขอเลื่อนไฟลท์ TG ให้เร็วขึ้นมาอีก 1 สัปดาห์ แต่ว่าด้วยความอาภัพ ตอนซื้อ ซื้อตั๋วโปร จะย้ายวันก็ต้องย้ายไปวันที่มีที่นั่งโปรเหลือ ซึ่งวันที่จะขอเลื่อน มันไม่มีที่นั่งโปรแล้ว แต่ด้วยความไฟต์ อยากไป เลยซื้อตั๋วใหม่ของ JAL ไปทริปใบไม้แดงแทน (ไว้จะเล่ารายละเอียดอีกที ตอนลงรีวิว Kansai ใบไม้แดงน๊าาา)

ทีนี้ ตั๋ว TG ก็เลยต้องเลื่อนไปหาวันลงใหม่ ที่มีที่นั่งโปรเหลือ แล้วก็มาหวยออกที่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาครับ แต่ใช้เวลาไป กลับ แค่ได้นอน ญี่ปุ่น 3 คืนเอง แถมเป็นช่วงต้นมกราคมด้วย นึกที่เที่ยวไม่ออกเลย 5555 จะไปโตเกียวเฉยๆ หิมะก็ยังไม่ฟูมาก เลยค้นไปเรื่อย ก็ได้คำตอบว่า แหม่… NAGANO เนี่ยแหละ ใช่เลย ! ไม่ไกลจาก Tokyo นั่งชินคังเซนชมวิวไปสองสามชั่วโมง ละก็ไปหาหิมะฟูๆ ดูเอา อ้อ.. แถมยังมีลิงแช่ออนเซ็นด้วย

ว่าแล้ว ทริปสั้นๆ 5 วัน 3 คืน ในห้วงอากาศหนาว ก็ได้บังเกิดขึ้นครับ

วันนี้จะขอเริ่มรีวิว ด้วยการรวบยอดเฉพาะ เที่ยว Nagano ในตัวเมือง กับปราสาท Matsumoto ก่อน ส่วน Snow Monkey กับเรียวกังกลางหิมะ ขอยกยอดไปติดตามในกระทู้หน้านะครับ

ว่าแล้วจะรอช้าอะไร ตามตูดใหญ่ๆ ไปเที่ยววัด เที่ยวปราสาท แล้วก็ กิน กิน กิน กับซันนี่อ้วนพีน่ารัก คนนี้นี่เอง กันดีกว่าๆๆๆๆๆ

การเดินทางไป Nagano นั้น เราสามารถนั่ง Shinkansen จากโตเกียวไปได้ สะดวกสบายมากเลยครับ มีรถออกช่วงเช้าแทบจะเกือบทุก 15 นาทีเลย ระยะเวลาในการเดินทางก็ประมาณ 80 กว่านาทีครับ บางขบวนอาจช้าเร็วกว่านี้ แต่ก็ไม่ช้าไปกว่า 3 ชั่วโมงครับ ไปง่ายมากกกกกก สะดวกมากกกกกกกกก คนไทยชอบเดินทางด้วย JR ซื้อ JR All Pass จากไทยไปนี้ คือสะดวกมากครับ

จากสถานีโตเกียว ก่อนขึ้นรถไฟอย่าลืมเผื่อเวลาไว้หน่อย เอาไว้ไปเดินซื้อข้าวกล่องไปกินบนรถไฟนะครับ มีให้เลือกเยอะแยะ หลายแบบ น่ากินๆ คนรักข้าวกล่องคือต้องกรี๊ด

อันนี้เด็ดมาก ข้าวลิ้นวัวย่าง กับ ข้าวหน้าเนื้อย่าง สามารถอุ่นร้อนได้ด้วยตัวเราเองบนรถไฟด้วย เคยเป็น item ตื่นตาตื่นใจมาก ตอนไปเที่ยว Ibaraki คราวก่อนนู้น ที่เวลาเราดึงเส้นด้ายใต้กล่อง มันจะกรีดแผ่นฟลอย และทำให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับสารอะไรซักอย่างใต้กล่อง เกิดเป็นไอร้อนขึ้นมาอุ่นข้าวจากเย็นๆ ให้นุ่ม อุ่น และเนื้อย่างชุ่มฉ่ำ เป็นอะไรที่เลอค่ามว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก 555

อันนี้ชอบมาก ข้าวหน้าลิ้นย่าง ติดใจตั้งแต่คราวก่อน รอบนี้ ขอกินอีก 555

ส่วนอันนี้ ข้าวหน้าเนื้อย่าง หวานๆไปนิดนึงครับ

หลังจากอิ่มหนำกับข้าวกล่องอุ่นทิพย์เสร็จ ก็นั่งกินลม ชมวิว ไปซักอึดใจใหญ่ พกเพลงไปฟังด้วย หรือนั่งเม้าท์ๆไป แป๊บๆ เวลาสองชั่วโมงกว่าก็ผ่านไปไวมากครับ

วิวระหว่างทางของช่วงต้นหน้าหนาว เริ่มมีหมวกขาวๆ ของหิมะ ตามยอดเขาแล้ว

ถึง Nagano แล้ว ก็แวะเอาของไปเก็บที่ห้องพักก่อนครับ รอบนี้นอนโรงแรมที่ใกล้กับสถานีรถไฟมาก ชนิดที่ว่าเดินแป๊บๆ ถึงโรงแรมแล้ว เดินทางไปเที่ยวสะดวกมากเลย นอนที่ “Hotel Metropolitan Nagano”

“Hotel Metropolitan Nagano” ติดกับสถานีรถไฟหลังคาแทบจะเกยกันเลยครับ 555 เป็นศูนย์กลางของการเดินทางเลย เพราะรถใต้ดิน รถบัส รถไฟ มี Center ที่นี่หมดเลย จองผ่าน Agoda ได้ราคาคืนละสองพันนิดๆครับ เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆเลย ถึงจะไม่มีเน็ตฟรีก็เหอะ แต่โดยรวมเรื่องทำเล ความสะอาด ห้องน้ำในตัว มีชักโครกไฟฟ้าด้วย จัดว่าเป็นโรงแรมที่โอเค ควรค่ากับการมาพักเตรียมเที่ยวมากเลยครับ

เก็บข้าวของเสร็จ ก็ออกไป เที่ยว Nagano ชมเมืองกันครับ เอาจริงๆ ทริปนี้คืออาจจะไม่ได้เที่ยวจนทั่วทั้งจังหวัด เพราะไปกับคุณน้าที่มีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลัง เลยต้องเที่ยวแบบ Slow ๆ สุดๆ เลยครับ 555 จะบอกว่า ไปทั้งทีไม่คุ้มเลย ก็อาจจะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่จริงๆ มันคุ้มตรงที่ได้พาคุณน้ามา เที่ยวญี่ปุ่น เป็นครั้งแรกเนี่ยแหละครับ (ซันนี่โตมา เพราะคุณน้าเป็นคนเลี้ยงดูครับ อารมณ์เหมือนเป็นลูกของน้านิดๆ) ก็เลยคิดซะว่า ไปได้ไม่เยอะไม่เป็นไร แค่พาคุณน้ามาเปิดหูเปิดตา เจออากาศหนาวๆ หิมะขาวๆ ก็น่าจะดีแล้ว

เป้าหมายแรกของเรา อยู่ที่ วัด Zenkoji ครับ เป็นวัดพุทธเก่าแก่ สำคัญอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นเลย เพราะเคยมีศักดิ์ศรีระดับที่ว่า เป็นสถานที่แรกของญี่ปุ่นที่ได้ประดิษฐาน “พระพุทธรูป” องค์แรกของญี่ปุ่นเลยครับ (/ Sound Effect เสียงร้อง “หูววววววววววววววว ++++)

แต่ที่ซันนี่รู้สึกว่ามันเด็ดกว่านั้น ก็คือ ตลอดสองข้างทางเดินเข้าวัดเนี่ย มีของกิน ร้านค้าเยอะมว๊ากกกกกกกกกกกกก ใครเป็นนักชิมนี่ ตายแน่นอน ท้องแตกก่อน 5555

อ้อ .. ลืมบอกเรื่องการเดินทางไปวัด Zenkoji ครับ ถ้าเราตั้งต้นที่สถานีรถไฟ Nagano จะไปวัด Zenkoji แสนจะสบายครับ เพราะขึ้นรถบัสที่ป้ายที่ 1 รถบัสจะพาไปวัด Zenkoji ครับ ลงที่ป้าย Zenkoji Daimon แล้วเดินผ่านร้านค้าของกินมากมาย ยั่วตา ยั่วน้ำลาย ยั่วเงินในกระเป๋าด้วยครับ

ระหว่างทางเดินเข้าวัด ก็จะมีศาลเจ้าและหินแกะสลัก จิโซ น่ารักๆ อยู่ตลอดทางครับ

“เข้าไปในวัดก่อนๆ” ต้องเตือนน้าอยู่เรื่อยๆครับ 555 เพราะน้าจะแวะชิม ชม ชิล ร้านค้า 2 ข้างทางตลอด 5555 กว่าจะเดินไปถึงวัดก็แทบตายครับ ทั้งร้านยั่วใจ ยั่วหิว แถมยังหนาวชนิดที่ว่าสั่นสะท้าน ไม่เห็นหิมะ ไม่มีหิมะตก แต่ลมแรงมากกกกกกกกกกกก หนาวปากสั่น คอสั่น กันเลยทีเดียว

พอเข้ามาในวัด ก็จะได้พบกับอาคารไม้เก่าแก่ แกะสลักสวยงามครับ ข้างในวัดเค้าไม่ให้ถ่ายรูป เลยเก็บภาพมาฝากได้แค่ข้างนอกครับ

น่าเสียดายนิดนึงตรงที่ ตอนที่ไปเป็นช่วงหลังจากหิมะตกหนักไปครับ แต่ก็ผ่านไปพอสมควร หิมะก็เลยละลายไปเกือบหมด อดเห็นฉากวัดอยู่กลางกองหิมะเลย

ตรงประตูใหญ่ มีคนเอารองเท้ามาแก้บนด้วยครับ คล้ายๆกับที่หน้าวัด Asakusa ที่โตเกียวเลย

ตลอดทางเดินเข้า- ออกวัด คนเยอะแยะเรื่อยๆเลยครับ เค้ามีความเชื่อกันว่าคนญี่ปุ่นที่นับถือพุทธเนี่ย จะต้องมาไหว้พระที่วัดนี้ซักครั้งนึงในชีวิตครับ

ด้วยความที่แถวๆวัดเป็นย่านเชิงเขา อากาศเลยจะหนาวเย็นมากๆเลยครับ เห็นว่ามีแดดตามรูปที่โพสต์ไปเนี่ย จริงๆหนาวมาก ชนิดที่ว่าหนาวไปถึงแก้วหูอ่ะ วินาทีนั้นคิดถึงที่ครอบหูมาก เคยแอบปรามาสพวกที่ไปเมืองหนาวแล้วใส่ที่ครอบหูกันว่าต้องเป็นพวกบ้าเห่อ ไรงี้ แต่ ณ วินาทีนั้นสำนึกมากครับ อยากได้ที่ครอบหูอุ่นๆ มากกกกก ฮืออออ…

น้าก็บ่นเรื่องอากาศหนาว เลยไม่ได้แวะดูของกินข้างทางขากลับครับ แต่กะไว้ว่าหลังจากไปดูลิงหิมะกัน จะกลับมาตะลุยเดินชิมกันอีกรอบ 555 ว่าแล้วก็นั่งรถบัสครับไปตั้งหลักแถวโรงแรมก่อนครับ

มาถึงสถานี Nagano ลงจากรถบัสก็เกือบบ่ายสี่โมงครับ แต่ฟ้าจะมืดแล้วววววว อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ เลยชวนคุณน้าไปหาข้าวเย็นกินก่อนดีกว่า 555 เหลียวซ้าย แลขวา ถ้าเอาสถานีรถไฟเป็นหลัก ให้หันหลังให้กับสถานีรถไฟแล้วเดินไปทางขวามือครับ จะมีร้านราเมน เล็กๆ แต่ดูแล้ว มีความน่าอร่อยอยู่ 555

ชื่อร้านคือ “Chirimen-shou” ครับ เป็นร้านเล็กๆ แต่คนเข้าออกกินตลอดๆ ถ้าจะสังเกตจริงๆ ให้ดูร้านเค้ก Pattisserie Ringonoki Nagano เป็นแลนด์มาร์กครับ เพราะร้านราเมนอยู่ติดอิงแอบกับร้านเค้กเค้าเลย (เค้กฝากไว้ก่อน เดี๋ยวมากิน แง่มๆ )

เข้าไปในร้าน หอมมากกกกกกกกกกก กลิ่นโชยุ มิโสะ กลิ่นน้ำซุป คือดีงามสามโลก ของซันนี่สั่งชุด มิโสะราเมน กับเกี๊ยวซ่า คือว่า โอ๊ยยย…. จากกอากาศหนาวๆ ข้างนอก 0 องศานะ เข้ามาซดราเมนมิโสะที่แอบมีกลิ่นหอมของผิวส้มในน้ำซุปด้วย สาหร่ายแผ่นใหญ่ ไข่ต้มซอสเยิ้มๆ หมูชาชูนุ่มๆ เกี๊ยวซ่ากรอบนอก นุ่มใน โอ๊ยยยยยยย รสชาติเข้มข้น กลมกล่อมมากๆ มีความมันๆ ในน้ำซุปหน่อย แต่ ณ วินาทีนั้น ไม่หวั่นแคลอรี่จ้าาา ก็แหม… อากาศมันหนาวโนะ ต้องสะสมไขมันหน่อย 555 ว่าแล้วก็โรยพริกป่น ของดีขึ้นชื่อประจำเมือง Nagano อีกอย่างลงไป เพิ่มความร้อนแรงให้กับน้ำซุป ก่อนจะเข้าไปบำรุงร่างกายเราให้ต่อสู้กับอากาศหนาวข้างนอก (ข้ออ้างเยอะมากกกกกกกก 555)

ส่วนของคุณน้าสั่งซุปอะไรมาจำไม่ได้แล้ว 5555 เพราะมัวแต่อร่อยของตัวเองอยู่ แต่แอบชิมไปคำนึง ก็อร่อยเหมือนกันครับ แหะๆๆๆ

กินเสร็จ คุณน้าอยากไปเดินดูเสื้อผ้ากับรองเท้ากันหิมะ ด้วยความหนาวเกิ๊นนนน .. ก็เลยเดินได้แค่ห้างใกล้ๆ สถานีรถไฟครับ ก่อนจะกลับไปนอนเอาแรง เพราะตอนนั่งเครื่องก็หลับสบายบ้างไม่สบายบ้าง ลงเครื่องมาก็รีบนั่งรถไฟต่อ รู้สึกว่าเดินทางนานครับ สรุปว่า กลับมานอนคร่อกหลับตายที่โรงแรมตั้งแต่ 6 โมงเย็น (แต่ข้างนอกนี่มืดยังกะ 5 ทุ่ม)

เช้าอีกวัน ออกแต่เช้า เตรียมตัวไปขึ้นเขา ดูลิงหิมะแช่ออนเซน ที่ Yudanaka ครับ ละก็ไปค้างคืนที่ Aburaya Tousen ออนเซนที่ Yudanaka คืนนึง เดี๋ยวจะลงรายละเอียดในกระทู้หน้าเต็มๆครับ

ตัดภาพมาที่อีกวันนึงเลย หลังจากกลับจาก Yudanaka ครับ ตอนลงรถไฟใต้ดินมา เจอตลาดร้านค้าเล็กๆ ในสถานีรถไฟใต้ดิน Nagano มีสตรอเบอรี่ ลูกใหญ่และกลิ่นหอมมากกกกกกกกกกกก เลยลองซื้อมาชิม ปรากฏว่า อร่อยมากกกกกกกกกกกก หวานฉ่ำมากกกกกกกกกกก ดีงามมาก ถึงกับต้องวิ่ง 4×100 กลับไปซื้อมาเก็บไว้ เกือบ 10 แพค 5555555 ซื้อแล้วเอามาเก็บไว้ในห้องโรงแรมก่อน ออกไปเที่ยวกลับมา ห้องคือหอมสตรอเบอรี่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก โอ๊ยยย ปลื้มมากๆเลยครับ 5555

ด้วยความที่วันก่อนอากาศหนาวจัด บวกกับร่างกายยังปรับตัวกับอากาศหนาวๆไม่ได้ เลยทำให้ประสิทธิภาพในการกินถดถอยไปหน่อย แต่คราวนี้มาใหม่ ความสามาถในการกินกลับมาอีกครั้งครับ เลยตัดสินใจไปตะลุยช้อป ชิม ชิล ของอร่อยๆ ที่ทางเข้าวัด Zenkoji กันอีกรอบ

เริ่มจากร้านโซบะ “Daimaru” หน้าป้ายรถเมล์ Zenkoji Daimon กันก่อนเลยครับ เป็นร้านโซบะเก่าแก่ สืบทอดกิจการกันหลายรุ่นแล้ว ที่ Nagano เนี่ย มีอีกเมนูดัง ก็คือ โซบะ เนี่ยแหละครับ ร้าน Daimaru ทำเส้นโซบะกันสดๆ โชว์ให้ดูกันหน้าร้านเลย ตื่นตาตื่นใจมาก เป็นอีกวิธีเรียกลูกค้าที่ได้ผลสุดๆ

เข้าไปนั่งในร้าน เห็นคนสั่งโซบะเย็นกันเยอะมาก ทั้งๆที่ข้างนอกอากาศโคตรจะหนาว เลยคิดว่า น่าจะเป็นเมนูเด็ดแน่ๆ ก็เลยสั่ง โซบะเย็นไปครับ หอมมมมมม อร่อยมากกกกกกก เส้นเหนียว นุ่ม หอมกลิ่นแป้งนิดๆ ตอนจุ่มลงไปในโชยุ ที่เอาวาซาบิละลายลงไป แล้วคีบเส้นขึ้นมาสูดเข้าปาก มันเป็นอะไรที่ ฟิน ! ฟิน ! ฟิน ! และก็ ฟิน ! ดีงามสมกับเป็นเมนูเด็ดประจำร้านเลยครับ ก็ขนาดที่ว่า อร่อยจนเผลอกัดปากตัวเองไป แต่ก็ไม่หวั่น ยังกินต่อ แต่โต๊ะข้างๆเริ่มมองแปลกๆ เราก็งงว่ามองอะไร แต่ก็กินต่อไม่สนใจ จนเห็นตะเกียบคีบมีอะไรแดงๆ ติดออกมาด้วยอ่ะครับ ถึงได้ตกใจ รู้ว่า เฮ้ยยยย… เลือดออกเยอะขนาดนี้ ย้อยออกมาข้างปากเลย 555 พลังความอร่อย สยบทุกความเจ็บจริงๆ 5555

ส่วนของคุณน้า สั่งโซบะร้อนกับเทมปุระกุ้งครับ แอบชิมนิดนึงก็ว่าอร่อยดี แต่สู้โซบะเย็นไม่ได้ อิอิ

จากร้านโซบะ ก็เข้าไปตะลุยของกินทางเข้าวัด Zenkoji กันต่อ ถัดจากประตูใหญ่เข้ามา จะมีร้านข้าวปั้น อยู่ทางขวามือ อันนี้ก็ดีงามอีกมากๆๆๆๆๆ (เอิ่ม .. คือดีงามไปหมดเลยปะเนี่ย 55) เพราะเป็นข้าวปั้นลูกโต ปาดด้วยมิโสะ เอาไปย่างไฟให้พอหอมๆ อุ่นๆ แล้วเวลาเสิร์ฟค่อยมาห่อสาหร่าย ให้ยังมีความกรอบของสาหร่ายอยู่ ตอนแรกนะก็ไม่คิดว่าจะอร่อยอะไรขนาดนั้น แค่อยากลองชิมเฉยๆ แต่พอกัดเท่านั้แหละ หูยยยยยยยยย ….. มันเลิศเลอเพอเฟกต์ ข้าวนุ่มๆ เค็มหน่อยๆ หอมมิโสะ ที่ปาดอยู่ข้างๆ ไหนจะสาหร่ายกรอบๆนั่นอีก ยังไม่พอ ยังไม่พอ ยังสอดไส้บ๊วยข้างในอีก โอ๊ยยยยย จะดีงามไปหนายยยย กินไป ก็ปลาบปลื้มไป จะกินอีกก็กลัวอิ่มเกินไป 555555

ระหว่างที่รอหายอิ่ม ก็เดินชมวัด ชมศาลเจ้าน้อยไปเรื่อย 555

ระหว่างเดินดูวัดกับมองหาของฝากจุ๋มๆ จิ๋มๆ น่ารักๆ ท้องก็เริ่มลง สายตาก็พลันเหลือบไปเจอเครป น่ากิน 555 ก็จัดปายยยยยยย ของซันนี่เครปชีสกับลูกเกด ส่วนของคุณน้า เป็นเครปเกาลัด ให้ไส้กันแบบไม่งกไม่หวงเลย ร้านนี้อยู่ทางหัวมุมซ้ายมือ ก่อนประตูเข้าวัดชั้นในครับ หน้าร้านเป็นร้านขายพวกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวอลนัต อร่อยดี แอบซื้อมาฝากเพื่อนหลายกล่อง ส่วนร้านเครปจะมีป้ายบอกให้เข้าไปข้างใน ชื่อ “Soba Crepe”

จบจากเครป ก็ต้องตบท้ายด้วยไอติม เพราะถึงอากาศจะหนาวซักแค่ไหน แต่ไอติมก็ยังเป็นของหวานปิดท้ายได้แบบไม่หวั่น 55 รอบนี้เป็นไอติมเกาลัดครับ มีขายตามข้างทางเยอะมาก คิดว่ารสชาติไม่น่าจะต่างกันมาก ร้านไหนก็น่าจะอร่อยเหมือนกันนะ

อิ่มหมีพีมันกันแล้วก็ได้เวลาออกไปเที่ยวชมปราสาทอีกาดำ Matsumoto Castle กันครับ

จาก NAGANO ไป MATSUMOTO ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ระหว่างทางจะเจอวิวสวยๆ ตลอดทางเลย โดยเฉพาะหน้าหนาวแบบนี้ มีวิวหิมะสวยๆ ให้ดูตลอดทางเลย แถมยังเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขา Hida อีกด้วย

ปราสาท Matsumoto เป็นปราสาทไม้สีดำ อายุกว่า 400 ปี ตอนนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติญี่ปุ่นแล้ว และกำลังจะดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย

เค้าว่าที่นี่จะมีหงส์คู่ด้วย มายืนถ่ายรูปตั้งนานไม่เห็นมี แต่ว่าก็โชคดีที่ฟ้าเปิดนิดๆ เลยได้เห็นฉากหลังของปราสาท Matsumoto มีเทือกเขา Hida มาประกอบด้วย

อ้าว บ่นถึงหงส์ แป๊บๆ หงส์ก็มา แต่มาแค่ตัวเดียว นี่เสียจึยยยยยยยย

เข้ามาดูความงามของปราสาทสีดำกันใกล้ๆอีกหน่อย ดูลึกลับ น่าเกรงขามดี สมกับชื่อที่เค้าเรียกกันว่า ปราสาทอีกาดำ เลย

เห็นเค้าว่ากันว่า ช่วงซากุระบานที่นี่จะสวยมากๆ เพราะได้สีดำตัดกับสีชมพูของดอกซากุระ ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ 5555 มาแนวมืดหม่น อนธการเลยจ้าาา

ข้างหน้าปราสาท มีคุณนินจามาโพสต์ท่ายืนเดินไปมาด้วย เข้าไปขอถ่ายรูป อ้าว …. วิชาสู้กล้อง มาเต็ม 55555 +

ช่วงตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ที่นี่จะให้สีสะท้อนของปราสาทต่างออกไปด้วยนะครับ ก็ดูแปลกตาไปอีกแบบ

มีคู่รักมาพรีเวดดิ้งด้วย

อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ ตามความสว่างที่ลดลงไปครับ ช่วงโพล้เพล้ ที่นี่ดูขลังๆ น่าขนลุกยังไงบอกไม่ถูกเหมือนกัน 555

ว่าแล้ว ก็รีบกลับมาที่ Nagano หาของกินดีกว่า อิอิ

คืนสุดท้ายของทริป เที่ยว NAGANO เราออกเดินเที่ยวชมร้านค้าช่วงเย็นกันครับ ไปเจอร้านซุป “Very Berry Soup” ร้านน่ารักๆ มีซุปให้เลือกเยอะดี เลยฝากท้องไว้ที่นี่สำหรับมื้อเย็นครับ

ที่ใต้โรงแรม Metropolitan Nagano ที่พักอยู่ มีคาเฟ่ ขนมหน้าตาน่ากิน ยั่วใจอยู่ทุกวันที่เดินเข้าออก วันนี้ก่อนกลับก็เลยแวะชิมซะหน่อย โทษฐานน่ากินดีนัก 555

มาเจาะลึกกันเป็นเมนูๆไป อันแรกเป็น แอปเปิ้ลพาย อันนี้ถือว่าดี อร่อย แป้งไม่เหนียว บางกรอบดี หน้าตาก็น่ารัก ทำเป็นรูปแอปเปิ้ลไรงี้ ส่วนไส้ก็ใส่แอปเปิ้ลเยอะดี หอมกลิ่นซินนามอนไม่ฉุนเกินด้วย

อันนี้ Mille Feuille เป็นอะไรที่ผิดหวังมาก 555 เป็นครั้งแรกที่ได้พบกับสัจธรรมข้อนึง เพราะทุกทีจะคิดว่า อะไรก็ช่างในญี่ปุ่นมันอร่อยหมด แต่มันไม่ช๊ายยยยย ไม่ใช่สำหรับมิลเฟย์อันเหนียวหนึบชิ้นนี้ คิดว่าน่าจะทำทิ้งไว้นาน แป้งเลยเหนียวมาก ตัดยังแทบจะไม่ขาดเลย บอกตรงๆเลยว่าเคือง 5555 แอบไปบ่นให้ manager ร้าน เค้าก็ hi hi อาโน อาโน ก้มหัวๆ ยิ้มๆ คิดว่า น่าจะไม่เข้าใจ

ส่วนอันนี้ เป็น สตรอเบอรี่ช็อตเค้ก ก็อร่อยแบบธรรมดา ด้วยความที่แอบเคืองมิลเฟย์ไปตะกี้ เลยทำให้มีอคติไปแล้วเบาๆ 555

สุดท้าย ลอง Choux Creme อีกซักอัน โอเคเลยยย อันนี้ดี 5555 แป้งอาจจะแข็งไปนิด แต่ยังพอรับได้ ไส้ครีมข้างในคือดีงาม 555 อร่อยอ่ะ 555

ด้วยความที่ยังไม่ฟิน จากคาเฟ่ของ Metropolitan ก็เลยตัดสินใจเดินออกมาอีกนิด ที่ร้าน Patisserie Ringonoki Nagano สาขาติดสถานีรถไฟนี่เอง ใกล้มากๆ และคาดหวังไว้กับความอร่อยมาก ว่าจะต้องไม่ทำให้ผิดหวังเหมือนคาเฟ่ของ Metropolitan 555

ตอนไปถึงเนี่ยร้านก็เกือบปิดแล้ว แถมไม่มีที่นั่งกินในร้านอีก มีแต่แบบ take home เลยสั่งซะเยอะ เอาไปกินบนห้องเลย อิอิ

มาที่เมนูแรกเลย ดีงามอลังการมลังเมลืองมาก (เว่อซะ) เป็น ชีสเค้กเบอร์รี่ ที่ห่อมาในเครปแผ่นบางๆอีกที เนื้อเค้กนุ่ม ไม่แน่น รสเนียนละมุนลิ้นดีมาก หวาน มัน มาเต็ม คือแบบลบล้างความรู้สึกที่เสียไปกะมิลเฟย์คาเฟ่โรงแรมตะกี้ได้ดีมาก 555 (แค้นฝังหุ่นสุดๆ 555)

อันนี้เป็น เลเยอร์เค้กชาเขียวกับสตรอเบรี่ชีสเค้ก ก็อร่อยอีกละ 555 ไม่คิดว่า รสชาเขียวกับสตรอเบรี่จะเข้ากันได้ แต่ก็เข้ากันได้ดี

อันนี้ มองบลังค์ ครับ เกาลัดบดเนื้อเนียนนุ่มมากกกกกกกกกก หวานหอมสุดๆ ข้างในเป็นครีมหวานมันอีก โอ๊ยยย เอาเข้าป๊ายยยยยย

แอบซื้อแอปเปิ้ลพายของ Ringonoki มากินเทียบกับของ metropolitan ก็พบว่า อร่อยพอๆกันครับ 555 ทั้งแบบแท่งและแบบพัฟ จัดว่าดีงาม ซื้อกลับมาเป็นของฝากด้วย 555

สำหรับ NAGANO ภาคแรก วันนี้ คงต้องขอพักไว้แค่นี้ก่อนนะครับ กระทู้หน้าจะพาไปนอนแช่ออนเซ็น ดูวิวหิมะสวยๆ และไปขึ้นเขา ตามหาลิงหิมะแช่ออนเซ็นทำหน้าฟินอร๊างค์กัน

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบ และขอบคุณที่ยังติดตามกันมาตลอดนะครับ คราวหน้า อย่าลืม ตามตูดใหญ่ๆ ไปเที่ยวกันใหม่น๊าาาา ^ ^

ขอบคุณ Guest สุดพิเศษ คุณ LET SUNNY TAKE YOU THERE สังกัด pantip จากกระทู้ “[CR] [LET SUNNY TAKE YOU THERE] Winter in NAGANO Part I : NAGANO & MATSUMOTO – กินขนม – ชมวัด – สัมผัสปราสาทอีกาดำ ^ ^” ที่มามอบประสบการณ์ เที่ยว Nagano และชมปราสาท Matsumoto ให้ชมแบบจัดเต็ม! ได้รับเสียงปรบมือจากเราไปเล้ยย!!
ระดับความน่าไป : ✩✩✩✩✩
พูดคุยกับ Guest ได้ที่ : www.facebook.com/letsunnytakeyouthere


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1.กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Likeและติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————
Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

Winter in NAGANO : NAGANO & MATSUMOTO – กินขนม ชมวัด สัมผัสปราสาทอีกาดำ was last modified: May 10th, 2019 by Editor.Mushroom Travel
Exit mobile version