ค้นหา

Loading...

Winter in NAGANO : SNOW MONKEY – ดูลิงแช่ออนเซน

Winter in NAGANO : SNOW MONKEY – ดูลิงแช่ออนเซน
โพสเมื่อ

ครั้งนี้มัชรูมทราเวลได้รับเกียรติจาก Guest สุดพิเศษ คุณ LET SUNNY TAKE YOU THERE ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์ เที่ยว Nagano ในตอนที่ 2 ครั้งนี้เค้าจะพาไปชม ลิงแช่ออนเซ็น นากาโน่ สุดน่ารัก พร้อมชมบรรยากาศหิมะสีขาวกันค่ะ

สามารถชมรีวิวเที่ยว Nagano ทั้ง 3 ตอน ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้ค่ะ
ตอนที่ 1 Winter in NAGANO : NAGANO & MATSUMOTO – กินขนม ชมวัด สัมผัสปราสาทอีกาดำ
ตอนที่ 2 Winter in NAGANO : SNOW MONKEY – ดูลิงแช่ออนเซน
ตอนที่ 3 Winter in NAGANO : ABURAYA TOUSEN – นอนเล่นในเรียวกัง


Winter in NAGANO : SNOW MONKEY – ดูลิงแช่ออนเซน

ลิงแช่ออนเซ็น นากาโน่

สวัสดีจ้าาาาาาาาาาาาาาา ^ ^

ซันนี่คนเดิม กลับมาแล้ว คราวก่อนรีวิว Nagano ค้างไว้เฉพาะแค่โซนในเมืองกับ Matsumoto แล้วก็หายจ้อยไป ด้วยความขี้เกียจตัวเป็นขน รอบนี้ ฮึดใหม่ ลากสังขารใหญ่ๆ ฝ่าความขี้เกียจตัวเท่าบ้าน ไม่งั้นมันจะรู้สึกค้างๆ คาๆ เพราะว่า มีรีวิว Kansai จ่อคิวรอไว้อีกเซ็ตใหญ่เชียว 555

วกกลับมา ว่าด้วย รีวิว เที่ยวญี่ปุ่น วันนี้ เป็นภาคต่อของทริป Nagano เมื่อที่ผ่านมาครับ กระทู้ที่แล้ว พาไปกิน + ชิมขนม + ไปเที่ยวปราสาท Matsumoto ไปแล้ว ติดค้างรีวิวพาชมน้องลิงหิมะหน้าตาบ้องแบ๊วไว้ วันนี้จัดให้ตามสัญญาครับ 555 พร้อมกับมีรีวิวออนเซ็นดีๆ ในเมือง Yudanaka อย่าง Aburaya Tousen ใกล้ๆ กับสวน ลิงแช่ออนเซ็น นากาโน่ เอาไว้นอนพักหนีหนาว หลังจากไปขึ้นเขาดูน้องลิงด้วย

ว่าแล้ว จะมัวช้าอยู่ทำไม ตามตูดใหญ่ๆของซันนี่มาได้เลยจ้าาาาาาาาา

น้องลิงหิมะแช่ออนเซ็นเนี่ย เค้าจะแช่อยู่บนเขา ในสวนที่เรียกว่า Jigokudani Taen-Koen ครับ อยู่ใกล้ๆ กับเมือง Yudanaka เมืองในจังหวัด Nagano เนี่ยแหละ

การเดินทาง จากตัวเมือง Nagano ไปยัง Yudanaka สะดวกสบายมากครับ สามารถขึ้นรถไฟสาย Nagano Dentetsu Line (ถ้าหาใน Hyperdia เหมือนตอนนี้ จะใช้ชื่อสายว่า Nagano Electric Railway Ltd. Exp. ครับ) เป็นคนละสายกับของ JR เพราะงั้น JR Pass ใช้เริดๆ เชิดๆ ขึ้นสายนี้ไม่ได้ครับ แต่เพื่อน้องลิงแล้ว จ่ายเพิ่มเถอะครับ ราคา พันเยนกว่าๆ นิดๆ เอง ต้นทาง สถานีที่ Nagano ก็ใกล้ๆ กับ สถานี JR Nagano เลยครับ ตามป้าย Dentetsu Rail way ไป (มันจะมุดๆ ลงไป เหมือน Subway ครับ)

สำหรับตารางเวลารถไฟ ถ้าเอาแบบเดินทางสบาย ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟเลย จะเริ่มมีรถไฟสายยิงตรง จาก Nagano ไป Yudanaka ประมาณ 9 โมงเป็นต้นไปครับ ถ้าเช้ากว่านี้ จะเป็นแบบที่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟครับ ไม่ได้ไปถึง Yudanaka โดยตรง รอบรถไฟแบบยิงตรง จะมีรอบ 9 โมงกว่าๆ 10 โมงกว่า เที่ยงกว่าๆ และบ่ายกว่าๆ ครับ ไอ้เศษกว่าๆ นี่ ลองไป search รอบรถไฟใน Hyperdia ตอนวันจะเดินทางอีกทีนะครับ เพราะเค้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเศษนาที ไปตามช่วงเวลาต่างๆ กันครับ แต่รอบออกจาก Nagano คร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ครับ

ส่วนขากลับ จาก Yudanaka ไป Nagano จะมีรอบตั้งแต่ 10 โมงกว่าๆ ไปจนถึง 2 ทุ่มกว่าๆ เลยครับ และแน่นอน เช็คกับ Hyperdia อีกรอบ เพื่อความแม่นยำก่อนเดินทางอีกที จะได้ไม่ตกรถไฟครับ

ระยะเวลาในการเดินทางจาก Nagano ไปถึง Yudanaka กินเวลาประมาณ 40 นาทีกว่าๆ ครับ (ใน Hyperdia จะบอกไว้ว่า 44 นาที ครับ) มีแวะจอดส่งตามสถานีรายทางบ้าง แต่ไม่ต้องเปลี่ยนรถไฟครับ ระหว่างทาง ช่วงหน้าหนาวก็จะมีวิวภูเขา วิวลานโล่งที่ถูกหิมะปกคลุมขาวโพลนไปหมด พวกสวนผลไม้ต่างๆ ก็จะแห้งๆ เหลือแต่กิ่ง แลดูเป็นความงามบนความเหงา (และหนาว) ถ้ามาหน้าร้อน หรือหน้าใบไม้ผลิ น่าจะเห็นสีเขียวๆ ดอกไม้สวยๆ เยอะเลยครับ

พอมาถึงสถานี Yudanaka ถ้าใครจะมาค้างที่นี่ (แนะนำอย่างยิ่งว่าควรมาค้างซักคืนนึงครับ) ถ้ามาช่วงเช้าก่อนบ่าย 3 โรงแรม ออนเซน ส่วนใหญ่ จะยังไม่ให้เข้า Check In ครับ เราฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่สถานีรถไฟได้ครับ จำไม่ได้ว่าเสียเงินค่าฝากรึเปล่า เพราะไม่ได้เป็นตู้ล็อกเกอร์ครับ แต่ฝากไว้หลัง Office นายสถานีเลย

ที่สถานีรถไฟ จะเป็นที่เดียวกันกับสถานีรถบัสที่จะพาเราไป Jigokudani Taen-Koen หรือว่า สวนน้อง ลิงแช่ออนเซ็น นากาโน่ เนี่ยแหละครับ สามารถซื้อตั๋วรถบัส นั่งจากสถานี Yudanaka ไปหาน้องลิงหิมะได้เลย

*ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้เอาตารางเวลาออกของรถบัสมาลงให้ครับ เพราะว่าเปียกหิมะ เปื่อยยุ่ยไปแล้ว T T แต่ว่า ตอนซื้อตั๋วรถบัส เค้าจะให้ตารางเวลารถเข้า และออก รวมทั้งแผนที่ให้เราครับ

จากสถานี Yudanaka นั่งรถบัสไปต่ออีกประมาณ 40 นาที ให้ลงที่ป้าย Kanbayashi Onsen Gushi นะครับ สังเกตว่า จะเป็นสถานีที่คนลงเยอะๆครับ 5555 หรือไม่ก็ ใช้วิธีบ้านๆ บอกกับคนขับรถตอนขึ้นรถ ว่าไปจะ Snow Monkey ครับ พอถึง Bus Stop เค้าจะหันมาบอกๆเราเอง 555 (แอบใช้วิธีนี้บ่อยๆ เวลาเที่ยวที่อื่น แหะๆ)

ลงจากรถบัสแล้ว ตรงนี้จะมีถนนลาดยาง ขึ้นไปบนเนินเขาอีกครับ คือรถบัสจะไม่ได้จอดตรงหน้าถนนทางขึ้นโดยตรง ให้เดินย้อนกลับมานิดหน่อยครับ จะเห็นถนนยาวๆ เป็นทางลาดยางขึ้นเนินเขาโค้งๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน แต่มันจะลาดเป็นเวิ้งๆ โค้งๆ ขึ้นเขาครับ 5555 ตอนไป ก็ลืมถ่ายรูปไว้เนอะ แย่จุง เดินไปตามถนนลาดยางเวิ้งว้างนี้ขึ้นไป จะเจอกับป้ายบอกทางไปครับ แค่นี้ก็อุ่นใจละ 555

ทีนี้หน้าที่ของเรา ก็คือเดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ครับ ถนนก็ยังจะเป็นทางลาดยางอยู่ ผ่านบ้าน ลานจอดรถ ร้านอาหาร(แค่เพียงร้านเดียวในย่านนี้) เดินไป เลยร้านอาหารไปนิดหน่อย จะเจอทางขึ้นเขา ที่เป็นทางขึ้นเขาจริงๆ (เอ๊ะ .. ยังไง ?) คือจะมีร้านขายของปีนเขาอยู่ทางซ้ายมือ และมีป้ายใหญ่โตรูปน้อง ลิงแช่ออนเซ็น นากาโน่ อยู่เหนือทางขึ้นเขาครับ ตอนนี้ ทางเดินของเรา จะไม่ลาดยางแล้ว แต่จะเป็นหินๆ ดินๆ ถ้าใครไปหน้าหนาว ก็จะเป็นหิมะหนาๆ ตามทางเดินครับ อารมณ์ก็จะประมาณนี้ …

ทางเดินขึ้นเขานี้ มีชื่อว่า Yumichi Promenade ครับ กินระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร เป็นเส้นทางธรรมชาติเลียบเขาขึ้นไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเราจะได้เห็นต้นสนภูเขาแบบเขตหนาว สูงใหญ่ ขึ้นหนาแน่น เป็นภาพที่ดูแปลกตา สำหรับคนไทยเมืองร้อนอย่างเราๆ ครับ 555

หน้าหนาว นี่มัน หนาววววววววววววววว ดีจริงๆ

บางช่วงของทางเดิน ก็จะมีลำธารไหลผ่านครับ ท่าทางน้ำจะเย็นน่าดู 55555

บางช่วงอีกเหมือนกัน มองไปทางซ้าย ก็จะเห็นวิวของหุบเขาอีกฟากนึงครับ ระหว่างนี้ หิมะก็ตกปรอยๆ ไปด้วย ชาวไทยเมืองร้อนอย่างซันนี่ อยากจะกรี๊ดเป็นภาษากำเมืองเลย 555

ปกติแล้ว เส้นทางเดินเขา Yumichi Promenade เนี่ย เค้าจะใช้เวลาเดินไปจนถึงจุดที่น้องลิงแช่ออนเซนเนี่ย ประมาณ 25 – 30 นาทีครับ ถ้าช่วงที่มีหิมะหนาๆ หน่อย ก็จะประมาณ 40 นาทีครับ แต่ซันนี่ไปกับคุณน้าที่กระดูกสันหลังเคยหักมาก่อน เดินเร็วไม่ค่อยได้ บวกกับแวะถ่ายรูปไปตลอดทาง 5555 (ก็คนมันตื่นหิมะนี่ 5555) เลยใช้เวลาเดินไปชั่วโมงกว่าๆ เลย ประมาณว่า หนุ่มจีนกับกลุ่มฝรั่งที่ลงรถบัสมาพร้อมกัน เดินขึ้นไปถึงแล้ว ดูลิงแล้ว เดินกลับลงมา เรายังไม่ไม่ถึงเลย 55555

พอพ้นจากเขตป่าสนมาได้ ก็จะเจอกับ Jigokudani Onsen ครับ เป็นน้ำพุร้อน ที่จะพุ่งฟู่ๆ เป็นระยะๆ (แบบน้ำพุร้อนสันกำแพงมั้ง) ที่นี่มี Onsen ให้พักด้วย แต่ตอนหน้าหนาวนี่ ท่าทางจะหนาวเหน็บอยู่พอตัว แถมเดินมาไกลด้วย ใครอยากมาพัก ลากกระเป๋าใบใหญ่ๆ นี่ไม่แนะนำอย่างแรงครับ 5555 แต่ที่ต้องยอมรับก็คือ วิวจากตรงนี้ มัน สวย มากกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!!!!!!

หยุดแวะถ่ายรูปตรงนี้นานเลยครับ

ก็มันสวยอ่ะ 55555

จาก Jigokudani Onsen เดินขึ้นบันไดไต่ภูเขาไปอีกนิดเดียวครับ นิดเดียวจริงๆ แป๊บๆ เราก็จะไปถึงจุดที่น้องลิงหิมะ ชวนกันมาแช่ออนเซนแล้วครับ

จ่ายเงินค่าเข้าชมน้องลิงทำหน้าฟินไปแล้ว ก็ได้เวลาที่เราจะเข้าไปพบกับน้อง ลิงแช่ออนเซ็น นากาโน่ ตัวเป็นๆ กันละครับ

น้องลิงเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!!!!!!!!!!!!!!
แช่ออนเซนอุ่นๆ กลางลมหนาว ทำหน้าฟินกันจริงด้วย !!!!!!!!!!!!

สีหน้า แววตา ท่าทาง นี่มันคนชัดๆ 55555

กำลังฟินๆ กับน้องลิงทำหน้าอร๊างค์ ได้ซักพัก ก็เริ่มมีการตื่นตัวของฝูงน้องลิงครับ ทำหน้าแตกตื่น รีบวิ่งขึ้นจากบ่อออนเซนกันใหญ่ บรรดาคนมาเที่ยว ก็ต้องรีบหลบกัน เพราะอิพวกน้องลิงสะบัดน้ำใส่กันพรึ่บพรั่บ 555 ไอ้ลำพังแค่น้ำน่ะ ไม่เท่าไหร่ แต่นางแช่ไป อึไป นี่สิ อึน้องลิงนางลอยเป็นแพเต็มออนเซน 555 พอมาสะบัดน้ำใส่ ก็เลยแอบอี๋นางอยู่นิดๆ 5555

ที่แท้ คนดูแลอุทยาน เค้าเอาอาหารมาโปรยๆ ให้น้องลิงครับ

ลิงตัวลูก : อะไรอ่ะ แม่ ? เค้าไปไหนกันง่าาาาา ……
ลิงตัวแม่ : ว๊ายยยยย เค้าเอาอาหารมาแจกค่ะคุณลูกขาาาาาาา
ลิงตัวลูก : มีถั่วมั้ย ?
ลิงตัวแม่ : มีๆๆๆ ไปกันค๊าาาาาา เดี๋ยวไม่ทัน
ลิงตัวลูก : แม่จ๋า ป้าแป้ดหลับใหญ่เลย ปลุกป้าแป้ดมั้ย ???
ลิงตัวแม่ : ไม่ต้องค่ะ คุณลูกขา ปล่อยชีไว้นั่นเหอะ เรารีบไปดีกว่า เดี๋ยวถั่วหมด
(มองหางตาที่ป้าแป้ดกำลังนั่งหลับอยู่ริมบ่อ พร้อมยิ้มเยาะมุมปากแบบย่าแย้ม ด้วยความสะใจ)

ลิงแช่ออนเซ็น นากาโน่ ที่มากันนี่เป็นลิงป่าทั้งหมดครับ มีอยู่ประมาณ 160 ตัว อาศัยอยู่ในป่า กลางคืนนอนในป่า เค้าสันนิษฐานกันว่า ที่ลิงมาแช่ออนเซนเนี่ย เพราะมันบังเอิญมาแหล่งออนเซนแถวนั้นครับ แล้วในช่วงหน้าหนาวเนี่ย แถวนี้จะหนาวมากๆ ยิ่งวันไหนไม่มีแดดเนี่ย จะยิ่งหนาวจับใจเลย น้องลิงเลยพากันมาแช่ออนเซน เพื่อคลายจากความหนาวครับ

แรกๆ ก็คงเป็นสายน้ำแร่ธรรมชาติเนี่ยแหละ หลังๆ พอลิงมาแช่กันเยอะๆ คนมาดูกันเยอะขึ้น ก็เลยทำบ่อแช่ไว้ให้ซะเลย ข้อมูลในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เค้าบอกว่า น้ำในบ่อแช่ของน้องลิงเนี่ย อุณหภูมิประมาณ 41 องศาเซลเซียสครับ ร้อนพอๆ กับบ่อ Onsen ของคนเลย แต่เค้าก็บอกอีกว่า ถ้าวันไหน แดดดีๆ น้องลิง จะชอบไปนอนอาบแดด แทนการแช่ออนเซนครับ เพราะมันจะไม่เปียกเฉอะแฉะเหมือนตอนแช่น้ำนี่เอง

ในช่วงฤดูอื่นที่ไม่หนาวมาก น้องลิงก็มาแช่ออนเซนเหมือนกันครับ แต่ทางอุทยาน เค้าจะทำการลดอุณหภูมิน้ำในบ่อ เหลือประมาณ 30 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้มันร้อนเกิน เดี๋ยวจะ Heat Stroke ไปกันหมดซะก่อน ใครที่จะมาดูน้องลิงแช่ออนเซนในฤดูอื่น อาจจะได้เห็นลิงอาบแดดแทนครับ 555

อ้อ… เค้ายังบอกว่า ลิงพวกนี้ เป็นลิงป่า กลางคืน ก็จะกลับเข้าไปนอนในป่าครับ กลางวันถึงจะกลับมาอวดโฉมเป็นนายแบบนางแบบให้คนมาถ่ายรูปกัน (ก็คงเพราะมีเจ้าหน้าที่มาโปรยๆ อาหารล่อ + กับทำบ่อออนเซนให้แช่เวลาหนาวๆ เนี่ยแหละ) แต่น้องลิงนางไม่ค่อยตรงเวลานะ บางวันก็มาช้า บางวันก็มาเร็ว บางวันก็ไม่มาเอาซะงั้น เคยเห็นรีวิวคนมาเที่ยวหน้าร้อน บอกว่ามาแล้ว fail นางเข้าป่าไปหาคู่กัน ไม่ยอมลงมาโพสท่าให้ถ่ายรูปซะงั้น ตากล้องท่องเที่ยวหน้าจ๋อยกันเป็นแถบๆ เอาแต่ใจชะมัดเลยเนอะ 5555

แถวนี้ คือป่าจริงจังเลยครับ เพราะงั้นจะมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จริง อย่างตอนที่นั่งดูน้องลิงเริงร่าคุ้ยหาเม็ดถั่วที่เจ้าหน้าที่เอามาโปรยให้ไปกิน ก็มีหมาป่าลัดเลาะไต่เขาขึ้นมาหากินอยู่บนยอดเขา แรกๆ ไม่เห็นหรอก แต่มีคนชี้ๆ ไปทางยอดเขา เลยดูตามเค้า 555 หมาป่าหน้าหนาวอ้วนตุ้ยนุ้ย สะสมไขมันไว้สู้ลมหนาวเยอะเชียว

โซนที่น้องลิงชอบมาแช่ออนเซนเนี่ย อยู่ในสายของแม่น้ำ Yokoyu ครับ ไหลผ่านเป็นแนวยาวไปถึงเมือง Yudanaka เลย

น้องลิงน่ารักมากๆ ถ่ายรูปไม่เบื่อเลยครับ ยิ่งเวลาหิมะตกเนี่ย นางก็จะมาเกาะกลุ่มกัน กอดกัน ทำหน้าทำตาแบบเว้าวอนลมหนาว “ได้โปรดเถอะ พี่ชายยยย ชั้นหนาวเหลือเกิน ทำไมลมหนาวถึงโหดร้ายนัก ฮึ” นางต้องมีไดอะล็อกในหัวอะไรประมาณนี้แน่ๆ เพราะดูจากสีหน้า แววตาแล้ว นางดราม่าหนักมากจริงๆ 555

ระหว่างที่ถ่ายรูปน้องลิงเนี่ย หิมะก็ตกอยู่เรื่อยๆนะครับ ปรอยๆ เป็นฝอยเป็นละอองเลย เวลาตกใส่เสื้อ บางละออง เห็นเป็นเกล็ดหิมะรูปแฉกๆ เหมือนในรูปกราฟฟิกหิมะเลย ชาวไทยเมืองร้อนอย่างซันนี่ ก็ฟินสิ 555

ถ่ายรูปไปมา หิมะตกหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ อันนี้เริ่มไม่ชิลละ 555 กล้องจะพัง เสื้อจะเปียกเอา เลยต้องไปนั่งพักรอหิมะหยุด เตรียมลงเขากันครับ

พอหิมะหยุดตกแล้ว ซื้อข้าวของที่ระลึกไปแล้ว (ซันนี่ซื้อ Magnet น้องลิงติดตู้เย็นมา น่ารักม๊ากกกกก) ก็เดินลงเขากันแบบเต่าๆ หอยๆ ไปกับคุณน้าครับ 555

มัวแต่ถ่ายรูปจนลืมเวลา อ้าว…. นี่มันบ่ายโมงกว่าจะบ่ายสองละนี่ ตายๆๆๆ ยังไม่ได้กินอะไรเลย กินรูปลิง กับวิวไปก็อิ่มแต่ใจ ไม่อิ่มท้อง ต้วมเตี้ยมลงมา จนถึงร้านอาหารร้านเดียว หน้าทางขึ้นเขา ต้องแวะซะหน่อยแล้ว 5555

สั่งจัดเต็มเลยครับ ทั้งราเมน เทมปุระกุ้ง เทมปุระมันหวาน 555 ราเมนอร่อยทั่วไปตามมาตรฐานญี่ปุ่น เทมปุระกุ้ง น้ำมันน่าจะเก่าไปหน่อย แต่แป้งเค็มดี กินแล้วได้เหลือแร่โซเดียมมาเพิ่มให้ร่างกายหลังสูญเสียไป (ตอนไหน ???) ส่วนเทมปุระมันหวาน อร่อยดีครับ แป้งบาง กรอบ เนื้อมันหวาน ก็หวานสมชื่อ เริดได้อีก หรือว่าจริงๆ หิวก็ไม่รู้ 5555

กินเสร็จดูตารางเวลารถบัส ใกล้เวลารถมาครับ จุดนี้แหละ เป็นจุดที่ง่ายแก่การก่อเกิดความผิดพลาดนักเชียว อิพวก Bus Stop ขากลับเนี่ยแหละ ตัวสกัดดาวรุ่งชั้นดีเลย 5555 เพราะมันมักจะเป็นคนละจุดกับรถบัสขามาจอดให้ลงไง แล้วทีนี้ เราก็จะชะล่าใจไง ว่าแบบ เออ มันไม่ไกลกันหรอก เดินๆไป แป้บๆ เดียวก็เจอเอง ….. ซึ่งมันไม่ค่อยจะโชคดีเจอเองแบบนั้นซักเท่าไหร่ 555

คราวนี้ก็เหมือนกัน ดูแผนที่แล้ว น่าจะไม่ไกลอ่ะ เดินแป้บๆ ก็ถึงละ ซึ่งไม่ไกลจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน 5555 เดินไปจนเกือบจะถึงจุดที่ลงรถตอนขามา เริ่มรู้สึกว่า ไม่ใช่ละ … นี่มันไม่ใช่ละ 5555 แล้วแบบ อีก 5 นาที รถบัสจะมา ไรงี้ อารมณ์ตอนนั้น คือ บีบคั้นมาก 5555 เพราะถ้าไม่ทัน ต้องรออีกเกือบ 40 นาที

ตัดสินใจกางแผนที่ ถามคุณลุงชาวญี่ปุ่นที่เดินสวนมา ชี้ๆ ว่าจะไปขึ้นรถบัสขากลับ ลุงบอก โอ๊ะ … ต้องไปอีกทางๆ 5555 แล้วพาเราวิ่งไป ส่วนน้า ก็ก้าวตามมาอยู่ช้าๆ อย่างห่างๆ 555 ไปทันขึ้นรถบัสด้วยเวลาฉิวเฉียด แล้วต้องรอน้าที่ค่อยๆ เดินตามมาอยู่ห่างๆ
นี่ก็ไม่รู้จะทำไง เลยยืนขวางหน้ารถไว้ก่อน ชี้มือไปทางคุณน้า ที่เดินมาแบบลำบากอยู่อีก สิบกว่าเมตร 555 คนขับรถใจดี เห็นน้าเดินลำบาก เค้าก็รอด้วยแฮะ ขอบคุณเค้าไปล้านรอบ กะคุณลุงที่บอกทางด้วย ^ ^

เอาล่ะ …. ใครที่จะมาเที่ยว ซันนี่ไม่อยากให้ต้องมีคนไทยไปยืนขวางหน้ารถบัสแบบซันนี่อีก 555 ขอแนะนำว่า จากทางเดินลงเขามา ผ่านร้านอาหารหนึ่งเดียวของย่านมา ผ่านลานจอดรถมา เราจะเห็นเรียวกัง Jinpyokaku Honten มีป้ายชื่อภาษาอังกฤษชัดเจน Jinpyokaku Honten จะอยู่ทางซ้ายมือของเราตอนขาลงเขา อยู่ติดเกือบถึงเหลี่ยม 3 แยกถนนเลย นี่แหละ คือ Landmark ของ Bus Stop … มันไม่ยากเลย เห็นมั้ย ใกล้ด้วย แต่ตาถั่วไง 555 ไม่เห็นป้ายรถบัส (เอาจริงๆ นะ ป้ายมันเล็กจิ๋วเดียว ถ้าไม่เห็นมาก่อน ก็จะไม่เห็นต่อไป แต่พอเห็นแล้ว ก็จะเห็นเลย งงปะ ? 555)

อันนี้รูป หน้าทางเข้าโรงแรม ของ Jinpyokaku Honten เอาไว้เป็นจุดสังเกตก่อนถึง Bus Stop ขากลับครับ (ก๊อปรูปมาจาก Agoda ครับ)

เอาเป็นว่า ขึ้นรถบัสมาได้ แบบใจหายใจคว่ำ นั่งพักเหนื่อย ชมวิวระหว่างทางไปเพลินๆ 40 นาที ก็ไม่ได้นานมากนะ เราก็มาถึงสถานี Yudanaka ในที่สุด เข้าไปเอาของที่ฝากไว้แล้ว ก็ไปโรงแรมที่พักกันเลย

พักความสนุกของการเที่ยวเมืองนากาโน่เอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน แล้วไปติดตามกันต่อใน ตอนที่ 3 กันนะ

ขอบคุณ Guest สุดพิเศษ คุณ LET SUNNY TAKE YOU THERE สังกัด pantip ที่มามอบประสบการณ์ เที่ยว Nagano พาชมน้องลิงหิมะแช่ออนเซ็นให้ชมแบบจัดเต็ม! ได้รับเสียงปรบมือจากเราไปเล้ยย!!
ระดับความน่าไป : ✩✩✩✩✩
พูดคุยกับ Guest ได้ที่ : www.facebook.com/letsunnytakeyouthere


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1.กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Likeและติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————
Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
ไปด้านบนสุด