หากคุณสนใจสามารถติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่
02 105 6234 หรือ CustomerService@Mushroomtravel.com
สนามบินสุวรรณภูมิ หรือ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ในในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร 25 กิโลเมตร เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศไทยแทนท่าอากาศยานดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิเคยให้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ท่าอากาศยานที่มีคุณภาพการบริการดีที่สุดในโลกในปี พ.ศ. 2553
เมืองมิลาน หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก มิลานเป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีประชากรประมาณ 1,308,500 คน และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า “ปาเนตโตเน” อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน มีแกลอรี่ชื่อดัง โบสถ์ที่สวยงาม และโรงละครโอเปร่า
ปราสาทสฟอร์ซ่า เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิลาน เคยเป็นที่พัก-ที่นั่งของขุนนางแห่งมิลาน และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งในทวีปยุโรป สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 อดีตพระราชวังหลวงที่ประทับของผู้ปกครองนครมิลาน นับเป็นปราสาทที่ใหญ่โตอลังกาลแห่งหนึ่งในยุโรป ปัจจุบันเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์และที่เก็บผลงานศิลปะ วัตถุโบราณ เหรียญต่างๆ และเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้ง รูปแกะสลักที่ไม่เสร็จของ มิคาแลงจิโอ
มหาวิหารแห่งมิลาน (Milan Cathedral) เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองมิลาน เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของมิเมือง ซึ่งวิหารตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีระดับความสูง 108.5 เมตรจากพื้นดิน และถูกรายล้อมด้วยยอดแหลมประมาณ 135 ยอดบนหลังคาทำให้มหาวิหารดูสง่า สวยงามแปลกตา
แกลลอเรียวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 เป็นอาคารศูนย์การค้าและห้างเก่าแก่และสง่างามที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมที่ทันสมัย มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองท้า และนาฬิกา แบรนด์เนมชื่อดังมากมาย อาทิ หลุยส์ วิตตอง,พราด้า,เฟอรากาโม่,อาร์มานี่,เวอร์ซาเช่ หรือ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อิสระให้สำรวจสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของอิตาลีตามอัธยาศัย
ในสมัยโรมันเป็นที่ชุมนุมทางเศรษฐกิจการเมือง รวมทั้ง เป็นตลาดขายสมุนไพรเมื่อหลายร้อยปีก่อนด้วย ปัจจุบัน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีน้ำพุ ร้านกาแฟน่ารักน่านั่งเพลินๆ และร้านค้ามากมาย อีกทั้งยังเป็นตลาดขนาดย่อม ที่มีเอกลักษณ์ที่ต่างจากจัตุรัสใหญ่ของเมืองอื่นๆ ภายในจัตุรัส เป็นแหล่งขายผักผลไม้ และขายสมุนไพรด้วย แต่ในช่วงกลางคืนจัตุรัสแห่งนี้จะคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาสังสรรค์กันในยามราตรี
สนามกีฬาโรมันอารีน่า สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณในยุคโรมัน ตั้งอยู่ในเมืองเวโรน่า ประเทศอิตาลี สนามกีฬากลางแจ้งแห่งนี้ สร้างขึ้นใน ค.ศ.30 เป็นที่ใช้แสดงโชว์ ละคร และกีฬาต่างๆ ดึงดูดผู้ชมจากทั่วทุกสารทิศ แต่เดิมด้านนอกของอาคาร สร้างจากหินปูนสีขาวและสีชมพู แต่หลังจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1117 กำแพงด้านนอกก็พังทลายลงเกือบเหมด
บ้านจูเลียต เมืองเวโรนา ที่โด่งดังมาจากนิยายรักอมตะเรื่องเอกของ วิลเลี่ยม เชกส์เปียร์ โรมิโอและจูเลียต เรื่องนี้แต่งจากเรื่องจริงของคู่รักที่อาศัยอยู่ในนครเวโรนา ประเทศอิตาลี ภายในบ้านของจูเลียตจะเห็นระเบียงที่โรมิโอปีนเข้าหาจูเลียต รูปปั้นจูเลียตที่เป็นบรอนซ์ ปั้นโดย N.Costantini ว่ากันว่าใครอยากสมหวังในเรื่องความรักก็ให้ไปจับที่หน้าอกของ จูเลียตเพื่อขอพรให้สมหวังในความรัก
เวนิส (Venice) หรือ เวเนเซีย (Venezia) เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี ได้รับฉายาทั้ง ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน และเมืองแห่งแสงสว่าง เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกัน มีคลองเล็กๆ กว่า 150 คลอง เต็มไปด้วยสะพานกว่า 400 สะพานเชื่อมถึงกัน มีเรือกอนโดล่าเป็นสัญลักษณ์ที่รู้จักกันดีของนักท่องเทีี่ยว รวมทั้งบ้านเรือนสีสันสดใสอายุเก่าแก่เรียงรายกันอยู่ เวนิสเป็นเมืองมรดกโลกและถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่าสุดแสนโรแมนติกของอิตาลีด้วย
ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto Pier) อยู่ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เป็นจุดจอดรับ-ส่ง เป็นท่าล่องเรือที่มีเรือบริการในการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ของเมือง มีการบริการท่องเที่ยวชมทิวทัศน์ธรรมชาติของ 2 ฝั่งคลองโดยทางเรือ นับเป็นเมืองที่คลองมากกว่าถนนอีกเมืองหนึ่งของโลก นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาล่องเรือเพื่อผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่ เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใครโดยใช้เรือแทนรถใช้คลองแทนถนน
จัตุรัสเซนต์มาร์ก หรือ จตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco | Saint Mark Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเวนิส ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม มีโบสถ์ซานมาร์โค หรือ โบสถ์เซนต์มาร์ก เป็นจุดเด่นของลานกว้าง บริเวณรอบๆ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ไว้คอยบริการมากมาย และรอบๆ จัตุรัสยังมีอาคารที่สำคัญสองแห่งคือ หอระฆัง และ หอนาฬิกา อีกด้วย
สะพานสะอื้น หรือบางคนเรียกว่า "สะพานแห่งการทอดถอนใจ” ซึ่งทอดข้ามด้านหลังวังของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ไปยังคุกที่อยู่อีกฟากฝั่งคลอง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้คือจุดหายใจเฮือกสุดท้ายแห่งอิสรภาพของเหล่านักโทษ และคุกแห่งนี้เองเป็นที่คุมขังนักรักกระเดื่องนาม “คาสโนว่า” ซึ่งเขาเป็นนักโทษเพียงคนเดียวที่สามารถแหกคุกนี้หนีออกมาได้ปัจจุบันวังแห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญของเมือง
พระราชวังดอจส์ เป็นที่ทำการของรัฐบาลเวนิสและที่พำนักของผู้ดำรงตาแหน่งเจ้าเมืองในอดีต ตัวอาคารกะทัดรัดในแบบโกธิค เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มากว่า 800 ปีมาแล้ว เมื่อสมัยเวนิสยังเป็นสาธารณรัฐอิสระ ซึ่งเคยร่ำรวยและมีอำนาจมหาศาลและเคยส่งให้มาร์โคโปโลเดินทางไปเมืองจีน เชิญเยียมชมพระราชวังเก่าโบราณเวนิส และเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีตในอดีต
มหาวิหารเซนต์มาร์ก(St Mark’s Basilica)เป็นมหาวิหารสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ซึ่งตั้งอยู่บนจัตุรัสซันมาร์โกกลางเมืองเวนิสมหาวิหารเซนต์มาร์กเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้ชมเข้าชมมากที่สุดด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ทอดยาวมาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 9 ของคริสตจักรจึงทำให้เป็นมหารวิหารที่มีเรื่องราวและตำนานอันน่าสนใจ
โรงงานเป่าแก้วมูราโน เป็นงานสร้างสรรศิลปะที่มีคุณภาพและงานฝีมือของมันไร้ที่ติ มีประเพณีการทำแก้วในเวนิสตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 และเติบโตในความนิยมเป็นอุตสาหกรรมหลักของเมือง ยุคที่เป่าแก้วมูราโน่เป็นแหล่งใหญ่ของความภาคภูมิใจของเมืองและเพื่อรักษาสถานะของกฎหมายสมัยก่อนหลายคนส่งผ่านไปยังช่วยรักษาทางการค้ามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เชิญเลือกชมการผลิตแก้วมูราโนมีชื่อเสียง และซื้อเป็นของฝากของที่ระลึกแด่คนที่รัก
สะพานริอัลโต (Rialto Bridge) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 สะพานนี้มีประวัติที่น่าสนใจเพราะเป็นสะพานที่ทอดข้ามแกรนด์คาเนลเพียงแห่งเดียวมายาวนานเป็นพันปี เดิมเป็นสะพานไม้ ปัจจุบันปรับปรุงซ่อมแซมใหม่เป็นสะพานหินแข็งแรง จนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1854 จึงมีการสร้างสะพานแห่งใหม่ข้ามแกรนด์คะแนลเพิ่มขึ้น สะพานริอัลโตนับว่าเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สำคัญของเวนิส และสามารถะมองเห็นวิวสวยมุมกว้างสวยๆ ของคลองใหญ่ได้ดี และบริเวณรอบๆ สะพานจะมีร้านขายของที่ระลึกมากมาย
สัมผัสกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกที่เป็นมนต์เสน่ห์แห่งเวนิส โดย การล่องเรือกอนโดล่า เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส สู่แกรนด์คาแนล คลองที่กว้างที่สุดของเกาะ และงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่สะพานเรียลอัลโต้ (ใช้เวลา 30 นาที)
เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรียทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่าง เมืองเจนัว และปิซ่า บนทะเลลิกูเรีย และเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร
ชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี เป็นส่วนประกอบของหมู่บ้านหลากสีทั้งห้าแห่ง หมู่บ้านทั้งห้าจากเหนือลงมาใต้ Monterosso, Vernazza, Corniglia, Manarola, และ Riomaggiore ที่อยู่ติดทะเลบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่ชอบการชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของตึกรามบ้านช่องที่ถูกฉาบไว้ด้วย สีสันสะดุดตามากมาย ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสที่อยู่ด้านหลัง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่สวยงาม
พอตโตฟิโน่ (Portofino) เมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก อยู่ในเขตจังหวัดของเจนัว ประเทศอิตาลี ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งเมืองท่า" ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ช (Yatch)จอดเต็มไปหมด พร้อมทั้งตกแต่งด้วยดอกไม้น่ารักดูโรแมนติกตามแบบฉบับของอิตาลี มีร้านขายสินค้าน่ารักๆ และร้านจำหน่าจโปสการ์ดราคาถูกกระจายอยู่รอบๆ เมือง
เมืองปิซา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำอาร์โน เป็นเมืองหลวงของจังหวัดปิซาอยู่ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี อยู่ทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ)ประมาณ 100 กิโลเมตร และทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซียนาปรมาณ 130 กิโลเมตร เชิญเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ 6 มรดกโลก เช่น จตุรัสดูโอโมแห่งปิซา,มหาวิหารปิซา,หอศีลจุ่มเมืองปิซา,หอเอนเมืองปิซา,สุสานนักบุญ,พิพิธภัณฑ์มหาวิหารปิซา
หอเอนแห่งเมืองปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) หอคอยหินอ่อนซึ่งถือเป็นอีกสัญลักษณ์ประเทศอิตาลี และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ของศาสนสถานของชาวคริสต์ ใช้เวลาสร้างนานกว่า 176 ปี แต่เกิดการทรุดตัวลงเมื่อสร้างถึงชั้นที่ 3 จึงหยุดก่อสร้างไป จนอีกประมาณ 100 ปีต่อมาถึงมีผู้สร้างต่อได้จนครบ 8 ชั้น และได้นำระฆังไปติดในอีกร่วม 100 ปีต่อมา จนเสร็จสมบูรณ์เหมือนที่เห็นในปัจจุบัน กาลิเลโอได้เคยมาพิสูจน์ทฤษฏีการตกของวัตถุที่ยอดของหอเอนแห่งนี้
มหาวิหารปิซา (Duomo di Pisa) เป็นมหาวิหารขนาดมหึมา ถูกสร้างขึ้นในปี 1093 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์แบบปิซา เกือบ 1,000 ปี ตั้งอยู่ใจกลางของจัตุรัส Piazza dei Miracoli ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่อันเป็นที่เคารพบูชาสูงสุดและมีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ควบคู่ไปกับหอเอนปิซาซึ่งตั้งอยู่อย่างอิสระ มหาวิหารนี้ยังเป็นโบสถ์ที่ใช้งานอยู่ ในปัจจุบัน
เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองแห่งแหล่งกำเนิดศิลปะของโลก เป็นจุดกำเนิดของยุคเรอเนซองส์หรือยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ก่อนจะแพร่ขยายไปทั่วยุโรป เชิญเที่ยวชมมหาวิหารใหญ่ซึ่งเป็นมหาวิหารที่เรียกว่าดูโอโม หรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ปราสาท แกลอรี่ บาร์ ร้านอาหาร รวมทั้งคลับ และดิสโก้ ทุกสถานที่ๆจะได้พบกับความทันสมัยและความสวยงามตลอดเวลา มีแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆมากมายเพราะเป็นศูนย์กลางของผู้นำแฟชั่น เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมาย
เปียซซา เดล ซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) จัตุรัสใจกลางเมืองฟลอเรนซ์ ที่มีความเก่าเเก่สวยงาม เเละเต็มไปด้วยประติมากรรมชั้นยอด ของศิลปินเอกชาวอิตาเลี่ยนมากมายมาตั้งรวมกัน จนมีคนกล่าวว่ามันเหมือนกับเเกลลอรี่กลางเเจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เเละเต็มไปด้วยงานประติมากรรมที่ทรงคุณค่าเเละประเมินค่าไม่ได้มากมายหลายต่อหลายชิ้นเลยทีเดียว
มหาวิหารฟลอเรนซ์ หรือ มหาวิหารซานตามาเรียเดลฟิโอเร (Florence Cathedral | Santa Maria del Fiore) เป็นมหาวิหารเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 800 ปี เป็นมหาวิหารที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอิตาลีรองลงมาจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่รัฐวาติกัน
โบสถ์ซันตาโคเช่ (Santa Croce) เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค ตั้งอยู่ในเมืองฟรอเรนซ์ โบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บศพบุคคลสำคัญของอิตาลี เช่น ไมเคิลแองเจโล และกาลิเลโอ ตัวโบสถ์ปัจจุบันสร้างขึ้นแทนของเดิมในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ.1294 สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนทั้งหลังแบบสถาปัตกรรมนีโอโกธิค ลวดลายแกะสลักงดงาม อ่อนหวานพริ้วไหวราวมีชีวิต
จัตุรัสไมเคิลแองเจโล เป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียง ชมทัศนียภาพอันงดงามแบบ "พาโนราม่า" 360 องศา ของเมืองฟลอเรนซ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในย่าน Oltrarno ของเมืองด้วย ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองฟลอเรนซ์ เป็นจุดชมวิวมองเมืองเก่าฟลอเร้นซ์ในมุมสูง บริเวณจตุรัสมีรูปจำลอง เดวิด สัญลักษณ์ของคนหนุ่มแข็งแรงผู้รักอิสรภาพ ซึ่งถือเป็นสัญญลักษณ์แห่งความเป็นอิสระ พร้อมชมทัศนียภาพของตัวเมืองที่มีแม่น้ำอาร์โน ไหลผ่านนครที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมโบราณไว้อย่างน่าชื่นชม
สะพานเวคคิโอ (Ponte Vecchio) เป็นสะพานเก่าแก่สุดของเมืองฟลอเรนซ์ ยังคงหลงเหลือมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1333 มีสีเหลืองทองอร่าม บวกกับสองฟากของสะพานถูกสร้างเป็นตึกแถว ซึ่งถูกใช้เป็นร้านขายของ อาคารพาณิชย์ที่เปิดเป็นร้านค้ามากมาย สมัยก่อนเป็นร้านขายเนื้อสัตว์ ต่อมามีการปรับปรุงทัศนียภาพ เลยเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านขายทอง ด้านบนหลังคาของอาคารพาณิชย์ได้ต่อเติมให้เป็นทางเดินลอยฟ้า เชื่อมระหว่างพิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่กับพระราชวังพิตติ
เมืองนาโปลี หรือ เนเปิ้ล เป็นเมืองหลวงของแคว้นกัมปาเนีย อยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลี ติดกับอ่าวเนเปิลส์ กึ่งกลางระหว่างพื้นที่ภูเขาไฟ2แห่ง คือ ภูเขาไฟวิสุเวียสและกัมปีเฟลเกรย์ และถือเป็นเมืองท่าของเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตเมดิเตอเรเนียนที่สำคัญ มีชื่อเสียงในด้านความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร เป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลีมาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา โดยเป็นท่าเรือที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
ชายฝั่งทะเลอามาลฟี (Amalfi Coast) เป็นแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอ่าว Salerno บนทะเล Tyrrhenian ทางตอนใต้ของอิตาลี ในปี 1997 ชายฝั่ง Amalfi ยังได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโกอีกด้วย สถานที่อันสวยงามของ Amalfi coast คืออ่าวที่มีเสน่ห์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นหนึ่งในชายฝั่งที่งดงามที่สุดของทวีปยุโรป ถนนชายฝั่งที่คดเคี้ยวผ่านหมู่บ้านชาวประมงบนหน้าผาสูงชัน มีวิวทิวทัศน์อันอันสวยสดงดงาม และความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมยุคกลาง
เมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento City)เป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ ตั้งอยู่ในภาคใต้ของอิตาลี และยังมีอีกชื่อหนึ่งคือ เมืองนางเงือก มีท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลใส อากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศริมชายฝั่งส่วนจะเป็นหน้าผาสูง สลับกับหาดทรายเล็กๆพอให้ลงเล่นน้ำได้ มีภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตามีสีสันที่ไม่เหมือนที่ใด ทั้งบ้านเรือนสีสวยที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา ในขณะที่ร่มชายหาดสีสดกางเป็นแถวแนวอยู่เบื้องล่าง สามารถเดินทางเที่ยวชมได้โดยการใช้บริการรถนำเที่ยว เช่น City Singhtseeing Bus , Sorrento Fun Tour เป็นต้น
เกาะเล็กๆที่มีธรรมชาติสวยงาม เป็นสถานที่ตากอากาศของบุคคลสำคัญๆมาช้านานซึ่งรายได้หลักของเกาะนี้มาจาก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สู่ชุมชนคาปรีอันเก่าแก่ตั้งรกรากมาแต่บรรพบุรุษจนกลายเป็นศูนย์กลางของเกาะ ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการท่องเที่ยวและตากอากาศ ร้านรวงเปิดให้บริการนักช้อปปิ้งได้เลือกสรร
เมืองเก่าที่ได้รับการจัดตั้งเป็น'พิพิธภัณฑ์เมืองปอมเปอี'ซึ่งอดีตเต็มไปด้วยงานศิลปะและวัฒนธรรมที่ถูกกลืนหายไปจากการระเบิดของภูเขาไฟวิซูเวียสในคศ79 เถ้าถ่านลาวาได้ไหลทับถมเมืองหายไปทั้งเมืองจมอยู่ใต้ดินกว่า1,500ปี เคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ตลาดและห้องแถว สนามกีฬา โรงละคร วิหาร โรงอาบนํ้าสาธารณะ หอนางโลม โรงแรมถึง 130 แห่ง หลังจากการขุดสำรวจในศตว16 ภาพชีวิตของชาวโรมันกว่าสองพันปีได้ปรากฏแก่สาธารณะชน เชิญสัมผัสได้ถึงชีวิตที่หรูหราในปอมเปอีและพลังอำนาจของธรรมชาติ
เมืองเนเปิลส์ (Naples) หรือที่นิยมเรียกเป็นภาษาอิตาลีว่า เมืองนาโปลี (Napoli) คืออีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยเฉพาะบริเวณใจกลางของเมืองเนเปิลส์ยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (Unesco) ให้เป็นมรดกโลก ในปี 1995
นครวาติกัน (Vatican) ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ถือเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นครแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ผู้เป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นครวาติกันนี้เป็นรัฐอิสระ จัดว่าเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชม เช่น พิพิธภัณฑ์วาติกัน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งออกแบบโดยมีเกลันเจโล เป็นต้น
จัตุรัส เซนต์ ปีเตอร์ส (Saint Peter’s Square) เป็นลานวงกลมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของนครรัฐวาติกันอย่าง มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือ มหาวิหารนักบุญเปโตร (St. Peter’s Basilica)
เฟียต้า (Pieta) งานประติมากรรมหินอ่อนโดยฝีมือของมีเกลันเจโล บูโอนาร์โรตี (ไมเคิลแองเจลโล) เป็นรูปพระแม่มารีย์ประทับบนแท่นหิน ขณะที่รองรับพระศพของพระบุตรไว้ในท่าพาดบนตักหลังจากที่ถูกนำลงจากไม้กางเขน Pieta ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากหินอ่อนบริสุทธิ์ สูง 5 ฟุต 9 นิ้ว เป็นประติมากรรมที่มองแล้วแสดงถึงอารมณ์ แววตา สีหน้าอันเศร้าของพระแม่มารีย์ และถือเป็นผลงานอันงดงามมากที่สุดชิ้นนึงของโลกเลยที่เดียว ปัจจุบัน Pieta ตั้งอยู่ที่มหาวิหารนักบุญเปโตร
โคลอสเซี่ยม (Colosseum) สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคประวัติศาสตร์ ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณ โดดเด่นในด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม โดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน เชิญชมความยิ่งใหญ่ในอดีตของจักรวรรดิโรมันโบราณ ที่มีอายุกว่า 2,500 ปี สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน
น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่ที่เทรวี ริโอเนในกรุงโรมในประเทศอิตาลี เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร ออกแบบโดย Francesco Salvi เริ่มเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง "Three Coins in the Fountain" กลางน้ำพุจะมีรูปสลักหินอ่อนเป็นรูปเทพเจ้าเนปจูน (Neptune) ซึ่งเทพเจ้าเนปจูนนี้จะทรงประทับมาบนรถม้ามีปีก ซึ่งซ่อนความหมายเอาไว้ว่าจะนำพามาซึ่งความเจริญมั่งคั่งแก่กรุงโรมแห่งนี้ มีความเชื่อกันว่า หากโยนเหรียญหนึ่งเหรียญลงในสระน้ำพุเทรวี่ จะสามารถขอพรให้สมหวังได้หนึ่งข้อ
มหาวิหารแพนธีออนแก่งกรุงโรม เป็นมหาวิหารจากยุคโรมันที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน โดยถูกสร้างขึ้นในช่วง 27 ปีก่อนคริสตกาลโดยเลียนแบบศิลปะกรีก ต่อมาได้รับการฎิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.118 โดยตัววิหารถูกออกแบบให้มีความกว้าง 142 ฟุต และสูง 142 ฟุต บริเวณประตูทางเข้าทำจากโลหะสีทองบรอนซ์ที่มีน้ำหนักถึง 20 ตัน และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาวิหารแห่งนี้คือ "โอคูลุส" หรือช่องแสงขนาดใหญ่ตรงกลางหลังคาโดม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นทางเชื่อมระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า
บันไดสเปน (Spanish Steps) ถูกเรียกชื่อตามสถานฑูตสเปน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณนั้น ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน ชื่อ Francesco de Sanctis เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1723 ถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม และยังเป็นแหล่งพบปะของหนุ่มสาว ผู้คนชอบที่จะมานั่งเรียงรายบนบันไดแห่งนี้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม และของชำร่วยชื่อดังของกรุงโรมอันมีชื่อเสียง อย่างไรก็ตามโปรดระวังกระเป๋าเงินและสิ่งของมีค่าด้วย เพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุกชุมของมิจฉาชีพทั้งหลาย
สนามบินสุวรรณภูมิ หรือ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ในในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ห่างจากใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร 25 กิโลเมตร เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศไทยแทนท่าอากาศยานดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิเคยให้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ท่าอากาศยานที่มีคุณภาพการบริการดีที่สุดในโลกในปี พ.ศ. 2553