ถ้าพูดถึงดินแดนในฝัน พี่เห็ดเชื่อว่า “แลปแลนด์” ต้องเป็นหนึ่งคำตอบที่อยู่ในใจของใครหลายคนแน่ๆ เพราะดินแดนขั้วโลกเหนือแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังมีกิจกรรมหลากหลาย ให้เราได้ไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่หาไม่ได้ที่ไหน ไม่ว่าจะชมแสงเหนือ ขี่กวางเรนเดียร์ นั่งรถเลื่อนสุนัข หรือตกปลาน้ำแข็ง เพื่อนๆ คนไหนสนใจหรือกำลังวางแผนเดินทางอยู่ มาเตรียมเก็บข้อมูลกันได้เลย เพราะวันนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล ได้รวบรวมข้อมูลในการ เที่ยวแลปแลนด์ พร้อม 7 ไฮไลต์สวยๆ มาฝาก จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกัน!
ทำความรู้จัก แลปแลนด์

แลปแลนด์ ( Lapland ) เป็นชื่อเรียกภูมิภาคที่อยู่ตอนเหนือสุดของทวีปยุโรป ครอบคลุมพื้นที่ 4 ประเทศ ได้แก่ ตอนเหนือของนอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และบางส่วนของรัสเซีย แต่พื้นที่ที่คนนิยมไปเที่ยวกันมากที่สุดก็คือ ฟินแลนด์ เป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศบริสุทธิ์ และบรรยากาศแบบเมืองหนาวที่แสนโรแมนติก อากาศที่แลปแลนด์จะหนาวจัดและมีหิมะปกคลุมเกือบทั้งปี เมื่อรวมเข้ากับภูมิประเทศแบบนอร์ดิกที่มีทั้งภูเขา โขดหิน แม่น้ำ ลำธาร ทะเลสาบ และป่าสนขนาดใหญ่ จึงทำให้ทัศนียภาพสวยงามราวกับเทพนิยายเลยค่ะ

นอกจากนี้แลปแลนด์ยังตั้งอยู่บริเวณที่เส้นอาร์กติกเซอร์เคิลพาดผ่านพอดี ทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติหายาก ทั้ง แสงเหนือ และ พระอาทิตย์เที่ยงคืน ซึ่งมีให้เห็นเพียงไม่กี่แห่งบนโลก จึงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและกิจกรรมฤดูหนาว แถมยังถูกใจเด็กๆ เพราะที่นี่เป็นที่รู้จักในฐานะ “บ้านเกิดของซานตาคลอส” อีกด้วย
เที่ยวแลปแลนด์ ช่วงไหนดี ?

แลปแลนด์ สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู เพราะบรรยากาศแต่ละช่วงมีเสน่ห์ต่างกัน แบ่งได้เป็น 4 ฤดู คือ
1. ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) อุณหภูมิประมาณ -5 ถึง 3 องศาเซลเซียส อากาศอบอุ่นขึ้นจากฤดูหนาว แต่ยังมีหิมะ
2. ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อุณหภูมิประมาณ 7 – 12 องศาเซลเซียส ธรรมชาติเขียวขจี ช่วงนี้กลางวันยาวนานกว่ากลางคืน ทำให้เห็นปรากฏการณ์ พระอาทิตย์เที่ยงคืน หรือพระอาทิตย์ไม่ตกเลยตลอด 24 ชม.
3. ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม) อุณหภูมิประมาณ 0 – 6 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ใบไม้ผลัดใบ ชมบรรยากาศ ใบไม้เปลี่ยนสี สวยงามน่าทึ่ง เหมาะแก่การมาถ่ายรูป ชมวิวทิวทัศน์
4. ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) อุณหภูมิประมาณ -4 ถึง – 13 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่อาจลดต่ำถึง -30 องศาเซลเซียส มีหิมะปกคลุมหนา ทุกที่กลายเป็นสีขาวโพลน ถือเป็นช่วงที่คนนิยมไปเที่ยวแลปแลนด์มากที่สุด มีช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานกว่ากลางวัน หรือพระอาทิตย์ไม่ขึ้นเลยติดต่อกันหลายวัน เหมาะกับการชม แสงเหนือ
ไฮไลต์ ที่เที่ยวแลปแลนด์
1. ตามล่า แสงเหนือ

เป้าหมายส่วนใหญ่ของคนที่มา เที่ยวแลปแลนด์ คือ การตามล่าแสงเหนือ หรือ ออโรรา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่จะเห็นได้ในคืนที่ฟ้ามืดสนิท ตั้งแต่เดือนกันยายน – มีนาคม และจะเห็นได้ชัดที่สุดในเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วง Polar Night ที่ดวงอาทิตย์แทบจะไม่โผล่พ้นขอบฟ้าเลย ทำให้ช่วงกลางคืนยาวนานมาก พิกัดแนะนำ เช่น หมู่บ้านออโรร่า (Aurora Village) ในเมืองอิวาโล (Ivalo) ประเทศฟินแลนด์, อุทยานแห่งชาติอาบิสโก (Abisko National Park) ประเทศสวีเดน หรือ เมืองทรอมโซ (Tromso) ประเทศนอร์เวย์
2. หมู่บ้านซานตาคลอส (Santa Claus Village)

ต่อกันด้วยที่ เที่ยวแลปแลนด์ สุดฮิตอย่าง หมู่บ้านซานตาคลอส ในเมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi) ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดอย่างเป็นทางการของคุณลุงซานต้า เปิดให้บริการตลอดทั้งปีพร้อมบรรยากาศคริสต์มาสอันแสนอบอุ่น นอกจากจะได้ถ่ายรูปกับซานต้าตัวจริง ยังมีกิจกรรมมากมายให้สนุกกัน เช่น นั่งเลื่อนกวางเรนเดียร์, ส่งโปสต์การ์ดที่ประทับตราสุดพิเศษ, ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเหล่าเอลฟ์ ก้าวข้ามวงกลมอาร์กติก และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองของแลปแลนด์ ถ้ามาเที่ยวช่วงเดือนกันยายน – มีนาคม จะสามารถชมแสงเหนือจากที่นี่ได้ด้วย คุ้มสุดๆ
เวลาเปิด – ปิด : ประมาณ 09.00 – 18.00 น. (แต่ละโซนอาจมีเวลาเปิด – ปิดต่างกัน)
เว็บไซต์ : https://santaclausvillage.info/fi/
วิธีการเดินทาง :
– นั่งแท็กซี่หรือรถบัสสาย 8 จากใจกลางเมืองโรวาเนียมิมาลงหมู่บ้านซานตาคลอส
– นั่ง Santa’s & Airport Express วิ่งระหว่างหมู่บ้านซานตาคลอส ใจกลางเมือง และสนามบิน (เฉพาะเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม)
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/AsU5GnM89xDB5VSX7
3. นั่งรถเลื่อนสุนัขฮัสกี้

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมา เที่ยวแลปแลนด์ คือ การนั่งรถเลื่อนสุนัขฮัสกี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตดั้งเดิมของชนพื้นเมืองภูมิภาคอาร์กติก ที่ใช้สุนัขลากเลื่อนเพื่อเดินทาง ขนของ ล่าสัตว์ มานานกว่า 3,000 ปี ปัจจุบันมีหลายฟาร์มที่เปิดให้บริการ เช่น เมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi), เลวี (Levi) หรือ รานัว (Ranua) โดยจะใช้สุนัข 4 – 6 ตัว ต่อเลื่อนหนึ่งคัน พานักท่องเที่ยวไปตะลุยหิมะ ชมทัศนียภาพอันสวยงามของผืนป่าและทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง มีให้เลือกตั้งแต่ระยะทางสั้นๆ 30 นาทีไปจนถึง 3 ชั่วโมง
4. สวนสัตว์รานัว (Ranua Wildlife Park)

สวนสัตว์รานัว เป็นที่เที่ยว Lapland ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนทางตอนเหนือ ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เหมาะสำหรับสัตว์อาร์กติก โดยที่นี่มีสัตว์อาร์กติก 50 สายพันธุ์ รวมกว่า 150 ตัว เช่น นกเค้าแมวหิมะ, วูล์ฟเวอรีน, กวางเรนเดียร์, วัวมัสค์, หมีขั้วโลก และอีกมากมาย ในช่วงฤดูร้อนจะมีกิจกรรมพาทัวร์ชมชีวิตสัตว์หลังเวลาปิดทำการ ในคืนที่ไร้ความมืด ส่วนในฤดูหนาวก็จะมีกิจกรรมขี่สโนว์โมบิล นั่งเลื่อนหิมะที่ลากโดยม้าพันธุ์ฟินน์และสุนัขฮัสกี้ด้วย
เวลาเปิด – ปิด : 10.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 26.50 ยูโร / เด็ก (อายุ 4 – 14 ปี) 22 ยูโร
เว็บไซต์ : https://ranuaresort.com/
วิธีการเดินทาง : นั่งรถบัส Matkahuolto จากเมืองโรวาเนียมิ มาลงสวนสัตว์ประมาณ 1 ชั่วโมง
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/o8M7JHBMSKtT5aW3A
5. พิพิธภัณฑ์ซีดาซามิ (Siida Sami Museum)

ใครชอบเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต้องมาที่ พิพิธภัณฑ์ซีดาซามิ ในเมืองอินาริ ของฟินแลนด์ เป็นที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชาวซามิ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 10,000 ปี รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่โบราณวัตถุ ภาพถ่าย งานศิลปะ ไปจนถึงอาคารและสิ่งปลูกสร้างเกือบ 50 หลังในโซนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ทั้งยังมีนิทรรศการชั่วคราวที่จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีสินค้า เครื่องประดับ สิ่งทอ งานหัตถกรรมสวยๆ ให้ซื้อกลับไปเป็นของฝากด้วย
เวลาเปิด – ปิด :
– ตุลาคม – พฤษภาคม : วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น.
– มิถุนายน – กันยายน : ทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 18 ยูโร / เด็ก (อายุ 7 – 17 ปี) 7 ยูโร
เว็บไซต์ : https://siida.fi/
วิธีการเดินทาง : รถยนต์จากสนามบิน Ivalo ประมาณ 50 กม.
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/ujJz4KBGs5x75ZBj7
6. ล่องเรือเรือตัดน้ำแข็งแซมโป (Icebreaker Sampo)

ต่อกันด้วยประสบการณ์สุดตื่นเต้นอย่าง การล่องเรือตัดน้ำแข็งแซมโป ที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อใช้ตัดน้ำแข็งในอ่าวบอทเนีย หลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นานกว่า 30 ปี ก็ถูกปลดประจำการและเปลี่ยนมาให้บริการนักท่องเที่ยวแทน ในโปรแกรมมีกิจกรรมมากมาย ทั้งการทัวร์ชมเรือ, ชมการตัดน้ำแข็ง ลงไปเดินบนแผ่นน้ำแข็งกลางทะเล หรือลอยตัวในน้ำก็ได้ พอกลับเข้าฝั่งก็จะได้ประกาศนียบัตรด้วย
ค่าบริการ : ราคาแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก
วิธีการเดินทาง : มีบริการรถบัสรับส่งจากเมือง โรวาเนียมิ (Rovaniemi), เคมิ (Kemi), ฮาพารันดา (Haparanda) และทอร์นิโอ (Tornio) มาที่ท่าเรือ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/94N5E5hj5jNBbCrp8
7. Snow Experience 365

ปิดท้ายด้วยที่ เที่ยวแลปแลนด์ สวยๆ อย่าง Snow Experience 365 ในเมืองเคมิ ประเทศฟินแลนด์ เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการขนาด 400 ตารางเมตร ที่มีอุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี ด้านในมีประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งที่เปลี่ยนธีมไปเรื่อยๆ ตามช่วงเวลา รวมถึงสไลเดอร์น้ำแข็ง, บัลลังก์น้ำแข็ง และบาร์น้ำแข็ง ในช่วงเดือนมกราคม – ต้นเดือนเมษายน ด้านนอกจะมีสวนสนุกกลางแจ้ง SnowCastle Winter Park พร้อมสไลเดอร์หิมะ, เขาวงกตหิมะ และรถเลื่อน Hoijakka ให้สนุกกันอีกด้วย
เวลาเปิด – ปิด : 06.30 – 21.30 น. (วันอาทิตย์เปิด 07.00 น.)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 30 ยูโร / เด็ก (อายุ 4 – 14 ปี) 18 ยูโร
เว็บไซต์ : https://experience365.fi/
วิธีการเดินทาง : นั่งแท็กซี่จากสถานีรถไฟเคมิ (ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร)
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/qUeqJLyuU5LyyZi6A
ใครอยากไปเที่ยว Lapland พี่เห็ดแนะนำว่าการเดินทางไปกับทัวร์ยังคงเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด เพราะความหนาวเย็นบวกกับสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ทำให้การเดินทางด้วยรถสาธารณะอาจไม่สะดวกเท่าที่ควร ประกอบกับเส้นทางที่ให้บริการก็อาจจะไม่ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ หากใครขับรถเป็น มีใบขับขี่สากลพร้อม อาจจะเลือกเช่ารถขับเองได้ แต่ถ้าอยากเที่ยวแบบสบายๆ เลือกไปเที่ยวกับมัชรูมทราเวลได้เลย สนุกแน่นอน !
