ชวนทุกคนไป เที่ยวเซนได ประเทศญี่ปุ่น…!! สำหรับใครที่เคย เที่ยวญี่ปุ่น เก็บเมืองหลักอย่างโตเกียว โอซาก้าครบแล้ว และอยากหาโลเคชันใหม่ๆ วันนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล ขอนำเสนอ เซนได เลยค่ะ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าเซนไดมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง บทความนี้พี่เห็ด มี 11 ที่เที่ยว เซนได ทั้งแลนด์มาร์กยอดนิยม และจุดไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด มาแนะนำแบบครบจบในที่เดียว จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูกัน
ทำความรู้จัก เซนได
เซนได (Sendai) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดมิยางิ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยบรรยากาศเมืองขนาดกลางที่ไม่แออัด ภายในเมืองมีทั้งแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์ ถนนช้อปปิ้ง ตลาด และคาเฟ่กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง และเนื่องจากเซนไดเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคโทโฮคุ ทำให้เดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างสะดวก เช่น ยามากาตะ หรือ ฟุกุชิมะ ซึ่งเต็มไปด้วยที่เที่ยวธรรมชาติ ออนเซ็น และจุดชมวิวชื่อดัง แถมปัจจุบันการเดินทางไปเซนไดสะดวกมากขึ้น เพราะมีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย ทำให้ไม่ต้องต่อเครื่องหลายรอบ

ในส่วนของสภาพอากาศในเซนไดมีด้วยกัน 4 ฤดู ได้แก่
1. ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – พ.ค.) เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิ 7 – 20 องศาเซลเซียส มีดอกซากุระบานช่วงกลางเดือนเมษายน
2. ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.) อุณหภูมิจะอบอุ่นขึ้นแต่ไม่ร้อนจัด เดือนที่ร้อนที่สุดคือ เดือนสิงหาคม อุณหภูมิประมาณ 20 – 35 องศาเซลเซียส
3. ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. – พ.ย.) อากาศจะกลับมาเย็นอีกครั้ง อุณหภูมิประมาณ 7 – 16 องศาเซลเซียส บรรยากาศโรแมนติกจากใบไม้เปลี่ยนสี ชมได้ช่วงเดือนพฤศจิกายน
4. ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.) อากาศจะหนาวเย็นมาก อุณหภูมิประมาณ -2 ถึง 8 องศาเซลเซียส หิมะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ทำให้ทิวทัศน์สวยงามราวกับอยู่ในนิทาน เดือนที่หนาวที่สุดคือ เดือนมกราคม มีหิมะหนาแน่นจนถึงเดือนกุมภาพันธ์
11 ที่เที่ยว เซนได ห้ามพลาด
1. ปราสาทอาโอบะ (Aoba Castle)

ปราสาทอาโอบะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปราสาทเซนได (Sendai Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1600 เป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่บนภูเขาอาโอบะ สูงราว 100 เมตรเหนือเมืองเซนได ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบพาโนรามา เดิมทีปราสาทแห่งนี้เคยเป็นฐานอำนาจหลักของตระกูลดาเตะ แต่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้และสงคราม จนเหลือเพียงกำแพงหิน ประตูจำลอง และโบราณสถานบางส่วน ภายในพื้นที่มี รูปปั้น Date Masamune ผู้ก่อตั้งเมืองเซนไดและไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลในภูมิภาคโทโฮคุ เป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปเช็กอินกัน และถ้ามาเที่ยวช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังตก บรรยากาศจะยิ่งสวยงามโรแมนติกมากขึ้นไปอีก แถมบริเวณพื้นที่ยังมีพิพิธภัณฑ์ให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อีกด้วย
เว็บไซต์ : https://honmarukaikan.com/
การเดินทาง : นั่งรถบัส Loople Sendai จากสถานี Sendai ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/oAm8MFbkDdbo7rR79
2. สุสานซูอิโฮเดน (Zuihoden Mausoleum)

สุสานซูอิโฮเดน เป็น ที่เที่ยว เซนได เชิงประวัติศาสตร์ที่เงียบสงบ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสนซีดาร์ในเมืองเซนได บรรยากาศร่มรื่นตั้งแต่ทางเดินขึ้นไปยังพื้นที่ด้านบน ภายในเป็นที่ฝังศพของ Date Masamune และสมาชิกตระกูลดาเตะหลายรุ่น ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โมโมยามะ ที่มีลวดลายแกะสลักของยุคโมโมยามะ ไฮไลต์อยู่ที่ประตูเนฮันมง ทางเข้าสำคัญที่ประดับด้วยลวดลายมงคลและสัญลักษณ์ของตระกูลอย่างประณีต เมื่อเดินเข้าไปจะเจอกับตัวสุสานสีดำที่ตกแต่งด้วยทองอย่างวิจิตร และพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของใช้โบราณ
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 16:50 น. (เดือน ธ.ค. – ม.ค. ปิดประมาณ 16:20 น.)
ค่าเข้าชม : 570 เยน
เว็บไซต์ : https://www.zuihoden.com/en/
การเดินทาง : นั่งรถบัส Loople Sendai จากสถานี Sendai ลงป้าย Zuihoden
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/qcNhFmcqM34soQzm6
3. กินซังออนเซ็น (Ginzan Onsen)

มา เที่ยวเซนได ต้องห้ามพลาด! กินซังออนเซ็น หมู่บ้านออนเซ็นชื่อดังในจังหวัดยามากาตะ ห่างจากเซนไดประมาณ 90 กิโลเมตร อาจจะต้องนั่งรถต่อมาอีกหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน ที่นี่เป็นเรียวกังไม้ที่ตั้งเรียงรายสองฝั่งแม่น้ำกินซัง มีโคมไฟที่เปิดส่องสว่างตลอดคืน บรรยากาศดูอบอุ่นเหมือนย้อนเวลากลับไปญี่ปุ่นยุคเก่า เพื่อนๆ สามารถเดินเล่นเลียบลำธาร แช่ออนเซ็น หรือแช่เท้าฟรีได้แบบฟินๆ ตามจุดต่างๆ พร้อมถ่ายรูปมุมคลาสสิกที่หลายคนบอกว่าคล้ายฉากในอนิเมะเรื่อง Spirited Away นอกจากนี้ภายในหมู่บ้านยังมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านเช่าชุดย้อนยุคสไตล์ไทโชให้เช่าใส่ถ่ายรูปด้วย ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม บรรยากาศจะยิ่งสวยงามขึ้นเป็นพิเศษ
การเดินทาง : จากเซนได นั่งรถไฟ JR Shinkansen ไปสถานี Oishida แล้วต่อรถบัสประมาณ 40 นาที (รวมเวลาประมาณ 2 – 2.5 ชั่วโมง)
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/pEUMFchLZZLnPoa97
4. ถนนโจเซ็นจิ โดริ (Jozenji-dori Avenue)

ถนนโจเซ็นจิ โดริ เป็นถนนแลนด์มาร์กของเมืองเซนไดที่โดดเด่นด้วยต้นเซลโควาญี่ปุ่น เรียงรายตลอด 2 ข้างทาง บริเวณทางเดินตรงกลางถนนมีประติมากรรมศิลปะสไตล์ยุโรป เช่น ผลงานของ Emilio Greco ประติมากรชื่อดังชาวอิตาลี ที่มีผลงานจัดแสดงในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งยังเป็นถนนที่เชื่อมต่อไปยังย่านช้อปปิ้ง ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารหลากหลายสไตล์ ทอดยาวถึงสถานีเซนได และพลาดไม่ได้กับไฮไลต์สำคัญในช่วงฤดูหนาวกับงาน Sendai Pageant of Starlight ที่จะประดับไฟทั่วทั้งถนนอย่างสวยงาม และช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นโทนสีทอง มาเที่ยวช่วงนี้ถ่ายรูปสวยสุดๆ
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Sendai Subway สาย Namboku มาลงที่สถานี Kotodai-koen
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/wENaSKpJKo1xTMPs8
5. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนได อูมิโนะโมริ (Sendai Umino Mori Aquarium)

ที่เที่ยว เซนได ที่ต่อมา พี่เห็ดขอพามาที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเซนได อูมิโนะโมริ อควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9,900 ตารางเมตร ภายในแบ่งออกเป็น 2 ชั้น จัดแสดงสัตว์น้ำกว่า 50,000 ตัว จาก 300 สายพันธุ์ มีตู้ปลาขนาดยักษ์ที่จำลองมาจากทะเลซันริคุ มีฝูงปลาซาร์ดีนว่ายรวมกันนับหมื่นตัว พร้อมโชว์แสง สี เสียงแบบโปรเจกชันแมปปิงที่น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ นอกจากนี้ยังมีโซนสัตว์ทะเลจากทั่วโลก ห้องแมงกะพรุนสุดแฟนตาซี และโซนสัตว์น่ารักอย่างเพนกวินที่สามารถเดินชมได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงโชว์โลมาและสิงโตทะเลในสเตเดียมขนาดใหญ่ ใครอยากสัมผัสโลกใต้ทะเลแบบเต็มอิ่มต้องมา!
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 17:30 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 2,400 เยน / เด็กมัธยม 1,700 เยน / เด็กประถม 1,200 เยน / เด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบ 700 เยน
เว็บไซต์ : https://www.uminomori.jp/umino/
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Senseki จากสถานี Sendai มาลงสถานี Nakanosakae แล้วต่อรถบัสฟรีประมาณ 7 นาที
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/HjeKRZm571qLM5F28
6. JR ฟรุตพาร์ค เซนได อาราฮามะ (JR Fruit Park Sendai Arahama)

JR Fruit Park Sendai Arahama เป็นฟาร์มผลไม้ชื่อดังในเมืองเซนได ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเก็บเกี่ยวผลไม้และผักตามฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี องุ่น แอปเปิ้ล หรือผักสดๆ จากแปลง ภายในยังมีพื้นที่กว้างขวางให้เดินเล่น พร้อมทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และโซนจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ทำให้สามารถเที่ยว กิน และพักผ่อนได้ครบจบในที่เดียว
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 16:00 น.
ค่าเข้าชม : แต่ละกิจกรรมราคาแตกต่างกัน แนะนำให้ตรวจสอบทางเว็บไซต์
เว็บไซต์ : https://stbl-fruit-farm.jp/arahama/
การเดินทาง : นั่งรถไฟไปลงสถานี Arai จากนั้นขึ้นรถบัส Sendai City Bus ไปลงที่ป้าย Sendai City Arahama Elementary School และเดินต่ออีกประมาณ 500 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/AKUTmuqPbybxMaCQA
7. โรงกลั่นวิสกี้นิกกะ เซนได (Nikka Whisky Sendai Factory)

โรงกลั่นวิสกี้นิกกะ เซนได หรือ Miyagikyo Distillery เป็น ที่เที่ยว เซนได เชิงอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดมิยางิ ห่างจากตัวเมืองเซนไดประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อตั้งโดย Masataka Taketsuru ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิสกี้ของญี่ปุ่น ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกระบวนการผลิต ตั้งแต่การหมัก กลั่น ไปจนถึงการบ่มในถังไม้โอ๊ก พร้อมไกด์ให้ข้อมูลอย่างละเอียด และปิดท้ายด้วยการชิมวิสกี้ พลาดไม่ได้กับร้านขายของที่ระลึกที่จำหน่ายวิสกี้รุ่นพิเศษอย่าง “Single Malt Miyagikyo” รสชาติพรีเมียม นุ่มนวล และกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้แห้ง ไปถึงถิ่นก็อย่าลืมซื้อกลับไทยสักขวดสองขวดนะคะ
เวลาเปิด-ปิด : 09:00 – 16:30 น.
เว็บไซต์ : https://www.nikka.com/
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Senzan ไปลงสถานี Sakunami จากนั้นต่อรถรับส่งฟรีไปยังโรงกลั่น
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/vDYGCbSnQ9RcNeow7
8. สวนสาธารณะฟุนาโอกะ โจชิ (Funaoka Joshi Park)

สวนสาธารณะฟุนาโอกะ โจชิ เป็นสวนประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมืองชิบาตะ จังหวัดมิยางิ ห่างจากเมืองเซนไดประมาณ 25 กิโลเมตร บรรยากาศเป็นสวนบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำชิโรอิชิ และแนวต้นซากุระยาวสุดสายตา หากมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณกลางเดือนเมษายน จะได้เห็นซากุระบานนับพันต้นตลอดแนวแม่น้ำ หรือที่เรียกว่า Hitome Senbonzakura ซึ่งเป็นจุดชมซากุระชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ และยังมีไฮไลต์อย่าง การนั่งรถราง Slope Car ขึ้นไปยังจุดสูงสุดเพื่อชมวิวเมือง ภูเขา และผ่านอุโมงค์ซากุระที่บานสะพรั่งเต็มสองข้างทาง ระยะทางประมาณ 300 เมตร ด้านบนจะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม Funaoka Peace Kannon สูง 24 เมตร ให้สักการะ และมีสวนดอกไม้ที่ปลูกพืชหลากหลายชนิด ทำให้สามารถมาเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Tohoku จาก Sendai มาลงที่สถานี Funaoka จากนั้นต่อรถบัส แท็กซี่ หรือเดินไปยังสวน (ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร)
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/AK42MB8Fa4SPLE2k8
9. ซาโอะหมู่บ้านจิ้งจอก (Zao Fox Village)

ไป เที่ยวเซนได กันต่อที่ ซาโอะหมู่บ้านจิ้งจอก ที่เที่ยวธรรมชาติสุดน่ารักในจังหวัดมิยางิ ตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาซาโอะ ห่างจากเซนไดประมาณ 50 กิโลเมตร ภายในเป็นพื้นที่เปิดกว้างที่มีจิ้งจอกมากกว่า 100 ตัว อาศัยอยู่แบบกึ่งธรรมชาติ สามารถเดินชมดูการใช้ชีวิต และถ่ายรูปกับน้องๆ ได้อย่างใกล้ชิดแบบไม่มีกรงกั้น แต่ห้ามจับนะคะเดี๋ยวจะถูกกัดได้ ถ้าเป็นไปได้พี่เห็ดขอแนะนำให้มาช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่จิ้งจอกมีขนฟูหนาน่ารักมากที่สุด อีกทั้งทั่วพื้นที่ยังปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกนิทานเลยค่ะ
เวลาเปิด-ปิด :
– ฤดูร้อน 09:00 – 16:30 น.
– ฤดูหนาว 09:00 – 16:00 น.
** ปิดทุกวันพุธ และเวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากสภาพอากาศ
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / เด็ก (อายุต่ำกว่า 12 ปี) เข้าชมฟรี
เว็บไซต์ : http://zao-fox-village.com/
การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR จากสถานี Sendai มาลงที่สถานี Shiroishi-Zao จากนั้นนั่งรถ Castle Kun Bus มาลงป้าย Kawarago Dam หรือแท็กซี่ต่อมายังหมู่บ้าน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/5tUk9pd1AGkc3a6T8
10. ซาโอะ โรปเวย์ (Zao Ropeway)

ซาโอะ โรปเวย์ กระเช้าลอยฟ้าที่จะพาเพื่อนๆ ขึ้นสู่ยอดภูเขาซาโอะ ในจังหวัดยามากาตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดใกล้เซนได สามารถชมวิวธรรมชาติได้แบบพาโนรามา เป็นที่เที่ยวที่สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู โดยฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมวิวภูเขาที่เริ่มเขียวสดและมีดอกไม้ผลิบาน ฤดูร้อนท้องฟ้าจะโปร่งใสเป็นพิเศษ ฤดูใบไม้ร่วงภูเขาจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม และเหลืองทองจากใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูหนาวถือเป็นช่วงไฮไลต์ เพราะจะได้เห็น “Snow Monsters” หรือหิมะเกาะต้นไม้สีขาวโพลนที่มีรูปร่างแปลกตาและหาชมได้ยาก ใครมาเที่ยวเซนไดห้ามพลาดที่นี่เลย
เวลาเปิด-ปิด : 08:30 – 17:00 น.
ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ 4,400 เยน / เด็ก 2,200 เยน (ไป-กลับ)
เว็บไซต์ : https://zaoropeway.co.jp/summer/index.php
การเดินทาง : นั่งรถบัสจากเซนไดไป Zao Onsen แล้วต่อ Ropeway
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/1oQKeSt4Zu6M4HZq8
11. คลิสโร้ด เซนได (Clis Road Sendai)

Clis Road Sendai เป็นถนนช้อปปิ้งแบบมีหลังคาในเมืองเซนได ที่เชื่อมต่อกับ Hapina Nakakecho Arcade ทอดยาวจากสถานี Sendai ไปทางฝั่งตะวันตก เป็นหนึ่งในถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมือง และเป็นจุดจัดงานเทศกาลทานาบาตะ หรือ Sendai Tanabata Festival ที่มีชื่อเสียงในช่วงฤดูร้อน ภายในมีทั้งร้านค้าแฟชั่น ร้านเครื่องสำอาง ร้านของฝาก คาเฟ่ และร้านอาหารท้องถิ่นเรียงรายตลอดสองฝั่งทาง เหมาะสำหรับแวะมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง และหาของกินแบบเพลินๆ ได้ตลอดทั้งวัน
เวลาเปิด-ปิด : ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00 – 20:00 น.
การเดินทาง : จากสถานี Sendai เดินต่ออีกประมาณ 200 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/L2bTLBFY1BSuPi936
เซนไดเป็นเมืองในญี่ปุ่นที่ครบรสทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และมีไลฟ์สไตล์เมืองแบบไม่วุ่นวาย อีกทั้ง ที่เที่ยว เซนได ยังมีความหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งสายชิล สายเรียนรู้ สายช้อป และสายถ่ายรูป มีแลนด์มาร์กสำคัญให้เดินเที่ยวสบายๆ แถมยังไปเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก เหมาะสำหรับทั้งทริประยะสั้นและทริประยะยาว หากใครกำลังมองหาปลายทางใหม่ในญี่ปุ่น ก็อย่าลืมเปิดใจให้เซนไดกันด้วยนะคะ พี่เห็ดบอกเลยว่าอาจจะติดใจจนไม่อยากกลับ!
