Mushroom Travel LINE
เราช่วยคุณได้
@mushroomtour
จันทร์ - เสาร์
9:00-22:00
อาทิตย์
9:00-18:00
Call Mushroom Travel
Call Center
02 105 6234
จอง 6 คนขึ้นไป
จอง 6 คนขึ้นไป
02 105 6244
Loading...

19 ย่านในโตเกียว พิกัดฮิตต้องไป ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

โตเกียว เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น มีเขตการปกครองทั้งหมด 23 เขต ซึ่งแต่ละเขตแต่ละย่านก็มีบรรยากาศที่ไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางย่านเต็มไปด้วยความหรูหราทันสมัย บางย่านก็บรรยากาศชิลๆ มีวิวสวนและแม่น้ำสวยๆ ให้เดินเล่น ใครที่กำลังจะไป เที่ยวโตเกียว ครั้งแรกหรือเคยไปมาแล้วแต่อยากสัมผัสเสน่ห์มุมอื่นของโตเกียวดูบ้าง วันนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล จะพาไปทัวร์ 19 ย่านในโตเกียว แบบเจาะลึก พร้อมแนะนำแลนด์มาร์กเด็ดห้ามพลาด จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันเลย

1. ชินจูกุ (Shinjuku)

ย่านในโตเกียว
Credit : kuremo / shutterstock.com

ใครมา เที่ยวโตเกียว ก็ต้องมา ย่านชินจูกุ เพราะเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง โดยฝั่งตะวันตกของสถานีชินจูกุจะเป็นที่ตั้งของที่ว่าการกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolitan Government Building) มีอาคารสำนักงาน โรงแรม และ สวนชินจูกุเงียวเอน (Shinjuku Gyoen) ที่คนนิยมมาชมดอกซากุระช่วงปลายเดือนมีนาคม ส่วนฝั่งตะวันออกจะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านค้ามากมาย เช่น อิเซตัน (Isetan), ทาคาชิมายะ (Takashimaya), เคโอะ (Keio) และ Disney Store สาขาใหญ่ที่สุดในโตเกียว ที่มีทั้งโซนถ่ายรูปที่เปลี่ยนธีมไปเรื่อยๆ และสินค้าลิขสิทธิ์แท้ให้เลือกซื้อกันแบบจุใจ ส่วนแลนด์มาร์กที่พลาดไม่ได้ในย่านชินจูกุก็คือ น้องแมว 3D บนจอขนาดใหญ่ และอีกฝั่งก็มี หัวก็อตซิลล่า บนตึกของโรงแรม Gracery Shinjuku เป็นจุดถ่ายรูปห้ามพลาดเลย

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR หรือรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Shinjuku
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/JqsSScNVfv2MrQpf8


2. ชิบูย่า (Shibuya)

ย่านในโตเกียว
Credit : Sean Pavone / shutterstock.com

อีกหนึ่ง ย่านในโตเกียว ที่ฮิตไม่แพ้กันคือ ชิบูย่า เป็นศูนย์รวมแฟชั่นและย่านยอดนิยมของวัยรุ่น เปรียบเสมือนสยามของเมืองไทย พิกัดไฮไลต์คือ ห้าแยกชิบูย่า แลนด์มาร์กที่เคยปรากฏในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง ในช่วงเวลาเร่งรีบจะมีผู้คนข้ามพร้อมกันนับพันคน และ จุดชมวิวชิบูย่าสกาย (Shibuya Sky) ที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึก Shibuya Scramble Square มองเห็นวิวเมืองโตเกียวได้ 360 องศา ตอนกลางคืนจะเห็นแสงไฟระยิบระยับสวยงามมาก นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ยังเต็มไปด้วยห้างร้านมากมายที่ใช้เวลาจนหมดวันก็ยังเดินได้ไม่ครบเลยค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR หรือรถไฟใต้ดินมาลงสถานี Shibuya
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/WxBAj97icxDTC5ZY9


3. อาซากุสะ (Asakusa)

ย่านในโตเกียว
Credit : f11photo / shutterstock.com

เปลี่ยนบรรยากาศมา เที่ยวโตเกียว ที่ ย่านอาซากุสะ กันบ้าง เป็นย่านเก่าแก่ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าและความบันเทิงมานานหลายศตวรรษ ในอดีตมีโรงละครคาบูกิ และย่านโคมแดงขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นก็ได้รับการฟื้นฟู และกลับมาเป็นย่านยอดนิยมอีกครั้ง เพราะเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง เช่น วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple) วัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว โดดเด่นด้วยโคมสีแดงขนาดใหญ่หนักถึง 700 กิโลกรัม ที่ตั้งอยู่ด้านหน้า ส่วนอีกฝั่งก็มองเห็น โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) หอคอยที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สามารถขึ้นไปชมวิวเมืองจากมุมสูงได้ด้วย

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Ginza, สาย Toei Asakusa ลงสถานี Asakusa
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/GKX14sFzqqXGyted8


4. อุเอโนะ (Ueno)

ย่านในโตเกียว
Credit : show999 / shutterstock.com

ใครที่นั่งรถไฟ Keisei Skyliner จากสนามบินนาริตะเพื่อเดินทางเข้าเมือง ส่วนใหญ่จะนิยมมาลงที่สถานี Keisei Ueno เพราะเป็นสถานีปลายทางที่ตั้งอยู่ใจกลางโตเกียว จะพักในย่านนี้หรือเดินทางไปเที่ยวย่านอื่นๆ ก็ง่าย มีโรงแรมเปิดให้บริการมากมาย และยังอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น ตลาดอะเมโยโกะ (Ameyoko Market) ถนนช้อปปิ้งยาว 500 เมตร ที่เต็มไปด้วยร้านขายของกิน เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของใช้ต่างๆ และ สวนอุเอโนะ (Ueno Park) ที่มีพื้นที่กว้างถึง 530,000 ตารางเมตร นอกจากจะเป็นจุดชมซากุระขึ้นชื่อ ภายในยังมีสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ให้เที่ยวชมด้วย

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Keisei Skyliner จากสนามบินนาริตะ หรือรถไฟ JR สาย Yamanote ลงสถานี Ueno
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/wJTGbCE5AYAJPZEv7


5. กินซ่า (Ginza)

ย่านในโตเกียว
Credit : Torsakarin / canva.com

กินซ่า เป็น ย่านในโตเกียว ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู เช่น Ginza Six, มิตสึโคชิ (Mitsukoshi), กินซ่าวาโกะ (Ginza Wako) รวมร้านแบรนด์เนมระดับโลก และร้านอาหารระดับมิชลินเอาไว้มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ปลาทอง (Art Aquarium Museum Ginza) ที่จัดแสดงตู้ปลาพร้อมเทคนิคแสง สี เสียงที่ทันสมัย สร้างบรรยากาศต่างกันไปในแต่ละโซน และ โรงละครคาบูกิซ่า (Kabukiza) โรงละครคาบูกิที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1889 ด้านในมีแกลเลอรีที่จัดแสดงเสื้อผ้า อุปกรณ์ประกอบฉาก และยังมีการแสดงคาบูกิให้ชมทุกวันด้วย

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Ginza, Marunouchi, Hibiya ลงสถานี Ginza
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/YoypisLxHd5j1sUs5


6. ฮาราจูกุ (Harajuku)

Credit : ItzaVU / shutterstock.com

อีกหนึ่งย่านดังที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อกันคือ ฮาราจูกุ ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างชิบูย่าและชินจูกุ เป็นย่านแฟชั่นที่จะได้เห็นหนุ่มสาวแต่งตัวกันแบบจัดเต็ม ทั้งแนวสตรีท, คอสเพลย์, โลลิต้า, พังค์ โดยมี ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) เป็นถนนสายหลักที่เต็มไปด้วยร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ ชุดคอสเพลย์ และสตรีทฟู้ดราคาเบาๆ โดยเฉพาะ เครปเย็น ที่มีให้เลือกชิมหลายร้าน ช้อปเสร็จแล้วสามารถแวะมาขอพรที่ ศาลเจ้าเมจิจินกุ (Meiji Jingu) กันได้ เป็นศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้จักรพรรดิเมจิ รายล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวชอุ่ม เหมือนป่ากลางเมือง ในวันขึ้นปีใหม่จะมีผู้คนมาขอพรที่นี่กันถึง 3 ล้านคนทุกปี แถมยังเป็นพิกัดที่ถ่ายรูปที่สวยมาก

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote ลงสถานี Harajuku
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/y4kiCu8khamKfnQK9


7. อิเคบุคุโระ (Ikebukuro)

Credit : 7maru / canva.com

อิเคบุคุโระ เป็น ย่านในโตเกียว ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของการเดินทาง เพราะมีรถไฟผ่านถึง 8 สาย ทั้งรถไฟ JR และรถไฟใต้ดิน ไม่ว่าจะเที่ยวในเมืองหรือจังหวัดใกล้เคียงก็สามารถมาต่อรถที่นี่ได้ นอกจากนี้ยังมีแหล่งช้อปปิ้งมากมาย เช่น ซันไชน์ซิตี้ (Sunshine City) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ อควาเรียม ท้องฟ้าจำลอง จุดชมวิว และสวนสนุกในร่ม ส่วนใครที่ชื่นชอบมังงะ อนิเมะต่างๆ ต้องไม่พลาด ร้านอะนิเมท อิเคบุคุโระ เมนสโตร์  (Animate Ikebukuro Main Store) สาขาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีพื้นที่ 9 ชั้นเหนือพื้นดิน และ 2 ชั้นใต้ดิน ด้านในมีทั้งโรงละคร และสินค้าให้เลือกมากมาย ทั้งหนังสือมังงะ ตุ๊กตา ของสะสม กล่องสุ่ม วิดีโอเกม ฯลฯ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote, Shonan-Shinjuku, Saikyo หรือ รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Marunouchi, Yurakucho, Fukutoshin ลงสถานี Ikebukuro
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/2XsCVuvark6dneyr7


8. อากิฮาบาระ (Akihabara)

Credit : VTT Studio / shutterstock.com

อีกหนึ่ง ย่านในโตเกียว ที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเหล่าโอตาคุคือ อากิฮาบาระ แหล่งรวมสินค้าอนิเมะ โมเดล ของเล่น กาชาปอง เมดคาเฟ่ และยังได้ฉายาว่า “เมืองแห่งเครื่องใช้ไฟฟ้า” เพราะมีร้านอุปกรณ์ IT เยอะมาก ตั้งแต่ร้านเล็กๆ ไปจนถึงห้างใหญ่ เช่น โยโดบาชิ คาเมร่า (Yodobashi Camera) ที่มีขายทุกอย่าง ตั้งแต่มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกม กล้อง ทีวี เครื่องเสียง รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในครัวเรือน ในราคาที่ไม่แพงมาก ใครเดินจนเมื่อยแล้ว แนะนำให้แวะมาที่ mAAch ecute Kanda Manseibashi เป็นห้างที่ปรับปรุงมาจากสถานีรถไฟมันเซบาชิเก่า โดยยังคงประตูโค้งอิฐแดงเอาไว้ ด้านในมีร้านอาหาร อิซากายะ บาร์ และคาเฟ่หลายร้านเลยค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote, Keihin-Tohoku, Sobu หรือรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Hibiya, Tsukuba Express ลงสถานี Akihabara
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/im6BzNsi5cU3f3Ht5


9. รปปงหงิ (Roppongi)

Credit : Wiennat M / shutterstock.com

ถ้าพูดถึงความหรูหรา ต้องยกให้ รปปงหงิ ย่านในโตเกียว ที่เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ คลับ บาร์ โรงแรม และยังเป็นที่ตั้งของสถานทูตหลายประเทศ ทำให้ย่านนี้มีความเป็นสากลสูง พิกัดเด็ดที่มาแล้วต้องแวะคือ รปปงงิ ฮิลส์ (Roppongi Hills) โครงการคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ สวน และจุดชมวิว Tokyo City View ที่เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของโตเกียวได้ 360 องศา ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม บน ถนนเคยากิซากะ (Keyakizaka Street) จะมีงานประดับไฟ Keyakizaka Illumination ตกแต่งไฟบนต้นไม้ริมถนนกว่า 800,000 ดวง เป็นระยะทางกว่า 400 เมตร ใครมาช่วงนี้ห้ามพลาดเลยค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Hibiya หรือสาย Toei Oedo ลงสถานี Roppongi
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/f1x6YsQukwAXSgr26


10. โอไดบะ (Odaiba)

Credit : ldossantos / canva.com

ใครชอบบรรยากาศชิลๆ วิวสวยๆ แนะนำให้มา เที่ยวโตเกียว ที่ ย่านโอไดบะ เป็นเกาะเทียมที่สร้างโดยการถมที่ในอ่าวโตเกียว มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย เช่น ห้างไดเวอร์ซิตี้ (DiverCity Tokyo Plaza) ที่มีหุ่นยนต์กันดั้มสูงเกือบ 20 เมตรตั้งอยู่หน้าห้าง และจุดชมวิวริมทะเลสวยๆ ที่ สวนโอะไดบะซีไซด์ปาร์ค (Odaiba Seaside Park) สวนสาธารณะริมทะเลที่มีหาดทรายเทียมให้เดินเล่น มองเห็นวิวอ่าวโตเกียว เทพีเสรีภาพจำลอง และ สะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) ที่เชื่อมระหว่างเกาะโอไดบะกับเมืองโตเกียว ตอนกลางคืนจะเปิดไฟสว่างไสว แต่ไฟสีรุ้งจะเปิดเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมหรือช่วงเทศกาลพิเศษเท่านั้น

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Saikyo ลงสถานี Tokyo Teleport
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/V612nDafEFiS7GiM8


11. คิจิโจจิ (Kichijoji)

Credit : yokogaomag.com

คิจิโจจิ ถูกจัดอันดับให้เป็น “ย่านที่น่าอยู่ที่สุด” ในโตเกียว ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองทางฝั่งตะวันตกของโตเกียว มีธรรมชาติที่สวยงาม การเดินทางที่สะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ใกล้กับสถานีมี ถนนซันโร้ด (Sunroad) และ ถนนนากามิจิ (Nakamichi) เป็นย่านช้อปปิ้งที่มีของขายมากมาย ทั้งอาหาร เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของที่ระลึก รวมถึงคาเฟ่เก๋ๆ อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดคือ สวนอิโนคาชิระ (Inokashira Park) ที่มีดอกซากุระให้ชมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ด้านในยังมี พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) ที่รวมคอลเลกชันจากผลงานเรื่องต่างๆ มาให้ชมด้วยค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Keio Inokashira หรือ JR สาย Chuo ลงสถานี Kichijoji
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/pbF8HbgYGTNytCjS8


12. โอโมเตะซันโดะ (Omotesando)

Credit : Aflo Images / canva.com

ใครอยากอัปเดตเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ต้องมาที่ โอโมเตะซันโดะ ถนนช้อปปิ้งสุดชิคที่ทอดยาวจากศาลเจ้าเมจิไปจนถึงถนนอาโอยามะโดริ (Aoyama-dori) เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ได้ฉายาว่า “ฌ็องเซลิเซ่แห่งโตเกียว” เพราะเต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์อย่าง Dior, Prada, Gucci, Tods และอีกมากมาย มีคาเฟ่บรรยากาศดี พร้อมด้วยตึกดีไซน์สวยที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง เช่น โอโมเตะซันโดะ ฮิลล์ (Omotesando Hills) ที่สร้างเลียนแบบเนินเขา โดยมีทางลาดวนเชื่อมตั้งแต่ชั้นใต้ดินไปถึงชั้นบนสุด ด้านในมีทั้งร้านแบรนด์ญี่ปุ่น แบรนด์ต่างประเทศ และร้านอาหารมากมาย นอกจากนี้สองข้างถนนยังเรียงรายไปด้วยต้นไม้ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น น่าเดินเล่น โดยเฉพาะในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี คนมาถ่ายรูปกันเยอะเลยค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Ginza, Hanzomon, Chiyoda ลงสถานี Omotesando หรือเดินจากสถานี Harajuku ประมาณ 600 เมตร
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/jHzGT5A4GfmFSVdPA


13. ชิโมะคิตาซาวะ (Shimokitazawa)

Credit : e-housing.jp

ชิโมะคิตาซาวะ เป็นย่านสุดฮิปที่ตั้งอยู่ในเขตเซตางายะ ใกล้กับชิบูย่าและชินจูกุ แต่บรรยากาศเงียบสงบกว่า คนไม่พลุกพล่านมาก ร้านส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ของวินเทจ หนังสือ แผ่นเสียง โรงละคร ไลฟ์เฮาส์ คาเฟ่ และบาร์ หลายร้านก็ปรับปรุงมาจากอาคารเก่าที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ เช่น New York Joe Exchange ร้านเสื้อมือสองที่รีโนเวทมาจากอาคารโรงอาบน้ำเก่า และ Shimokita Garage Department ตลาดวินเทจที่ดัดแปลงมาจากโรงจอดรถ นอกจากนี้ยังมี ศาลเจ้าคิตะซาวะฮาจิมัง (Kitazawa Hachiman) อายุกว่า 500 ปี ให้เที่ยวชมและสักการะขอพรด้วย

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Keio Inokashira หรือสาย Odakyu ลงสถานี Shimokitazawa
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/ski7cnhKwCNqMLGZ6


14. นากาเมกุโระ (Nakameguro)

Credit : taka1022 / shutterstock.com

นากาเมกุโระ เป็น ย่านในโตเกียว ที่ขึ้นชื่อเรื่องดอกซากุระ โดยมีการจัดงาน Nakameguro Cherry Blossom Festival ช่วงปลายเดือนมีนาคมทุกปี ต้นซากุระกว่า 800 ต้น ตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำเมกุโระจะบานสะพรั่งเหมือนอุโมงค์สีชมพู มีแผงขายอาหาร และเปิดไฟประดับตอนกลางคืนด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านขนมและคาเฟ่น่ารักๆ มากมาย หนึ่งในร้านที่ฮอตฮิตสุดๆ คือ Starbucks Reserve Roastery Tokyo เป็นสาขาพิเศษที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการในธีมโรงคั่วกาแฟ มีเมล็ดกาแฟหายาก รวมถึงสินค้าสุดเอกซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะสาขานี้ให้ช้อป และยังสามารถชมวิวซากุระผ่านกระจกได้ด้วย

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Tokyu Toyoko หรือสาย Tokyo Metro Hibiya ลงสถานี Nakameguro
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/7QXy7JdDHju2Gb5WA


15. เอบิซุ (Ebisu)

Credit : tokyotreat.com

เอบิซุ เป็น ย่านในโตเกียว ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของชิบูย่า สามารถเดินต่อจากย่านนากาเมกุโระมาได้เลยค่ะ บรรยากาศค่อนข้างชิล ร้านอาหารเยอะ เหมาะจะนัดเพื่อนมาแฮงก์เอาท์ หรือกินข้าวกับครอบครัว พิกัดเด็ดที่อยากแนะนำคือ เอบิซุ การ์เด้นเพลส ทาวเวอร์  (Yebisu Garden Place Tower) โครงการคอมเพล็กซ์สุดหรูที่รวมทุกอย่างตั้งแต่ที่กิน ที่ช้อป จุดชมวิวพาโนรามา ช่วงคริสต์มาสจะมีตลาดคริสต์มาส การประดับไฟ พร้อมจัดแสดงโคมไฟขนาดมหึมาที่ประดับด้วยคริสตัลกว่า 8,500 ชิ้น และ พิพิธภัณฑ์เบียร์เอบิซุ (Yebisu Brewery Tokyo) ที่ตั้งอยู่ในอาคารอิฐสไตล์ยุโรปซึ่งเป็นโรงเบียร์เก่า มีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติ เครื่องใช้ต่างๆ และเบียร์เอบิซุให้ชิมด้วย

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote, Shonan-Shinjuku, Saikyo หรือ Tokyo Metro สาย Hibiya ลงสถานี Ebisu
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/X9hUeiPLf1HRCdiA6


16. สึกิจิ (Tsukiji)

Credit : URAIWONS / shutterstock.com

เห็นคำว่า สึกิจิ แล้ว ภาพของ ตลาดปลาสึกิจิ  (Tsukiji Fish Market) ก็ลอยมาเลยค่ะ เพราะเป็นแลนด์มาร์กที่โด่งดังที่สุดในย่านนี้ และยังเป็นหนึ่งในตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีร้านค้ากว่า 400 ร้าน ให้เลือกซื้ออาหารทะเล ผักผลไม้ วัตถุดิบต่างๆ และแวะทานอาหารอร่อยๆ บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ยาวไปจนถึงประมาณบ่ายสอง ร้านก็จะเริ่มปิดกันแล้วค่ะ เสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับ เพราะใกล้ๆ ตลาดยังมี วัดสึกิจิฮนกังจิ (Tsukiji Hongwan-ji Temple) ที่สร้างตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมอินเดียกับตะวันออก และ สวนฮามะริคิว (Hamarikyu) ที่สงบร่มรื่น มีโรงน้ำชากลางน้ำ และดอกไม้สวยๆ ให้ชมทุกฤดูเลย

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Hibiya ลงสถานี Tsukiji หรือรถไฟสาย Toei Oedo ลงสถานี Tsukiji
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/q3m9SgeTGeYUjtTR9


17. มารุโนะอุจิ (Marunouchi) 

Credit : whenin.tokyo

มา เที่ยวโตเกียว ในย่านธุรกิจ มารุโนะอุจิ กันบ้าง ย่านนี้ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจเศรษฐกิจและการเงิน เพราะเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำ และสำนักงานใหญ่ของธนาคารหลายแห่ง จึงมีร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์ต่างๆ ที่เปิดให้บริการพนักงานอยู่เยอะเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของแลนด์มาร์กชื่อดังอย่าง พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) ซึ่งเป็นที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นจุดชมซากุระ และใบไม้เปลี่ยนสี รวมถึง พิพิธภัณฑ์มิตซูบิชิ อิจิโกะคัง (Mitsubishi Ichigokan Museum) อาคารอิฐแดงสไตล์วิคตอเรียนที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1894 เดิมเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทมิตซูบิชิ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้จัดแสดงศิลปะในยุคศตวรรษที่ 19

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote ลงสถานี Tokyo
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/MnpN4evQjUZEDmL9A


18. ชินโอคุโบะ (Shin-Okubo)

Credit : kokkai / canva.com

เดินเล่นที่ญี่ปุ่นอยู่ดีๆ พอก้าวเท้าถึง ย่านชินโอคุโบะ ก็เหมือนวาร์ปไปอยู่เกาหลีเลยค่ะ เพราะที่นี่คือ โคเรียนทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว บน ถนนโอคุโบะ (Okubo-dori) ซึ่งเป็นถนนเส้นหลัก มีร้านขายของเกาหลีมากมาย ทั้งวัตถุดิบเกาหลี อาหารเกาหลี ต๊อกบกกี บิบิมบับ ปิ้งย่าง ไก่ทอด เครื่องสำอาง สินค้าไอดอล เหมือนยกเมียงดงมาไว้ที่นี่ ส่วนใครที่เป็นสายมูก็ไม่ควรพลาด เพราะออกจากสถานีมานิดเดียวก็จะเจอ ศาลเจ้าไคจูอินาริ (Kaichu Inari Shrine) ที่ขึ้นชื่อเรื่องโชคลาภ การเงิน การเสี่ยงโชค หลายคนมาขอพรให้ได้บัตรคอนเสิร์ต ก็สมหวังกันเยอะเลยค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote ลงสถานี Shin-Okubo
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/oKhLZo2KtA3Jaz4q6


19. คุระมาเอะ (Kuramae)

Credit : jyapa / canva.com

คุระมาเอะ อยู่ห่างจากอาซากุสะเพียงสถานีเดียว เป็นหนึ่งในย่านการค้าเก่าแก่ที่เคยรุ่งเรืองมากในอดีต ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงแรมจำนวนมาก และยังมีร้านขายสินค้าเก๋ๆ คาเฟ่สุดชิค ร้านขนมแสนอร่อย และบรรยากาศริมน้ำ เหมาะแก่การเดินเล่น ถ่ายรูป และสัมผัสญี่ปุ่นในฟีลสโลว์ไลฟ์ โดยเฉพาะบริเวณ สะพานคุรามาเอะ (Kuramae Bridge) เป็นจุดชมวิวที่ดีมาก ตัวสะพานเป็นสีทองอร่าม ตอนกลางคืนเปิดไฟยิ่งสวยอลังการ หากใครมาช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ที่ ศาลเจ้าคุรามาเอะ (Kuramae-jinja Shrine) จะมีทั้งดอกซากุระสีชมพู และดอกมิโมซ่าสีเหลืองบานพร้อมกัน สีสันสดใสสุดๆ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Toei Asakusa Line หรือ Oedo Line ลงสถานี Kuramae
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Z3W57NLxi3oujvuE6

ไปโตเกียวครั้งเดียวก็อาจจะเที่ยวไม่หมด เพราะนอกจากย่านฮิตๆ ยังมีอีกหลายย่านที่สนุกไม่แพ้กัน แต่ดีที่ระบบขนส่งของญี่ปุ่นสะดวกสบายมาก ทำให้เดินทางง่าย นั่งรถไฟไปได้ทุกที่เลยค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมวางแผนการเดินทางดีๆ และซื้อตั๋วให้ถูกประเภท จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะมาก หรือถ้าใครอยากได้ความสะดวกสบายขั้นสุด จะกดจอง ทัวร์โตเกียว ไปกับมัชรูมทราเวล ก็พร้อมออกเดินทางได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาวางแผนให้ปวดหัว แค่เตรียมตัวมาสนุกอย่างเดียวก็พอ


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

สินค้าที่เกี่ยวข้อง