Mushroom Travel LINE
เราช่วยคุณได้
@mushroomtour
จันทร์ - เสาร์
9:00-22:00
อาทิตย์
9:00-18:00
Call Mushroom Travel
Call Center
02 105 6234
จอง 6 คนขึ้นไป
จอง 6 คนขึ้นไป
02 105 6244
Loading...

18 ประเทศ ใบไม้เปลี่ยนสี ยุโรป ที่ไหนดี? เช็กช่วงพีคและพิกัดน่าเที่ยว

เชื่อว่าหลายคนคงฝันอยากไปเยือนประเทศในแถบยุโรปสักครั้ง เพราะว่ายุโรปเต็มไปด้วยธรรมชาติและบ้านเมืองที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามคลาสสิก ให้บรรยากาศที่แตกต่างจากในเอเชียบ้านเรา ซึ่งพี่เห็ด มัชรูมทราเวล ขอแนะนำเลยว่า ถ้าอยากไป ทัวร์ยุโรป ในอีกหนึ่งบรรยากาศที่สวยสุดๆ ต้องไปช่วง ฤดูใบไม้ร่วง ที่จะได้ชมวิวธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วย ใบไม้เปลี่ยนสี ยุโรป ช่วงประมาณตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน โอบล้อมตึกรามบ้านช่องยิ่งดูสวยงามขึ้นไปอีก แถมอากาศยังเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 10 – 18 องศาเซลเซียส ไม่หนาวจนเกินไป ใครเริ่มอยากไปสัมผัสบรรยากาศสวยๆ พี่เห็ดมี 18 ประเทศในฝัน เที่ยวยุโรป ใบไม้เปลี่ยนสี ตามไปเก็บข้อมูลกันค่ะ


1. เยอรมนี

Credit : NNER / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน – พฤศจิกายน

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศ ใบไม้เปลี่ยนสี ยุโรป ที่มีทั้งธรรมชาติสวยและบ้านเมืองคลาสสิก เยอรมนี เป็นอีกประเทศที่ไม่ควรพลาด เพราะมีครบทั้ง ปราสาท เมืองเก่า ป่า และวิวธรรมชาติ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง ช่วยให้บรรยากาศของเมืองและแลนด์มาร์กต่างๆ ดูโรแมนติกเหมือนฉากในเทพนิยาย ได้บรรยากาศที่มีทั้งความอลังการและความอบอุ่นในทริปเดียว

Credit : Andrew Mayovskyy / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในเยอรมนี

– เมืองมิวนิก (Munich) เมืองใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรียที่ได้ทั้งบรรยากาศเมืองเก่าและสวนสีสันฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะ English Garden เหมาะกับการเดินเล่นชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบสบาย ๆ
– ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ปราสาทสีขาวตั้งอยู่ท่ามกลางป่าและเทือกเขาแอลป์ในแคว้นบาวาเรีย พอใบไม้รอบๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลือง ยิ่งดูสวยราวกับปราสาทในเทพนิยาย
– สปรีวาลด์ (Spreewald) พื้นที่ธรรมชาติและป่าชุ่มน้ำอันสวยงามในรัฐบรันเดนบูร์ก (Brandenburg) โดดเด่นด้วยลำคลองที่ไหลผ่านป่าและหมู่บ้านเล็กๆ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสามารถล่องเรือชมต้นไม้สีทองสองฝั่งน้ำ ได้บรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติกต่างจากเมืองใหญ่
– อุทยานธรรมชาติ Lüneburg Heath Nature Park พื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของเยอรมนี ด้วยพื้นที่ป่าและทุ่งกว้าง เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นโทนสีทอง น้ำตาล และส้ม ให้บรรยากาศชนบทเยอรมันที่สงบและสวยเป็นธรรมชาติ
– เมืองเดรสเดน (Dresden) เมืองสถาปัตยกรรมคลาสสิกริมแม่น้ำเอลเบอที่ยิ่งสวยในฤดูใบไม้ร่วง เพราะได้ชมทั้งอาคารเก่าแก่ วิวแม่น้ำ และต้นไม้สีทองในบรรยากาศเดียวกัน


2. ออสเตรีย

Credit : Feel good studio / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน – ตุลาคม (บางพื้นที่อาจต่อเนื่องถึงต้นพฤศจิกายน ขึ้นอยู่กับระดับความสูงและสภาพอากาศในแต่ละปี)

อีกหนึ่งประเทศที่ต้องไปในยุโรปก็คือ ออสเตรีย ที่มีเสน่ห์ของใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ตรงที่การผสมกันของ เทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบ หมู่บ้านสวย และเมืองคลาสสิก เมื่อธรรมชาติเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง วิวบ้านเมืองที่มีภูเขาเป็นฉากหลังยิ่งโรแมนติกเหมือนภาพในโปสการ์ด โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนกันยายนและตุลาคมที่หลายพื้นที่มีสีสันสวยเด่นที่สุด

Credit : Resul Muslu / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในออสเตรีย

– ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) หมู่บ้านริมทะเลสาบที่เป็นไฮไลต์ของออสเตรีย และหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะได้เห็นบ้านเรือนริมฝั่ง ทะเลสาบ และภูเขาที่แต่งแต้มด้วยสีเหลืองส้มในภาพเดียว บรรยากาศสงบและโรแมนติกมากขึ้นเป็นพิเศษ
– กรุงเวียนนา (Vienna) เหมาะกับคนที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีควบคู่กับสถาปัตยกรรมยุโรปสุดคลาสสิก เพราะทั่วเมืองมีทั้งสวน พระราชวัง และพื้นที่สีเขียว เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เมืองจะถูกแต่งแต้มด้วยโทนเหลือง ส้ม และแดง เพิ่มบรรยากาศหรูหราและโรแมนติกให้เวียนนายิ่งขึ้น
– ป้อมโฮเฮนซาลซ์บูร์ก (Hohensalzburg Fortress) หนึ่งในป้อมปราการยุคกลางที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่บนยอดเขาในเมืองซาลซ์บูร์ก ทำให้มองเห็นวิวได้แบบพาโนรามา ทั้งเมืองเก่าและธรรมชาติในบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี


3. สวิตเซอร์แลนด์

Credit : Vadym Lavra / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : เดือนกันยายน – พฤศจิกายน

อีกหนึ่งประเทศในยุโรปที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวสักครั้งก็คือ สวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยวิวภูเขาที่ทั้งสูงและสวย รวมถึงหมู่บ้านริมทะเลสาบโอบล้อมด้วยธรรมชาติ เสน่ห์ของฤดูใบไม้ร่วงในสวิสก็คือวิว เทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบ และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้สีเหลือง ส้ม และแดง ทำให้ได้ทั้งความอลังการของภูเขา และบรรยากาศโรแมนติกแบบชนบทสวิสในทริปเดียว

Credit : Sean Pavone / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในสวิตเซอร์แลนด์

– เลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) หมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีเทือกเขาแอลป์ หน้าผาสูง และน้ำตกเป็นฉากหลัง ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ธรรมชาติรอบหุบเขาจะเพิ่มสีสันให้อบอุ่นขึ้น เป็นวิวสวิตเซอร์แลนด์ที่สายธรรมชาติไม่ควรพลาด
– ลูเซิร์น (Lucerne) เมืองริมทะเลสาบที่ได้ทั้งวิวเมืองเก่า ภูเขา และธรรมชาติ ป่ารอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยวิวใบไม้เปลี่ยนสี เหมาะกับการเดินเล่นริมทะเลสาบหรือล่องเรือชมวิวในบรรยากาศเงียบสงบ
– เซอร์แมท (Zermatt) เมืองเชิงเขาที่มองเห็นวิว ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ในฤดูใบไม้ร่วง ป่าสนลาร์ชรอบเมืองจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ตัดกับยอดเขาที่เริ่มมีหิมะปกคลุม โดยเฉพาะบริเวณ Lake Grindji, Sunnegga และ Riffelalp ได้วิวใบไม้สีทองคู่กับยอดเขาพีระมิด ซึ่งเป็นภาพฤดูใบไม้ร่วงที่เป็นเอกลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์
– หุบเขาเอนกาดีน (Engadin) ที่ขึ้นชื่อเรื่อง ป่าสนลาร์ชสีทอง โดยเฉพาะแถบ St. Moritz, Sils และทะเลสาบต่างๆ ใน Upper Engadin ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเห็นต้นสนสีทองสะท้อนบนผิวน้ำ โดยมีเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลัง ให้บรรยากาศเงียบสงบและสวยอลังการมาก


4. ฝรั่งเศส

Credit : Neirfy / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : เดือนกันยายน – พฤศจิกายน

ไปต่อกับประเทศแห่งแฟชั่นสุดคลาสสิกที่ ฝรั่งเศส ในฤดูใบไม้ร่วงจะได้ชมบรรยากาศของใบไม้สีเหลือง ส้ม และแดง เคียงคู่กับสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก โดยเฉพาะ ปารีส ที่เต็มไปด้วยสวน ถนนสายสวย และแลนด์มาร์กระดับโลก ทำให้บรรยากาศที่โรแมนติกอยู่แล้วยิ่งสวยขึ้นไปอีก แถมยังมีธรรมชาติในหลายภูมิภาคที่เปลี่ยนสีสวยๆ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วย

Credit : Pel_1971 / canva.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในฝรั่งเศส

– หอไอเฟล (Eiffel Tower) แลนด์มาร์กชื่อดังระดับโลก ที่พอถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะให้บรรยากาศที่ต่างไปจากฤดูอื่น รอบๆ แต่งแต้มด้วยต้นไม้สีเหลืองส้ม ได้ภาพหอไอเฟลคู่กับสีสันฤดูใบไม้ร่วงแบบปารีสแท้ๆ
– สวนลุกซอมบูร์ก (Jardin du Luxembourg) สวนขนาดใหญ่ใจกลางปารีสที่มีทั้งต้นไม้ สนามหญ้า และพระราชวัง ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูป ได้บรรยากาศสงบโรแมนติกท่ามกลางเมืองใหญ่
– ถนนช็องเซลีเซ (Avenue des Champs-Élysées) ถนนสายดังที่มีต้นไม้เรียงรายตลอดแนว เชื่อมจาก Place de la Concorde ไปถึง Arc de Triomphe ช่วงฤดูใบไม้ร่วงยิ่งเดินเที่ยวเพลิน เพราะได้ทั้งวิวใบไม้เปลี่ยนสี สถาปัตยกรรม และบรรยากาศหรูหราของปารีสพร้อมกัน
– ล่องเรือแม่น้ำแซน (Seine River Cruise) อีกมุมที่ไม่ควรพลาด เพราะสามารถชมแลนด์มาร์กและอาคารเก่าแก่ของปารีสจากบนแม่น้ำ พร้อมวิวต้นไม้ริมฝั่งที่เปลี่ยนสี ให้บรรยากาศโรแมนติกและเห็นความสวยของเมืองได้อีกมุมหนึ่ง


5. อิตาลี

Credit : Feel good studio / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน (พื้นที่ภูเขาสูงทางตอนเหนือจะเริ่มเปลี่ยนสีก่อน)

อิตาลี ไม่ได้มีดีแค่เมืองเก่าและสถาปัตยกรรมโบราณสุดยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ธรรมชาติของที่นี่ก็สวยงามเช่นกัน โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่โดดเด่นด้วย ภูเขา ป่าสน ไร่องุ่น และหมู่บ้านกลางธรรมชาติ ที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง โดยเฉพาะทางตอนเหนือที่สามารถชมใบไม้สีทองตัดกับยอดเขาโดโลไมท์ได้อย่างสวยงาม

Credit : oasizegna.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในอิตาลี

– เทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) หนึ่งในพิกัดใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดของอิตาลี ไฮไลต์คือ ป่าสนลาร์ชสีเหลืองทองตัดกับภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน บางช่วงอาจเห็นยอดเขาที่เริ่มมีหิมะ ยิ่งเพิ่มความอลังการให้วิวฤดูใบไม้ร่วง
– หมู่บ้านซานตา แมดดาเลนา (Santa Maddalena) หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา Val di Funes ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาโดโลไมท์ โดดเด่นด้วยบ้านสไตล์อัลไพน์และโบสถ์กลางทุ่ง โดยมีเทือกเขา Odle เป็นฉากหลัง ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีได้บรรยากาศหมู่บ้านชนบทอิตาลีที่โรแมนติกเหมือนภาพวาด
– หุบเขาวัล ดอร์ชา (Val d’Orcia) ชมเสน่ห์ฤดูใบไม้ร่วงแบบทัสคานี กับ เนินเขา ไร่องุ่น ต้นไซเปรส และหมู่บ้านยุคกลาง ที่เปลี่ยนเป็นโทนสีทอง น้ำตาล และส้ม เหมาะกับคนที่ชอบวิวชนบทอิตาลีและบรรยากาศโรแมนติก
– หุบเขาวัล วีเจซโซ (Val Vigezzo) จุดเด่นคือสามารถนั่งรถไฟ Foliage Train ชมวิวป่าและหมู่บ้านท่ามกลางใบไม้หลากสีไปตลอดเส้นทาง เหมาะสำหรับคนที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบสบายๆ โดยไม่ต้องเดินป่ามาก
โอเอซิส เซญญา (Oasi Zegna) พื้นที่ธรรมชาติในแคว้น Piedmont ที่มีทั้งป่าบีชและเกาลัด ไฮไลต์คือการเดินหรือขับรถตามเส้นทาง Panoramica Zegna ชมผืนป่าที่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง เหมาะกับสายธรรมชาติที่อยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีแบบเต็มๆ ตา


6. สาธารณรัฐเช็ก

Credit : DaLiu / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : เดือนกันยายน – พฤศจิกายน

ไปสัมบรรยากาศเมืองเก่าแสนโรแมนติกกันที่ สาธารณรัฐเช็ก อีกหนึ่งประเทศยอดฮิตของเส้นทาง ทัวร์ยุโรปตะวันออก ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ ยิ่งช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะสวยงามเป็นพิเศษ บรรยากาศมีเสน่ห์ด้วยการผสมผสานระหว่าง เมืองเก่า ปราสาท แม่น้ำ และผืนป่า เมื่อใบไม้เปลี่ยนเป็นสี บ้านเรือนสไตล์ยุโรปและปราสาทเก่าแก่จึงยิ่งดูโรแมนติกเหมือนเมืองในเทพนิยาย โดยเฉพาะในกรุงปรากที่มีสวนและพื้นที่สีเขียวหลายแห่ง เหมาะกับการชมสีสันฤดูใบไม้ร่วง

Credit : DaLiu / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในสาธารณรัฐเช็ก

– เชสกี้ ครุมลอฟ (Český Krumlov) เมืองมรดกโลกริมแม่น้ำวัลตาวาที่โดดเด่นด้วย หลังคาสีส้มแดง ปราสาท และเมืองเก่า เมื่อมีใบไม้สีทองและส้มแทรกอยู่ตามสองฝั่งแม่น้ำ ยิ่งได้บรรยากาศโรแมนติกเหมือนเมืองในเทพนิยาย
– กรุงปราก (Prague) ชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางเมืองเก่าและสถาปัตยกรรมคลาสสิก โดยเฉพาะ Petřín Hill และ Stromovka Park ที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลากสี สามารถเที่ยวเมืองพร้อมชมธรรมชาติได้ในวันเดียว
– สวนปรูโฮนิตเซ (Průhonice Park) สวนขนาดใหญ่ใกล้กรุงปราก มีทั้ง ปราสาท ป่า บ่อน้ำ และเส้นทางเดินธรรมชาติ ช่วงฤดูใบไม้ร่วงต้นไม้หลากชนิดจะเปลี่ยนสีทั่วสวน ให้บรรยากาศโรแมนติกราวกับฉากในเทพนิยาย
– อุทยานแห่งชาติโบฮีเมียนสวิตเซอร์แลนด์ (Bohemian Switzerland National Park) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีโดดเด่นด้วยหน้าผาหินทราย ป่า และ Pravčická brána ซุ้มหินธรรมชาติขนาดใหญ่ วิวจากจุดชมต่างๆ สวยอลังการมาก
– คาร์โลวี วารี (Karlovy Vary) เมืองสปาชื่อดังที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาและผืนป่า ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะได้เห็นอาคารสีพาสเทลและเมืองสปาตัดกับป่าสีทอง เหมาะกับการเดินเล่นชมเมือง พร้อมขึ้นจุดชมวิวมองใบไม้เปลี่ยนสีจากมุมสูง


7. อังกฤษ

Credit : Sven Hansche / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน – ปลายเดือนพฤศจิกายน เดือนที่สวยที่สุดคือ ตุลาคม

ไปเช็กอิน อังกฤษ ในช่วงใบไม้ร่วงที่มีเสน่ห์แบบคลาสสิก ด้วยสวนสไตล์อังกฤษ หมู่บ้านชนบท บ้านหินเก่า ทะเลสาบ และป่า ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองทอง ส้ม และแดง ยิ่งเจอกับอากาศเย็นๆ และแสงแดดนุ่มๆ ยิ่งได้บรรยากาศอบอุ่นโรแมนติกเหมือนฉากในหนัง โดยสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ตั้งแต่ใจกลางลอนดอนไปจนถึงชนบทและอุทยานธรรมชาติทั่วประเทศ

Credit : Chris Lawrence Images / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในอังกฤษ

– อุทยานแห่งชาติเลกดิสตริกต์ (Lake District National Park) หนึ่งในพิกัดฤดูใบไม้ร่วงที่สวยที่สุดของอังกฤษ จุดเด่นคือ ทะเลสาบ ภูเขา และป่าสีแดง–ส้มที่สะท้อนบนผิวน้ำ สามารถเดินเล่นหรือล่องเรือชมวิวทะเลสาบ
– คอตส์โวลส์ (Cotswolds) หมู่บ้านบ้านหินสีน้ำผึ้งท่ามกลางธรรมชาติบนเนินเขา มีถนนชนบทที่ล้อมรอบด้วยป่าและต้นไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีทอง ส้ม และแดง เหมาะกับการขับรถเที่ยวหรือเดินเล่นตามหมู่บ้านเก่าอย่าง Stow-on-the-Wold และ Chipping Campden
– สวนรุกขชาติเวสตันเบิร์ต (Westonbirt, The National Arboretum) ใครอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบจัดเต็มแนะนำที่นี่เลย เพราะมีต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะบริเวณ Acer Glade และ Maple Loop ที่ต้นเมเปิลเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ส้ม และเหลืองทองทั่วทั้งสวน
– ริชมอนด์พาร์ก (Richmond Park) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีใจกลางลอนดอน มีทั้งทุ่งกว้างและป่า โดยเฉพาะ Isabella Plantation ที่ขึ้นชื่อเรื่องต้นเมเปิลญี่ปุ่น ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และทองในฤดูใบไม้ร่วง ชมธรรมชาติได้โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกเมือง


8. สเปน

Credit : angelicassa21 / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน

สเปน ในฤดูใบไม้ร่วงมีเสน่ห์ต่างจากภาพทะเลและอากาศร้อนที่หลายคนคุ้นเคย เพราะจะได้เห็นทั้ง เมืองสวย สถาปัตยกรรมระดับโลก และสวนสีเหลืองทอง พร้อมอากาศที่เย็นสบายขึ้น โดยเฉพาะ มาดริด และ บาร์เซโลนา ที่เที่ยวในเมืองควบคู่กับชมบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีได้ในทริปเดียว

Credit : Noppasin Wongchum / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในสเปน

– บาร์เซโลนา (Barcelona) เมืองศิลปะและสถาปัตยกรรมที่มีแลนด์มาร์กอย่าง มหาวิหารซากราดา แฟมิเลีย (Sagrada Família) ช่วงฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการเดินเที่ยวเมือง พร้อมแวะชมสวนและพื้นที่สีเขียวที่เปลี่ยนเป็นโทนสีทองและน้ำตาล
– อุทยานธรรมชาติคอลเซโรลา (Collserola Natural Park) พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของบาร์เซโลนา เหมาะกับการชมฤดูใบไม้ร่วงแบบธรรมชาติ เพราะป่าและเส้นทางเดินจะถูกแต่งแต้มด้วยสีทองและสีโอเชอร์ ได้บรรยากาศสงบต่างจากย่านท่องเที่ยวใจกลางเมือง
– สวนซาบาตินี (Jardines de Sabatini) สวนสไตล์นีโอคลาสสิก ตั้งอยู่ข้าง พระราชวังหลวงมาดริด (Royal Palace of Madrid) โดดเด่นด้วยสวนเรขาคณิต น้ำพุ และต้นไม้ เหมาะกับการถ่ายภาพพระราชวังคู่กับบรรยากาศสีสันฤดูใบไม้ร่วง
– สวนเอลเรติโร (El Retiro Park) หนึ่งในจุดชมฤดูใบไม้ร่วงที่น่าไปที่สุดในเมืองมาดริด มีต้นไม้มากกว่า 15,000 ต้น พร้อมทะเลสาบและพระราชวังแก้ว ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีทางเดินจะเต็มไปด้วยใบไม้สีเหลือง ส้ม และน้ำตาล ให้บรรยากาศโรแมนติก


9. เนเธอร์แลนด์

Credit : Neirfy / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : เดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน

ไปเที่ยวช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี ยุโรป กันต่อที่ เนเธอร์แลนด์ กับบรรยากาศเมืองเงียบสงบที่คนรักธรรมชาติต้องถูกใจ ชมใบไม้เปลี่ยนสีเคียงคู่กับคลอง บ้านอิฐเก่า จักรยาน และผืนป่า ทำให้บรรยากาศที่เรียบง่ายของเมืองดัตช์ดูอบอุ่นและโรแมนติกขึ้น มีให้เลือกเที่ยวทั้งจุดชมใบไม้กลางเมือง และอุทยานธรรมชาติขนาดใหญ่

Credit : iPics / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในเนเธอร์แลนด์

– กรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เสน่ห์ของเมืองหลวงแห่งนี้ก็คือ คลองเก่า บ้านอิฐ และใบไม้เปลี่ยนสีที่เรียงรายริมน้ำ เหมาะกับการเดินเล่นหรือล่องเรือในคลองชมเมือง ช่วงฤดูใบไม้ร่วงยิ่งได้บรรยากาศโรแมนติกแบบอัมสเตอร์ดัมที่ต่างจากฤดูอื่นอย่างชัดเจน
– อุทยานแห่งชาติเดอ โฮเกอ เฟลูเวอ (De Hoge Veluwe National Park) หนึ่งในพิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดคลาสสิกของเนเธอร์แลนด์ มีทั้ง ผืนป่า ทุ่งดอกฮีท และธรรมชาติกว้างใหญ่ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ป่าจะเปลี่ยนเป็นสีทอง ส้ม และแดง เหมาะกับการเดินหรือปั่นจักรยานชมธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม
– เมืองอูเทรคต์ (Utrecht) เมืองเก่าที่มีคลองและอาคารประวัติศาสตร์เป็นเอกลักษณ์ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้ตามริมคลองจะช่วยเพิ่มโทนสีทองและส้ม ทำให้ได้วิวคลองเก่า สถาปัตยกรรมดัตช์ และใบไม้เปลี่ยนสีในภาพเดียว
– อุทยานแห่งชาติอูเทรคต์เซอ เฮอเวลรุก (Utrechtse Heuvelrug National Park) จุดเด่นคือ ป่าเนินเขา ทุ่งดอกฮีท และปราสาทเก่าแก่ ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากภาพเนเธอร์แลนด์ที่เป็นพื้นที่ราบทั่วไป โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่ป่าผลัดใบเปลี่ยนสี เหมาะกับการเดินและปั่นจักรยานท่ามกลางธรรมชาติ


10. โครเอเชีย

Credit : Fesus Robert / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน – ต้นเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะ เดือนตุลาคม เป็นช่วงที่เหมาะกับการชมสีสันฤดูใบไม้ร่วงในหลายพื้นที่

ฤดูใบไม้ร่วงของ โครเอเชีย มีเสน่ห์น่าเที่ยวไม่แพ้ชายฝั่งทะเลชื่อดัง เพราะพื้นที่ตอนในเต็มไปด้วยทะเลสาบ น้ำตก ผืนป่า และปราสาทเก่า เมื่อใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง จึงได้วิวธรรมชาติที่มีสีสันสดใสและโรแมนติก โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบและป่าที่สามารถเห็นสีของใบไม้สะท้อนบนผิวน้ำได้อย่างสวยงาม

Credit : Karlo Curis / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในโครเอเชีย

– อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park) ไฮไลต์ใบไม้เปลี่ยนสีของโครเอเชีย ด้วยบรรยากาศของทะเลสาบสีฟ้าอมเขียว น้ำตก และป่าที่ล้อมรอบถึง 16 ทะเลสาบ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง สีแดง ส้ม และเหลืองของต้นไม้จะตัดกับสีของน้ำอย่างโดดเด่น เหมาะกับการเดินบนสะพานไม้ชมวิวธรรมชาติแบบใกล้ชิด
– ปราสาททราโคชาน (Trakošćan Castle) ปราสาทสไตล์โรแมนติกที่รายล้อมด้วยทะเลสาบและสวนป่า ได้ภาพปราสาทสะท้อนบนผิวน้ำท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี เหมือนฉากในเทพนิยาย
– อุทยานแห่งชาติริสนยัค (Risnjak National Park) พื้นที่ภูเขาที่ปกคลุมด้วยผืนป่าหลากหลายชนิด มีทั้งเส้นทางเดินป่า หุบเขา และจุดชมวิว โดยฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวบริเวณนี้เป็นพิเศษ
– สวนมักซิมีร์ (Maksimir Park) ถ้าอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยไม่ต้องออกจากเมืองซาเกร็บ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดี ด้วยป่าโอ๊กเก่าแก่ ทะเลสาบ และทางเดินร่มรื่น


11. นอร์เวย์

Credit : Pawel Uchorczak / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำ : เดือนกันยายน – ตุลาคม โดยพื้นที่ภูเขาและตอนเหนือมักเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเร็วกว่าพื้นที่ชายฝั่ง สำหรับเขตฟยอร์ด ช่วงกันยายน–ตุลาคมเป็นช่วงที่เหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสี

นอร์เวย์ ในฤดูใบไม้ร่วงโดดเด่นด้วยวิวฟยอร์ด ภูเขา และผืนป่าที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง ยิ่งช่วงที่ยอดเขาสูงเริ่มมีหิมะ จะได้เห็นสีสันของฤดูใบไม้ร่วงตัดกับภูเขาและผืนน้ำในวิวเดียวกัน เป็นบรรยากาศที่ทั้งอลังการและสงบกว่าช่วงฤดูร้อน

Credit : Greens and Blues / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในนอร์เวย์

– ฮาร์ดังเงร์ฟยอร์ด (Hardangerfjord) จุดเด่นคือการชมฟยอร์ด ภูเขา สวนผลไม้ และหมู่บ้านเล็กๆ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ต้นไม้รอบฟยอร์ดเริ่มเปลี่ยนสี พร้อมสวนแอปเปิลที่เต็มไปด้วยผลผลิต ได้ทั้งวิวธรรมชาติและบรรยากาศชนบทของนอร์เวย์ในช่วงเดียวกัน
– ฟลอมและเนร์รอยฟยอร์ด (Flåm & Nærøyfjord) เหมาะสำหรับคนที่อยากชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบวิวฟยอร์ดเต็มๆ เพราะสามารถล่องเรือชมฟยอร์ด และนั่งรถไฟสาย Flåm Railway ผ่านภูเขา หุบเขา และหมู่บ้านที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันฤดูใบไม้ร่วง
– อุทยานแห่งชาติรอนดาเน (Rondane National Park) ชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางภูเขา โดดเด่นด้วยทุ่งพุ่มไม้สีแดง ส้ม ป่าเหลืองทอง และเทือกเขาสูง บางช่วงสามารถเห็นยอดเขาที่เริ่มมีหิมะเป็นฉากหลัง เหมาะทั้งเดินป่าและขับรถชมวิวตาม Norwegian Scenic Route Rondane
– กรุงออสโล (Oslo) สำหรับคนเที่ยวในเมือง สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ตามสวนขนาดใหญ่ เช่น Frogner Park และ Palace Park เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ทั่วสวนจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและส้ม ได้บรรยากาศธรรมชาติควบคู่กับการเที่ยวเมืองและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ของออสโล


12. สวีเดน

Credit : Pavel Talashov / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : เดือนกันยายน – ตุลาคม โดยพื้นที่ตอนเหนืออย่าง Abisko จะเริ่มเปลี่ยนสีก่อน ส่วนตอนกลางและตอนใต้จะค่อยๆ เปลี่ยนสีตามมา และบางพื้นที่ทางใต้สามารถชมต่อเนื่องได้ถึงต้นพฤศจิกายน

สวีเดน เป็นประเทศที่เหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีมาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่า เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง ท่ามกลางทะเลสาบ หมู่เกาะ และบ้านไม้สไตล์สแกนดิเนเวีย อีกเสน่ห์คือแต่ละภูมิภาคเปลี่ยนสีไม่พร้อมกัน โดยเปลี่ยนสีจากทางเหนือค่อยๆ ไล่ลงมาทางใต้ ทำให้มีช่วงเที่ยวค่อนข้างยาว

Credit : abiskomountainlodge.se

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในสวีเดน

– เกาะยอร์กอร์เดน (Djurgården) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีใจกลางเมืองสตอกโฮล์ม โดดเด่นด้วยสวน ต้นไม้ใหญ่ อาคารเก่า และพิพิธภัณฑ์ เมื่อใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแดงจะได้บรรยากาศโรแมนติกริมผืนน้ำ พร้อมเที่ยวแลนด์มาร์กของเมืองได้ในวันเดียวกัน
– อุทยานแห่งชาติอบิสโก (Abisko National Park) ไฮไลต์ฤดูใบไม้ร่วงของ Swedish Lapland โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูที่ป่าเบิร์ชบนภูเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ตัดกับภูเขาและทะเลสาบอย่างสวยงาม และช่วงปลายฤดูกลางคืนจะยาวขึ้น มีโอกาสชมแสงเหนือได้ด้วย
– ชายฝั่งไฮโคสต์ (The High Coast) พื้นที่มรดกโลก UNESCO ที่มีภูมิประเทศโดดเด่นด้วยหน้าผาสูง ป่าทึบ อ่าว และทะเลบอลติก ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงผืนป่าจะเปลี่ยนสี เหมาะกับการเดินเขาขึ้นจุดชมวิว เพื่อชมป่าสีทองทอดยาวไปจนถึงแนวชายฝั่ง
– อุทยานแห่งชาติเซอเดอโรเซน (Söderåsen National Park) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีทางตอนใต้ของสวีเดน เต็มไปด้วยป่าผลัดใบ หุบเขา ลำธาร และหน้าผา ป่าจะเปลี่ยนเป็นโทนสีอบอุ่นทั่วทั้งพื้นที่ เดินชมธรรมชาติได้แบบใกล้ชิด ได้บรรยากาศป่ายุโรปเต็มๆ


13. เดนมาร์ก

Credit : high fliers / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : เดือนกันยายน – พฤศจิกายน

ไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี ยุโรป ในแถบสแกนดิเนเวียกันต่อที่ เดนมาร์ก ที่ในช่วงนี้จะได้บรรยากาศเมืองเก่าที่ดูอบอุ่น เรียบง่าย แม้ว่าอากาศจะค่อยๆ หนาวขึ้น มีที่เที่ยวทั้งปราสาท สวน และป่าผลัดใบที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองทอง ส้ม และแดง อีกจุดเด่นคือบรรยากาศแบบ Hygge ที่บ่งบอกความเป็นเดนมาร์กได้อย่างดี ทั้งการเดินเล่นในสวนของชาวเมือง จิบกาแฟตามคาเฟ่ และเที่ยวเมืองที่มีผู้คนน้อยกว่าช่วงฤดูร้อน

Credit : bdspnimage / canva.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในเดนมาร์ก

– สวนกวางเดียร์พาร์ก (Dyrehaven) หนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เด่นที่สุดใกล้โคเปนเฮเกน มีทั้งป่าเก่า ทุ่งกว้าง และกวางกว่า 2,000 ตัวที่อาศัยอย่างอิสระ ช่วงฤดูใบไม้ร่วงป่าและต้นไม้จะกลายเป็นโทนเหลืองส้ม ได้บรรยากาศธรรมชาติแบบยุโรปเหนือที่สงบและโรแมนติกมาก
– ปราสาทเฟรเดอริกส์บอร์ก (Frederiksborg Castle) ปราสาทเรอเนซองส์ขนาดใหญ่ในเมืองฮิลเลอรอด (Hillerød) ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ โดดเด่นด้วยสวนบาโรก และสวนภูมิทัศน์แบบอังกฤษ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้รอบทะเลสาบจะเปลี่ยนสี แถมวันที่มีหมอกจะยิ่งได้บรรยากาศเหมือนฉากในเทพนิยาย
– ป่ารอลด์สโคฟและเนินเขาเรบิลด์ (Rold Skov & Rebild Bakker) ผืนป่าต่อเนื่องที่ใหญ่ที่สุดของเดนมาร์ก มีทั้งป่าบีช ทะเลสาบ น้ำพุ และเนินเขา ช่วงฤดูใบไม้ร่วงพื้นที่ Rebild Bakker จะเปลี่ยนเป็นเฉดแดง น้ำตาล และเหลือง โดยเฉพาะรอบทะเลสาบ Store Økssø จะเห็นสีของต้นไม้สะท้อนบนผิวน้ำอย่างสวยงาม
– สวนหลวงคิงส์การ์เดน (King’s Garden) สวนหลวงเก่าแก่ใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน ติดกับ Rosenborg Castle ช่วงฤดูใบไม้ร่วงต้นไม้จะเปลี่ยนเป็นโทนสีทองและส้ม ได้ภาพสวนฤดูใบไม้ร่วงคู่กับปราสาทยุโรป


14. ฟินแลนด์

Credit : nblx / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กันยายน – ต้นตุลาคม โดยพื้นที่ Lapland มักจะพีคประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกันยายน และช่วงสวยจัดมีเวลาเพียงราว 10 วัน ก่อนที่ Ruska จะค่อยๆ ไล่ลงมาทางใต้ ส่วนเฮลซิงกิจะชมได้ช่วงปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม

ฤดูใบไม้ร่วงของ ฟินแลนด์ มีชื่อเรียกว่า “Ruska” ช่วงเวลาที่ป่าเบิร์ชและพืชในป่าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง ไล่จาก Lapland ทางเหนือก่อนแล้วค่อยลงสู่ตอนใต้ เสน่ห์คือการได้ชมสีสันเหล่านี้ท่ามกลางทะเลสาบ ป่าสน และภูเขาแบบ Arctic และทางเหนือยังเริ่มเข้าสู่ฤดูชมแสงเหนืออีกด้วย จึงมีโอกาสได้ทั้งใบไม้เปลี่ยนสีและแสงเหนือในทริปเดียวกัน

Credit : Mazur Travel / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในฟินแลนด์

– ซาริเซลกา (Saariselkä) และ อุทยานแห่งชาติ Urho Kekkonen หนึ่งในพิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีของ Lapland ด้วยป่าเบิร์ชสีทอง เนินเขาและพืชบนพื้นดินที่เปลี่ยนเป็นสีแดง–ส้ม โดย Saariselkä ตั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติ Urho Kekkonen จึงเหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ และช่วงค่ำยังมีโอกาสเห็นแสงเหนือเมื่อท้องฟ้าเปิด
– อุทยานแห่งชาติโคลี (Koli National Park) หนึ่งในภูมิทัศน์ที่เป็นภาพจำของฟินแลนด์ จุดเด่นคือวิวจากเนินเขามองลงไปเห็นทะเลสาบ Pielinen และผืนป่ากว้างใหญ่ที่เปลี่ยนสี
– อุทยานแห่งชาติอูลังกา (Oulanka National Park) เหมาะกับสายธรรมชาติและเดินป่า ชมวิวป่าเบิร์ชสีทองตัดกับต้นสนสีเขียวและสายน้ำ สวยงามมาก
– อ่าวเทอเออเลินลาห์ติ (Töölönlahti Bay) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเมืองเฮลซิงกิ โดยเส้นทางรอบอ่าวมีทั้งสวนและสถาปัตยกรรมเมือง ช่วงเดือนตุลาคมจะได้เห็นสีเหลืองและส้มสะท้อนกับผืนน้ำ เหมาะกับการเดินเล่นสบายๆ


15. สโลวีเนีย

Credit : Vadym Lavra / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน – ตุลาคม

บรรยากาศธรรมชาติที่ สโลวีเนีย จะได้เห็นทั้ง เทือกเขา Julian Alps ทะเลสาบสีฟ้า หมู่บ้านอัลไพน์ และผืนป่ารวมไว้ด้วยกัน ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีธรรมชาติจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง ตัดกับน้ำสีเขียวอมฟ้าและยอดเขาสูง ให้บรรยากาศโรแมนติกเหมือนภาพวาด อีกทั้งช่วงนี้นักท่องเที่ยวยังบางตากว่าฤดูร้อน จึงเที่ยวชมธรรมชาติได้สงบขึ้นด้วย

Credit : Andrew Mayovskyy / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในสโลวีเนีย

– ทะเลสาบเบลด (Lake Bled) แลนด์มาร์กสำคัญที่สวยเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ร่วง เพราะจะได้เห็นทะเลสาบ เกาะเล็กกลางน้ำ โบสถ์ และปราสาทบนหน้าผา รายล้อมด้วยต้นไม้สีเหลืองส้ม โดยมีเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลัง เหมาะทั้งเดินรอบทะเลสาบและนั่งเรือ Pletna ชมวิว
– ทะเลสาบโบฮินจ์ (Lake Bohinj) ทะเลสาบธรรมชาติถาวรที่ใหญ่ที่สุดของสโลวีเนีย ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและผืนป่าของบริเวณ Triglav National Park
– ทะเลสาบยาสนา (Lake Jasna) วิวทะเลสาบใสที่สะท้อนยอดเขา Razor และ Prisank ของเทือกเขา Julian Alps เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้รอบทะเลสาบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ทำให้ได้ภาพภูเขา ทะเลสาบ และใบไม้หลากสีในเฟรมเดียว
– เนินเขาสเลเมโนวา ชปิตซา (Slemenova Špica) ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเห็นวิวทุ่งอัลไพน์และต้นลาร์ชที่เปลี่ยนเป็นสีทอง โดยมีแนวยอดเขา Julian Alps อย่าง Jalovec และ Mojstrovka เป็นฉากหลัง


16. โรมาเนีย

Credit : Kokhanchikov / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน – ต้นเดือนพฤศจิกายน พื้นที่สูงจะเริ่มเปลี่ยนสีก่อน และโดยทั่วไป เดือนตุลาคม โดยเฉพาะช่วงกลางเดือน เป็นช่วงที่สีของป่าคาร์เพเทียนเด่นมากที่สุด

โรมาเนีย เป็นอีกประเทศที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก โดยเฉพาะแนวเทือกเขาคาร์เพเทียนและแคว้นทรานซิลเวเนีย ซึ่งเต็มไปด้วยป่าผลัดใบ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ภูเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง พร้อมด้วยวิวปราสาท เมืองยุคกลาง และหมู่บ้านเล็กๆ ให้บรรยากาศโรแมนติกและลึกลับเหมือนฉากในเทพนิยาย

Credit : SCStock / canva.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในโรมาเนีย

– ปราสาทเปเลช (Peleș Castle) แห่งเมืองซินายา หนึ่งในพิกัดที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดของโรมาเนีย ปราสาทสไตล์นีโอเรอเนซองส์ที่ตั้งอยู่กลางป่าและเทือกเขาคาร์เพเทียน โอบล้อมด้วยป่าที่เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และทอง ตัวปราสาทยิ่งดูโดดเด่น
– บราซอฟ (Brașov) เมืองเก่าแห่งทรานซิลเวเนีย ที่มีทั้งถนนหิน อาคารสีสันสไตล์ยุโรป และภูเขาล้อมรอบเมือง ช่วงฤดูใบไม้ร่วงป่าบนเนินเขารอบๆ จะเปลี่ยนสี เหมาะกับการชมวิวเมืองเก่าคู่กับธรรมชาติในภาพเดียว
– อุทยานแห่งชาติเปียตราไครอูลุย (Piatra Craiului National Park) เหมาะกับสายธรรมชาติ โดดเด่นด้วยแนวเขาหินปูนสูงและผืนป่าบีช ที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดงในฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะช่วงต้น–กลางเดือนตุลาคม สีของป่าจะตัดกับหน้าผาสีขาวได้อย่างสวยงาม
– เทือกเขาอาปูเซนี (Apuseni Mountains) อีกมุมของโรมาเนียที่ได้บรรยากาศชนบทยิ่งขึ้น มีทั้งภูเขา ป่า หมู่บ้านเล็กๆ และทุ่งกว้าง ช่วงฤดูใบไม้ร่วงผืนป่าจะเปลี่ยนเป็นหลากสี เหมาะกับคนที่อยากชมธรรมชาติแบบสงบ และสัมผัสวิถีชนบทของโรมาเนีย


17. โปแลนด์

Credit : Pawel Uchorczak / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายเดือนกันยายน – ตุลาคม

โปแลนด์ มีฤดูใบไม้ร่วงที่สวยจนมีคำเรียกว่า “Golden Polish Autumn” เมื่อป่าและสวนทั่วประเทศเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง จุดเด่นก็คือได้ชมทั้ง ภูเขา ป่าบีช เมืองเก่า และพระราชวัง ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ให้บรรยากาศโรแมนติกและสงบกว่าช่วงฤดูร้อน

Credit : monticello / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในโปแลนด์

– เทือกเขาบีเอชชาดือ (Bieszczady Mountains) หนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โดดเด่นที่สุดของโปแลนด์ โดยเฉพาะเดือนตุลาคมที่ป่าบีชจะเปลี่ยนสีทั่วภูเขา ตัดกับทุ่งหญ้าบนสันเขาที่เรียกว่า Połoniny เหมาะกับการเดินเขาและชมวิวป่าหลากสีแบบพาโนรามา
– เทือกเขาทาทรา (Tatra Mountains) และ ซาโกปาเน (Zakopane) จุดเด่นคือวิวยอดเขาสูง หุบเขา ทะเลสาบ และป่าที่เปลี่ยนเป็นสีทอง บางช่วงยังเริ่มเห็นหิมะบนยอดเขา ตัดกับสีแดง–ทองด้านล่างอย่างสวยงาม
– อุทยานแห่งชาติออยชูฟ (Ojców National Park) อุทยานธรรมชาติใกล้คราคูฟที่มีทั้งป่าผลัดใบ หุบเขา ถ้ำ และหน้าผาหินปูนรูปร่างแปลกตา ได้วิวใบไม้เปลี่ยนสีตัดกับโขดหินและปราสาทเก่า
– สวนหลวงวาเซียนกี (Royal Łazienki Park) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในกรุงวอร์ซอ โดดเด่นด้วย พระราชวังริมทะเลสาบ สวนประวัติศาสตร์ และต้นไม้ใหญ่ เหมาะกับการเดินเล่นชมธรรมชาติในเมือง


18. รัสเซีย

Credit : Sergey Dzyuba / shutterstock.com

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี : กลางเดือนกันยายน – ปลายเดือนตุลาคม โดยทั่วไป มอสโก จะสวยช่วงปลายกันยายน–กลางตุลาคม และ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จะต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม

ใครอยากไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี ยุโรป แบบไม่ต้องขอวีซ่า ต้องไป รัสเซีย ที่มีภาพจำของฤดูใบไม้ร่วงที่เรียกว่า “Golden Autumn” เพราะป่าเบิร์ช เมเปิล และต้นไม้ทั่วเมืองจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดง พร้อมด้วยบรรยากาศของพระราชวัง โบสถ์ออร์โธดอกซ์ เมืองเก่า และธรรมชาติขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศดูคลาสสิกแบบรัสเซีย

Credit : Elena Shishkina / shutterstock.com

พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในรัสเซีย

– โคโลเมนสโกเย (Kolomenskoye) อดีตพระราชฐานริมแม่น้ำมอสโกที่มีทั้ง โบสถ์เก่า สถาปัตยกรรมรัสเซีย และพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะโอบล้อมบรรยากาศ Golden Autumn โดยที่นี่ยังมีต้นโอ๊กอายุมากกว่า 500 ปีอีกด้วย
– ซาริทซิโน (Tsaritsyno) พระราชวังและสวนขนาดใหญ่ในมอสโก สร้างขึ้นสำหรับจักรพรรดินี Catherine II โดดเด่นด้วย สถาปัตยกรรมนีโอโกธิก ทะเลสาบ สะพาน และสวนภูมิทัศน์
– พาฟลอฟสก์พาร์ก (Pavlovsk Park) สวนขนาดใหญ่รอบพระราชวัง Pavlovsk ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีทั้งป่า แม่น้ำ สะพาน และศาลาสไตล์คลาสสิก เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นลินเดน โอ๊ก และเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มทั่วสวน ได้บรรยากาศ Golden Autumn แบบรัสเซีย
– สวนฤดูร้อน (Summer Garden) แห่งเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สวนประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช โดดเด่นด้วยแนวต้นไม้ น้ำพุ รูปปั้นหินอ่อน และสวนสไตล์ยุโรปคลาสสิก

การชม ใบไม้เปลี่ยนสี ยุโรป มีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ทั้งวิวเมืองเก่า ปราสาท ทะเลสาบ เทือกเขา และผืนป่าหลากสี โดยส่วนใหญ่ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวจะอยู่ราว กันยายน–พฤศจิกายน หากมีประเทศที่เล็งไว้ แนะนำให้วางแผนและจองทัวร์ล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสี เพราะโปรแกรมและวันเดินทางยอดนิยมมักเต็มเร็ว จะได้เลือกเส้นทางและช่วงเวลาที่ตรงใจมากที่สุด สนใจประเทศไหน ทักหาพี่เห็ดได้เลย


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง

2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ยุโรป ใบไม้เปลี่ยนสี ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

สินค้าที่เกี่ยวข้อง