เยียนไถ (Yantai) อีกหนึ่งเมืองน่าเที่ยวในจีนที่กำลังได้รับความสนใจ โดดเด่นด้วยบรรยากาศชิลๆ ของเมืองริมทะเล บอกเลยว่ามีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองดังๆ ที่อื่นเลยค่ะ เพราะ ที่เที่ยวเยียนไถ มีครบทั้งชายหาดสวย เกาะ วิวทะเล เมืองเก่า อาคารสไตล์ยุโรป วัฒนธรรมไวน์ และแลนด์มาร์กเด็ดๆ เพียบ พี่เห็ด มัชรูมทราเวล เลยขอรวบรวม 10 จุดน่าเที่ยวในเมืองเยียนไถมาให้แบบครบๆ ใครกำลังมองหาเมืองรองของจีนสำหรับทริปต่อไป ตามมาปักหมุดกันได้เลย
ทำความรู้จัก เยียนไถ เมืองริมทะเลแห่งมณฑลซานตง

เยียนไถ (Yantai) เป็นเมืองชายฝั่งทางตะวันออกของมณฑลซานตง ประเทศจีน ตั้งอยู่บริเวณคาบสมุทรซานตง มีพื้นที่ติดทั้งทะเลเหลืองและทะเลโป๋ไห่ โดดเด่นด้วยบรรยากาศเมืองริมทะเล ชายหาด เกาะ และวิวชายฝั่งที่สวยสงบ นอกจากนี้เยียนไถยังมีความสำคัญในฐานะเมืองท่าเก่าแก่ และยังคงหลงเหลืออาคารประวัติศาสตร์กับสถาปัตยกรรมตะวันตกจากช่วงที่เมืองเปิดทำการค้ากับต่างชาติ อีกหนึ่งไฮไลต์ของเมืองนี้คือ วัฒนธรรมไวน์ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ Changyu แบรนด์ไวน์เก่าแก่ของจีน รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ ชายหาด เกาะ และแลนด์มาร์กริมทะเล เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวจีนในมุมที่บรรยากาศสบายๆ ไม่วุ่นวาย และได้ครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในทริปเดียว
10 ที่เที่ยวเยียนไถ พิกัดฮิตน่าเช็กอิน
1. ท่าเรือชาวประมงไห่ชาง (Haichang Fisherman’s Wharf)

เริ่ม ที่เที่ยวเยียนไถ แห่งแรกด้วยที่เที่ยว 5A อย่าง ท่าเรือชาวประมงไห่ชาง แลนด์มาร์กริมทะเล ตัวพื้นที่ยื่นออกไปและมีทะเลล้อมรอบถึง 3 ด้าน จุดเด่นคือกลุ่มอาคารสไตล์ยุโรปเรียงตัวอยู่ริมชายฝั่ง ให้บรรยากาศเหมือนเดินเล่นอยู่ในเมืองตากอากาศริมทะเลของยุโรปเลยทีเดียว เหมาะมากกับการมาเดินเล่น ถ่ายรูป และชมวิวทะเล โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงพระอาทิตย์ตก ช่วยเพิ่มความโรแมนติกให้กับแนวอาคารและทางเดินริมชายฝั่ง ภายในยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ ให้ได้นั่งพักผ่อนชิลๆ อีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/nmXACEkYeLGigkNf6
2. สวนสัตว์ทะเลฉลามวาฬไห่ชาง (Yantai Haichang Whale Shark Ocean Park)

ถ้ามาเที่ยวท่าเรือชาวประมงไห่ชางแล้ว อย่าลืมแวะ สวนสัตว์ทะเลฉลามวาฬไห่ชาง อควาเรียมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ท่าเรือ ภายในแบ่งเป็นโซนสัตว์ทะเลหลายโซน เช่น เต่าทะเล พะยูน แมงกะพรุน รวมถึงโซนจัดแสดงและกิจกรรมต่างๆ แต่ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ฉลามวาฬ โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมเจ้าฉลามวาฬตัวใหญ่แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางฝูงปลาแบบใกล้ๆ ผ่านตู้กระจกขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลเลย นอกจากนี้ยังมีการแสดงสิงโตทะเล และภาพยนตร์โดมแบบ 360 องศาให้ชมด้วย ถือเป็นที่เที่ยวที่เหมาะทั้งกับครอบครัว เด็กๆ เที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย
เวลาเปิด-ปิด : 08:30 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม : 150 หยวน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/RVeWzS2t5gC3bSQXA
3. เขาเยียนไถ (Yantai Mountain Scenic Area)

เที่ยวเยียนไถ ต่อกันที่ เขาเยียนไถ หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองที่รวมทั้ง วิวทะเล ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมเก่าไว้ในที่เดียว ไฮไลต์ของที่นี่คือ ประภาคารเยียนไถ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยจะมองเห็นวิวชายฝั่งและตัวเมืองจากมุมสูงได้อย่างสวยงามไกลสุดลูกหูลูกตา ภายในพื้นที่ยังมีอาคารเก่าและสิ่งก่อสร้างช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงที่เยียนไถเปิดเป็นเมืองท่า ประเทศต่างๆ ได้เข้ามาตั้งสถานกงสุลบริเวณนี้ ทำให้บรรยากาศมีทั้งความคลาสสิกและกลิ่นอายเมืองชายทะเลไปพร้อมกัน
เวลาเปิด-ปิด : 08:00 – 21:00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/NrGPFWZFTMzWcDag8
4. ถนนเฉาหยาง (Chaoyang Street)

ที่เที่ยวเยียนไถ ที่ต่อไป ถนนเฉาหยาง เป็นย่านประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สไตล์ยุโรป ซึ่งสะท้อนช่วงเวลาที่เยียนไถเริ่มเปิดเมืองท่าและติดต่อกับต่างประเทศ ปัจจุบันพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นถนนคนเดิน มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ร้านของฝาก และมุมถ่ายรูปตลอดสองข้างทาง เสน่ห์ของที่นี่คือ ความลงตัวระหว่างอาคารเก่าและบรรยากาศทันสมัย กลางวันเหมาะกับการเดินชมสถาปัตยกรรมและถ่ายรูป ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำ ร้านค้าต่างๆ เริ่มเปิดไฟ ทำให้ถนนดูคึกคักและโรแมนติกไปอีกแบบ
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00 – 22:00 น. / ไฟเปิดประมาณ 18:00 – 23:00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/VSUyeSDz6RbRGzSX6
5. เมืองเก่าซั่วเฉิงหลี่ (Suochengli)

ถ้าอยากเข้าถึงซิกเนเจอร์ของเยียนไถก็ต้องมาที่ เมืองเก่าซั่วเฉิงหลี่ ย่านประวัติศาสตร์ใจกลางเขตจือฝู ที่ยังคงบรรยากาศของเมืองเก่าไว้ได้อย่างดี ทั้งตรอกหิน อาคารอิฐสีเทา หลังคากระเบื้องแบบจีน และโคมแดงที่เรียงรายตลอดสองข้างทาง ทำให้บรรยากาศดูคลาสสิกและถ่ายรูปสวยมาก ปัจจุบันย่านนี้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งเดินเที่ยวแบบสบายๆ มีทั้ง ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านของฝาก และร้านงานฝีมือท้องถิ่นแทรกอยู่ตามอาคารเก่า มาเดินเล่น ชิมของกิน และซึมซับบรรยากาศเมืองจีนแบบดั้งเดิมได้สบายๆ เลย
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 09:00 – 22:00 น. / ไฟเปิดประมาณ 18:00 – 22:00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/22UEAq6Qwe9SKqyY9
6. พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมไวน์ฉางหยู (Changyu Wine Culture Museum)

ใครอยากรู้ว่าทำไม เยียนไถ ถึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งไวน์ของจีน ต้องมาที่ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมไวน์ฉางหยู สถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Changyu แบรนด์ไวน์เก่าแก่ที่ก่อตั้งในเยียนไถตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892 และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไวน์สมัยใหม่ของจีน ภายในไม่ได้มีแค่การจัดแสดงประวัติเท่านั้น แต่ยังมีนิทรรศการแบบดิจิทัล กิจกรรมต่างๆ และโซนให้เรียนรู้เรื่องการทำไวน์ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ ห้องเก็บไวน์ใต้ดินเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1894 ซึ่งเรียงรายไปด้วยถังไม้โอ๊กขนาดใหญ่ บรรยากาศให้ฟีลเหมือนได้ย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมไวน์จีนเลยทีเดียว
เวลาเปิด-ปิด : 08:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม : 80 หยวน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/X2YCrsRzJqp8i1k17
7. ชายหาดจินซา (Yantai Golden Beach)

อยากพักจากเมืองเก่าแล้วออกมาสัมผัสทะเลแบบเต็มๆ ให้ปักหมุด ที่เที่ยวเยียนไถ ชายหาดจินซา หนึ่งในชายหาดยอดนิยมของเยียนไถ จุดเด่นคือ หาดทรายสีทอง แนวชายฝั่งกว้าง และบรรยากาศโปร่งสบาย เหมาะกับการมาเดินเล่น รับลมทะเล ถ่ายรูป หรือแวะพักชิลๆ ใครชอบถ่ายรูปแนะนำให้มาช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงจะช่วยให้สีของผืนทรายและทะเลดูสวยยิ่งกว่าเดิม และพลาดไม่ได้กับจุดเช็กอินยอดฮิตอย่าง ประติมากรรมวาฬผู้โดดเดี่ยว (Beach Lonely Whale Yantai) ที่ออกแบบให้ส่วนหัวและหางของวาฬโผล่ขึ้นมาจากผืนทราย ราวกับวาฬตัวใหญ่กำลังเกยตื้นอยู่ริมทะเล สายถ่ายรูปห้ามพลาดมุมนี้!
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/P1JAPg44EdnCgi8Y9
8. เกาะหยางหม่า (Yangma Island)

มาเที่ยวเมืองชายทะลทั้งทีก็ต้องมาที่ เกาะหยางหม่า รอบเกาะมีทั้งน้ำทะเลสีฟ้าใส โขดหิน หน้าผา ถ้ำจากการกัดเซาะของทะเล และจุดชมวิวริมชายฝั่งกระจายอยู่หลายจุด สามารถเที่ยววนรอบเกาะและแวะถ่ายรูปได้ตลอดทาง ที่สำคัญยังเดินทางสะดวก เพราะมีสะพานเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ไม่ต้องนั่งเรือข้ามเกาะ ใครอยาก เที่ยวเยียนไถ ในมุมธรรมชาติ เน้นวิวทะเลสวยๆ และบรรยากาศพักผ่อนชิลๆ เกาะหยางหม่าถือเป็นหนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาดเลย
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/M6VmUE1vRSKgeW5u5
9. ศาลาเผิงไหล (Penglai Pavilion)

หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของเยียนไถต้องยกให้ ศาลาเผิงไหล ที่นี่โดดเด่นทั้งเรื่อง ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมจีนโบราณ และวิวทะเล ตัวอาคารศาลาตั้งอยู่บนพื้นที่สูงริมทะเล ทำให้สามารถมองเห็นวิวชายฝั่งและทะเลได้อย่างกว้างไกล บรรยากาศจะมีความคลาสสิกและสงบ ยิ่งในวันที่มีหมอกบางๆ ยิ่งได้ฟีลเหมือนฉากในตำนานจีนอย่างไรอย่างนั้น จุดเด่นไม่ได้มีแค่ศาลาหลัก แต่รอบๆ ยังมีอาคารโบราณ ศาลเจ้า กำแพง และจุดชมวิวให้เดินชมต่อได้อีกหลายจุด ทั้งยังเป็นพิกัดที่เชื่อมโยงกับตำนาน “แปดเซียนข้ามทะเล” ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงมากในวัฒนธรรมจีนอีกด้วย
เวลาเปิด-ปิด : 08:00 – 18:00 น.
ค่าเข้าชม : 100 หยวน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/irf2oYESoghtjkrH8
10. จุดชมวิวแปดเซียนข้ามทะเล (Eight Immortals Crossing the Sea Scenic Area)

ที่เที่ยวเยียนไถ สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของตำนานจีนอย่าง จุดชมวิวแปดเซียนข้ามทะเล แหล่งท่องเที่ยวริมทะเลที่สร้างขึ้นจากตำนานจีนเรื่อง “แปดเซียนข้ามทะเล” ซึ่งผูกพันกับเมืองเผิงไหลมาอย่างยาวนาน ตัวพื้นที่โดดเด่นด้วยอาคารจีนโบราณ ศาลา เจดีย์ และประติมากรรมของเหล่าแปดเซียน ตั้งอยู่บนพื้นที่รูปทรงคล้ายผลน้ำเต้าที่ยื่นออกไปกลางทะเล ทำให้เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นอาคารล้อมรอบด้วยน้ำ ดูคล้ายเกาะเทพเซียนกลางทะเล นักท่องเที่ยวสามารถมาถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรม เดินชมวิวทะเล ฟังเรื่องราวของแปดเซียน และในบางช่วงมีการแสดงพื้นบ้าน ดนตรี ศิลปะการต่อสู้ รวมถึงกิจกรรมนั่งเรือใบหรือสปีดโบ๊ตเพิ่มความสนุกด้วย
เวลาเปิด-ปิด :
– เมษายน – ธันวาคม 07:30 – 18:00 น.
– มกราคม – มีนาคม 08:00 – 17:00 น.
ค่าเข้าชม : 80 หยวน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/iu9FtLu1zaL7kcvt6
สำหรับคนที่อยากเปิดประสบการณ์เที่ยวเมืองรองของจีน เยียนไถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ทั้งวิวทะเล อาหารทะเล เมืองเก่า และวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ หากไม่อยากจัดเส้นทางและการเดินทางเองทั้งหมด ก็สามารถเลือกดูโปรแกรม ทัวร์จีน จากมัชรูมทราเวลได้เลย พี่เห็ดมีโปรแกรมพาไป เที่ยวเยียนไถ หลากหลายช่วงเวลา และยังสามารถเที่ยวเมืองใกล้เคียงในเส้นทางเดียวกันอย่าง ชิงเต่า และ เวยไห่ ได้อีกด้วย แค่จัดกระเป๋าก็พร้อมออกเดินทางแล้ว
