หนึ่งในที่เที่ยวยอดฮิตช่วงฤดูหนาวของคนที่อยากไปสัมผัสอากาศเย็นถึงใจ สัมผัสหิมะฟูๆ ก็ต้องเป็น ฮาร์บิน เมืองหลวงแห่งมณฑลเฮยหลงเจียง ประเทศจีน ขึ้นชื่อเรื่องอากาศที่หนาวเย็นสุดขั้ว แต่ละปีหนาวจัดจนติดลบถึง -30°C หรือหนาวกว่านี้ มีที่เที่ยวชื่อดังอย่าง เทศกาลน้ำแข็ง ฮาร์บิน (Harbin Ice Festival) ที่จัดเป็นประจำทุกปี และ หมู่บ้านหิมะ China Snow Town หมู่บ้านจีนโบราณที่เต็มไปด้วยหิมะฟูนุ่มเหมือนมาร์ชแมลโลว์ ก่อนจะไปเที่ยวเมืองหนาวขนาดนี้ เราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกด้าน เพื่อจะได้เที่ยวสนุกตามที่ตั้งใจ บทความนี้ พี่เห็ด มัชรูมทราเวล รวบรวม 13 เรื่องต้องรู้ เตรียมตัวไปฮาร์บิน แนะนำจากประสบการณ์ตรงของพี่เห็ดเอง เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เตรียมพร้อมก่อนว่า ทริปฮาร์บินจะได้เจออะไรบ้าง ? มาดูกันค่ะ

1. เที่ยวฮาร์บิน ไม่ต้องขอวีซ่า
เมืองฮาร์บิน (Harbin) หรือภาษาจีนเรียกว่า ฮาเอ่อร์ปิน (哈尔滨) ตั้งอยู่ในประเทศจีน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ทางการจีนก็ได้ประกาศฟรีวีซ่าให้กับคนไทย ทำให้เราสามารถไปเที่ยวจีนได้ง่าย โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกแล้ว สามารถพำนักอยู่ได้ 30 วัน ไม่ต้องเตรียมเอกสารมากมาย ถือพาสปอร์ตไทยเล่มเดียวก็เดินทางได้เลย
2. ไปฮาร์บิน เดินทางด้วยสายการบินอะไรได้บ้าง ?
จากกรุงเทพสู่ฮาร์บินยังไม่มีเที่ยวบินตรง แต่มี เที่ยวบินแบบต่อเครื่อง ที่เมืองต่างๆ ในจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฉางชุน ฯลฯ มีหลากหลายสายการบินที่ให้บริการ เช่น Air China, China Eastern Airlines, China Southern Airlines ฯลฯ โดยมีทั้งบินต่อเครื่องแล้วไปลงที่ฮาร์บินเลย หรือลงที่เมืองใกล้เคียงแล้วนั่งรถไปต่อได้ และอีกวิธีก็คือ จากไทยบินไปลงตามหัวเมืองใหญ่ในจีนแล้ว นั่งรถไฟความเร็วสูง ต่อไปยังเมืองฮาร์บินก็ได้
แต่สำหรับใครที่ไปเที่ยวกับทัวร์จะมีโปรแกรม บินตรงแบบเหมาลำ (Charter flight) ให้เลือกด้วย โดยบินไปลงที่ ท่าอากาศยานนานาชาติฮาร์บิน ไทปิง ซึ่งก็สะดวกสบายมากๆ บินต่อเดียวถึงฮาร์บินเลย
3. ฮาร์บิน หนาวมากไหม ? เที่ยวเดือนธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ ต่างกันยังไง?
เมืองฮาร์บิน ตั้งอยู่ที่มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่หนาวที่สุดของจีน ซึ่งได้รับอิทธิพลลมหนาวจากไซบีเรีย ได้รับฉายาว่า “เมืองน้ำแข็ง” โดยเฉพาะในช่วง ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์) ที่อุณหภูมิติดลบแทบตลอดทั้งวัน อุณหภูมิทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ -25 ถึง 0°C ส่วนพื้นที่ตามภูเขา อุณหภูมิจะลดต่ำลงอีกถึง -30°C หรือหนาวกว่านี้ ใครที่กำลัง เตรียมตัวไปฮาร์บิน ต้องบอกเลยว่าหนาวกว่าการเที่ยวญี่ปุ่นหรือเกาหลีในเมืองใหญ่ๆ หลายเท่าเลยค่ะ
แนะนำให้เช็กอุณหภูมิของแต่ละเดือนก่อนเดินทาง เพราะถึงจะเป็นหน้าหนาวเหมือนกัน แต่ระดับความหนาวแตกต่างกันพอสมควร
– เดือนธันวาคม : กลางวันประมาณ -10 ถึง -9°C กลางคืนประมาณ -20 ถึง -19°C เริ่มเข้าสู่ช่วงหนาวจัด บรรยากาศเต็มไปด้วยหิมะและความคึกคักของฤดูกาลท่องเที่ยว เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสหิมะช่วงต้นฤดู แต่ควรตรวจสอบวันเปิดเมืองน้ำแข็งก่อนเดินทาง
– เดือนมกราคม : กลางวันประมาณ -13 ถึง -11°C กลางคืนประมาณ -24 ถึง -22°C เป็นเดือนที่หนาวที่สุดของปี เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศฤดูหนาวแบบเต็มที่ ชมประติมากรรมน้ำแข็งและเที่ยวเทศกาลหิมะ แต่ต้องเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อมเป็นพิเศษ
– เดือนกุมภาพันธ์ : กลางวันประมาณ -7 ถึง -5°C กลางคืนประมาณ -18 ถึง -17°C อากาศเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมกราคม โดยเฉพาะช่วงปลายเดือน เหมาะกับคนที่ เที่ยวฮาร์บินครั้งแรก หรือยังไม่คุ้นเคยกับอากาศหนาวจัด แต่ต้องตรวจสอบวันปิดสถานที่ท่องเที่ยวฤดูหนาวด้วย
นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระวังคือ อุณหภูมิที่รู้สึกจริง (Wind Chill) เพราะเมื่อมีลมแรง ร่างกายจะสูญเสียความร้อนเร็วขึ้น ทำให้รู้สึกหนาวกว่าตัวเลขอุณหภูมิที่วัดได้ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า หู และมือที่สัมผัสอากาศโดยตรง ดังนั้น แม้จะเห็นว่าอุณหภูมิอยู่ที่ -15°C ก็อาจรู้สึกหนาวกว่านั้นได้เมื่อมีลมพัดแรง ควรสวมเสื้อกันลม ผ้าพันคอ หมวก และถุงมือให้มิดชิด
สรุปแล้ว ไปฮาร์บินเดือนไหนดี ? ถ้าเป็นมือใหม่ที่อยากเที่ยวหิมะและชมเทศกาลน้ำแข็งแบบเต็มอิ่ม พี่เห็ดแนะนำ เดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ แต่ถ้าไม่อยากเจออากาศหนาวสุดขั้ว เดือนกุมภาพันธ์จะเหมาะกว่า เพราะอุณหภูมิโดยเฉลี่ยเริ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกเดือนไหน ก็ต้องเตรียมชุดกันหนาวสำหรับอุณหภูมิติดลบอย่างจริงจังค่ะ

4. เที่ยวฮาร์บิน หน้าหนาว แต่งตัวยังไง ?
เพื่อการท่องเที่ยวในเมืองหนาวอย่างมีความสุข และสนุกกับกิจกรรมฤดูหนาวได้อย่างเต็มที่ เราก็ต้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม พี่เห็ดแนะนำการแต่งตัวกันหนาวที่ดีก็คือ การแต่งแบบเลเยอร์ (Layering) โดยใส่เสื้อผ้าซ้อนกันหลายชั้น เพื่อช่วยกักเก็บความร้อนในร่างกาย และการใส่หลายชั้นไม่ได้แปลว่าต้องใส่หนาที่สุดทุกชั้น ควรเลือกเสื้อผ้าที่ระบายความชื้นได้ และหลีกเลี่ยงชั้นในผ้าฝ้ายที่อุ้มเหงื่อ โดยแบ่งเป็น 3 ชั้นหลัก ดังนี้
– ชั้นในสุด (Base Layer) เป็นชั้นแรกที่สัมผัสกับร่างกาย เสื้อผ้าที่แนะนำคือ เสื้อฮีทเทค (Heattech) เป็นเนื้อผ้าที่ช่วยกักเก็บความอบอุ่นได้ดี แต่ไม่หนาจนอึดอัด หรือจะเป็น ชุดลองจอน (Long Johns) เนื้อผ้าจะหนาหน่อย โดยเป็นเสื้อแขนยาว กับกางเกงขายาว ด้านในบุขนหนาๆ ใส่แล้วอุ่นมาก
– ชั้นกลาง (Mid Layer) สำหรับกักเก็บความร้อนในร่างกายและให้ความอบอุ่น เสื้อผ้าที่แนะนำคือ เสื้อสเวตเตอร์ (Sweater), เสื้อขนสัตว์ (Wool) หรือ เสื้อขนแกะ (Fleece)
– ชั้นนอกสุด (Outer Layer) ชั้นนี้สำคัญมาก พี่เห็ดแนะนำว่า ต้องกันน้ำและกันหิมะได้ เพราะเราอาจเจอช่วงที่หิมะตก ถ้าเป็นผ้าที่กันน้ำ เมื่อหิมะตกลงมาที่เสื้อของเราจะสามารถปัดออกได้ง่าย ไม่ซมเข้าเนื้อผ้า และอีกอย่างคือ ควรเป็นเสื้อที่มีฮู้ด หรือหมวก ยิ่งเป็นฮู้ดที่ด้านในบุขนและมีเฟอร์จะดีมาก ใส่คลุมกันหนาวและกันหิมะได้ดี เสื้อที่แนะนำคือ เสื้อโค้ทขนเป็ด หรือ ดาวน์ แจ็คเก็ต (Down Jacket) ที่มีความหนา ด้านในบุขน จะช่วยกันหนาวได้ดีมาก
– อุปกรณ์กันหนาวที่จำเป็นอื่นๆ
รองเท้า ต้องเป็นรองเท้าสำหรับเดินลุยหิมะและกันน้ำได้ พื้นรองเท้ากันลื่น และด้านในต้องบุขน
ถุงเท้า แนะนำถุงเท้าเนื้อหนา หรือด้านในบุขน
หมวก ผ้าไหมพรมหรือขนสัตว์ ช่วยให้ความอบอุ่นกับศีรษะและใบหู
ถุงมือ เป็นอีกสิ่งที่จำเป็นมาก ช่วยให้มือเราอบอุ่นตลอดเวลา ช่วยกันลม เพราะเมื่อเจออากาศหนาวมือเราจะแข็งและเกิดอากาศแดงได้ง่าย
ผ้าพันคอ ช่วยให้ความอบอุ่นบริเวณคอ
ที่ปิดหูกันหนาว (Earmuff) ช่วยให้ไม่ปวดหูเวลาเจออากาศหนาวมากๆ
ถุงทรายร้อน ตัวช่วยที่ทำให้เราอุ่นขึ้น จะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ หรือใช้แบบที่ติดด้านในเสื้อหรือรองเท้าด้วยก็ได้ แต่ต้องระวังไม่ควรสัมผัสผิวโดยตรง
สำหรับใครที่ เตรียมตัวไปฮาร์บิน แต่ไม่แน่ใจว่าเสื้อกันหนาวที่มีจะเอาอยู่ไหม พี่เห็ดแนะนำให้ไปซื้อเพิ่มที่ฮาร์บินได้เลยค่ะ ในโปรแกรมทัวร์จะพาไปร้านเสื้อกันหนาวด้วย มีให้เลือกหลายแบบ ราคาไม่แพง พร้อมอุปกรณ์กันหนาวครบ แต่ยังไงก็ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไปส่วนหนึ่งเพื่อใช้สำหรับช่วงที่เดินทางไปถึง และอย่าลืมพกครีมทาผิว โลชั่น เอาไว้ปกป้องผิวจากอากาศหนาวด้วยนะ
5. เที่ยวฮาร์บินต้องระวังอะไรบ้าง? เคล็ดลับรับมืออากาศหนาวติดลบ
สำหรับใครที่กำลัง เตรียมตัวไปฮาร์บิน โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยเที่ยวเมืองหนาวจัดมาก่อน ต้องระวังเรื่องอากาศเป็นพิเศษ พี่เห็ดมีข้อควรระวังเล็กๆ น้อยๆ มาแนะนำ เพื่อให้เที่ยวชมเมืองน้ำแข็งและเล่นหิมะได้อย่างสนุกและปลอดภัย
– ระวังผิวหนังถูกความเย็นกัด (Frostbite) โดยเฉพาะบริเวณนิ้วมือ นิ้วเท้า หู จมูก และแก้ม หากเริ่มรู้สึกชา เจ็บ หรือผิวซีดผิดปกติ ควรรีบเข้าไปอยู่ในที่อบอุ่น และขอความช่วยเหลือทางการแพทย์หากสงสัยว่าเกิด Frostbite ไม่ควรถูหรือนวดบริเวณที่ได้รับผลกระทบ
– อย่าอยู่กลางแจ้งนานเกินไป แม้จะใส่เสื้อกันหนาวหลายชั้น แต่การอยู่กลางอากาศหนาวจัดต่อเนื่องอาจทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อน ควรแวะพักในอาคารที่มีเครื่องทำความร้อนเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มหนาวสั่นหรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ
– ระวังพื้นลื่นจากหิมะและน้ำแข็ง ทางเดินบางจุดอาจมีน้ำแข็งเกาะจนลื่นโดยไม่ทันสังเกต แนะนำให้ใส่รองเท้ากันหนาวที่มีพื้นยึดเกาะดี เดินช้าๆ และระมัดระวังบริเวณบันไดหรือทางลาด
– ดูแลผิวแห้งและริมฝีปากแตก ควรพกมอยส์เจอไรเซอร์ ลิปบาล์ม และทาครีมบำรุงเป็นประจำ รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ แม้จะไม่ค่อยรู้สึกกระหายน้ำก็ตาม
– ใช้แผ่นให้ความร้อนอย่างระมัดระวัง ไม่ควรแปะลงบนผิวหนังโดยตรง หรือใช้ระหว่างนอนหลับ เพราะอาจทำให้ผิวหนังไหม้ได้ ควรอ่านคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง
6. มือถือและพาวเวอร์แบงก์ใช้ในอากาศหนาวจัดยังไง?
อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ มือถือและพาวเวอร์แบงก์ เพราะอากาศหนาวจัดอาจส่งผลทำให้แบตหมดเร็วกว่าปกติ หรือบางครั้งมือถืออาจดับไปเองทั้งที่ยังมีแบตเหลืออยู่ โดยเฉพาะเวลาหยิบออกมาถ่ายรูปกลางแจ้งนานๆ พี่เห็ดเลยมีเคล็ดลับง่ายๆ มาแนะนำ
– เก็บมือถือไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านใน เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิ และหยิบออกมาใช้หรือถ่ายรูปเท่าที่จำเป็น ไม่ควรวางมือถือทิ้งไว้กลางแจ้งหรือบนพื้นหิมะเป็นเวลานาน
– พกพาวเวอร์แบงก์สำรอง ควรเก็บไว้ในกระเป๋าที่ช่วยป้องกันความหนาว และหลีกเลี่ยงการชาร์จอุปกรณ์ขณะที่แบตเตอรี่เย็นจัด โดยควรปล่อยให้อุปกรณ์ค่อยๆ กลับสู่อุณหภูมิที่เหมาะสมก่อน
– ระวังความชื้นเมื่อกลับเข้าอาคาร การเปลี่ยนจากอากาศหนาวจัดเข้าสู่อาคารที่อบอุ่น อาจทำให้เกิดไอน้ำควบแน่นบนอุปกรณ์ได้ ควรเก็บมือถือไว้ในกระเป๋าหรือซองป้องกันระหว่างปรับอุณหภูมิ และหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนโดยตรงเพื่อทำให้เครื่องอุ่นขึ้น
– เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนออกเที่ยว ชาร์จแบตให้เต็มก่อนออกจากโรงแรม ดาวน์โหลดแผนที่หรือข้อมูลการเดินทางที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า และพกสายชาร์จสำรอง เผื่อกรณีแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ

7. ฮาร์บิน มีชื่อเสียงเรื่องเทศกาลน้ำแข็งและหิมะ
หนึ่งในไฮไลต์ของการเที่ยวฮาร์บินหน้าหนาวก็คือ เทศกาลน้ำแข็งและหิมะ ฮาร์บิน (Harbin International Ice and Snow Festival) เทศกาลฤดูหนาวสุดยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก รวบรวมงานศิลปะจากน้ำแข็งและหิมะไว้ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วเมือง โดยไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ เมืองน้ำแข็งฮาร์บิน (Harbin Ice and Snow World) ที่เต็มไปด้วยปราสาทน้ำแข็งขนาดมหึมา ประติมากรรมน้ำแข็งสุดอลังการ และแสงไฟหลากสีสันที่ส่องประกายในยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังมี งานประติมากรรมหิมะที่เกาะพระอาทิตย์ (Sun Island Snow Sculpture Art Expo) ซึ่งเน้นงานแกะสลักจากหิมะขนาดใหญ่ให้ชมอีกด้วย
โดยปกติเทศกาลน้ำแข็งและหิมะจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือจนกว่าน้ำแข็งและหิมะจะละลาย โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวชมเมืองน้ำแข็ง แนะนำให้ตรวจสอบวันเปิดให้บริการของแต่ละสถานที่ก่อนเดินทาง เพราะกำหนดการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการจัดงาน

8. หมู่บ้านหิมะ China Snow Town ต้องไปช่วงไหน ?
ที่เที่ยวฮาร์บิน ที่ฮิตสุดๆ ก็คือ หมู่บ้านหิมะ China Snow Town หรือ หมู่บ้านเสวี่ยเซียง (Xuexiang National Forest Park) ตั้งอยู่ในเมืองมู่ตัน ห่างจากฮาร์บินประมาณ 300 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านจีนโบราณ ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขา ทำให้อากาศหนาวเย็นและมีหิมะหนา ถ้าถามว่าควรไปเที่ยวช่วงไหน? แน่นอนว่าต้องเป็นช่วงที่มีหิมะเยอะๆ โดยที่นี่จะเริ่มมีหิมะตั้งแต่ ปลายเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนมีนาคม ช่วงที่หิมะหนา คือ กลางเดือนธันวาคม – ปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ช่วงที่หิมะขาวฟูสุดๆ พี่เห็ดแนะนำ **ปลายเดือนธันวาคม – ปลายเดือนมกราคม** ช่วงนี้ยังเป็นหิมะตกใหม่ และยังไม่ค่อยละลาย ถ้าเป็นช่วงปลายฤดูประมาณเดือนมีนาคมอาจจะเจอหิมะที่ตกค้าง ทำให้ดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ

9. ที่พักในหมู่บ้านหิมะ China Snow Town มีแบบไหนบ้าง ?
ที่พักในหมู่บ้านหิมะจะเป็นแบบ Home Stay ที่ได้สัมผัสบรรยากาศดั้งเดิม แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบ เพราะหลายๆ ที่มีการรีโนเวทใหม่ ภายในสะอาด ห้องพักกว้าง แน่นอนว่ามีฮีตเตอร์ นอนหลับได้อุ่นๆ ไม่ต้องกลัวหนาว และมีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย ที่พักหลักๆ จะมี 2 ส่วน คือ
1. ที่พักในหมู่บ้านหิมะดั้งเดิม เป็นโซนที่พักที่อยู่ติดกับหมู่บ้านหิมะเลย สามารถเดินไปมาได้ ได้เก็บบรรยากาศในหมู่บ้านหิมะตั้งแต่กลางวัน กลางคืน จนถึงตอนเช้า แนะนำว่าถ้าจะเข้าพักในหมู่บ้านหิมะควรเตรียมกระเป๋าใบเล็กเพื่อใส่เสื้อผ้าและของใช้ที่เพียงพอสำหรับการเข้าพัก ไม่แนะนำให้ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไป เพราะเราต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถบัสของหมู่บ้าน และพื้นที่บริเวณหมู่บ้านจะมีแต่หิมะ อาจทำให้ไม่สะดวก
2. ที่พักหมู่บ้านหิมะโซนใหม่ หยงอัน เป็นโซนที่พักที่สร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากที่พักในหมู่บ้านดั้งเดิมมีจำกัด โดยโซนนี้จะต้องนั่งรถออกจากหมู่บ้านหิมะดั้งเดิมไปประมาณ 30-40 นาที อาจส่งผลต่อเวลาเที่ยวช่วงกลางคืนหรือไม่ได้กลับเข้าไปเก็บบรรยากาศในตอนเช้า แต่ก็จะมีที่พักให้เลือกมากขึ้น และโซนนี้ก็บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน
สำหรับในโปรแกรมทัวร์จะมีทั้งพักที่หมู่บ้านหิมะดั้งเดิม และโซนใหม่หยงอัน ถ้าต้องการพักแบบไหนสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยค่ะ

10. สนุกกับหิมะและกิจกรรมฤดูหนาว
ใครอยากสัมผัสหิมะหนาๆ ฟูๆ ในงบท่องเที่ยวที่ไม่สูงจนเกินไป มาเที่ยว ฮาร์บิน รับรองว่าฟินจุใจแน่นอน มีกิจกรรมฤดูหนาวให้สนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขี่สโนว์โมบิล, นั่งห่วงยางสไลด์ไปบนหิมะ, เล่นสกีหิมะ, เดินป่าหิมะ หรือถ่ายรูปกับประติมากรรมน้ำแข็ง สัมผัสความหนาวเย็นสุดขั้ว เล่นหิมะได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ยังมีบริการถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่เหมือนใคร หรือจะเช่าชุดสไตล์รัสเซียถ่ายรูปก็สวยจึ้งสุดๆ
11. บ้านเมืองได้กลิ่นอายยุโรปและรัสเซีย
มณฑลเฮยหลงเจียงมีอาณาเขตติดกับประเทศรัสเซีย และเมืองฮาร์บินยังเคยเป็นศูนย์กลางของเขตอิทธิพลรัสเซียในจีน ทำให้รับเอาวัฒนธรรมมาในหลายๆ ด้าน ที่เห็นชัดเจนเลยก็คือ สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนต่างๆ ในเมืองฮาร์บินที่มีสไตล์ยุโรปและรัสเซีย จนได้รับสมญานามว่า “มอสโกแห่งตะวันออก” มีแลนด์มาร์กสวยๆ อย่าง โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia Church) มหาวิหารเก่าแก่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮาร์บิน และ คฤหาสน์วอลการ์ (Volga Manor) ที่เหมือนจำลองรัสเซียมาไว้ที่นี่ อีกทั้งเวลาเดินอยู่ในย่านช้อปปิ้งต่างๆ เช่น ถนนจงหยาง (Zhongyang Street) เราจะพบกับคนรัสเซียและร้านค้าที่ขายของที่ระลึกจากรัสเซียอีกด้วย
12. การใช้จ่ายในฮาร์บิน
การใช้จ่ายในประเทศจีน หลายๆ พื้นที่เป็นสังคมไร้เงินสด โดยสามารถจ่ายเงินได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น Alipay, Wechat Pay, TrueMoney, บัตร Travel Card, บัตรเครดิต UnionPay รวมถึงยังจ่ายด้วย เงินสด ได้เช่นกัน พี่เห็ดรวบรวมวิธีการใช้จ่ายที่จีนมาให้แล้ว อ่านได้ที่ >> ไปเที่ยวจีน จ่ายเงินยังไง ? รวมวิธีสุดสะดวก ไม่ยุ่งยาก ฉบับมือใหม่!
13. การใช้อินเตอร์เน็ตในจีน
เนื่องจากที่จีนจะมีการบล็อกแอปพลิเคชันและบริการส่วนใหญ่ที่เป็นของตะวันตก เช่น Google, Facebook, Instagram, Line, WhatsApp, TikTok ฯลฯ พี่เห็ดแนะนำให้ซื้อ eSIM หรือ เปิดโรมมิ่งจากประเทศไทย ที่จะรองรับการใช้งานในหลายๆ แอปพลิเคชัน โดยไม่จำเป็นต้องเปิด VPN สามารถซื้อแพ็คเกจได้จากเครือข่ายที่ใช้อยู่ เช่น AIS, True, dtac และเมื่อใช้งานที่จีน ไม่แนะนำให้ต่อ Wi-Fi ท้องถิ่นที่นั่น เพราะจะทำให้แอปพลิเคชั่นต่างๆ โดนบล็อกเช่นกัน

บอกเลยว่าเที่ยว ฮาร์บิน มีแต่ความฟิน คะแนนเต็ม 10 พี่เห็ดให้ไปเลย 100 ได้สัมผัสหิมะและความหนาวแบบจุกๆ โดยที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงยุโรป แถมราคาทัวร์และค่าครองชีพก็ไม่แพง ได้เที่ยวแบบคุ้มค่า ได้รับประสบการณ์แบบเต็มๆ ใครสนใจอยากไป ทัวร์ฮาร์บิน พี่เห็ดมีโปรแกรมให้เลือกมากมาย สนใจทักหาพี่เห็ด Mushroom Travel ได้เลยนะคะ ส่วนใครที่มีแพลนแล้ว ก็นำข้อมูลที่พี่เห็ดแนะนำนี้ใช้ เตรียมตัวไปฮาร์บิน แบบฟินๆ ได้เลย
