เกาะเชจู (Jeju Island) เป็นเกาะท่องเที่ยวชื่อดังทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบภูเขาไฟในอดีตที่มีทั้งน้ำตก ถ้ำลาวา หน้าผาหิน และแนวชายฝั่งทะเลที่สวยงามในพื้นที่เดียวกัน บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบสงบ มีทั้งมุมชมวิวธรรมชาติระดับมรดกโลก เส้นทางเดินเขา ทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล รวมถึงหมู่บ้านและตลาดท้องถิ่นที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวเกาะได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถเที่ยวได้ครบทั้งสายธรรมชาติ ถ่ายรูป ชิมอาหาร และเรียนรู้วัฒนธรรมในทริปเดียว ซึ่งบทความนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล ได้รวบรวม 15 ที่เที่ยวเกาะเชจู ที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดมาแนะนำ สำหรับคนที่กำลังวางแผนมา เที่ยวเชจู ครั้งแรกหรือยังไม่มีข้อมูล เพื่อช่วยให้จัดทริปได้ง่ายและเที่ยวได้คุ้มมากยิ่งขึ้น!
1. น้ำตกชอนเจยอน (Cheonjeyeon Waterfall)

น้ำตกชอนเจยอน ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองซอกวิโพ ทางตอนใต้ของเกาะเชจู เป็นน้ำตกธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 22 เมตร และกว้างราว 12 เมตร โดดเด่นด้วยสายน้ำที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ท่ามกลางหน้าผาและป่าเขียวขจีที่โอบล้อมรอบด้าน ก่อนถึงตัวน้ำตกเพื่อนๆ จะได้เดินตามเส้นทางในหุบเขาระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ผ่านลำธารและสะพานหินธรรมชาติ เมื่อมาถึงบริเวณน้ำตกจะมีลานชมวิวที่มองเห็นสายน้ำไหลลงสู่แอ่งด้านล่างอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ในช่วงเวลากลางคืนยังมีการเปิดไฟประดับ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้บรรยากาศสวยงามและลึกลับมากยิ่งขึ้น หากมาในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนมิถุนายน – สิงหาคม จะได้เห็นน้ำตกไหลแรงและสวยงามกว่าฤดูอื่นๆ ใครเป็นสายธรรมชาติ สายเดินป่า พี่เห็ดบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด!
เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 22.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 2,000 วอน / เด็ก 1,000 วอน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/nxhkitQjSz4VtkWg6
2. วัดยักชอนซา (Yakcheonsa Temple)

ที่เที่ยวเกาะเชจู ที่สายมูต้องมาก็คือ วัดยักชอนซา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะใกล้เมืองซอกวิโพ เป็นวัดพุทธขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์เกาหลีแบบดั้งเดิม ที่สร้างตามรูปแบบสมัยราชวงศ์โชซอน ตัววัดตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ทำให้สามารถมองเห็นวิวทะเลโดยรอบได้ไกลสุดสายตา ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปความสูง 5 เมตร และยังมีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่า น้ำมีคุณสมบัติช่วยชำระล้างพลังงานลบและเสริมความเป็นสิริมงคล นอกจากจะมาสักการะขอพรแล้ว ยังถือเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนสงบจิตใจอีกด้วย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/byRYE8cZCc1fLZo36
3. ตลาดซอกวิโพ โอลเล่ (Seogwipo Maeil Olle Market)

ตลาดซอกวิโพ โอลเล่ เป็นตลาดท้องถิ่นยอดนิยมที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวเกาะได้อย่างชัดเจน ความยาวประมาณ 600 เมตร มีทั้งโซนตลาดสด ร้านอาหาร สตรีทฟู้ด และร้านขายของฝาก บรรยากาศภายในตลาดค่อนข้างคึกคัก มีทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแวะมาเดินเล่น เหมาะสำหรับมาเดินชิมอาหาร และซื้อของในที่เดียว
เวลาเปิด – ปิด :
– ฤดูร้อน 07.00 – 21.00 น.
– ฤดูหนาว 07.00 – 20.00 น.
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/6VBgUhi7n4PWR75eA
4. ภูเขาฮัลลาซาน (Hallasan National Park)

ภูเขาฮัลลาซาน เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ และเป็นอุทยานแห่งชาติที่เกิดจากภูเขาไฟในอดีต ทำให้ภูมิประเทศโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลาย ทั้งป่าไม้ ทุ่งหญ้า และปล่องภูเขาไฟบริเวณยอดเขา รอบๆ ภูเขายังมียอดเขาย่อยมากถึง 368 ลูก มีโอกาสพบพืชพรรณมากกว่า 1,800 ชนิด กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ และยังมีสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย พร้อมด้วยเส้นทางเดินป่าตั้งแต่ 1.5 – 6.8 กิโลเมตร ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติ เดินป่า ปีนเก่า ต้องมาที่นี่เลย
เวลาเปิด – ปิด : 05:00 – 18:00 น.
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/K7ZYhM9whULhbMb96
5. เทศกาลดอกซากุระเชจู (Jeju Cherry Blossom Festival)

เทศกาลดอกซากุระเชจู ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของฤดูใบไม้ผลิบน เกาะเชจู มีไฮไลต์คือ ซากุระพันธุ์คิงเชอร์รี่ ซึ่งเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของเชจู มีลักษณะดอกใหญ่ สีชมพูเข้ม กลีบหนา ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากเมืองอื่นๆ เทศกาลนี้จะจัดขึ้นตามแนวถนนและจุดสำคัญต่างๆ ของเมือง เช่น ถนนจอนนงโร (Jeonnong-ro), ทางเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติเชจู และ ย่านจางจอนรี (Jangjeon-ri) เขตแอวอลอึบ เพื่อนๆ สามารถไปเดินเล่น ถ่ายรูป ชมอุโมงค์ซากุระ และสัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิที่สวยงามที่สุดของปีได้ในเทศกาลนี้
ช่วงเวลาจัดงาน : ประมาณเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี)
6. เทศกาลดอกไฮเดรนเยีย (Jeju Hydrangea Festival)

สายถ่ายรูปที่กำลังมองหา ที่เที่ยวเกาะเชจู ในช่วงต้นฤดูร้อนต้องมา เทศกาลดอกไฮเดรนเยีย เลยค่ะ เพราะจะได้ชมดอกไฮเดรนเยียที่บานสะพรั่งหลากหลายเฉดสี ทั้งฟ้า ม่วง ชมพู และขาว เรียงรายตลอดแนวทางเดินซึ่งมักถูกจัดขึ้นในสวนดอกไม้ต่างๆ ในเมือง เช่น Camellia Hill, Hallim Park, Hueree Nature Park และ Ilchul Land โดยแต่ละที่จะมีการจัดสวนและมุมถ่ายภาพแตกต่างกันไป ใครอยากดื่มด่ำเสน่ห์ของเชจูในบรรยากาศสดใส อบอวลไปด้วยสีสันของฤดูร้อนอย่างแท้จริง พี่เห็ดบอกเลยว่าห้ามพลาดเทศกาลนี้เด็ดขาดเลย
ช่วงเวลาจัดงาน : ปลายเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนกรกฎาคม (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี)
7. ป่าลับ (Secret Forest)

ป่าลับ ที่เที่ยวเกาะเชจู แนวธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใน หมู่บ้านกุจวา (Gujwa-eup) ในพื้นที่จะมีป่าสนไซเปรส ทุ่งหญ้า กำแพงหิน และกระท่อมไม้แบบชนบท ซึ่งสามารถเดินเล่นตามเส้นทางที่ร่มรื่น สูดอากาศบริสุทธิ์ และแวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ได้ มุมยอดฮิตที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องแวะถ่ายรูปเช็กอินก็คือ รถบรรทุกและคาราวานสีเขียวมิ้นต์ ที่บอกเลยว่าถ่ายยังไงก็สวย และในแต่ละฤดูกาลบรรยากาศจะแตกต่างกันไป เช่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมดอกเรพซีดสีเหลืองบานสะพรั่งริมทาง ส่วนฤดูร้อนจะมีดอกไฮเดรนเยียช่วยเพิ่มสีสันให้ผืนป่าดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 4,000 วอน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/PKDnNyByR2dzmENS6
8. อควาแพลนเน็ต เชจู (Aqua Planet Jeju)

ใครอยากชมความอลังการของโลกใต้มหาสมุทรต้องมาที่ อควาแพลนเน็ต หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ที่รวมชีวิตใต้ทะเลหลากหลายสายพันธุ์ไว้ภายในอาคารเดียว บรรยากาศภายในกว้างขวาง และมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกหลายโซน ไม่ว่าจะเป็น อุโมงค์ใต้น้ำ ที่จัดให้เพื่อนๆ ได้ชมปลาว่ายผ่านหัวแบบ 360 องศา หรือโซนจัดแสดงสัตว์ทะเลแปลกตาอย่าง เพนกวิน แมวน้ำ และฉลาม ทั้งยังมีโชว์ให้อาหารสัตว์ทะเลหลายรอบต่อวัน ได้ทั้งความสนุกและได้เรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์อย่างใกล้ชิด ตอบโจทย์ทั้งสำหรับครอบครัว คู่รัก และผู้ที่สนใจโลกใต้น้ำอย่างแท้จริง
เวลาเปิด – ปิด : 09.30 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 44,600 วอน / เด็ก (อายุ 3 – 12 ปี) 40,500 วอน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/iAdBa9BtXx8cBqUU7
9. ถ้ำมันจังกุล (Manjanggul Cave)

ถ้ำมันจังกุล ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของ เกาะเชจู เป็นถ้ำลาวาขนาดใหญ่ที่เกิดจากการไหลของลาวาในอดีต มีความยาวรวมประมาณ 7.4 กิโลเมตร แต่เปิดให้นักทองเที่ยวชมได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในถ้ำอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ทำให้สามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เมื่อเดินเข้าไปด้านในจะได้เห็นโครงสร้างลาวาธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ เช่น หินงอก หินย้อย ผนังลาวาลายคลื่น ชั้นลาวา และแผ่นลาวาลอยตัว ไฮไลต์อยู่ที่ เสาลาวาขนาดใหญ่ ความสูงราว 7.6 เมตร ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นเสาลาวาที่สูงที่สุดในโลก
เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 18.00 น. (บางช่วงอาจมีการปิดปรับปรุงถ้ำ ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 4,000 วอน / เด็ก (อายุ 7 – 12 ปี) 2,000 วอน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/MZs2Xp2dEaP5gsgdA
10. หมู่บ้านซองอึบ (Seongeup Folk Village)

หมู่บ้านซองอึบ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกของเกาะเชจู เป็นหมู่บ้านโบราณที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนแบบดั้งเดิมของเชจูไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น บ้านหิน หลังคามุงฟาง และกำแพงหินที่เรียงตัวตามวิถีชนบทดั้งเดิม เหมาะแก่การเดินชมหมู่บ้านพร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมท้องถิ่น นอกจากนี้ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ที่หมู่บ้านยังมักมีการจัดงานและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น การแต่งชุดฮันบก การสาธิตงานฝีมือ พิธีแต่งงานแบบดั้งเดิม แสดงศิลปะพื้นเมือง และการย้อมผ้าธรรมชาติอีกด้วย
เวลาเปิด – ปิด : 10.00 – 17.00 น.
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/fhEsejZPkyXYh8Jn7
11. ถนนช้อปปิ้งชิลซองโร เชจู (Jeju Chilseong-ro Shopping Street)

สำหรับสายช้อป สายชิล ต้องมาที่ ถนนช้อปปิ้งชิลซองโร ที่นี่เป็นถนนการค้าสายหลักที่คึกคักและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของฝาก รวมถึงร้านอาหารและสตรีทฟู้ด บริเวณรอบๆ ถนนยังรายล้อมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น ตลาดทงมุน (Dongmun Market) ตลาดดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของเชจู, ถนนแบล็กพอร์ก (Black Pork Street) ที่ขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหารหมูดำรสเลิศ รวมไปถึง ศูนย์การค้าใต้ดินเชจูจุงอัง (Jeju Jungang Underground Shopping Center) ที่มีทั้งเสื้อผ้าและของใช้ในชีวิตประจำวันให้เลือกซื้อ และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือร้าน Island Bake Shop เพราะมีของหวานขึ้นชื่ออย่าง Jeju Seongsan Sand และ Sunrise Dacquoise โดยสามารถสั่งจองล่วงหน้า 1 วัน และเลือกรับสินค้าที่สนามบินเชจูได้อีกด้วย
เวลาเปิด – ปิด : ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10.00 – 21.00 น.
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/dczEbV8JKH5oZjoL7
12. หน้าผาจูซังจอลลี แดโพ (Daepo Jusangjeolli Cliff)

หน้าผาจูซังจอลลี แดโพ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะเชจู เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์จากเสาหินบะซอลต์ทรงหกเหลี่ยม ความสูงประมาณ 30 – 40 เมตร ที่เรียงตัวเป็นระเบียบทอดยาวตามแนวชายฝั่งกว่า 1 กิโลเมตร คล้ายงานศิลปะที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาเอง บรรยากาศโดยรอบเปิดโล่ง มองเห็นทะเลกว้างสุดสายตา พร้อมเสียงคลื่นซัดกระทบหน้าผาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะเชจู
เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 2,000 วอน / เด็ก 1,000 วอน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/dCFZiLU5SZ7iZeoSA
13. พิพิธภัณฑ์แฮนยอ (Haenyeo Museum)

อีกหนึ่งที่ เที่ยวเกาะเชจู ที่น่าสนใจ พิพิธภัณฑ์แฮนยอ เป็นสถานที่ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและวิถีชีวิตของ “แฮนยอ” หรือหญิงดำน้ำพื้นเมืองของเชจู ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติ เครื่องมือดำน้ำแบบดั้งเดิม ภาพถ่าย และเรื่องเล่าการทำงานใต้ท้องทะเล ทั้งยังมีโซนจัดแสดงการดำน้ำเก็บหอย สาหร่าย และอาหารทะเลแบบไม่ใช้ถังออกซิเจน ทำให้ผู้ชมเข้าใจบทบาทสำคัญของแฮนยอที่มีต่อชุมชนชายฝั่งเชจูได้อย่างลึกซึ้ง
เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,100 วอน / เด็ก 500 วอน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/s4q7aDDSnF32GzGb7
14. หาดฮัมด็อก (Hamdeok Beach)

มาต่อกันที่ หาดฮัมด็อก ชายหาดยอดนิยมของเกาะเชจู ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียด และคลื่นที่ไม่แรงมาก ทำให้เหมาะทั้งการเล่นน้ำ เดินเล่นริมชายหาด หรือถ่ายรูปวิวทะเลสวยๆ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ ร้านอาหาร รวมถึงจุดนั่งชมวิวทะเล เรียงรายอยู่ใกล้ชายหาด หากมาในช่วงฤดูร้อน บริเวณชายหาดจะคึกคักเป็นพิเศษ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและกิจกรรมริมทะเล แต่สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น แนะนำให้มาในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าฤดูอื่นๆ แถมราคาที่พักต่างๆ ก็ถูกกว่าด้วย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/LyDuGMHhThLVNiCcA
15. บังเกอร์ เดอ ลูมิแยร์ เชจู (Bunker de Lumières Jeju)

ปิดท้ายกันที่ บังเกอร์ เดอ ลูมิแยร์ เชจู แหล่งท่องเที่ยวสายอาร์ตที่โดดเด่นด้วยการจัดแสดงศิลปะดิจิทัลแบบ Immersive Art ภายในบังเกอร์ใต้ดินเก่าของกองทัพ ซึ่งถูกดัดแปลงให้กลายเป็นพื้นที่เสพงานศิลป์ร่วมสมัย ที่นี่นำผลงานศิลปะระดับโลกมาถ่ายทอดผ่านภาพเคลื่อนไหว แสง สี และเสียงดนตรี ฉายเต็มพื้นที่ทั้งผนัง พื้น และเพดานแบบ 360 องศา บรรยากาศภายในค่อนข้างมืดและเงียบ ทำให้ดื่มด่ำกับรายละเอียดของงานศิลป์ได้อย่างเต็มที่ สามารถเดินชมผลงานและแวะถ่ายรูปได้อย่างเพลิดเพลิน ถือเป็นที่เที่ยวที่บรรยากาศไม่เหมือนที่ไหนในเชจูเลยค่ะ
เวลาเปิด – ปิด : 10.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (อายุ 19 ปีขึ้นไป) 19,000 วอน / วัยรุ่น (อายุ 13 – 18) 14,000 วอน / เด็ก (อายุ 7 – 12) 11,000 วอน
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/oh3VsLwruDgcsA9F8
เกาะเชจู แห่งเกาหลีใต้ เป็นจุดหมายปลายทางที่เที่ยวได้ครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ช้อปปิ้ง และงานศิลปะ ทำให้หนึ่งทริปสามารถเก็บประสบการณ์ได้หลากหลายและไม่ซ้ำใคร เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจ หากใครเคยไป เที่ยวเกาหลี ในเมืองหลักอย่างโซลหรือปูซานมาแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยว เกาะเชจู ดูบ้าง ก็จะได้สัมผัสอีกหนึ่งบรรยากาศของเกาหลีที่ทำให้ทริปนี้ชิลสุดๆ
