Mushroom Travel LINE
เราช่วยคุณได้
@mushroomtour
จันทร์ - เสาร์
9:00-22:00
อาทิตย์
9:00-18:00
Call Mushroom Travel
Call Center
02 105 6234
จอง 6 คนขึ้นไป
จอง 6 คนขึ้นไป
02 105 6244
Loading...

15 ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ จุดชมวิวสวย แลนด์มาร์กดัง เที่ยวได้ทุกฤดู

ไอซ์แลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศในทวีปยุโรป ลักษณะเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและมหาสมุทรอาร์กติก มีชื่อเสียงในฐานะ “ดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง” เนื่องจากเป็นประเทศที่มีทั้งภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง น้ำตก น้ำพุร้อน และทุ่งลาวาอยู่ร่วมกันอย่างโดดเด่น นอกจากการเดินทางมาชมแสงเหนือซึ่งเป็นไฮไลต์ระดับโลกแล้ว ไอซ์แลนด์ยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แลนด์มาร์กถ่ายรูป เมืองเล็กบรรยากาศน่ารัก ร้านอาหารท้องถิ่น และจุดชมวิวที่สวยงามอีกมากมาย บทความนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล เลยมี 15 ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ ยอดนิยมมาแนะนำ พร้อมข้อมูลสภาพอากาศที่ต้องเผชิญในแต่ละฤดู รับรองว่าครบจบ ไม่พลาดทุกไฮไลต์เด็ด จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันได้เลยค่ะ

ที่เที่ยวไอซ์แลนด์
Credit : Gimas / shutterstock.com

ฤดูกาลและสภาพอากาศในไอซ์แลนด์

1. ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – พฤษภาคม) อุณหภูมิประมาณ 0 – 7 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่หิมะละลาย ธรรมชาติเริ่มกลับมามีสีสันสดใส และนักท่องเที่ยวไม่แออัด จึงเหมาะกับการเที่ยวชมวิว และถ่ายภาพแบบชิลๆ
2. ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อุณหภูมิประมาณ 10 – 15 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดของไอซ์แลนด์ เหมาะกับการเที่ยวรอบประเทศ เพราะเดินทางได้สะดวก ล่องเรือชมวาฬ และยังมีปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนอีกด้วย
3. ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม) อุณหภูมิประมาณ 1 – 7 องศาเซลเซียส อากาศเริ่มเย็นลงอีกครั้งและจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มเบาบางในช่วงนี้ เหมาะกับการท่องเที่ยวธรรมชาติและอาจมีโอกาสเห็นแสงเหนือในบางคืน
4. ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม) อุณหภูมิประมาณ -5 ถึง 5 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศหนาวจัดและมีหิมะตก เหมาะกับการชมแสงเหนือ ถ้ำน้ำแข็ง และธารน้ำแข็ง เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะในช่วงปลายปี ใครจะมาเที่ยวช่วงนี้แนะนำให้จองตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ


15 ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ รวมไฮไลต์เด็ด

1. ภูเขาเคิร์กจูเฟล (Kirkjufell) – เมืองกรุนดาร์ฟยอร์ดูร์ (Grundarfjörður)

ที่เที่ยวไอซ์แลนด์
Credit : Mumemories / shutterstock.com

ภูเขาเคิร์กจูเฟล ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสไนแฟลซเนส ทางฝั่งตะวันตกของประเทศ เป็นภูเขาทรงกรวย ความสูง 463 เมตรโดดเด่นริมทะเล มีไฮไลต์คือ สีที่ไล่เฉดเป็นชั้นๆ รายล้อมด้วยทุ่งหญ้า ลำธาร และ น้ำตกเคิร์กจูเฟลล์สฟอสส์ (Kirkjufellsfoss waterfall) ที่ไหลจากหน้าผาสูง 16.4 เมตรลงสู่ทะเล ช่วยสร้างทิวทัศน์ที่ดูสมดุลและสวยงามยิ่งขึ้น ในช่วงฤดูหนาวสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นจุดชมแสงเหนือยอดนิยม เนื่องจากพื้นที่เปิดโล่ง แสงรบกวนน้อย ทั้งยังมีฉากหลังเป็นภูเขาและน้ำตก ทำให้ได้ภาพแสงเหนือที่สวยงามและน่าประทับใจสุดๆ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/9LmfmnfteS7hrP9XA


2. โบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์กยา (Hallgrímskirkja) – เมืองเรคยาวิก (Reykjavík)

Credit : surangaw / canva.com

หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่พลาดไม่ได้เมื่อมา เที่ยวไอซ์แลนด์ คือ โบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์กยา โบสถ์เก่าแก่ที่เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1945 และใช้เวลาสร้างถึง 38 ปี จึงแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1986 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสาหินลาวา ตัวอาคารมีรูปทรงสูงสง่าเป็นเอกลักษณ์ ความสูง 74.5 เมตร ภายในโบสถ์มีหอคอยชมวิวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นลิฟต์ไปยังจุดชมวิวด้านบนเพื่อชมทัศนียภาพของกรุงเรคยาวิกจากมุมสูงได้ เห็นทั้งตัวเมือง หลังคาบ้านสีสันสดใส ท่าเรือ และแนวภูเขาโดยรอบ เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องแวะมาเยือน

เวลาเปิด – ปิด :
– เดือนพฤษภาคม – กันยายน โบสถ์เปิดประมาณ 09.00 – 21.00 น. และ หอคอยชมวิวปิดประมาณ 20.30 น.
– เดือนตุลาคม – เมษายน โบสถ์เปิดประมาณ 09.00 – 17.00 น. และ หอคอยชมวิวปิดประมาณ 16.30 น.
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 1,400 ISK / เด็ก (อายุ 7 – 16 ปี) 200 ISK / ผู้สูงอายุ (อายุ 67 ปีขึ้นไป), นักเรียน/นักศึกษา, ผู้พิการ 1,000 ISK
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/o5beZw2F6peeepBs6


3. น้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss) – เมืองสโคการ์ (Skógar)

ที่เที่ยวไอซ์แลนด์
Credit : JuliaHermann / shutterstock.com

น้ำตกสโกกาฟอสส์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 60 เมตร ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ใกล้กับหมู่บ้านสโคการ์ จุดเด่นของที่นี่คือสายน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงเป็นม่านกว้าง ทำให้ดูยิ่งใหญ่และทรงพลัง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปชมบริเวณด้านล่างของน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด ทำให้สัมผัสละอองน้ำและความอลังการของธรรมชาติได้แบบเต็มอิ่ม ยิ่งในวันที่อากาศแจ่มใส แสงแดดจะตกกระทบ ทำให้อาจมีโอกาสได้เห็นรุ้งกินน้ำพาดผ่านหน้าผาน้ำตก เกิดเป็นภาพที่สวยงามจนต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแบบรัวๆ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/ofCUFaLVpJE32roT7


4. บลูลากูน (Blue Lagoon) – เมืองกรินดาวิก (Grindavík)

ที่เที่ยวไอซ์แลนด์
Credit : Badaroux Frederic / shutterstock.com

เที่ยวไอซ์แลนด์ ทั้งที ต้องห้ามพลาดที่จะแวะมาแช่ตัวที่ บลูลากูน บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติชื่อดังระดับโลก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งลาวาสีเข้มใกล้เมืองกรินดาวิก โดดเด่นด้วยน้ำสีฟ้าใสละมุนที่เกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติใต้พิภพ โดยเฉพาะซิลิกาและแร่ธาตุจากน้ำร้อน ทำให้บลูลากูนกลายเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จากทั่วโลก ที่สำคัญน้ำในบ่อยังอุ่นสบายตลอดปีแม้ในหน้าหนาว สามารถมาแช่ตัวผ่อนคลาย หรือจะพอกหน้าด้วยโคลนซิลิกาเพื่อดูแลผิวก็ได้เช่นกัน

เวลาเปิด-ปิด :
– วันที่ 1 มิถุนายน – 20 สิงหาคม 07.00 – 00.00 น.
– วันที่ 21 สิงหาคม – 31 มกราคม 08.00 – 22.00 น.
– วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 08.00 – 20.00 น.
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) เริ่มต้น 95 USD / เด็ก (อายุ 2 – 11 ปี) เริ่มต้น 17 USD
เว็บไซต์ : https://www.bluelagoon.com/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/UVof4pXTXnPW5CtP8


5. น้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geysir) – เขตโกลเด้นเซอร์เคิล (Golden Circle)

ที่เที่ยวไอซ์แลนด์
Credit : ZinaidaSopina / shutterstock.com

น้ำพุร้อนไกเซอร์ ตั้งอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยม Golden Circle ซึ่งเป็นแหล่งธรณีความร้อนขนาดใหญ่ ภายในพื้นที่มีบ่อน้ำร้อน ไอน้ำลอยขึ้นจากพื้นดิน และกลิ่นแร่กำมะถันอ่อนๆ ช่วยสะท้อนถึงพลังธรรมชาติใต้พิภพได้อย่างชัดเจน น้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ The Great Geysir โดยสามารถพุ่งได้สูงถึง 70 เมตร แม้ปัจจุบันไม่ค่อยปะทุแล้ว แต่ใกล้ๆ กันจะมี สโทรคูร์ ไกร์เซอร์ (Strokkur Geysir) น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นสูงประมาณ 20 – 30 เมตรในทุกๆ 5 – 10 นาที ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถยืนรอชมการปะทุได้โดยไม่ต้องใช้เวลานาน ใครที่อยากชมปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าตื่นตานี้แบบใกล้ชิดบอกเลยว่าต้องมา!
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Gn9fVxhiC9HymCiVA


6. น้ำตกกุลฟอสส์ (Gullfoss) – เขตโกลเด้นเซอร์เคิล (Golden Circle)

Credit : Andrew Mayovskyy / shutterstock.com

อีกหนึ่งพิกัดสุดยอดวิวธรรมชาติต้องปักหมุดที่ น้ำตกกุลฟอสส์ เป็นหนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดของไอซ์แลนด์ ด้วยลักษณะของน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นสองชั้นสู่หุบเขาลึก เกิดเป็นสายน้ำขนาดใหญ่และมีปริมาณน้ำไหลแรงตลอดทั้งปี ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยพลังของธรรมชาติ เพื่อนๆ สามารถเดินไปยังจุดชมวิวใกล้น้ำตก เพื่อฟังเสียงน้ำกระทบที่ดังสนั่น และสัมผัสละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบตัวได้อย่างใกล้ชิด แต่เพื่อความปลอดภัย ควรเดินอย่างระมัดระวัง และเดินในเส้นทางที่กำหนดไว้เท่านั้นนะคะ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/E2Cejx6ethiqZeTU6


7. หาดทรายสีดำ (Reynisfjara Black Sand Beach) – เมืองวิค (Vík)

Credit : Smit / shutterstock.com

หาดทรายสีดำเรย์นิสฟยารา ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านวิคทางตอนใต้ของประเทศ เป็นชายหาดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยทรายสีดำสนิทที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟ ตัดกับคลื่นทะเลแอตแลนติกที่ซัดเข้าหาฝั่ง ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูดิบ เท่ และแตกต่างจากชายหาดทั่วไปอย่างชัดเจน นอกจากนี้บริเวณริมหน้าผายังมีเสาหินบะซอลต์ทรงเหลี่ยมที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาเรียงตัวเป็นแนวตามแนวผาอย่างสวยงาม ช่วยเสริมให้ทิวทัศน์ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่ง ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ ที่ได้รับความนิยมสูงจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะสายถ่ายรูป
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/CYBvhMfUtJEgijtt7


8. เมืองอาคูเรย์รี่ (Akureyri)

Credit : palmi1955 / canva.com

ใครกำลังมองหา ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ ใหม่ๆ พี่เห็ดขอแนะนำ เมืองอาคูเรย์รี่ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ บรรยากาศบ้านเรือนในเมืองผสมผสานเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ภายในมีทั้งบ้านพักอาศัยของคนในท้องถิ่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า พิพิธภัณฑ์ โบสถ์อาคูเรย์รี่ และแกลเลอรีขนาดเล็กให้เดินเล่นชิลๆ พร้อมจุดชมวิวริมฟยอร์ดที่สวยงาม ให้บรรยากาศเงียบสงบและเป็นกันเอง เหมาะกับการพักผ่อนสบายๆ ใครเป็นสายชิลบอกเลยว่าเหมาะมาก
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/aqSzPramci9B7k9o7


9. โบสถ์อาคูเรย์รี่ (Akureyrarkirkja) – เมืองอาคูเรย์รี่ (Akureyri)

Credit : Max Valek / canva.com

โบสถ์อาคูเรย์รี่ เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองอาคูเรย์รี่ ตัวโบสถ์ตั้งอยู่บนเนินเขากลางเมือง มีสถาปัตยกรรมเรียบเท่สไตล์นอร์ดิก ออกแบบโดยสถาปนิกคนเดียวกับโบสถ์ฮัลล์กริมสคิร์กยาในเรคยาวิก ทำให้รูปทรงของอาคารดูโดดเด่นและมองเห็นได้ชัดจากหลายมุมของเมือง สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1940 หากยืนอยู่บริเวณหน้าโบสถ์จะสามารถมองเห็นวิวตัวเมืองอาคูเรย์รี่ ฟยอร์ด และภูเขาโดยรอบได้อย่างสวยงาม จึงกลายเป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน

เวลาเปิด – ปิด : 10.00 – 16.00 น.
เว็บไซต์ : https://www.akureyrarkirkja.is/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/WMsCUkFHdbsQSY4J9


10. ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlón Glacier Lagoon) – เขตตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ (Southeast Iceland) 

Credit : Smit / shutterstock.com

ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull National Park) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นทะเลสาบธรรมชาติที่มีภูเขาน้ำแข็งขนาดต่างๆ ลอยอยู่ตลอดทั้งปี โดยภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้เกิดจากการแตกตัวของธารน้ำแข็ง ก่อนจะค่อยๆ ลอยไปตามผืนน้ำ ทำให้ทิวทัศน์ภายในทะเลสาบเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา น้ำแข็งบางส่วนลอยไปเกยชายหาด มองเผินๆ เหมือนมีเพชรระยิบระยับทั่วพื้นที่ จนได้ชื่อว่า หาดเพชร (Diamond Beach) ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเดินหรือล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็งกลางทะเลสาบได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งที่นี่ยังเป็นจุดชมแสงเหนือที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์อีกด้วย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/wjkYsHCaG8FvanHd6


11. ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล (Vatnajökull) – อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull National Park)

Credit : TomazKunst / canva.com

ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์และใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยมีพื้นที่กว่า 8,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมทั้งธารน้ำแข็ง ภูเขาไฟ น้ำตก และที่ราบน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเดินบนธารน้ำแข็ง เพื่อชมความสวยงามของผลึกน้ำแข็งอย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูหนาวอุทยานจะมีการเปิดให้เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง ภายในถ้ำมีผนังน้ำแข็งสีฟ้าใสที่เกิดจากการก่อตัวของน้ำแข็งตามธรรมชาติ จนกลายเป็นลวดลายสวยงามและไม่ซ้ำกันในแต่ละปี ใครอยากชมศิลปะน้ำแข็งแบบธรรมชาติต้องมาที่นี่เลยค่ะ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/FCj6oz6YASC3d92f9


12. หมู่เกาะแวสต์มานาเอย์ยาร์ (Vestmannaeyjar) – เมืองเฮย์มาเอย์ (Heimaey)

Credit : south.is

หมู่เกาะแวสต์มานาเอย์ยาร์ หรือ หมู่เกาะเวสต์แมน (Westman Islands) เป็นกลุ่มเกาะที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ มีชื่อเสียงด้านธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งชมนกพัฟฟิน ซึ่งเป็นนกทะเลหน้าตาน่ารัก มีจะงอยปากสีสันสดใส และถือเป็นหนึ่งในสัตว์สัญลักษณ์ของไอซ์แลนด์ ในช่วงฤดูร้อนนกพัฟฟินจะอพยพมาทำรังตามหน้าผาและโขดหินริมทะเล ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนั่งเรือล่องรอบเกาะชมโขดหิน หน้าผาสูงชัน และสัมผัสวิวทะเลในมุมมองที่แตกต่างออกไป ใครอยาก เที่ยวไอซ์แลนด์ แบบสโลว์ไลฟ์ ที่นี่ตอบโจทย์แน่นอนค่ะ
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/R1h25FjYjXB6UcdE7


13. น้ำตกเซลยาแลนส์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) – เมืองเซลฟอสส์ (Selfoss)

Credit : TTstudio / shutterstock.com

ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ ต่อมา น้ำตกเซลยาแลนส์ฟอสส์ เป็นน้ำตกชื่อดังทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเซลฟอสส์ โดดเด่นด้วยสายน้ำที่ไหลตกลงมาจากหน้าผาสูงเป็นม่านบางๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินอ้อมเข้าไปด้านหลังของน้ำตกได้ เพื่อชมภาพน้ำตกในมุมมองที่แตกต่างจากเดิม เหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ท่ามกลางฉากธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศโดยรอบรายล้อมด้วยทุ่งหญ้าและภูมิประเทศแบบชนบทของไอซ์แลนด์ แต่ถ้าใครอยากถ่ายภาพมุมนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงฤดูหนาวนะคะ เพราะอาจจะมีการปิดทางเดินเพื่อความปลอดภัย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/9npefGjKEvc2wis38


14. เมืองฮูซาวิก (Húsavík) – เมืองฮูสาวิก (Húsavík)

Credit : dangerous-business.com

เมืองฮูซาวิก เป็นเมืองเล็กริมอ่าวทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์ที่ได้รับฉายาว่า “เมืองหลวงแห่งการชมวาฬ” เพราะตั้งอยู่ริมอ่าว Skjálfandi ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของวาฬหลากหลายสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นวาฬสีน้ำเงิน วาฬมิงค์ วาฬหัวทุย วาฬหลังค่อม หรือวาฬสเปิร์ม หากเพื่อนๆ มาเที่ยวที่เมืองนี้สามารถล่องเรือชมวาฬได้แบบใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม – กันยายน จะมีโอกาสได้พบฝูงวาฬมากกว่าช่วงอื่นๆ นอกจากนี้ภายในเมืองยังมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับวาฬ คาเฟ่ และร้านอาหารทะเลให้ลองชิมกันแบบสดๆ อีกด้วย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/jRT15c6EjFj8amL56


15. ถนนช้อปปิ้งเลากาเวกูร์ (Laugavegur Street) – เมืองเรคยาวิก (Reykjavík)

Credit : Andriy Blokhin / shutterstock.com

ปิดท้ายด้วยการเปลี่ยนจากบรรยากาศธรรมชาติมาเดินเล่นที่ ถนนช้อปปิ้งเลากาเวกูร์ ถนนสายหลักที่คึกคักและมีชีวิตชีวามากที่สุดของกรุงเรคยาวิก ที่นี่เป็น ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ แนวเดินเล่น ช้อปปิ้ง และตระเวนชิมอาหาร ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศเมืองหลวงของไอซ์แลนด์อย่างใกล้ชิด ตลอดสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ รวมถึงร้านขายของที่ระลึกและแบรนด์ท้องถิ่น เพื่อนๆ สามารถเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าแนวสแกนดิเนเวีย งานออกแบบจากศิลปินไอซ์แลนด์ หรือของฝากยอดนิยมอย่าง ผลิตภัณฑ์จากขนแกะ หรือแวะนั่งคาเฟ่ชมผู้คนและบรรยากาศเมืองแบบสบายๆ นอกจากนี้ยังมีอาคารสีสันสดใสและงานสตรีทอาร์ตกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ให้เดินถ่ายรูปได้อย่างเต็มอิ่มตลอดเส้นทางอีกด้วย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/9gLSDnpffEbWyK1N9

ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย โดยเฉพาะ ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ เชิงธรรมชาติ ถ้าใครอยากเที่ยวให้ครบไฮไลต์แบบไม่ต้องวางแผนเอง สามารถจอง ทัวร์ไอซ์แลนด์ กับมัชรูมทราเวลได้เลย เพราะพี่เห็ดพี่เที่ยวที่ไฮไลต์ ดูแลตลอดทริป เที่ยวสบาย ปลอดภัย รับรองว่าเพื่อนๆ ได้เก็บประสบการณ์เที่ยวไอซ์แลนด์แบบเต็มอิ่มไร้กังวลแน่นอนค่ะ


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

——————-

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ไอซ์แลนด์ ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

สินค้าที่เกี่ยวข้อง